ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 203 ที่มาของมลภาวะทางอากาศ

ชื่อตอน : ตอนที่ 203 ที่มาของมลภาวะทางอากาศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 102

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2563 13:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 203 ที่มาของมลภาวะทางอากาศ
แบบอักษร

ตอนที่ 203 ที่มาของมลภาวะทางอากาศ 

 

“ทำแบบนี้จะดีจริงเหรอวะ” 

 

“เชื่อกูดิ ดีแน่นอน รับรองว่ายอดขายพุ่งกระฉูด” 

 

“เออๆ เอาก็เอาวะ” 

 

ฟู่ๆๆๆๆๆๆๆ………. 

 

เสียงลมถูกเป่าออกจากท่อสูงเหนืออาคารสูงหลังหนึ่ง ข้างเครื่องเป่าก็มีถังขนาดใหญ่บรรจุผงสีขาวเนื้อละเอียดเอาไว้ อีกด้านหนึ่งก็มีถังอีกหลายใบ แต่เป็นถังลักษณะถังปิดรูปทรงเหมือนถังแก๊สที่ใช้ในบ้าน แล้วถังทั้งสองด้านก็ถูกเชื่อมเข้ากับเครื่องอัดอากาศที่ต่อท่อสูงขึ้นฟ้าเอาไว้ในเวลากลางคืน 

 

“แล้วคนที่ส่งไปแฮกระบบโรงงานละ” 

 

“ส่งไปละ พวกมันตั้งเวลาเอาไว้ให้เริ่มทำงานวันพรุ่งนี้กัน รับรองว่าภายในเวลาสองสามวันบรรลัยกันแน่นอน” 

 

“อย่าให้รั่วนะมึง เรื่องนี้รั่วรับรองว่าตายหนังเขียดแน่นอน” 

 

“แต่ถ้าไม่ทำบริษัทก็เจ๊ง แล้วจะตายยิ่งกว่าเดิมอีกนะมึง” 

 

“เอาวะ ทำก็ทำ ยังไงก็เริ่มไปแล้ว ถอยตอนนี้ไม่ได้แล้วนี่” 

 

“เอาน่าอย่ากลัวไปเลย กูเช็คแล้วรอบนี้ไม่มีกล้อง แล้วคืนนี้อากาศก็ปิด กล้องดาวเทียมไม่เห็นหรอก” 

 

********************* 

 

“ได้เรื่องละนายอั้ม ไม่น่าเชื่อว่าประเทศกำลังวุ่นวายแบบนี้ยังจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย” 

 

“มีอะไรครับพี่ยุทธ์” 

 

“บอกไปนายต้องไม่เชื่อแน่ๆ ผลของฝุ่นในอากาศเกิดจากคนทำ” 

 

“มันก็ปกติอยู่แล้วที่จะมีคนทำนี่ครับ ลมคงไม่พัดทรายจากซาฮาร่ามามาถึงประเทศไทยหรอกครับ” 

 

แน่ละว่าประเทศไทยไกลจากทะเลทรายซาฮาร่าขนาดนี้ยังไงลมก็ไม่สามารถพัดพายุทรายมาถึงประเทศไทยได้แน่ๆ แม้ว่าทะเลทรายซาฮาร่าจะขยายตัวเป็นพื้นที่แห้งแล้งอันดับหนึ่งของโลกแทนที่ทวีปแอนตาร์กติกา และ อาร์กติก ที่หดตัวลงตามสภาวะอากาศของโลกที่ร้อนขึ้น 

 

คนทั่วโลกตระหนักถึงภาวะโลกร้อนมาตั้งแต่เมื่อกว่าร้อยปีก่อนแล้ว ประเทศไทยเองก็ออกกฏห้ามใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่เมื่อแปดสิบปีก่อน รวมทั้งขึ้นภาษีรถเก่าด้วยอัตราที่สูงลิ่วอย่างกับปล้นประชาชน ทั้งที่ในยุคนั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หุ้นตกแบบดิ่งลงเหว โจรขโมยระบาดยิ่งกว่ายุงในคลองน้ำเน่า แล้วยังมีการเกิดโรคระบาดซ้ำไปทั่วโลก ประชาชนต้องใช้ชีวิตอย่างขวัญผวา หาได้ไม่พอยาไส้ก็ต้องไปโปะจ่ายภาษีที่พุ่งขึ้นไม่มีหยุด  

 

“เดี๋ยวปั๊ดโบกเลย ที่บอกว่ามีคนทำหมายถึงเจตนาทำให้อากาศเสียต่างหากโว๊ยบักห่านี่” 

 

“อ้าว ก็ไม่พูดในหมดตั้งแต่แรกนี่ครับ ผมผิดตรงไหนเนี่ย ว่าแต่ใครมันทำครับ แล้วทำไปทำไมในเมื่อมันก็ต้องหายใจร่วมกับเราเหมือนกัน” 

 

“มันคือบริษัทขายเครื่องฟอกอากาศไง” 

 

“งั้นก็ตบให้เกรียนแตกไปเลยซิครับ จะเอามันไว้ให้รกแผ่นดินทำไม” 

 

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจไปเหอะ ป่านนี้ก็ไปจับละมั้ง…. ว่าแต่เรากำจัดอลงกรณ์และครอบครัวมันได้หมดแล้วนายจะยุติสัญญาเลยก็ได้นะ มันคงไม่มีอะไรแล้วละ” 

 

หลังจากที่ประยุทธ์ประชุมเสร็จในวันหนึ่งหลังจากผ่านการปะทะกับอลงกรณ์มาแล้วเกือบสัปดาห์ก็ได้พูดกับอั้มในระหว่างช่วงพักทานอาหารเย็น  

 

“ไม่ได้ครับพี่ยุทธ์ สัญญาก็ต้องเป็นสัญญากันซิครับ ยังเหลือเวลาตั้งห้าเดือนกว่า นี่ผมยังทำงานไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ตามสัญญาเลยนะ” 

 

“ไม่ต้องกลัวได้ตังไม่ครบหรอกน่า ผมจ่ายเต็มแน่นอน เคยเห็นนายกรัฐมนตรีโกงประชาชนหรือไง” 

 

“ผมมั่นใจว่าท่านจ่ายครบแน่นอนครับ ที่ผ่านมานายกบ้านเรามีแต่คนใจซื่อ มือสะอาด มากความสามารถกันครับท่าน แต่ผมก็ไม่อยากเอาเปรียบไง อีกอย่างยังมีงานอื่นให้ทำอีกเยอะครับ” 

 

“หือ นายจะทำอะไรละ แล้วไม่ออกไปเป็นดาราหรือไง ได้ข่าวว่าหยุดสามวันก่อนเดินสายแทบไม่ทันเลยนี่” 

“ผมต้องการให้ท่านเปิดโครงการพัฒนายุทธโธปกรณ์แบบพิเศษครับท่าน” 

 

“แผนกพัฒนาเราก็มีอยู่แล้วนะ แล้วมันพิเศษยังไงละนายอั้ม” 

 

ประยุทธ์กล่าวด้วยความสงสัย เพราะประเทศไทยนั้นมีศูนย์พัฒนาอาวุธของตัวเองอยู่แล้ว แถมยังสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าไปกว่าหลายประเทศแล้วด้วย ผลสัมฤทธิ์ก็เกินกว่าเป้าในทุกๆ ปีด้วย 

 

“ก่อนผมจะตอบ พี่ลองหักไม้เสียบลูกชิ้นนี้ก่อนครับ” 

 

เป๊ะ……. 

 

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นายอั้ม ก็แค่ไม้ไผ่ธรรมดา” 

 

“ใช่ครับ นั่นแค่ไม้เสียบลูกชิ้นที่ทำจากไม้ไผ่ธรรมดา งั้นพี่ลองดูนี่นะครับ” 

 

อั้มหยิบไม้เสียบลูกชิ้นขึ้นมาทั้งห่อ ซึ่งเขาซื้อมาจากร้านใกล้ๆ สภา แล้วเขาก็หยิบขึ้นมาหนึ่งไม้ แล้วเขียนอักขระเสริมแกร่งต่อหน้าประยุทธ์  

 

“ประทับ!” 

 

อักขระสีทองลอยหายลงไปที่ไม้เสียบลูกชิ้นในมือของอั้ม โดยที่ประยุทธ์ก็นั่งมองตาแป๋วเหมือนเด็กกำลังดูการ์ตูนไม่มีผิด 

 

“พี่ยุทธ์ลองหักดูอีกทีครับ” 

 

“ได้ เอ๊ะ….อึ๊บ….” 

 

เป๊ะ…… 

 

“เป็นไงบ้างครับพี่ยุทธ์” 

 

“ผมรู้สึกว่ามันแข็งและเหนียวขึ้นมาก ต้องออกแรงมากกว่าเดิมเยอะกว่าที่จะหักมันได้ อั้มเล่นมายากลเหรอ” 

 

“อย่าเรียกมายากลเลยครับ เรียกเมจิกดีกว่า” 

 

“เวทมนตร์งั้นเหรอ นี่ซินะ ความลับความเหนือมนุษย์ของนาย” 

 

“ใช่ครับ ถึงจะไม่ทั้งหมดก็เถอะนะ แต่มาคุยเรื่องงานต่อดีกว่า พี่ยุทธ์คิดว่าไงถ้าผมจะทำแบบเมื่อกี้ให้กับชุดเกราะ ยานรบ รถถัง ของทางกองทัพ” 

 

“ถ้าได้แบบนี้ก็ดีซิ กำลังการรบของเราจะเพิ่มขึ้นอีกมากเลยละ ยิ่งมีโอกาสทำสงครามอวกาศด้วยยิ่งน่าทำ” 

 

ประยุทธ์ทำตาเป็นประกายในทันที สำหรับนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารมาก่อนอย่างเขาย่อมเห็นความสำคัญของการมีอาวุธป้องกันประเทศเป็นพิเศษมากกว่ารัฐบาลที่มาจากนักการเมืองทั่วไป แล้วยิ่งใกล้จะมีสงครามแบบนี้ยิ่งควรยกระดับกองทัพ 

 

“แต่บอกไว้ก่อนนะว่างานนี้ผมไม่ทำให้ฟรี หรือ รับเงินเดือนเท่าเดิมแน่ๆ ถ้าจะให้ได้ของดีก็ต้องลงทุนหน่อยนะครับ” 

 

“ไม่ใช่เรื่องปัญหา เพราะนี่ก็นอกเหนือสัญญาจ้างเดิมอยู่แล้ว ว่าแต่จะให้ไปสร้างโรงงานที่ไหนละ หรือจะเอาโรงงานเดิมของกองทัพ” 

 

“ผมว่าจะทำในนามเอกชนนะ โดยให้ทางกองทัพมาจ้างผมอีกที โดยว่าจะใช้ที่ที่พี่จะให้ผมตามสัญญานั่นแหละ แล้วไหนๆ แล้วว่าจะขอเบิกค่าแรงล่วงหน้าเลยครับ” 

 

“เห็นไหม สุดท้ายผมก็ต้องจ่ายให้ก่อนอยู่ดีแหละ แค่ไม่ได้เลิกสัญญาแค่นั้นเอง ฮ่าๆๆ” 

 

อั้มตั้งใจว่าจะยกระดับความปลอดภัยของยุทโธปกรณ์ให้ทหารเสียหน่อย เพราะขนาดยานแบล๊กโฮล์ที่อัดเกราะไปเต็มเหนี่ยวยังพรุน หากโลกโดนไนท์เวเดอร์บุกจริงๆ ก็คงจะตายกันเป็นเบือแน่ๆ  

 

“เอางี้ละกันนายอั้ม นายบอกรูปแบบที่ต้องการมาเดี๋ยวพี่ให้คนไปจัดการให้โดยใช้ค่าแรงของนายเอง แล้วหากไม่พอเดี๋ยวจะช่วยออกให้ก่อนโอเคไหม” 

 

“ได้ครับ ออ แล้วเรื่องฝุ่นที่พวกนั้นปล่อยเดี๋ยวผมจัดการให้” 

 

“ทางกรมควบคุมมลพิษเปิดใช้เครื่องฟอกอากาศเมืองแล้ว สักอาทิตย์เดี๋ยวก็หมด ไม่ต้องไปสนใจอะไรหรอก” 

 

“เปลืองพัลงงานประเทศน่าพี่ยุทธ์ อีกอย่างผมจะได้แก้ข้อครหาเรื่องทำลายทรัพย์สินของชาติที่ไปต่อยเกราะยานพังแบบนั้นด้วย” 

 

“ไม่ยากครับผมก็แค่…..” 

 

โครมๆๆๆๆ……… 

 

อั้มยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงดังขึ้นมาขัด เป็นเสียงเหมือนมีอะไรพักเสียหายเป็นระยะมาจากไกลๆ แล้วใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้อั้มชะงักการพูดแล้วหันไปดูต้นเหตุของเสียงที่ดังขึ้นมาขัดความสงบในเย็นวันนี้  

ความคิดเห็น