newkitjk

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ภายใน 10 วินาที

ชื่อตอน : บทที่ 3 ภายใน 10 วินาที

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 34

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ภายใน 10 วินาที
แบบอักษร

  “ สำหรับวันนี้จะไม่มีการเรียนการสอนนะ แต่ว่าจะมีการแข่งระดับห้องแทน ครูไปจับรายชื่อมาให้แล้วล่ะ เจอกับห้องที่ 15 ขอให้คนที่ถูกเรียกชื่อก็ช่วยไปสู้ที่โดมของโรงเรียนด้วยเน้อ ~ “  

วันที่ 2 ของการเรียน ยูยะกับทาคาโอะตื่นสายกันทั้งคู่ กว่าจะมาเข้าห้องเรียนทันก็ปาไป 9.30 แล้ว ทีแรกพวกเขาคิดว่าจะโดนทำโทษหรืออะไรซะอีก ที่ไหนได้อาจารย์คุโรโกะกลับกลายว่ามาเข้าห้องตั้ง 10 โมงกว่าๆ ทำให้พวกเขารอดตัวไปอย่างฉิวเฉียด  

“ ทาคาโอะ ยูยะคุงเน้อ ~ “  

“ ผม ? “ 

“ แม่นแล้ว คู่ต่อสู้ก็คาคุเบะ โนริน น่ะ ไปแสตนด์บายที่โดมได้เลย ป่านนี้คู่ต่อสู้คงรออยู่แล้วล่ะ เอ้อ แล้วก็ถ้าแข่งจบแล้วก็เลิกเรียนได้เลยนะ วันนี้ไม่มีอะไรจะสอนแล้วน่ะ ครูขอตัวล่ะนะ ~ “  

เป็นอาจารย์ที่ทำตัวไม่ค่อยจะสมกับเป็นอาจารย์เสียเท่าไร ขนาดนักเรียนต้องไปลงแข่งยังไม่มาสนใจ แถมยังเอ่ยปากบอกอีกว่าเสร็จแล้วก็เลิกเรียนไปเลย ยูยะได้แต่นึกว่า กว่าเขาจะจบปี 2 นี้เขาจะได้เรียนหรือได้ความรู้สักเรื่องติดตัวบ้างหรือเปล่า  

“ โชตะ ไอ้การแข่งห้องนี่มันคืออะไรอะ ? “  

“ เป็นการแข่งที่ ผอ.จัดขึ้นมาเองน่ะ จะสุ่มตัวแทนของแต่ละห้องมาลงแข่งประชันฝีมือกัน เห็นว่าทำไปเพื่อสร้างสัมพันธภาพทางด้านมิตรภาพน่ะ แต่ฉันว่ามันไม่เห็นจำเป็นเลย ยังไงก็ชนะให้ได้ละกันนะ “  

“ แล้วคู่ต่อสู้ฉันเป็นใครล่ะเนี่ย ? “  

“ ไม่รู้สิ ชื่อนี้ฉันไม่คุ้นเลยอะ ไม่น่าจะเป็นคนเก่งหรอกมั้ง “  

“ เอ่อ… “  

ระหว่างที่ยูยะกับโชตะกำลังพูดคุยกันอยู่ หญิงสาวที่เป็นเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งในชั้นก็พูดแทรกออกมา  

“ ถ้าเป็นเรื่องข้อมูลละก็ ฉันช่วยได้นะคะ… “  

“ จริงอะ !? “  

ยูยะถึงกับทำตาโตขึ้นมาทันที  

“ คาคุเบะ โนริน ปี 3 คลาส A เข้าเรียนปีแรกก็ได้อยู่คลาส B เพียงแต่ว่าดันไปพลาดท่าตอนปี 2 ทำให้ตัวเองต้องอยู่คลาส A จนถึง 2 ปี เรื่องฝีมืออยู่ในระดับดี ถึงแม้ว่าจะไม่เคยติดท๊อป 10 แต่ก็เป็นคนที่ทำคะแนนสอบได้ท๊อป 50 เลยค่ะ วาร์ฟที่ใช้ก็ เป็นหมอกสีขาวเอาไว้ ตัดวิสัยทัศน์ของอีกฝ่ายทำให้มองไม่เห็น แล้วค่อยจู่โจมเข้าไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ส่วนเรื่องวาร์ฟเซคันด์ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฝ่ายนั้นเขายังใช้พลังไม่ได้ถึงขั้นนั้น “  

“ รู้ละเอียดจังเลยน๊า เธอเนี่ย “  

“ ก็เราอยู่ห้องเดียวกันนี่คะ มีอะไรช่วยเหลือได้ก็ยินดีที่จะช่วยเต็มที่เลยค่ะ “  

ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและเสียงหัวเราะ โชตะเห็นแบบนั้นก็เกิดรู้สึกหมั่นไส้ยูยะขึ้นมากตงิดๆ ก็เลยจับคอเสื้อลากตัวยูยะออกมาจากบทสนทนา  

“ เอ้าๆ ไปโดมกันเหอะ ยูยะ “  

“ อ๊อก! มันเจ็บนะเฟ้ย!! “  

โชตะไม่สนใจเสียงของยูยะ แต่กลับลากแรงขึ้นกว่าเดิน จนยูยะแทบจะหายใจไม่ออก  

“ พวกเราก็ไปกันเถอะค่ะ คุณโคโคโระ “  

จินามิส่งเสียงเรียกหญิงสาวที่นั่งกอดอกเงียบๆอยู่ภายในห้องให้เดินตามตัวเธอมา  

“ …อืม “  

  

“ มาแล้วเหรอพวกห้อง 29 ? “  

พอยูยะกับโชตะแล้วก็คนในห้องอีก 2 คนเปิดประตูโดมเข้ามา ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนรอบนสนามใจกลางโดมด้วยท่าทางเซ็งๆ  

“ อ่า พวกเธอห้อง 29 ใช่ไหม ? ใครเป็นคนลงแข่งล่ะ ? “  

“ ผมครับ “  

มีชายสูงอายุตัวใหญ่ที่ท่าทางจะเป็นอาจารย์เดินเข้ามาหาพวกเขา แล้วยูยะก็ตอบคำถามกลับไป 

“ คนที่แข่งให้ไปที่กลางสนามได้เลย ส่วนคนอื่นๆ ก็ขึ้นไปนั่งดูที่อัฒจรรย์นะ “  

โชตะพยักหน้า แล้วเดินนำขึ้นไปนั่งบนอัฒจรรย์ที่ยังว่างอยู่พร้อมๆกับอีก 2 คนที่เหลือ  

“ สู้เขาละ ยูยะ ! “  

“ โอ้! “  

ยูยะชู 2 นิ้วที่แสดงถึงความมั่นใจออกมา  

“ ห้อง 15 นี่คนเยอะน่าดูเลยนะคะ “  

“ นั่นสิ..สัก 30 คนน่าจะได้ล่ะมั้ง “  

อีกฝั่งหนึ่งของอัฒจรรย์มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงนั่งอยู่กันเป็นกลุ่มเต็มไปหมด ดูแล้วน่าจะเป็นคนของห้อง 15 กันหมดทุกคนเลย  

“ แนะนำตัวกันหน่อย ฉันคาคุเบะ โนริน เห็นว่าเป็นรุ่นน้องจะยอมออมมือให้ละกันนะ “ 

หญิงสาวกล่าวทักทายแล้วพูดจาเหมือนดูถูกยูยะอยู่  

“ ทาคาโอะ ยูยะครับ ส่วนเรื่องออมมือน่ะไม่จำเป็นหรอกนะครับ จัดมาเลยเต็มที่ “  

“ ขอให้เก่งอย่างปากว่าละกันนะจ้ะ “  

เมื่อพูดคุยเสร็จยูยะกับโนริน ก็เดินถอยจากที่ตัวเองยืนกันไปสักประมาณ 5 ก้าว 

“ พร้อมหรือยัง ? “  

อาจารย์ผู้เป็นกรรมการเดินมาตรงกลางสนามแล้วพูดถามพวกเขา 

“ ค่ะ “ 

“ ครับ “  

*ปรี๊ด*  

เสียงนกหวีดดังขึ้นหนึ่งรอบ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว  

“ เปิดก่อนได้เปรียบล่ะนะ ! “  

มีหมอกสีขาวลอยมา แล้วก่อตัวกลายเป็นรูปดาบอยู่ที่มือขวาของโนริน  

“ เอาหมอกมาทำแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย เท่ชะมัด !? “  

ยูยะเอาแต่ดีใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง  

“ เอาล่ะนะ! “  

โนรินพุ่งตรงมาแล้วเล็งปลายดาบให้ฟันไปโดนแขนขวาของยูยะ และแน่นอนว่าเขาหลบไปอย่างฉิวเฉียดพอดี  

“ เอาดาบอากาศแบบนั้นมาใช้ จะได้ผลเหรอครับรุ่นพี่ ? อุ๊.. “  

เลือด…  

ถึงแม้ว่ายูยะจะหลบได้พ้นพอดี แต่ว่าแขนขวาของเขากลับมีรอยบาด ที่เหมือนกับโดนใบมีดเฉือนอยู่จนเลือดไหลไม่หยุด  

“ ดาบหมอกเล่มนี้นะ ไม่ใช่ดาบอากาศหรอกนะ ด้วยพลังของวาร์ฟจะปรับเปลี่ยนให้มันคมยิ่งกว่าใบมีดเสียอีก แถมเมื่อกี้นายคิดว่าหลบพ้นใช่ไหมล่ะ คิดผิดเลย ดาบหมอกนี้น่ะมันก็เปรียบเสมือนอากาศที่ล่องลอยไปเฉือดเฉือนคู่ต่อสู้นั่นแหละ! “  

โนรินพูดโม้อธิบายสาธยายสารพัดเพื่อให้ยูยะเกรงกลัวต่อเธอ 

“ …งงครับ “  

แต่ผลตอบรับกลับกลายจากหัวเป็นก้อยซะงั้น  

“ กะ…กวนนักนะ!! “  

ดูท่าความที่เข้าใจอะไรต่ออะไรยากของยูยะ จะไปทำให้โนรินเกิดอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าตัวก็เลยวิ่งไล่ฟันยูยะแบบไม่คิดชีวิต  

“ เฮ้ เฮ้ ฟันแบบนั้นมันจะโดนผมเหรอน่ะ ? “  

“ นะ หนวกหู! “  

อย่างที่ยูยะพูด ตอนนี้โนรินฟันแบบมั่วซั่วไม่มีการปรับวิถีดาบหรืออะไรเลย  

“ นายน่ะ ทำไมถึงไม่ยอมเอาวาร์ฟออกมาใช้ล่ะ เห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงหรือไง !? “  

“ หืม… ก็มันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องใช้นี่นา “  

“ จะดูถูกกันเหรอ…!!! “  

คราวนี้โนรินเดือดขึ้นมากกว่าเดิม ส่วนการฟันดาบของเธอก็ยังมั่วซั่วเหมือนเดิม ขนาดคนที่ไม่เคยเรียนวิชาดาบอย่างยูยะ ยังดูออก แต่การเคลื่อนไหวของเธอนั้นกลับพลิ้วไหวต่างกับวิถีดาบมาก ถึงอย่างไรยูยะก็ยังคาดเดาการเคลื่อนไหวนั้นออก จึงสามารถหลบได้อย่างแม่นยำ 

“ ไม่ไหวๆ จะให้ผมสู้กับคนแบบนี้เปลืองแรงเปล่าๆแน่ๆ “  

“ ว่าไงนะ..! “  

ยูยะจงใจให้โนรินอารมณ์เสียขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาดูแต่ละคนออกว่าแต่ละคนเป็นแบบไหน เขาผ่านการต่อสู้กับคนจริงๆมาแล้วหลายคน โดยเฉพาะคนที่จะเสียสมาธิง่ายๆกับการยั่วโมโหแบบนี้แหละ ที่ยูยะเจอมาบ่อยมากที่สุด  

 “ การต่อสู้นี้ดูแปลกๆนะ… “  

“ นั่นสิคะ อะไรจะโกรธได้ขนาดนั้น “  

“ ไม่ใช่ ฉันหมายถึงยูยะ แม้ว่าฉันจะเห็นหมอนั่นต่อสู้ แค่ครั้งเดียว แต่ฉันก็ดูออกนะว่า อย่างโนริน โนรินน่ะ ไม่ใช่คู่มือของหมอนั่นหรอก “  

“ งั้นเหรอคะ… “  

“ บางทีหมอนั่นคงจะมีแผนอะไรแน่ๆ “  

อย่างที่โชตะพูด ตอนนี้ที่ยูยะจงใจให้โนรินอารมณ์เสียแบบสุดๆ ก็เพื่อให้สำเร็จตามแผนที่เขาวางไว้ เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลา เขาก็เลยถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ  

“ หมดเวลาเล่นแล้วล่ะ ! “  

หลังจากที่หญิงสาวถึงขีดจำกัดของอารมณ์ก็หยุดการโจมตีลง  

“ ฉันจะปิดฉากภายใน 10 วินาทีหลังจากนี้ให้ดู “  

ดาบหมอกสีขาวในมือขวาของโนรินสูญสลหายไปอากาศ แล้วรอบๆ สนามของโดมก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวทึบ ไม่สามารถมองทะลุได้ หมอกแพร่ขยายไปส่วนที่เป็นสนามเท่านั้น ไม่ได้ลามไปถึงส่วนของผู้ชม เพราะว่าโดมมีระบบป้องกันพิเศษ ทำให้พลังของวาร์ฟไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาพื้นที่ของผู้ชมได้  

“ ท่านพี่โนรินเอาจริงแล้วสินะ “  

“ ฮ่า ฮ่า พวกแกแพ้แล้วล่ะเจ้าพวกห้อง 29!!! “  

“ ยอมรับความพ่ายแพ้ไปซะ!!! “  

มีเสียงหัวเราะเยาะต่างๆนาๆ จากฝั่งห้องนักเรียนห้อง 15 ส่งมายังพวกโชตะที่กำลังนั่งดูอยู่  

“ ชิ… มองอะไรไม่เห็นเลย “  

“ ภายในหมอกนั้นไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ค่ะ ยกเว้นซะจากเจ้าตัวเอง “  

“ …ยูยะ “  

ทางฝั่งโชตะก็ได้แต่ภาวนาให้ยูยะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้  

“ อ๊ะ หมอกจางลงแล้วค่ะ !! “  

เวลาผ่านไป 10 วินาทีอย่างที่โนรินว่า หมอกสีขาวก็ค่อยๆจางลงแล้วก็ลดลงจนแทบจะหายไปหมด  

“ ยูยะ!! “  

เสียงโชตะตะโกนออกไป  

“ ท่านพี่โนรินชนะอยู่แล้ว “ 

“ ช่ายๆ เราชนะแล้ว “  

“ วินเนอร์ วินเนอร์!! “  

ระหว่างที่หมอกกำลังค่อยๆจางหายไป ทั่วทั้งโดมต่างก็มีเสียงเชียร์ของนักเรียนฝั่งห้อง 15 เต็มไปหมด  

“ ….. “  

พอหมอกเริ่มมองเห็นข้างในแล้ว เสียงก็เงียบลง  

ภายในหมอกนั้นก็ปรากฏรูปร่างคน 2 คนอยู่ ซึ่งคนหนึ่งอยู่ในท่ายืน ส่วนอีกคนหนึ่งอยู่ในท่าสลบไม่ได้สติ เนื่องจากหมอกยังจางหายไปไม่หมด ทำให้มองเห็นคนเป็นเพียงเงาลางๆเท่านั้น หน้าก็ไม่เห็น ทำให้ผู้คนทั่วทั้งโดมต่างก็ลุ้นกับตัวจริงของคนที่กำลังยืนอยู่ 

จนกระทั่ง…. 

“ ฮู้ว กว่าหมอกจะหายไป เล่นซะมองอะไรไม่เห็นเลย “  

มีเสียงคนหนึ่งพูดออกมาจากภายในหมอกที่ค่อยๆหายไป และคนๆนั้นก็คือ..  

“ ยูยะ!!!!! “  

“ คุณทาคาโอะ!! “  

คนที่ยืนอยู่ก็คือยูยะ ส่วนคนที่นอนสลบอยู่ตรงพื้นก็คือโนริน โนรินนั่นเอง โชตะกับจินามิดีใจที่ยูยะไม่เป็นอะไรจึงรีบลงจากที่นั่ง แล้ววิ่งอ้อมไปหายูยะทันที 

                “ ปะ เป็นไปได้ไง!! “  

“ มันเกิดอะไรขึ้น !? “  

“ ยังไงก็รีบไปช่วยท่านพี่โนรินกันก่อนเถอะ!! “  

และแน่นอนว่าทางฝั่งของห้อง 15 เองก็วิ่งลงมาช่วยเหลือโนรินที่กำลังนอนสลบอยู่เช่นกัน  

“ ทำเอาใจหายใจคว่ำหมดเลยนะแกเนี่ย “  

โชตะตบไหล่ยูยะไปรอบนึง  

“ สุดยอดเลยนะคะ ห้องเราชนะแล้ว!! “  

ส่วนจินามิเอากุมมือของยูยะแล้วกระโดดโลดเต้นไปมา  

“ เดี๋ยวฉันต้องมาเอาคืนแทนท่านพี่โนรินแน่ คอยดูเถอะเจ้าพวกชั้นต่ำ!! “  

ชายคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มห้อง 15 ก็เดินมาพร้อมชี้หน้าใส่ยูยะ  

“ เล่นเรียกซะชั้นต่ำเลยแฮะ “  

“ ช่างเถอะฉันไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว “  

“ ไร้มารยาทจริงๆเลยค่ะ “  

แต่ว่าทั้ง 3 ก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย  

“ จะว่าไปอยู่ในหมอกทึบที่มองอะไรไม่เห็นเลยแบบนั้น นายเอาชนะยัยนั่นได้ยังไงน่ะ ใช้วาร์ฟโจมตีสินะ ? “ 

“ เปล่า ไม่ได้ใช้วาร์ฟเลย ใช้มือเปล่าๆนี่แหละ “  

“ หะ!? มือเปล่าๆอีกแล้วเหรอ แล้วทำได้ยังไงล่ะเนี่ย อย่าบอกนะว่าตุ้ยท้องยัยนั่น !? “  

“ ใช่ที่ไหนล่ะ สันมือต่างหาก “  

“ แค่สันมือก็ทำให้คนสลบได้แล้วงั้นเหรอเนี่ย !? “  

“ ก็นี่ไง ฟังนะ นายเองก็เคยได้ยินมาอยู่ใช่ไหมล่ะ พวกที่ใช้พลังวาร์ฟสายแอเรีย(ควบคุมพื้น)เนี่ย เวลาใช้พลังแบบวงกว้าง ร่างกายก็จะบางลง ทำให้การโจมตีร่างกายโดยตรงได้ผลมากขึ้นไง “  

“ นี่นายคาดการณ์ไว้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แล้วทำอีท่าไหนถึงไปประชิดตัวได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าหลับตาแล้วสับๆมั่วๆโดนน่ะ “  

“ เสียง “  

“ เสียงเนี่ยนะ ? “  

“ หลังจากที่หมอกคลุมปุ๊บ ฉันก็รู้เลยว่าให้ตายยังไงก็มองยัยนั่นไม่เห็นหรอก แล้วหลังจากนั้นยัยนั่นก็โม้นู่นโม้นี่ในหมอกซะเยอะแยะเลย ฉันก็เลยใช้หูฟังเสียงเอาน่ะ เล่นโม้ซะยาวเหยียดเลยยิ่งฟังได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม พอใกล้ถึงระยะฉันก็เลยใช้สันมือตบไปที่คอ แต่ว่ายัยนั่นบอบบางกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย ทีแรกกะว่าจะให้แค่ชาแล้วยอมแพ้ไปเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นสลบไปซะงั้น “  

“ โอ้โห นายนี่เป็นคนหรือเปล่าเนี่ย ? “  

ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว คนปกติไม่มีใครเขาจะทำกันถึงขนาดนี้หรอก การฟังเสียงแล้วจู่โจมคู่ต่อสู้อย่างนั้น หากไม่ใช่คนระดับสปายหรือมือปราบจริงๆละก็ จะไม่สามารถใช้เทคนิคกันได้ง่ายๆด้วยซ้ำไป 

“ เอาล่ะ ฉลองซะหน่อยละกัน ไปหาไรกินข้างนอกกันเถอะ ไหนๆอาจารย์คุโรโกะก็บอกแล้วด้วยว่าแข่งเสร็จจะเลิกเรียนเลยก็ได้! คุณฮาคาว่าจะไปด้วยกันไหม ? “  

“ อ๊ะ ขอโทษค่ะ อยากไปนะคะแต่ว่าฉันขอกลับไปทำข้อมูลที่หอต่อดีกว่า ไม่ลองชวนคุณโฮกะดูหน่อยเหรอคะ ?“  

“ ฮะฮะ รายนั้นชวนก็คงไปไม่แน่ แถมความกล้าที่ผมจะชวนก็ไม่มีซะด้วย เอาเถอะ ไปกันเหอะยูยะ เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงเอง! “  

“ จริงดิ !? ไปโลด “ 

“ แต่ห้ามร้านเดิมนะ!! “  

“ อะ ไร กัน “  

เมื่อได้ยินคำนั้น ยูยะถึงกับทำสีหน้าสิ้นหวังเลยทีเดียว ถึงจะไปแค่ครั้งเดียวแต่ดูท่ายูยะจะติดใจร้านนี้เอามาก แต่หากไปละก็ คนที่จะต้องเสียเงินมหาศาลกลับต้องเป็นตัวโชตะซะเอง เขาก็เลยจำเป็นต้องเลี่ยงร้านนี้ออกไป 

“ อ๊ะ เสร็จแล้วเหรอคะคุณทาคาโอะ “  

“ ยูยะ… “  

พอเดินออกมาจากโดมของโรงเรียน ก็เจอกับลาเซียและคารินที่ยืนรออยู่ข้างนอกพอดี  

“ กึ๋ย… คาริน..เอลเซีย !? “  

พอยูยะหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ถูกหญิงสาวทั้งสองคนลากไม่ให้ไปไหน จับอยู่ตรงสวนดอกไม้ตลอดทั้งคืนจนตัวเองแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขาก็เกิดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมา 

“ มะ..มีอะไรเหรอ ? “  

“ แข่งเสร็จแล้วใช่ไหมคะ คือว่าดิฉันอยากจะชวนไปทานข้าวข้างนอกด้วยกันหน่อยน่ะค่ะ “  

“ ไปกับฉันดีกว่านะยูยะ เอลฟามาทีหลังแท้ๆ จะมาแย่งฉันทำไมล่ะ ? “  

“ แบบนี้เขาเรียกว่า ใครชวนก่อนได้เปรียบนะคะ! “  

“ แต่ฉันมาก่อนนะ ! “  

ในระหว่างที่ทั้งสองสาวกำลังส่งสายตาต่อสู้กันอยู่ ยูยะก็วิ่งหนีไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้  

“ คุณทาโอะ!! “  

“ จะหนีไปไหนน่ะ ยูยะ!! “  

“ เอ่อ… “  

ทั้งๆที่ยืนกันอยู่ 4 คนแต่คนที่ถูกลืมกลับเป็นโชตะ  

“ ยูยะก็หนีไปแล้ว ไปทานกับผมไหมล่ะครับ ผมว่างอยู่นะครับ ? “  

“ ไม่ล่ะค่ะ! “  

“ ถ้าไม่ใช่ยูยะละก็ ฉันไม่สนใจหรอกนะ! “  

โดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย  

“ รอก่อนสิค่ะ คุณทาคาโอะ!! “  

“ หนอยแน่ ยูยะไวนักนะ!!! “  

หญิงสาวทั้งสองก็รีบวิ่งไล่ตามยูยะไป ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเขาวิ่งไปทางไหน  

“ ฮึก…โลกนี้มันช่างโหดร้าย โดนผู้หญิงปฏิเสธแบบไม่ใยดีแบบนั้น มันช่างน่าเศร้าจริงๆ “  

โชตะถูกทอดทิ้งคนเดียวท่ามกลางหยาดน้ำตาที่ไหลริน  

“ เอ่อ… ถ้ายังไงก็ไปทานกับฉันก็ได้นะคะ “  

จินามิที่มองดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงเมื่อกี้ ก็เดินเข้ามาหาโชตะ 

“ …ครับ!! “  

“ เอ่อ..อย่าร้องไห้สิคะ มันทำให้ฉันดูไม่ดีน่ะค่ะ “  

แทนที่จะหยุดร้องไห้เพราะความดีใจ แต่โชตะกลับร้องไห้มากกว่าเดิมขึ้นมาซะงั้น หากคนที่ไม่ได้รู้สถานการณ์มาเห็นก็คงจะคิดว่า โชตะไปสารภาพรักจินามิแล้วโดนปฏิเสธกลับมาก็เลยเสียใจ อะไรประมาณนั้น  

 

 

                ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด     ผู้หญิงน่ากลัวที่สุด      

ยูยะวิ่งหนีขึ้นตึกเรียนเพื่อหลบหนีจากหญิงสาวทั้ง 2 แบบไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว สุดท้ายก็มาทางตันที่บนดาดฟ้าของตึกเรียนพอดี  

“ อ้าว “  

 “ ……. “  

จะเรียกว่าบังเอิญหรืออย่างไรดี บนดาดฟ้าตึกเรียนยูยะก็เห็นผู้หญิงคุ้นหน้ายืนพิงดูวิวอยู่ตรงริมดาดฟ้าพอดี 

“ เอ่อ.. โคโคโระ โฮกะ ใช่มะ ? “ 

“ …. “  

แต่หญิงสาวคนนั้นก็ไม่ตอบอะไร กลับทำเป็นไม่สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ  

“ คุณทาคาโอะคะ!!! “  

“ ยูยะ !!! “  

อยู่ๆ ยูยะก็ได้ยินผู้หญิงที่ไม่อยากจะได้ยินมากที่สุดขึ้นมา  

“ เอาไงดีฟะ “  

เขามองซ้ายมองขวาพยายามหาที่หลบ  

“ นี่เธอ มานี่หน่อย “  

เมื่อคิดได้แล้วว่าจะหลบที่ไหน เขาก็จับมือของโฮกะที่กำลังยืนชมวิวอยู่ มาหลบด้วยกันตรงบริเวณด้านกำแพงที่มีกั้นไว้ตรงตึกทางขึ้นมาชั้นบนพอดี 

“ …อื้อ จะทำอะไรฉันน่ะ ? “  

“ ชู่ ~ เงียบๆหน่อย “  

ยูยะเอามือปิดปากโฮกะให้เงียบไปก่อน  

“ แปลกจัง ก็เห็นวิ่งมาทางนี้นี่นา “  

“ หายไปไหนแล้วเนี่น ยูยะ !? “  

เขามองชำเลืองมองลาเซียและคารินที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่ด้วยความหวาดกลัว  

“ สงสัยไม่อยู่มั้ง “  

“ ไปตามหาที่อื่นกันเถอะ “  

เฮ้อ ~ 

พอฟังเสียงฝีเท้ากระทบกับบันไดเขาก็มั่นใจแล้วว่า ทั้งคู่คงเดินลงไปจากดาดฟ้าแล้ว เขาก็เผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา  

“ จ๊าก! “  

“ ไม่ยอมปล่อยสักทีนะ.. “  

ยูยะโดนโฮกะกัดมืออย่างแรง  

“ เจ็บชะมัดเลย โอ๊ย… “  

 “ คิก คิก .. “  

โฮกะมองหน้าของยูยะแล้วหัวเราะเบาๆออกมา  

“ อื๋อ ? “  

ยูยะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวกำลังแอบหัวเราะอยู่ ก็มองด้วยความแปลกใจ 

“ อะ อะไรล่ะ ? “  

“ เปล่า แค่แปลกใจน่ะ ว่าเธอก็พูดได้ หัวเราะได้เหมือนกับคนปกติเขา ก็เท่านั้นเอง “  

“ …ไม่ใช่ซะหน่อย “  

“ หืม ? “  

“ ฉันไม่ได้เป็นคนเก็บขนาดนั้นสักหน่อย ฉันก็แค่เข้ากับคนเยอะๆไม่เก่งน่ะ… ตลอดมาที่ฉันอยู่โรงเรียนนี้ฉันก็ไม่เคยมีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว..  “  

“ ..งั้นเหรอ ? “  

ยูยะนั่งมองโฮกะที่กำลังพูดอยู่ แล้วลุกขึ้น  

“ งั้นฉันจะเป็นเพื่อนให้เธอเอง!! “  

เขายื่นมือขวาให้ แต่หญิงสาวกลับลังเลที่จะจับมือเขาขึ้นมา 

“ หากกลัวที่จะเผชิญโลกภายนอก ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดีซี่!! “  

คำพูดนั้นทำให้โฮกะตาสว่างขึ้นมา 

“ นั่นสินะ… “  

แล้วเธอก็ยอมจับมือของยูยะ แล้วดันตัวเองขึ้นมาจากท่านั่ง 

“ ฉันทาคาโอะ ยูยะ เรียกว่ายูยะก็พอ ยินดีที่รู้จักนะเพื่อน !! “  

“ โฮกะ โฮกะ.. ถ้าไม่รังเกียจก็เรียกฉันว่า โฮกะนะ… ยินดีที่ได้รู้จัก “  

โฮกะรู้สึกแปลกๆกับการแนะนำตัว อันเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยแนะนำตัวแบบนี้กับใครมาก่อนเลย ก็ย่อมที่จะเกิดความเขินอายขึ้นมาบ้าง  

หลังจากนั้นทั้งยูยะกับโฮกะต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนความเห็นมากมาย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคุยกันยาวนาน แต่ยูยะกลับรู้สึกว่าเขาได้คุยกับพวกผู้หญิงมีความสุขจริงๆก็ครั้งนี้ เมื่อไปเทียบกับเมื่อคืนที่ได้คุยกับทั้งสองสาวแล้ว มันช่างต่างกันลิบลับ 

และโฮกะเองก็เช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยอย่างมีความสุขกับบุคคลคนที่เรียกว่า เพื่อน 

 

ความคิดเห็น