มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เงินเดือนของกระติ๊บ1

ชื่อตอน : เงินเดือนของกระติ๊บ1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 443

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เงินเดือนของกระติ๊บ1
แบบอักษร

แม้จะอยากหลบหน้าหลบตาเจ้านาย แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจต้องการ เพราะที่นี่เป็นที่ของเขา และเธอก็เป็นทั้งคนอาศัยและเป็นลูกน้องที่ต้องทำงานเพื่อรับเงินเดือนจากเขาด้วย ดังนั้น เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พลอยชมพูก็เดินลงมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับคนที่ได้กอดเธอไปฟรีๆ เมื่อคืน

“วันนี้ไปทำความสะอาดห้องพักนะ ไปกับลำดวน ให้ลำดวนช่วยสอนงาน แล้วอย่าถอดรองเท้าเดินอีกล่ะ”

พลอยชมพูเหลือบตาขึ้นจากชามข้าวต้มแล้วทำปากยื่น นี่เขากลัวว่าเธอจะซวยเดินไปเหยียบแก้วเป็นครั้งที่สองหรือไงนะ ใครมันจะซวยขนาดนั้นกันยะ ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วล่ะ หญิงสาวแอบมองค้อนคนสั่งงาน แต่ก็รับคำสั่งที่เขาบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดน้อยๆ

“ค่ะ”

“สัปดาห์หน้าต้องไปฉีดยาเข็มที่สอง”

มือที่จับช้อนอยู่ชะงัก แถมอยู่ดีๆ ก็อ่อนแรงลงจนช้อนหล่นจากมือร่วงไปอยู่ในชามข้าวต้ม พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นมองสบตาคนที่เพิ่งบอกข่าวร้ายให้เธอรับรู้

“ติ๊บไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องฉีดยาแล้วก็ได้” เสียงหวานสั่นเครือ อุบอิบบอกเบาแผ่ว สายตาดุของเขาทำให้เธอหวั่นใจ

“รีบๆ กินแล้วไปทำงานตามที่สั่ง สัปดาห์หน้าผมจะพาคุณไปฉีดยา”

ร่างสูงลุกเดินออกจากบ้านไปแล้ว คนที่ถูกกำหนดชะตาชีวิตว่าจะต้องไปฉีดยาเข็มที่สองในสัปดาห์หน้าแน่ๆ เบ้ปากทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ การถูกฉีดยามันเจ็บยิ่งกว่าเหยียบแก้วอีกนะ ทำไมเขาไม่เข้าใจ

 

 

“ทำหลังนี้อีกหลังเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ” ลำดวนบอกคนที่เข็นรถเดินตามมาจนถึงหน้าบ้านพักที่ต้องทำความสะอาดเป็นหลังสุดท้าย

“อ้าว! แล้วโซนทางโน้นล่ะคะ” พลอยชมพูหันไปมองบ้านพักอีกหลายหลังที่อยู่อีกทาง

“มีคนทำแล้วค่ะ บ้านพักตั้งยี่สิบหลัง ต้องช่วยกันหลายคนหน่อยค่ะ ไม่งั้นเสร็จไม่ทันลูกค้าที่จะเข้าเช็กอินช่วงบ่ายแน่”

“อ๋อ! ค่ะ...แล้วทำห้องนี้เสร็จแล้ว เราไปกินข้าวกันได้เลยใช่ไหมคะน้าลำดวน” พลอยชมพูถาม ขณะที่เดินตามลำดวนเข้าไปในห้อง เริ่มลงมือจัดเก็บตามขั้นตอนที่ลำดวนแนะนำและทำให้ดูมาหลายห้องแล้ว

“หิวแล้วเหรอคะ” ลำดวนถามยิ้มๆ มือก็จัดการดึงผ้าปูที่นอนขึ้นจากเตียง

“นิดหน่อยค่ะ” ก็จะไม่ให้เธอหิวได้อย่างไร เมื่อเช้าหลังจากที่พบรักบอกเธอว่าสัปดาห์หน้าต้องไปฉีดยาเข็มที่สอง เธอก็ตื้อไปหมด กินอะไรไม่ลง การกินข้าวมื้อเช้าน้อยเกินไป เลยส่งผลให้หิวเร็วกว่าปกติ

“งั้นก็เร่งมือช่วยกันนะคะ เสร็จแล้วเราไปกินข้าวที่ห้องครัวกัน”

“ค่ะ เอ่อ...น้าลำดวนคะ ติ๊บสงสัยอย่างหนึ่งค่ะ”

“อะไรหรือคะ”

“ที่นี่ไม่มีผู้จัดการรีสอร์ตหรือคะ คือตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ติ๊บเห็นคุณพบทำโน่นนี่เองทุกอย่างเลย”

“ก็คุณพบไงล่ะคะ คุณพบน่ะเป็นทั้งเจ้าของทั้งผู้จัดการ เธอทำเองทุกอย่าง ทำจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะไม่อยากมีเวลาว่างให้จิตใจต้องคิดเรื่องอื่นฟุ้งซ่าน” ลำดวนพูดไปด้วยทำงานไปด้วย พลอยชมพูที่กำลังเปลี่ยนปลอกหมอนอยู่ข้างเตียงอีกฝั่งเอียงคอทำหน้าสงสัย

“ฟุ้งซ่านเรื่องอะไรหรือคะ”

ลำดวนวางหมอนลงบนเตียงแล้วตบสองที ก่อนจะบอกเล่าไปเรื่อยด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเรื่องฟุ้งซ่านของพบรักนั้นมีอยู่เรื่องเดียว

“ก็เรื่องคุณสารภี ภรรยาของคุณพบน่ะสิคะ เฮ้อ! คุณพบน่าสงสารมากเลยนะคะ เมียตายตั้งเกือบสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้ใคร เธอคงยังคิดถึงคุณสาอยู่ คนเคยร่วมทุกข์กันมานานมาล้มหายตายจากไปก่อนจะได้ร่วมสุข เธอก็คงเสียใจมาก เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้” ลำดวนว่าแล้วถอนหายใจเบาๆ ลำดวนและสามีเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่รีสอร์ตเปิดให้บริการเมื่อสิบปีที่แล้ว จึงรู้จักสารภีและรู้เรื่องราวของเจ้านายดี

“น่าสงสารจัง แล้วคุณสาเธอเป็นอะไรคะถึงด่วนจากไปแบบนั้น”

“เธอเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวค่ะ ที่เธอตรวจพบก็เพราะตอนแรกคุณพบกับคุณสาวางแผนจะมีลูกกัน เลยพากันไปตรวจสุขภาพ แต่คุณสากลับตรวจเจอว่าเป็นโรคร้าย พอตรวจเจอปุ๊บ คุณพบเธอก็ดูแลเมียอย่างดี พาไปรักษากับคุณหมอในกรุงเทพ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เฮ้อ! คนเราตอนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็อยู่ได้สบายๆ แต่พอรู้ว่าเป็นก็มีแต่ทรุดลงทุกวัน สุดท้ายแล้วเธอก็จากไป ทิ้งคุณพบให้ดูแลที่นี่คนเดียว คุณพบก็เลยทำงานหนักมาตลอด เพื่อไม่ให้มีเวลาว่างคิดถึงคุณสา”

พลอยชมพูไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะตรงหัวเตียงตั้งแต่เมื่อไร หญิงสาวตั้งใจฟังสิ่งที่ลำดวนเล่า ในใจก็นึกสงสารคนที่ต้องทำงานหนักเพื่อให้ลืมความทรงจำโหดร้ายในอดีต เธอไม่รู้หรอกว่ามันหนักหนาแค่ไหน เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็ถูกรายล้อมด้วยคนที่รักและหวังดี มีทุกอย่างพร้อมสรรพ ชีวิตเพียบพร้อมอยู่ในครอบครัวอบอุ่น เธอไม่เคยรู้จักคำว่าสูญเสีย แต่ก็พอจะเข้าใจว่าการที่ใครสักคนที่เรารักและรักเราต้องจากไปคงจะเจ็บฝังใจไปนาน เพราะแค่เธอคิดว่า หากมีใครสักคนในครอบครัวเป็นอะไรไป หัวใจก็เจ็บหน่วงน้ำตาก็พานจะไหลแล้ว

“คุณพบน่าสงสารจัง แล้วคุณพบไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นหรือคะ แบบญาติสนิทที่ไปมาหาสู่กัน คอยให้กำลังใจกันน่ะค่ะ”

“ไม่มีหรอกค่ะ คุณพบเป็นลูกคนเดียว คุณพ่อคุณแม่ก็เสียหมดแล้ว ญาติคนอื่นก็ห่างๆ กันไป ทุกวันนี้เหมือนเธอทำงานหนักเพื่อไม่ให้มีเวลาคิดถึงคุณสา น้าก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนเข้ามาทำให้คุณพบมีชีวิตชีวามากกว่านี้ เธอจะได้หลุดพ้นจากอดีตสักที จะได้ยิ้ม หัวเราะได้เต็มเสียงเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง ไม่ใช่ทำงานหนักไปวันๆ เหมือนหุ่นยนต์แบบนี้”

พลอยชมพูนึกถึงใบหน้าตึงๆ ของเจ้านาย นึกถึงเสียงดุๆ ที่เขาใช้คุยกับเธอ เธอเพิ่งรู้ความจริงว่า ที่ไม่เคยเห็นเขายิ้มเต็มใบหน้าหรือหัวเราะเต็มเสียงก็เพราะสาเหตุนี้เองสินะ

 

 

“ติ๊บสัญญาว่าจะไม่โวยวาย จะไม่ร้องไห้ คุณพบสบายใจได้เลยนะคะ” พลอยชมพูบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าเธอก็จริงจังสุดๆ

พบรักเลิกคิ้วเข้มมองผู้โดยสารที่นั่งเคียงคู่อย่างแปลกใจ

“ก็ติ๊บจะไม่ทำให้คุณพบต้องหนักใจ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้นนะคะ ติ๊บอดทนได้ค่ะ” พลอยชมพูบอกเสียงใส ยิ้มหวานปานจะหยดเป็นการยืนยันว่าเขาเชื่อใจเธอได้แน่นอน

พบรักพยักหน้ารับกับสิ่งที่หญิงสาวบอก แม้จะนึกแปลกใจนิดหน่อยที่อยู่ดีๆ เธอก็มาสัญญิงสัญญาอะไรที่เขาไม่ได้ร้องขอ แต่ก็ดีเหมือนกัน หากเธอจะสงบนิ่ง แทนที่จะร้องไห้โฮเพราะกลัวเข็ม

แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล

“ฮึกๆ ฮือ! คุณพยาบาลทำเบาๆ นะคะ โอ๊ยๆ เจ็บค่ะเจ็บ ฮือ...” พบรักถอนหายใจเบาๆ เขาหลุบตามองคนที่ซบหน้าอยู่กับอกเขา และกอดเขาเอาไว้เสียแน่น ร่างบางสั่นน้อยๆ เขารับรู้ได้ถึงอาการเกร็งตัวของเธอในตอนที่พยาบาลจิ้มเข็มลงบนผิวเนื้อ

“เรียบร้อยแล้วนะคะ อีกหกเดือนมาฉีดเข็มที่สามนะคะ เข็มสุดท้ายค่ะ”

ใบหน้าที่แนบอยู่กับอกกว้างส่ายไปมา น้ำตานองหน้า

“ไม่ฉีดแล้ว เจ็บค่ะ” เสียงหวานเจือสะอื้นน่าสงสาร

พยาบาลเงยหน้ามองสบตาญาติผู้ป่วยยิ้มๆ พบรักค้อมศีรษะให้ และเอ่ยคำขอบคุณ เขารอกระทั่งคุณพยาบาลเดินออกไปจากห้องแล้ว จึงก้มลงมองคนที่ยังคงกอดเขาไว้แน่น

“ไหนใครบอกจะไม่ร้องไห้นะ”

พลอยชมพูผละหน้าที่เปียกปอนน้ำตาออกมาจากอกกว้าง ใช้หลังมือปาดน้ำตา เงยหน้ามองคนล้อเลียนด้วยสายตางอนๆ

“ก็ตอนแรกว่าจะไม่ร้องแล้ว ฮึกๆ แต่มันทนไม่ไหว มันเจ็บ ฮึกๆ คุณพบไม่ได้เป็นคนถูกฉีดยานี่ คุณพบไม่เข้าใจหรอก”

“เจ็บเท่ามดกัด แค่นี้ทำมาร้อง”

“มดกัดไม่เจ็บขนาดนี้หรอก ติ๊บเคยถูกมดกัดนะ ทำไมจะไม่รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน คุณพบน่ะเป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า มาโกหกเด็กทำไม”

คนถูกกล่าวหาว่าโกหกเด็กยิ้มในหน้า

“เด็กโข่งน่ะสิ”

พลอยชมพูสะอึกเมื่อถูกเขาว่า หญิงสาวยืดอก เชิดหน้าขึ้น มองเมินไปทางอื่น ปาดน้ำตาอีกสองที บอกเขาด้วยน้ำเสียงงอนๆ

“คุณพบไม่เป็นติ๊บคุณพบไม่มีวันเข้าใจหรอก คนเรามีเรื่องที่ทำให้เจ็บแล้วจำฝังใจทั้งนั้นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ฉีดเข็มสุดท้ายติ๊บคงไปฉีดที่กรุงเทพ เพราะถึงวันนั้นติ๊บคงกลับบ้านแล้ว คงไม่ได้รบกวนคุณพบอีกแล้วค่ะ”

หลังขับรถออกมาจากโรงพยาบาล บรรยากาศระหว่างสองหนุ่มสาวตึงเครียดมาตลอดทาง เพราะคนที่เคยพูดเจื้อยแจ้วกลับนั่งเงียบ ไม่ยอมปริปากพูดสักคำ พบรักชำเลืองมองเธออยู่เป็นระยะ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงรู้ว่าเขามอง แต่เธอทำเป็นไม่สนใจ ไม่พูดไม่จา น่าแปลกที่เขารู้สึกอึดอัดกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ ทั้งรู้สึกผิดที่ว่าจนทำให้เธองอนแบบนี้ ทั้งที่ปกติแล้วความเงียบเป็นอะไรที่เขาชื่นชอบ มันสงบและทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง แต่มาตอนนี้เขากลับอยากได้ยินเสียงใสๆ ถามโน่นถามนี่ และต่อล้อต่อเถียงเหมือนเคย

“แวะซื้อมันทิพย์ไหม” เมื่อไม่ชอบความเงียบที่แสนอึดอัด พบรักก็เลยเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงเสียเอง

“แวะค่ะ เอามันม่วงด้วยนะคะ” พลอยชมพูตอบโดยไม่หันไปมองหน้าเขา ใบหน้าเธอก็นิ่งเฉยไม่ยิ้มแย้ม ก็คนมันงอนไง แต่ก็อยากกินของอร่อย

พบรักจอดรถข้างทาง เขาหันไปถามเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ลงไปด้วยกันไหม เผื่อจะอยากได้อย่างอื่น”

“ไม่ค่ะ” พลอยชมพูตอบโดยไม่หันไปมองหน้าเขาเหมือนเดิม

แม้จะไม่พอใจที่เขาหาว่าเธอเป็นเด็ก แต่เรื่องกินเธอจะไม่เล่นตัว พลอยชมพูชะเง้อคอมองตามคนที่ลงไปซื้อขนมให้เธอ พอเห็นเขาจ่ายตังค์แล้วรับขนมถุงใหญ่มาจากแม่ค้าก็ตาลุกวาว ฉีกยิ้มแก้มแทบแตก แต่เมื่อชายหนุ่มผู้ลงทุนง้อเธอด้วยขนมกลับขึ้นมาบนรถ พลอยชมพูก็หุบยิ้มฉับ ปั้นหน้านิ่ง

“ผมซื้อมาเยอะกว่าคราวที่แล้ว กระติ๊บจะกินหมดไหม”

“ไม่รู้ค่ะ” หญิงสาวรับถุงขนมมาถือไว้ แล้วมองเมินออกไปนอกรถ กลิ่นหอมยั่วยวนของขนมมันทิพย์ทำให้หญิงสาวน้ำลายสอ ครั้นจะหยิบออกมากินก็กลัวว่าคนง้อจะได้หน้า พลอยชมพูเหลือบมองเขาเป็นระยะ เมื่อไรจะถึงรีสอร์ตสักที เธอจะได้แอบไปกินขนมนี่ให้พุงกางเลย

“ผมขอแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มหน่อยนะ”

“ค่ะ” คนนั่งเชิดหน้า หลังตรงตอบเสียงห้วนสั้น ต่อเมื่อเขาลงจากรถและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็รีบเปิดถุงขนมและหยิบขึ้นมาใส่ปาก แถมยังล้วงมาถือไว้ในมือหนึ่งลูก

“อื้ม...อร่อยที่สุด” พลอยชมพูหลับตาพริ้ม เคี้ยวขนมตุ้ยๆ เต็มปาก แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อประตูรถข้างคนขับที่เพิ่งปิดลงเมื่อครู่ ถูกเปิดออกกว้าง

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว กลับรีสอร์ตเลยแล้วกัน”

เมื่อถูกจับได้คาตาว่าแอบกินขนมทั้งที่ยังงอนอยู่ คนงอนจึงเกิดอาการเคอะเขิน ขนมเต็มปาก แก้มตุ่ยๆ และหน้าเหวอๆ ของเธอทำให้คนแอบจับผิดยิ้มเอ็นดู

“อร่อยไหม” พบรักถามหลังขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ และปิดประตูรถเรียบร้อย

พลอยชมพูรู้ว่าเขาแกล้ง หญิงสาวสะบัดค้อนวงใหญ่ ทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวขนมไม่หยุด

“หายงอนได้แล้ว ผมอุตส่าห์ซื้อขนมมาง้อแล้วนะ ไหนยิ้มหน่อยสิ” พบรักยื่นมือไปเขี่ยแก้มเนียนใสเบาๆ

พลอยชมพูเหล่ตามองคนง้อ หญิงสาวกลืนขนมลงท้อง แล้วขยับตัวหันไปมองหน้าเขา

“ถ้าอยากให้ติ๊บหายงอน คุณพบช่วยลงไปซื้อน้ำมาให้สักขวดสิคะ คือขนมติดคอค่ะ” พลอยชมพูยิ้มแหยๆ เธอยอมหายงอนก็ได้ เพราะถ้าขืนงอนต่อ ขนมคงติดคอตาย

พบรักเกือบหลุดขำออกมากับหน้าตาของหญิงสาว แต่เขาก็กลั้นเอาไว้ได้ ชายหนุ่มพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะลงจากรถไปซื้อน้ำมาให้เธอ

หลังจากคนงอนหายงอนแล้วเพราะได้ของกินถูกใจ บรรยากาศบนรถระหว่างทางกลับรีสอร์ตจึงมีชีวิตชีวาขึ้นมาก เสียงใสเจื้อยแจ้วพูดคุยไม่หยุด รอยยิ้มน่ารักระบายเต็มใบหน้าทุกครั้งที่พอใจสิ่งตัวเองพูด ทั้งเสียงหัวเราะกังวานใสเป็นธรรมชาติที่ดังขึ้นเป็นระยะ พลอยทำให้คนขับรถยิ้มและหัวเราะตามอย่างมีความสุข

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ

ความคิดเห็น