facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12 NC เบาๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 NC เบาๆ
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด 

บทที่ 12 

 

มือของวศินร้อนจนอวัศย์สะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสอยู่ตรงเอวเล็กของเขา ก่อนที่มันจะเลื่อนไปที่ซิปกางเกงแล้วรูดลงจนสุด ขอบกางเกงถูกดึงเบาๆจนเลื่อนต่ำเรื่อยลงจนหลุดพ้นไปจากเรียวขาพร้อมกับกางเกงชั้นใน ปากเรียวสุดปัญญาจะห้ามเมื่อวศินคลอเคลียด้วยจูบที่ไม่อาจผลักไส

“นะ นิดหน่อย”

เสียงอึกอักแผ่วเบาลอดออกมาเมื่อท่อนขาข้างหนึ่งถูกดึงแยกออกจนกลายเป็นนั่งคร่อมอยู่บนตักกว้างที่ปราศจากเสื้อผ้าห่อหุ้มเช่นกัน เนื้อตัวของอวัศย์วูบวาบไปหมดเมื่อร่องหลืบสัมผัสไปกับเอ็นร้อนโป่งพอง

“หน่อย อย่าเพิ่ง ระ เรายังไม่พร้อม”

พยายามดันไหล่หนาออกอย่างยากลำบากกว่าวศินจะยอมเลิกจูบ วศินสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

“พี่หมอก ทำไมล่ะ เราเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอ พี่หมอกไม่ต้องการผมเหรอ”

สีหน้าของอวัศย์แสดงถึงความหวาดหวั่นปนเปไปกับการหักห้ามใจด้วยความยากลำบาก

“มันเร็วไปนะหน่อย เราเพิ่งกลับมาเจอกัน ได้คุยกัน หน่อยให้เวลาเราอีกสักพักได้ไหม เราเตรียมใจไม่ทัน”

วศินนิ่งงัน มองเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ยังไม่มั่นใจในตัวเขานักแสดงออกมา ชายหนุ่มเข้าใจ แต่ว่า...

“โอ๊ย สวรรค์ล่ม”

พิงหลังไปกับพนักพิงของโซฟายาวพร้อมกับเงยหน้ารำพัน อวัศย์ถึงกับหัวเราะออกมา มือเรียวบีบแก้มของวศินทำนองหยอกล้อ

“น่า เราขอเวลาอีกสักนิด”

“ผมเข้าใจพี่หมอกนะ แต่ตอนนี้ผมจะทำยังไงกับไอ้เจ้านี่มันล่ะ”

อวัศย์ทำหน้าเหรอหราเมื่อมือของเขาถูกวศินดึงมาให้จับอยู่กับท่อนเนื้อร้อนระอุ แถมยังบังคับให้กอบกุมไว้อีกต่างหาก รับรู้ถึงขนาดอยู่กับฝ่ามือจนเกือบกำไม่รอบ

“หน่อย ไอ้เด็กบ้า”

หน้าขาวแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเมื่อจินตนาการไปว่า หากยินยอมให้เจ้าสิ่งนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วจะเป็นอย่างไร แค่คิดก็อายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

“พี่หมอกต้องช่วยผมนะ จะให้มันอึดอัดแข็งโด่อย่างนี้เหรอ”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” อวัศย์ก้มหน้างุดส่งเสียงตะแง้วๆ “นายทำมันขึ้นเองก็เอาลงเองสิ”

“ทำไม่ได้หรอกครับ ต้องมีคนช่วย ถ้าพี่หมอกไม่ช่วยผมต้องแย่แน่เลย นะครับพี่หมอกคนดีของนิดหน่อย”

เจอลูกอ้อนอวัศย์ก็ชักจะไปไม่เป็น เขาเม้มปากแน่นก่อนจะส่งเสียงอุบอิบ

“ก็ได้ ก็ได้ จะให้ทำยังไงก็ว่ามา”

วศินยิ้มแฉ่ง มือใหญ่ที่วางบังคับอยู่บนมือเรียวจึงสอนให้อีกฝ่ายโยกรั้ง

“ทำเหมือนตอนพี่หมอกจัดการตัวเองนั่นแหละ เคยทำหรือเปล่า”

“เคยสิ เราก็เป็นผู้ชายนะ”

แต่อวัศย์ไม่เคยทำให้คนอื่นนอกจากตัวเองนี่สิ แล้วแถมไอ้ที่กำอยู่นี่ก็ทั้งใหญ่ทั้งยาวกว่าของเขาตั้งเยอะ

“ถ้างั้นก็ทำให้ผมเหมือนกันแหละครับ น้า คนเก่งของหน่อย”

สีหน้าออดอ้อนของคนที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำมาเนิ่นนานทำให้อวัศย์ยอมแพ้ มือนุ่มพรมปลายนิ้วทั้งห้าลงไปบนท่อนเนื้อแข็งแกร่งช้า ๆ ก่อนจะโยกขึ้นลง ปลายนิ้วหัวแม่มือตวัดอยู่บนปลายมนฉ่ำน้ำใสไปพร้อมกับจังหวะที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย

“พี่หมอก โอ ดีมาก”

วศินจ้องมองใบหน้าหวานไปด้วย ความขัดเขินที่แสดงออกมาพร้อมกับมือโยกระวิงมันดูขัดแย้งแต่กลับยิ่งเร่งเร้าความต้องการจนต้องส่งเสียงออกมาเบาๆ ชายหนุ่มกดท้ายทอยของอวัศย์ลงมาเพื่อที่เขาจะได้จูบปากเล็ก เอวแกร่งโยกใส่มือนุ่มจนต้นขาสะเทือน

“พี่หมอกเร่งมืออีกนิดนะครับ ผมไม่ไหวแล้ว”

เขากระซิบเสียงสั่นพร่าข้างหู อวัศย์เม้มปากแน่นขณะที่เขาสะบัดข้อมือลงไปบนความใหญ่โตนั่น ได้ยินเสียงเป่าปากของวศินก่อนที่เจ้าแท่งร้อนจะพ่นพิษใส่เขา อวัศย์สะดุ้งทันที

“พี่หมอกอย่าเพิ่งปล่อยมือ รูดอีกนิดนะครับ”

วศินกัดฟันเมื่อปลดปล่อยออกมา เขาแนบมือไปกับมือเรียวบังคับให้อีกฝ่ายโยกรั้งต่ออีกสักนิดจนกระทั่งพิษทลักทลายออกมาจนหมด

“ฟู่ สบายดีจัง”

“สบายแล้วก็ปล่อยมือเราสิ”

อวัศย์พึมพำตะกุกตะกัก เห็นวศินได้ปลดปล่อยเขาเองก็นึกอิจฉา ใช่ว่าเขาจะเป็นพระอิฐพระปูนเสียเมื่อไหร่ เมื่อสักครู่ที่ถูกวศินปลุกเร้าเขาก็เกือบจะห้ามใจไม่อยู่แล้ว ยิ่งได้ใกล้ชิดชายหนุ่มอวัศย์ก็ยิ่งร้อนรุ่ม วศินอมยิ้มเมื่อเขาเดาสีหน้าของอวัศย์ได้ คนบนตักแสดงความคิดออกมาชัดเจนโดยที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้

เข้าใจว่าอวัศย์อาจจะยังไม่มั่นใจกับความสัมพันธ์ที่เพิ่งรื้อฟื้นกลับมาไม่นานนักจึงยังไม่กล้าผูกพันกับเขาไปมากกว่านี้ แต่วศินจะรอให้อวัศย์ไว้วางใจและยินยอมพร้อมใจจริงๆเสียก่อน

“แต่ผมเป็นห่วงพี่หมอกนี่ พี่หมอกเองก็คงอึดอัดเหมือนกัน”

แกล้งคว้าจุดซ่อนเร้นของอวัศย์มาโอบอุ้มในมือ เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งโหยงปัดป่ายมือไปมา

“มะ ไม่เป็นไร เราอึดอัดเองก็เอาออกเองได้ ฮื้อ หน่อย อย่าบีบสิ”

อวัศย์กัดฟันทำหน้าเหยเกเมื่อเจ้าน้องชายของเขากลายเป็นตัวประกันของวศิน ดวงตารู้ทันของวศินยิ่งทำให้อวัศย์ทำตัวไม่ถูก

“น่า ให้ผมช่วยดีกว่า เมื่อกี้พี่หมอกยังช่วยผมเลย”

ไม่รอให้ปฏิเสธ แค่ออกแรงเบาๆอุ้มอวัศย์ออกจากตักแล้ววางให้ร่างเพรียวเอนกายนอนลงไปบนโซฟา วศินที่ร่างใหญ่กว่าต้องลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เขามองเรือนร่างตรงหน้าตาเป็นประกาย

“พี่หมอกทั้งขาวทั้งเนียน ถ้าไม่มีเจ้าน้องชายโผล่มาผมคงไม่มั่นใจว่าเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า แขนขาไม่เห็นมีขนเหมือนผมเลย”

มือร้อนวางแนบพลางลูบไล้ก่อนจะหยุดที่แอ่งหน้าท้อง เขาก้มหน้าลงไปที่เนินสามเหลี่มก่อนจะแตะลิ้นบนปลายสวยตรงจุดอ่อนไหว อวัศย์ถึงกับผวา

“หน่อย อื้อ”

วศินก้มหน้าลงไป จุดอ่อนไหวดิ้นอยู่ในช่องปาก จมูกสูดดมกลิ่นจากเส้นนุ่มบางที่ปกคลุมอย่างติดใจ ลิ้นร้อนตวัดโลมเลียก่อนดูดดุนจนแม้แต่อวัศย์ยังได้ยินเสียง ร่างโปร่งบางดิ้นพล่านถึงกับจิกนิ้วขยุ้มเส้นผมของวศินไว้เมื่ออีกฝ่ายเริ่มต้นโยกรั้ง

“ฮึก หน่อย หน่อย ฮือ เรา เราเสียว”

แม้จะเคยปลดปล่อยตัวเองแต่อวัศย์ไม่เคยเตลิดเช่นนี้มาก่อน เขาอดกลั้นเสียงครางไม่ไหวจนแม้แต่ต้องโยกเอวเข้าใส่ช่องปากร้อน มือทั้งสองแทบจะยึดศีรษะของวศินให้จมลึกไปกับจุดอ่อนไหว

“อ๊า...”

เกร็งไปหมดทั้งตัวเมื่อท่อนเล็กพ่นน้ำออกมาใส่ช่องปากร้อน วศินยังไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งอวัศย์ปลดปล่อยหยาดหยดสุดท้ายออกมาพร้อมกับอาการเกร็งหายไปกลายเป็นหอบหนักเขาจึงได้ยอมคายมันออก ร่างสูงขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟาโดยมีคนที่ยังไม่หยุดหอบอยู่ในอ้อมกอด

“เป็นไงมั่งพี่หมอก เด็ดไหม”

“เด็กบ้า”

อวัศย์อดหัวเราะไม่ได้ เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดมุมปากของวศินที่ยังมีหยดน้ำขาวเกาะอยู่

“ไม่เด็กแล้ว พร้อมมีเมียได้” วศินพูดหน้าตายพลางโขมยหอมแก้มนุ่มดังฟอด “แต่ตอนนี้ผมต้องกลับแล้ว มีรายงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้”

“กลับยังไง เราไปส่งไหม”

“ไม่ต้องครับพี่หมอกของหน่อย เดี๋ยวผมกลับเองได้”

“ก็หน่อยมีไข้นี่”

“ไม่มีหรอก ผมแกล้งเอาหน้าผากไปแนบกับกระติกน้ำร้อน”

อวัศย์อ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าถูกวศินทำมารยาใส่เข้าแล้ว เจ้าตัวพอสารภาพแล้วจึงหัวเราะเบาๆ

“ก็อยากรู้นี่ว่าพี่หมอกเป็นห่วงหรือเปล่า พอรู้ว่าพี่หมอกยังรักยังห่วงก็สบายใจ”

“ใครรักนายกันเล่า”

อวัศย์พูดหน้าง้ำ วศินยักไหล่อารมณ์ดี ก่อนจะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าคืน

“ใครแถวนี้แหละ เฮ้อ ดีใจจัง วันนี้จะนอนฝันถึงพี่หมอกนะ ไปล่ะ”

โน้มตัวไปจูบลาที่ปากกระจับก่อนจะเดินทางกลับหอพักด้วยรถเมล์ พอไปถึงห้องวศินก็พบว่าทิวไม้กับสมเสร็จนั่งรอหน้าสลอน เขาหัวเราะตอนที่ทิ้งตัวนอนบนเตียง

“ได้ไหม”

ทิวไม้กับสมเสร็จถามพร้อมกัน วศินส่ายหน้า

“พี่หมอกยังไม่ยอมว่ะ แต่ก็ดีขึ้นเยอะ เขาขอเวลาอีกหน่อย”

“ว้า นึกว่าจะเผด็จศึกได้”

สมเสร็จบ่นพึมพำเพราะลุ้นเพื่อนไม่สำเร็จ วศินผิวปากหวือ ขี้เกียจจะเล่าว่าอย่างน้อยก็มีความสุขเนื้อตัวเบาหวิวกลับมาล่ะน่า

“แล้วมึงจะทำยังไงต่อ”

ทิวไม้เอ่ยถาม เขาต้องกลับไปเล่าเรื่องของวศินกับอวัศย์ให้ธมลวรรณฟัง น้องสาวของคนรักกำลังจะใช้พล็อตเรื่องนี้ไปแต่งนิยายอะไรวาย ๆ นี่แหละ

“กูวางแผนไว้แล้ว อีกไม่กี่วันจะเป็นวันหยุดติดต่อกันสามวัน กูจะพาพี่หมอกกลับวังอีฉุยบ้านกูเพื่อรำลึกความหลัง เดี๋ยวกูโทรนัดเพื่อนสมัยเด็ก ๆ ของกูก่อน ระหว่างนี้กูจะตามติดชีวิตพี่หมอกให้เหมือนกาฝากเกาะต้นไม้เลย”

 

 

 

เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์รถยนต์คันหรูก็ขับมายังสถานที่ที่เคยอาศัยอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อยังเด็ก อวัศย์ขับรถมาพร้อมกับวศินที่นั่งยิ้มแฉ่งมาตลอดทาง

“ยิ้มอะไรนักหนา หุบยิ้มบ้างก็ได้”

อวัศย์มองอย่างหมั่นไส้แต่วศินก็ยังอารมณ์ดี

“ไมอะ คนมันดีใจนี่นา ผมโทรมาเม้ากับแม่ไว้ตั้งเยอะว่าจะพาพี่หมอกมาบ้าน แถมยังนัดกับพวกไอ้ป๋องไอ้เขียวไอ้นัดไอ้ดำไว้ด้วยนะ เหมือนพวกเรารวมแก๊งสมัยก่อนเลย”

“แล้วพวกนั้นเขาจะไม่ล้อเราเหมือนแต่ก่อนเหรอ”

อวัศย์ยังวิตกกับบาดแผลทางใจ วศินรีบดึงมือนุ่มมากุมปลอบ

“ไม่มีใครล้อแล้ว พี่หมอกไม่รู้หรอก หลังจากพี่หมอกกลับกรุงเทพผมก็เป็นหมาหงอยไปอีกพักใหญ่จนไอ้พวกนั้นไม่กล้าล้อ แต่ถ้าพวกมันจะล้ออีกเดี๋ยวผมต่อยปากมันเอง โทษฐานที่มาล้อแฟนผม”

“บ้า ยังไม่ตกลงเป็นแฟนสักหน่อย รีบลงรถเหอะ แม่คอยอยู่ไม่ใช่เหรอ”

อวัศย์ดึงมือกลับแต่ก็แอบก้มหน้ายิ้ม หลายวันมานี้วศินทำตัวดีมากจนเขาเริ่มใจอ่อนแต่ก็ต้องรักษาท่าทีไว้ก่อน จะให้ยอมง่ายๆเดี๋ยวอีกฝ่ายจะได้ใจ เขาเดินตามวศินเข้าไปในบ้านที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว

“แม่จ๋า หน่อยกลับมาแล้ว ดูซิพาใครมาด้วย”

ร่างสูงตัวใหญ่เดินเข้าไปกอดหญิงสูงวัยเหมือนตัวเองยังเด็กก่อนจะจูงมือให้เดินออกมาที่เก้าอี้รับแขก อวัศย์รีบยกมือไหว้

“สวัสดีครับน้าวิภา”

“อู๊ย.... คุณหนูหมอก”

แม่ของวศินตรงเข้ามาลูบหลังลูบไหล่ด้วยความเอ็นดู หลายวันก่อนเจ้าลูกชายตัวดีโทรศัพท์มาคุยให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่าไปพบอวัศย์ด้วยความบังเอิญ และจะพามาที่บ้านวันนี้

“ไม่เจอกันนานแล้ว คุณหนูหมอกยังน่ารักเหมือนสมัยก่อนเลยค่ะ น้าดีใจนะที่ไอ้แสบนี่มันได้เจอคุณหนูอีกครั้ง”

“น้าวิภาก็ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ คิดถึงเมื่อสิบปีก่อนจังเลย”

วศินยิ้มจนหุบไม่ลงเมื่อนั่งมองแม่กับอวัศย์นั่งคุยกันอย่างถูกคอ จนกระทั่งน้องสาวของเขามานั่งข้างๆแล้วกระแอมใส่

“พี่หน่อย ยิ้มน่ะหุบบ้างก็ได้ เหงือกแห้งแล้วโว้ย”

“เรื่องของกู ไอ้นิดนึง ขอกูยิ้มหน่อยเหอะ”

วิภาหันมาหาลูกสาวตัวดีก่อนจะออกคำสั่ง

“นิดนึงจัดห้องให้สะอาดนะแล้วมานอนกับแม่ ให้คุณหนูนอนห้องเรา คุณหนูหมอกจำไอ้นึงน้องไอ้หน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้มันเรียนอยู่ม.6แล้ว”

“จำได้สิครับ ตอนโน้นยังตัวเล็กๆอยู่เลย”

นิดนึงอ้าปากค้างเมื่อเห็นรอยยิ้มชัดๆของอวัศย์ จนพี่ชายยกมือเขกหัวกระซิบเสียงดุ

“มองอะไรแฟนกูนักหนาไอ้นึง เดี๋ยวเตะเลยไอ้น้องคนนี้”

“น่ารักอ้า...” นิดนึงกลั้นเสียงกรี๊ดก่อนจะหันมากระซิบตอบพี่ชาย “คนนี้ใช่ปะที่พี่หน่อยเล่าให้ฟังว่าไปสัญญาว่าจะแต่งกับเขาตอนเด็ก วุ้ย ฟิน”

วศินเหล่ตามองน้องสาวอย่างไม่ไว้วางใจ

“ฟินอะไร ทำตัวเป็นสาววายไปได้ไอ้นี่”

“พี่หน่อยรู้จักสาววายด้วยเหรอ” นิดนึงทำตาโตหัวเราะคิก “นึงก็สาววายนะ ซื้อแต่นิยายวายมาดองเต็มห้อง เนี่ยมีไรท์เตอร์ในดวงใจด้วย แชทคุยกันบ่อยๆ รู้สึกตัวจริงจะชื่อโบว์ เรียนอยู่ม.6เหมือนกัน หุหุ เดี๋ยวคืนนี้แชทไปหาไรท์เรื่องคุณหนูหน้าใสกับพี่ชายตัวแสบดีกว่า แม่ นึงไปจัดห้องให้พี่หมอกก่อนนะ”

วศินส่ายหน้าให้กับน้องสาวสายวายที่เดินลั้ลลาไปยังห้องนอนบนชั้นสอง เสียงสนทนาของอวัศย์กับวิภาแม่ของเขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงมอเตอร์ไซค์ดังลั่นหน้าบ้าน

“ไอ้หน่อย ไอ้เหี้ยนิดหน่อย พวกกูมาแล้ว”

เมื่อได้ยินสรรพนามดั้งเดิมวศินจึงหัวเราะขึ้นมาพลางดึงมือของอวัศย์ให้ยืนขึ้น

“ไปหาไอ้พวกเวรนั่นก่อน แล้วค่อยมากินข้าวเที่ยงฝีมือแม่กันนะพี่หมอก”

จูงมือให้ร่างเพรียวเดินตามไปหน้าบ้านที่แก๊งวัยเด็กมาพบกันอีกครั้ง ทุกคนโตขึ้นแต่อวัศย์ก็ยังจำได้ เสียงทักทายดังลั่นจากอีกสี่หนุ่มจนอวัศย์ฟังไม่ทัน

“พี่หมอกกลับมาแล้ว”

“พี่หมอกพวกเราขอโทษที่ล้อพี่หมอกนะ”

“พี่หมอกยกโทษให้พวกเรานะ ต่อไปจะไม่ล้อพี่หมอกกับไอ้หน่อยอีกแล้ว”

“แต่งงานกันเมื่อไหร่ให้พวกเราไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนะ”

“หยุด หยุดก่อน พูดทีละคน”

อวัศย์ต้องยกมือห้ามทัพพลางทักทายทีละคน นัดที่เรียนเก่งที่สุดไปเรียนมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ ป๋องเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองของจังหวัดบ้านเกิด ส่วนเขียวเรียนเทคนิคจนจบปวส.ก็ออกมาทำงานและทำนาที่บ้านเพราะทำสาวท้องเสียก่อน เขาเพิ่งผูกข้อมือไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้

ระหว่างที่อวัศย์ยังเพลินเพลินกับเพื่อนสมัยเด็ก วศินก็เลี่ยงมาหาเขียวพลางกระซิบถาม

“เหี้ยเขียว ที่กูให้มึงสร้างกระท่อมปลายนาน่ะ เสร็จหรือยัง”

เมื่อไม่กี่วันก่อนวศินเพิ่งโทรศัพท์มาไหว้วานเขียวที่อยู่แถวนี้ เขียวสบตากับเพื่อนเก่าอย่างรู้ใจ

“เสร็จแล้ว เรื่องหมู ๆ สองวันเสร็จ เพื่อแผนของมึงกูรีบทำให้เลยเหี้ยนิดหน่อย”

วศินยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนจะเผด็จศึกอวัศย์ที่กระท่อมปลายนา บรรยากาศท้องทุ่งจะต้องเป็นใจ สวรรค์ของเขาจะต้องไม่ล่มอีก วศินสัญญากับตัวเอง

TBC 

 อิอิ สวรรค์ของพี่บัฟจะล่มอีกหรือไม่ รอติดตามตอนต่อไปนะจย้า... 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ  

ความคิดเห็น