Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13 : ลูกสะใภ้

ชื่อตอน : บทที่ 13 : ลูกสะใภ้

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 : ลูกสะใภ้
แบบอักษร

 

“ผมอยากได้สีชมพู” 

“สีเขียวดิ เอออันนี้ก็ดีนะ” ผมเอาเสื้อทาบที่ตัวเขา “สีแดงก็สวย” 

“สีชมพู” 

“งั้นเอาหมดนี่เลยครับพี่” 

จบ....หมดปัญหา 

ผมหยิบเงินจ่ายให้แม่ค้าก่อนจะรับถุงเสื้อทั้งหมดมา ยืนเถียงกันมาสามชาติได้กับเรื่องสีเสื้อ ผลสรุปคือซื้อมันทุกสีเลยครับ แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว ทุกครั้งที่ผมรู้สึกลังเลว่าเออเราจะเอาเสื้อสีไหนดีวะ สีนี้ก็สวย สีนั้นก็สวย สุดท้ายแล้วชรันก็จะซื้อมาทั้งสองสีเลย เนี่ยะ เหมาตั้งแต่แรกก็จบแล้ว 

มีเงินก็ซื้อได้หมดแหละ 

จะซื้อร้านให้ด้วย 

ตอนนี้เราอยู่กันที่ตลาดนวลทิพย์ซึ่งอยู่ฝั่งระยอง ผมกับสิบสามกำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่ว่ามาแวะซื้อของฝากต่างๆ ก่อน คือเมื่อวานนังน้อนเขาโทรไปหาที่บ้านแล้วก็บอกไปเรียบร้อยว่ามีแฟนแล้ว อยากเจอไหมเดี๋ยวพาไปหา คือไม่ถามสักคำเลยว่าผมพร้อมรึยัง มัดมือชกมาก เพิ่งคบกันได้แค่ 3 วันก็พาไปให้พ่อกับแม่รู้จักแล้ว สุดยอดไปเลยล่ะ ตอนแรกผมตกใจเหมือนกันนะกลัวบ้านเขาจะไม่โอเคไงเรื่องที่ลูกชายมีแฟนเป็นผู้ชาย 

แต่ตกใจได้ไม่กี่นาทีเท่านั้นแหละ 

สิบสามบอกว่าบ้านเขาไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลย แล้วพ่อกับแม่เขาก็พอรู้ว่าลูกชายคนเล็กเนี่ยะ ไม่ชอบผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นังน้อนให้สาเหตุที่ไม่ชอบผู้หญิงเพราะว่าผู้หญิงส่วนมากจะชอบดอกไม้ แล้วเขาแพ้เกสรดอกไม้ไง ก็เลยไม่ชอบผู้หญิง 

เหตุผลคือยากหยั่งถึงมากเลยว่ะ 

“คุณมีอะไรที่จะซื้อบ้างไหม” 

“ปลาริวกิว ปลาหมึกสามรส หอยหวานดองครับ พี่ๆ ผมกินแค่นี้แหละ” 

“เออคุณ มีพี่ชาย 3 คนเนี่ยะ ดีไหม” 

เจ้าตัวพยักหน้ารับ “ดีมากครับ ธรรมเนียมบ้านผมคือคนเป็นพี่จะต้องดูแลน้อง พี่สองจะเป็นคนที่อดทนเก่งที่สุด เขาจะเป็นผู้ใหญ่มากๆ ส่วนพี่เจ็ดจะชอบแกล้งผม พี่เก้าก็จะชอบตามเป็นห่วงผมอีกที” 

“คุณนี่น้องน้อยจริงๆ เลยนะเนี่ย” 

“ตอนแรกที่ผมจะออกมาอยู่หอน่ะ พี่ๆ ไม่เห็นด้วยเลยครับ เป็นห่วง ไม่อยากให้ออกมาอยู่คนเดียว แต่ตอนนั้นผมคิดว่าถ้ายังต้องให้คนอื่นคอยดูแลตัวเอง ผมก็จะไม่โตสักที” สิบสามส่งน้ำส้มในมือมาให้ “ผมอยากจะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง เพราะวันนึงในอนาคตผมก็จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตของคนอื่น” 

“คุณนี่เท่จัง” 

“ถ้าโตกว่านี้ จะเท่ยิ่งกว่านี้อีกครับ เพราะงั้นจนกว่าผมจะโต พี่อย่าเพิ่งไปไหนนะ” 

ใครเขาจะไปไหนจากคุณได้วะ 

“ผมจะอยู่กับคุณจนแก่เลยดีไหม” 

“ดีครับ” ร่างสูงเดินนำไปที่ร้านขายของฝากก่อนจะหยิบของใส่ตะกร้าเยอะแยะเต็มไปหมด เหมือนตั้งใจซื้อไปถมที่นั่นแหละ พวกของกินเนี่ยะ ถ้าซื้อยกร้านได้ สิบสามคงซื้อยกร้านแล้วแหละ 

ที่ถืออยู่ในมือก็จะสิบกิโลฯ แล้วมั้ง 

ผมมองถุงของฝากที่นังน้องถืออยู่ ดูก็รู้แล้วว่าหนักมาก ทำไมเขาดูชิลล์กับการแบกของหนักขนาดนั้นวะ ผมเห็นแล้วยังเมื่อยแขนแทน แต่เขาไม่บ่นหรืออะไรเลย พอเห็นแบบนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่ากล้ามเนื้อแขนกับเส้นเลือดที่เห็นได้ชัดๆ นั่นมาจากไหน นึกถึงคำพูดที่เจ้าตัวเคยบอกว่าแบกผมได้สบายๆ นั่นอีก เฌอไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กนะ น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อยๆ คือผมเป็นบุคคลที่เขาไม่น่าอุ้มได้ด้วยซ้ำ 

เห็นดูผอมๆ แต่แข็งแรงกว่าที่คิดอีก 

แรงเยอะมากอีกต่างหาก 

คือเมื่อเช้าตื่นมาแล้วถูกกอดอยู่ไง ผมจะลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำแต่แกะสิบสามออกไปไม่ได้เลยอะ ได้ออกมาจากอ้อมแขนนั่นก็คือตอนที่เขาตื่นแล้ว ผมก็หมั่นไส้ไง ท้านังน้อนงัดข้อเพื่อวัดแรงกัน ผลสรุปคือผมแพ้ราบคาบเลยครับ จากที่คิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนแรงเยอะ แต่ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าสิ่งที่คิดไม่ใช่สิ่งที่เป็น มีคนแรงเยอะกว่าและคนๆ นั้นก็คือแฟนเด็กของผมเอง 

คำว่าแฟนเด็กนี่พูดกี่ครั้งก็เขิน 

ผมยังไม่ได้บอกใครเลยเรื่องเราคบกัน ยังไม่ได้บอกเพื่อนๆ ไม่ได้ตั้งสถานะให้ใครรับรู้แต่คิดว่าเดี๋ยวต้องตั้งแหละครับ เพื่อความสบายใจของสิบสาม เอาจริงๆ ผมก็ยังนึกหวั่นใจถึงอาถรรพ์วันที่ 13 ของตัวเองเหมือนกันนะ ถึงเขาจะบอกว่า 13 ไหนจะสู้เขาได้ก็เถอะ คิดดูดิว่าผมเจอเรื่องบัดซบแบบนี้มาตั้งแต่เด็กยันโต มันไม่แปลกที่จะกังวลใจ แต่ก็เอาเถอะ เราจะไปรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ยังไง แทนที่จะไปหวั่นใจ สู้เก็บทุกช่วงเวลาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ดีกว่า 

ช่วงเวลาที่นังน้อนซื้อของเยอะไปหมดเลยโว้ย 

“ครบแล้วครับ กลับได้” 

“หมดไปกี่แสนเนี่ยะ” 

“น่าจะสามแสน” 

“แฟนผมนี่รวยจริงๆ เลยน้า” ผมแบ่งถุงจากเขามาช่วยถือ “งี้ก็เลี้ยงผมได้อะดิ” 

“สบายครับ” เจ้าตัวยักคิ้วให้ทีนึงเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูด โคตรน่าหมั่นไส้เลย ได้เลยนังน้อน พี่จะทำให้หนูรู้จักคำว่าหมดเนื้อหมดตัวเอง 

ก็พูดไปงั้นแหละครับ ผมกับสิบสามอะ ช่วยกันจ่ายซะมากกว่าในหลายๆ อย่าง เวลาไปกินข้าวก็ของใครของมันนะ ถ้าฝ่ายใดเลี้ยง ครั้งหน้าอีกฝ่ายก็เลี้ยง ผมพอรู้อยู่แหละว่าบ้านนังน้อนรวย แต่มันก็เป็นเรื่องของบ้านเขา เงินเขาผมก็จะไม่ยุ่ง เหมือนเงินผมที่สิบสามก็คงไม่ยุ่งเหมือนกัน ส่วนของต่างๆ ที่ซื้อให้ก็เพราะความเสน่หาล้วนๆ ผมซื้อเสื้อผ้าให้เขาค่อนข้างเยอะนะเพราะคิดว่าเวลามันอยู่บนตัวสิบสามจะต้องดูดีมากแน่ๆ 

แฟนผมจะใส่แต่เสื้อลายการ์ตูนซานริโอ้ไม่ได้ป้ะ 

มันต้องเปลี่ยนลุคบ้าง 

ผมเดินนำร่างสูงมาที่รถก่อนจะจัดแจงยัดของที่ซื้อมาทั้งหมดใส่ไว้ด้านหลัง ดีนะที่เอารถผมมาเนี่ยะ เพราะถ้าเป็นรถของสิบสามคือไม่มีทางยัดของเยอะขนาดนี้ได้หมดแน่ๆ ตอนนี้รถนังน้อนอยู่คาร์แคร์ครับ เอาไปทำความสะอาดแบบขั้นสุดเพราะต้องไม่ให้เหลือเกสรดอกไม้อยู่ ดอกกุหลาบเจ้ากรรมวันนั้นผมเอาไปไว้ที่หอตัวเองแล้วก็ตากแห้ง เดี๋ยวค่อยเอาใส่โหลเก็บเอาไว้รำลึกว่าสิบสามเคยเกือบตายเพราะมัน 

ไม่ใช่ๆ....เก็บไว้เพราะนังน้อนตั้งใจซื้อให้ 

ขากลับนี้ตกลงกันไว้ว่าสิบสามเป็นคนขับรถครับ ผมจะนั่งสบายๆ บ้าง เออ ไปเที่ยวทุกครั้งก็ต้องสรุปใช่ไหมว่าอะไรเป็นยังไง สำหรับการมาเสม็ดครั้งนี้ก็มาเพื่อพักผ่อนจริงๆ ไม่ค่อยได้ทำไรเลยนอกจากขับรถเครื่อง อาหารอร่อยมาก วิวสวย ทะเลสวย หาดทรายขาวมาก ถ่ายรูปมาเป็นล้าน ซื้อของหมดเป็นแสน ที่สำคัญสุดคือได้แฟนกลับมาด้วยคนนึง 

หล่อมากด้วยไม่อยากจะขิง 

“สิบสาม” 

“ครับ” 

“ผมเป็นแฟนคนแรกของคุณใช่ไหม” 

“ใช่ครับ” 

“แล้วคุณรู้ไหมว่าคนเป็นแฟนกันเขาทำอะไรบ้าง” 

“คนเป็นแฟนกันต้องแกะขนุนทอดแล้วก็เอามาป้อนให้อีกฝ่ายที่กำลังขับรถครับ” 

ผมหลุดขำทันทีที่สิบสามพูดแบบนั้น “หิวว่างั้นเถอะ” 

“อยากกินขนุนทอดจังเลยครับ” 

“มีค่าป้อนด้วยนะ” ผมเอื้อมไปหยิบขนุนทอดที่เบาะหลังมาแกะก่อนจะป้อนให้นังน้อนกิน “ค่าป้อนเป็นสามหอม” 

“หาเรื่องลวนลามผมแหละดูออก” 

“ไม่ให้ลวนลามแฟนตัวเอง คุณจะให้ผมไปลวนลามใครล่ะ” ผมยัดขนุนทอดใส่ปากตัวเองพลางมองผมที่ปรกหน้าสิบสาม “คุณจะไม่ตัดผมจริงๆ เหรอ” 

“ว่าจะไว้ยาวแล้วแสกกลางครับ จะไม่ไว้หน้าม้าแล้ว” 

หูยยยยลุคนั้น....ต้องดีมากแน่ๆ เลยว่ะ 

“ถ้าคุณไว้ผมทรงนั้นจริงๆ คุณก็จะต้องหล่อมากขึ้น แล้วพอคุณหล่อมากขึ้นก็จะมีคนมาชอบคุณเยอะขึ้น แล้วพอมีคนมาชอบคุณเยอะขึ้น ผมก็ต้องหึงคุณจนหน้ามืดเลยอะดิ” 

“.....เหนื่อยหน่อยนะครับ” 

จิ๊....หมั่นไส้ว่ะ 

ผมเอาขนุนทอดยัดใส่ปากสิบสาม ความจริงอยากเอาปาใส่หน้าเขาด้วยซ้ำ ทำไมเก่งเรื่องพูดจาให้ผมหมั่นไส้วะ เดี๋ยวคาดโทษไว้ก่อนค่อยจัดการทีเดียว ผมกับสิบสามหลังจากที่คบกันก็ไม่ต่างจากตอนแรกเท่าไหร่ คำพูดคำจายังเหมือนเดิม แต่การปฏิบัติต่ออีกฝ่ายมากขึ้นนะ ส่วนมากเป็นผมที่จะสกินชิพเขาอย่างเช่น หอมแก้ม คือช่วยไม่ได้ คุณอยากหน้าใสเองทำไมอะ นี่ไม่จูบปากด้วยก็ดีแล้ว 

นึกถึงตอนเด็กเสียอาการแล้วอย่างขำ 

เรื่องพวกนี้ผมผ่านมาเยอะกว่าเขาไง เรื่องจูบหรืออะไรทำนองเนี้ยะสำหรับสิบสามคือไม่มีเลย ผมยังจำหน้าแดงๆ ที่เห็นนั้นได้เลย น่ารักน่าประทับใจมาก เห็นแล้วหลง อยากเห็นบ่อยๆ หวั่นใจเหมือนกันนะ ตอนนี้แหย่เขาไว้เยอะไง ถ้าวันดีคืนดีเขานึกจะเอาคืนขึ้นมาผมก็น่าจะไปไม่เป็นเหมือนกัน เอาจริงๆ พอเป็นผู้ชายเหมือนกันมันก็สบายใจขึ้นมาจึ๋งนึงในเรื่องที่อาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียหายไง 

ตอนคบกับผู้หญิงผมจะระวังมาก 

แต่พอคบกับผู้ชายอะ....เห้อะ 

มันเขี้ยวจังวะ 

“พี่เฌอครับ” 

“หืม.....” 

“ทำไมถึงเรียนวิศวะฯ ล่ะครับ” 

“ก็ชอบแหละ ตอนยื่นคะแนนอะ ผมติดวิศวะฯ สภาปัตย์ฯ แล้วก็วิทย์ฯ แต่สุดท้ายก็เลือกวิศวะฯ เพราะคิดว่าตอนใส่เสื้อช็อปแม่งต้องเท่มากแน่ๆ เลย” 

สิบสามเหลือบมองผม “เหตุผลสมเป็นพี่จริงๆ ” 

“ผมคิดแบบนั้นจริงๆ นะ แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงเรียนหมอ” 

“เพราะว่าผมไม่ค่อยแข็งแรงครับ ผมเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ ต้องไปหาหมออยู่บ่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าคุณหมอเนี่ยะเก่ง ผมอยากเก่งแบบนั้นบ้าง อยากช่วยรักษาคนอื่นเหมือนกับที่หมอรักษาผม เลยตัดสินใจเรียนหมอครับ เพราะตั้งใจตั้งแต่เด็กก็เลยมุ่งมาทางนี้ตั้งแต่แรก” 

“เป้าหมายของคุณนี่ชัดเจนมากเลย” ผมเลื่อนมือไปขยุ้มหัวเขาเบาๆ ทีนึง “ผมรอวันที่คุณรับเสื้อกาวน์นะ ว่าที่คุณหมอ” 

“ผมจะต้องเป็นหมอที่เก่งให้ได้เลยครับ” 

เขาทำได้ตามที่พูดแน่ๆ แหละ 

ผมปรับเบาะให้เอนลงอีกพลางมองคนที่ขับรถอยู่อย่างนั้น ผมเรียนอยู่ปี 4 แล้ว กำลังจะจบ แต่เขาเพิ่งเริ่มต้นเอง อยู่ปี 2 มันยังไม่ถึงครึ่งนึงเลย จนกว่าเขาจะได้เป็นคุณหมอก็อีกตั้งหลายปี ตลอดระยะเวลาระหว่างนั้นผมอยากอยู่ข้างๆ เขานะ คอยดูเขาเติบโตไปทีละขั้นจนถึงวันที่เขาจะประสบความสำเร็จ 

นี่เป็นแฟนหรือพ่อเขาวะเนี่ย 

“ผมงีบหน่อยนะคุณ” ผมเลื่อนมือไปจับชายเสื้อนังน้อนเอาไว้ “ถ้าจะเปลี่ยนค่อยปลุกผมนะ” 

“ครับ พี่เฌอนอนเถอะ” 

“อื้ม.....” 

. 

*** 

. 

“พี่เฌอครับ” 

“อื้มมมมม......” 

มีคนรบกวนการนอนของเฌอ 

“ถึงบ้านผมแล้วนะ” 

“หืม.....” ผมลืมตามองรอบๆ ก็พบว่ารถจอดอยู่ในบ้านหลังนึงซึ่งใหญ่จังวะ “ถึงแล้วอ๋อ” 

ผมหลับยาวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย 

“ใช่แล้วครับ เกือบ 6 โมงแล้วนะ พ่อกับแม่รอกินข้าวอยู่” ร่างสูงบอกก่อนจะเดินลงจากรถ ส่วนผมก็นั่งตั้งสติอยู่แป๊บนึงก่อนจะเดินตามสิบสามลงมาแล้วไปถือของด้านหลังรถ 

บ้านใหญ่พอๆ กับบ้านป๊าผมเลย ต่างกันตรงที่ไม่มีลูกน้องมายืนหน้าบ้านเท่านั้นแหละ ผมถือถุงของฝากทั้งหมดตามสิบสามเข้าไปในบ้าน นังน้อนเดินนำเข้าไปในห้องครัวซึ่งใหญ่จัดๆ เขาวางของทุกอย่างไว้บนเคาน์เตอร์กลางครัวก่อนจะเดินนำผมไปที่ห้องอาหาร ด้านในมีผู้ชายคนนึงสีหน้าดูใจดีนั่งอยู่หัวโต๊ะนั่นคงเป็นพ่อของเขาสินะ ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างก็น่าจะเป็นแม่ นังน้อนนี่ได้แม่เขามาเต็มๆ เลย 

ส่วนผู้ชายอีกสามคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็คงเป็นพี่ชายเขา 

หูยยยย....บ้านนี้มันอะไรวะเนี่ย 

“สวัสดีครับ.....ขอโทษที่มาช้า” สิบสามยกมือไหว้ทุกคน “ทุกคนครับ นี่พี่เฌอที่ผมเคยเล่าให้ฟัง ตอนนี้เราคบกันแล้วนะครับ” 

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด สายตาพี่ๆ เขาที่จ้องมานี่ทำเอาประหม่าไปหมด อารมณ์แบบว่าไอ้เวรนี่อะนะเป็นแฟนน้องกู เห้อะ....สภาพไม่ได้ดูเป็นผู้เป็นคน 

“ยินดีต้อนรับนะจ๊ะเฌอ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง” แม่ของนังน้อนยิ้มหวานให้ ค่อยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย 

“คนนี้เองน่ะเหรอที่ทำให้คุณกลับมาเรียนทำอาหารกับคุณแม่ได้” เสียงเข้มจากพี่คนที่ใส่แว่นเอ่ยขึ้นมา “ตอนพี่ได้ยิน พี่ไม่อยากเชื่อ” 

“พี่อย่าแซวน้องสิครับ” คนที่นั่งอยู่ข้างกันเอ็ดเบาๆ “ต้องแนะนำตัวก่อนใช่ไหม ผมเก้านะครับเป็นพี่คนที่สามของบ้าน ส่วนพี่คนที่ใส่แว่นคือชื่อเจ็ดเป็นพี่คนรอง ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้างคุณพ่อคือพี่สอง เป็นพี่คนโต” 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” 

พร้อมเพรียงกันสุดๆ ไปเลยครับ 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” 

“ไม่ต้องเกร็งนะสบายๆ แล้วพวกคุณเนี่ยะ เลิกเก๊กกันสักที เป็นอะไรกันหืม....แค่น้องพาแฟนมาบ้าน” ประมุขที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นพลางมองลูกชายทั้งสาม 

“ผมบอกเลยว่าถ้าพี่ๆ คิดจะแกล้งพี่เฌอล่ะก็ ตุ๊กตาที่ห้องพวกพี่จะหายไปครับ” พอน้องเล็กของบ้านเอ่ยแบบนั้น บรรดาพี่ชายเขาก็ทำหน้าเลิ่กลั่กทันที 

“คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ” 

“ก็อย่าแกล้งพี่เฌอสิครับ” นังน้อนยิ้มจนตาปิดให้เหล่าพี่ชายเขา “ทานข้าวกันเถอะครับ” 

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าใครร้ายที่สุดในบ้าน 

เท่าที่สังเกตเนี่ยะ น้องคนเล็กจะถูกตามใจถึงขั้นสุดเลย บรรดาพี่ๆ เขาต้องยอมอ่อนให้ แต่ดูจากสายตาของพี่ชายทั้ง 3 คนก็คือรักน้องนะ สิบสามน่าจะยังเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยน่าทะนุถนอม อยากได้อะไรไม่ว่าดาวเดือนก็จะหามาให้ ผมติดใจคำพูดที่ว่าจะเอาตุ๊กตาไปซ่อน เนี่ยะ อยากรู้อะว่าตุ๊กตาอะไรบ้าง อาการเลิ่กลั่กที่แสดงออกมาเมื่อกี๊มันน่าจะเป็นของสำคัญ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมค่อยไปถามสิบสามเอา 

“ตอนนี้เรียนอะไรอยู่เหรอเฌอ” 

“ผมเรียนวิศวะฯ โยธาครับ ปี 4 แล้ว” 

“ใกล้จบแล้วล่ะสิ คิดไว้รึยังว่าจะทำงานอะไร” 

“อืม....ป๊าผมเขากำลังสร้างโรงงานในเครือบริษัทเพิ่ม เขาอยากให้ผมไปดูแลที่นั่นแต่ตอนนี้กำลังตัดสินใจน่ะครับ คือต้องบอกตามตรงว่าความสัมพันธ์ของผมกับที่บ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่” 

“ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพวกเราได้ตลอด ผู้ใหญ่ก็จะให้คำปรึกษาแบบผู้ใหญ่ได้น่ะนะ” 

“ขอบคุณนะครับ” 

“อันนี้อร่อยครับพี่เฌอ” มือเรียวตักผัดผักมาให้ผมก่อนมองบรรดาพี่ๆ “ผมซื้อของมาฝากพวกพี่เยอะเลยครับ อยู่ในครัว” 

“สนุกไหมล่ะคุณ ไปเที่ยวเสม็ด” 

“ก็สนุกดีครับ....ได้แฟนมาคนนึง” 

“.....สิบสาม” ผมแอบตีขาเขาเบาๆ พลางทำตาโตใส่ 

“ขี้อวด” 

“พี่เจ็ดไม่มีแฟนนี่ครับ ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นก็ไม่แปลก” 

ปากคอเราะร้ายว่ะ 

“คุณแม่” พี่เจ็ดเรียกเหมือนจะฟ้อง 

“สมน้ำหน้า อยากหาแฟนไม่ได้เอง ช่วยไม่ได้” 

ไม่มีปลอบแถมซ้ำเติมอีกต่างหาก 

การนั่งกินข้าวร่วมกับครอบครัวแฟนครั้งแรกเป็นอะไรที่ตลกดีเหมือนกันนะ เป็นฟีลครอบครัวที่ผมไม่เคยสัมผัสเลย ครั้งล่าสุดที่กินข้าวบ้านก็สาดน้ำใส่หน้าไอ้ภัทรไปไง แถมยังกินข้าวได้ไม่ถึงครึ่งจานด้วยซ้ำ ช่างเถอะ อย่าไปคิดถึงเรื่องที่ทำให้ตัวเองรู้สึกหงุดหงิดเลย ตั้งแต่ผมมีแฟนมา ไม่เคยมีใครที่พาผมเข้าบ้านเลย สิบสามคือคนแรก ดีใจนะครับที่ครอบครัวเขาต้อนรับผมอย่างอบอุ่นแบบนี้ 

ผมควรบอกป๊าด้วยไหมนะเรื่องสิบสาม 

ความจริงต่อให้ไม่บอก ป๊าก็จะรู้ของเขาเองครับ เหมือนมีสายคอยรายงานให้อยู่ตลอด ผมไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไง แต่ไหนแต่ไรป๊ามักจะตามใจผมเสมอ อยากทำอะไรก็ให้ทำ อยากได้อะไรก็ได้ ทั้งหมดนั่นคงเพราะรู้สึกผิดต่อผมกับแม่นั่นแหละ กับป๊าน่ะไม่น่ากังวลใจหรอก แต่กับคุณเกสรเมียป๊านี่สิ คือถ้าเธอไม่มายุ่มย่ามกับชีวิตผมก็น่าจะดีอะนะ หรือถ้าเธอมาวอแวจริงๆ ผมก็คงจะ.....ไม่ยอมง่ายๆ หรอก 

ความรักครั้งนี้คือสิ่งที่ผมจะไม่ยอมเสียไปอีกแล้ว 

ใช้เวลาพักใหญ่กับการร่วมโต๊ะอาหารและพูดคุยเรื่องต่างๆ พ่อกับแม่ของสิบสามชวนให้ผมนอนค้างที่บ้านพร้อมกับให้เหตุผลว่านานๆ ทีที่นังน้อนจะกลับบ้าน อยากให้นอนสักคืน ตื่นมาตอนเช้าจะได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ผมก็ไม่ขัดครับ ยอมทำตามที่พวกเขาขอ ตอนนี้เกือบ 3 ทุ่มแล้วและผมกำลังยืนตะลึงอยู่ในห้องนอนของแฟนตัวเอง ห้องที่คอนโดฯ เขาที่มีลิตเติ้ลทวินสตาร์เยอะๆ คือเทียบไม่ได้กับห้องนอนที่บ้านเขาเลยจริงๆ 

ทุกตารางนิ้วคือกีกี้กับลาล่า 

ผมมองรอบๆ ห้องนังน้อนที่อยู่ในโทนพาสเทลสี่สี หวานมากเว่อร์ ห้องผู้หญิงมากๆ เลยอะ พ่อแม่เขาก็ตามใจทำห้องนอนแบบนี้ให้ลูกชายเนอะ ตอนที่นั่งกินของหวาน แม่ของสิบสามบ่นให้ฟังว่าลูกชายบ้านนี้ติดการ์ตูนมาก แล้วถ้าชอบตัวการ์ตูนตัวไหนก็จะมีของที่เกี่ยวกับการ์ตูนนั้นเต็มไปหมด อย่างพี่สองเนี่ยะ เขาชอบเคโรโระ พี่เจ็ดชอบอุลตร้าแมน พี่เก้าชอบสนูปปี้ ส่วนคนที่ดูต่างจากทุกคนก็คือสิบสามที่ชอบลิตเติ้ลทวินสตาร์ 

อ่อนหวานกว่าทุกคนในบ้านเลย 

“ห้องคุณโคตรต่างจากห้องผมเลย” 

“ผมชอบ” 

“อื้ม....เชื่ออยู่แหละว่าชอบ” 

“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” เจ้าตัวบอกก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนผมก็เดินมาดูที่ตู้หนังสือของเขา คือมีแต่หนังสือเรียนซะส่วนใหญ่เลยครับ พวกหนังสือเก็งข้อสอบก็เยอะ 

เรียนหนักน่าดูเลยสิ 

ถัดจากตู้หนังสือจะเป็นชั้นที่มีอัลบั้มภาพวางอยู่ ผมถือวิสาสะหยิบออกมาดูโดยไม่ได้อนุญาตเจ้าของห้อง เอาน่ะ ถ้าเขาโกรธเดี๋ยวค่อยง้อเอาทีหลัง ผมเปิดดูรูปในอัลบั้ม ภาพที่เห็นคือเด็กน้อยตัวขาวจั๊วะที่ทำหน้านิ่งมองกล้องเหมือนหาเรื่อง แววตาแบบนี้เป็นมาตั้งแต่เด็กเลยนะเนี่ย รูปที่เขายิ้มมีน้อยมากจริงๆ อารมณ์เหมือนเป็นเสือยิ้มยากอะ แต่รูปไหนที่ยิ้มก็คือน่ารักมากเลยนะ แก้มย้วยๆ นี่โคตรน่ากัด 

ไม่แปลกใจว่าทำไมพี่ๆ เขาถึงได้รักได้หลงขนาดนั้น 

ผมหยิบอีกอัลบั้มมาดูก็พบว่าเป็นสมัยที่เขาอยู่มัธยมฯ สมัยก่อนดัดฟันด้วยครับ ใส่เชนสีชมพูแถมหัวเกรียนอีกต่างหาก ขนาดไว้ทรงสกินเฮดยังหล่อเลย แล้วเนี่ยะ รูปหมู่คือตัวใหญ่กว่าทุกคนในห้อง มีรูปตอนที่เขาตีกลองช่วงกีฬาสีด้วยแฮะ โหย ขนาดเผลอแล้วยังดูดี สิบสามคงเป็นผู้ชายที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนส่วนใหญ่มาตั้งแต่เด็กแล้วแน่ๆ เลย เขามีเสน่ห์ดึงดูดคนอื่นได้ดีนะ ขนาดเจ้าตัวเป็นคนไม่ชอบสุงสิงหรือพูดอะไรกับใครก็เถอะ 

เออรูปนี้หน้าเหมือนแบด แบดเลย 

“ทำอะไรน่ะครับ” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นด้านหลัง “แอบดูรูปผมเหรอ” 

“อื้ม ดูแล้วก็คิดว่าทำไมแฟนตัวเองหล่อจังเลยวะ” 

“พี่เฌอก็หล่อนะครับ” 

“ผมรู้เรื่องนั้นดี” 

“พี่นี่ไม่ค่อยเลยนะ” มือเรียวส่งผ้าขนหนูมาให้ผม “เดี๋ยวผมเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้นะครับ” 

“ขอบใจนะนังน้อน เดี๋ยวผมอาบน้ำแป๊บ” ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ 

ของใช้ต่างๆ เหมือนที่คอนโดฯ ของเขาเลยครับ แค่ห้องน้ำนี้ใหญ่กว่าเฉยๆ เท่านั้นเอง ผมใช้เวลาสักพักในการอาบน้ำก่อนจะเดินออกมาด้านนอก ชุดนอนถูกแขวนเตรียมไว้ให้ที่หน้าตู้ ส่วนนังน้อนก็นั่งโบกครีมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ผมหยิบเสื้อผ้ามาสวมก่อนจะเดินเข้าไปวอแวคนที่ไม่ชอบใส่เสื้อนอน หัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวพี่เฌอเช็ดให้เองนะค้าบ 

“เป็นไงครับ กินข้าวกับครอบครัวผม” 

“สนุกดีนะ บ้านคุณอบอุ่นดีอะ” 

“ตอนนี้ที่นี่ก็เหมือนบ้านพี่นะครับ” 

“จริงดิ งั้นผมเอาตุ๊กตาในห้องคุณไปขายก่อนเลย” พอผมบอกแบบนั้นร่างสูงก็หรี่ตามองผมทันที “ทำไมอะ คุณบอกเองหนิว่านี่ก็เหมือนบ้านผม” 

“เหมือน แต่อย่าเอาของไปขายสิครับ” 

“เดี๋ยวผมจะเอาคุณไปขาย” ผมบอกก่อนจะเดินเข้าผ้าขนหนูไปตาก สิบสามเดินตามมาด้านหลังแล้วใช้จังหวะนั้นช้อนตัวผมขึ้นมา ไม่ได้นะนังน้อน คุณจะอุ้มผมเป็นเจ้าหญิงแบบนี้ไม่ได้ ผมตัวใหญ่เป็นน้องควายเลยนะ 

“ปล่อยผมลงเลย คุณไม่หนักรึไงเนี่ยะ” 

“ก็ไม่เท่าไหร่นี่ครับ” เจ้าตัวพาผมมาที่เตียงก่อนจะขยับตัวขึ้นคร่อมไว้ด้านบน ใบหน้าคมอยู่ห่างจากผมแค่จึ๋งเดียวและนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรงเอามากๆ 

แพ้ว่ะ 

“ยิ้มอะไรหืม....” ผมจิ้มแก้มเขา 

“พี่โอเคใช่ไหมครับที่จะเป็นลูกสะใภ้แม่ผมน่ะ” 

หึ....ลูกสะใภ้ 

“ทำไม....ผมเป็นลูกเขยไม่ได้อ๋อ” 

เจ้าเด็กแสบอมยิ้ม “ผมจะเป็นลูกเขยให้ป๊าพี่เอง” 

“ถ้าอยากให้ผมเป็นลูกสะใภ้แม่คุณ....” ผมลูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ “คุณต้องจูบให้เก่งกว่านี้อีกจึ๋งนึงนะ” 

“งั้นลองเลยไหมครับ” ร่างสูงก้มลงมาจุ๊บปากผมทีนึงโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะประกบปากมาทาบทับ สัมผัสได้ถึงแรงขบเบาๆ ที่ปากล่างและเพราะการทำแบบนั้นผมจึงเปิดปากออก 

ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาไล่ต้อนลิ้นผมอย่างซุกซน อื้มมม...ม....ม....เดี๋ยวๆ นี่มันไม่ใช่แล้ว ความรู้สึกจนมุมนี่ต้องไม่ใช่ฝ่ายผมที่รับรู้ดิ นี่ใช่คนเดียวกับที่เสม็ดจริงๆ เหรอ ผมเผลอจิกมือลงกับไหล่เขาเพราะเริ่มหายใจไม่ทัน ร่างสูงยังคงสูบพลังชีวิตจากผมไปเรื่อยๆ มันเป็นจูบที่นานมากในความรู้สึกและผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว 

จะขาดใจตาย 

“อื้มม...ม.....สิบสาม....แฮ่ก....” ผมดันเขาออกก่อนจะโกยอากาศเข้าปอด คนที่อยู่ด้านบนยกยิ้มให้อย่างเหนือกว่า 

“สีหน้าของคนที่เสียอาการมันเป็นแบบนี้เอง” 

นังน้อนนนนน!!!! 

นังทรัวดีย์....เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม 

“นี่คุณ....อื้อออออ....” ผมโดนจูบหนักๆ อีกทีนึง “สิบสาม” 

“แก้มแดงไปหมดเลยนะครับ” จมูกโด่งกดลงที่แก้มผมก่อนจะลากลงไปที่ซอกคอ “หอมจัง” 

เอาใหญ่แล้ว 

“ร้ายกาจมากเลยนะคุณเนี่ยะ” ผมสัมผัสได้ถึงแรงกดจูบแรงๆ ที่ซอกคอ “อื้อออ...อ....คุณ” 

“มันเขี้ยวจังครับ” ร่างสูงพลิกให้ผมมานอนก่ายอยู่บนตัวเขาแทน นิ้วเรียวเขี่ยผมที่ปรกหน้าออกให้ก่อนที่เขาจะผงกหัวขึ้นมาจุ๊บหน้าผากผม “ผมดีใจนะที่ได้มีพี่เฌออยู่ในความจริง” 

ตึกตัก 

“พูดอะไรของคุณน่ะนังน้อน” 

มือเรียวลูบหลังผมเบาๆ “ก็ตอนที่รู้ตัวว่าชอบพี่เฌอ เรื่องของพี่มันอยู่ได้แค่ในหัว ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นในความจริง แต่พอมาถึงตอนนี้ที่ได้มีพี่อยู่ตรงหน้า ผมก็ดีใจที่ได้จับต้องพี่เฌอคนนี้ได้ กอดเอาไว้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าพี่จะหายไปไหน” 

“ผมไม่หายไปไหนหรอก....จะอยู่กับคุณตรงนี้แหละ อย่าเบื่อละกัน” 

“พี่ก็ด้วย....อย่าเบื่อผมนะครับ” 

ใครจะเบื่อคุณลงวะ 

ผมมองเขาอยู่อย่างนั้นพลางเกลี่ยแก้มใสไปด้วย พอเข้าใจความรู้สึกที่ว่าเขินกว่าตอนจีบกันเป็นยังไงแล้วล่ะ เมื่อกี๊ตกใจเหมือนกันนะที่โดนจูบแบบสูบวิญญาณขนาดนั้นน่ะ ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้สิบสามที่เงอะงะในวันนั้นกลายเป็นแบบนี้ได้ เรื่องแบบนี้เป็นไปได้ด้วยเหรอวะ จะบอกว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณก็เกินไปหน่อยไหม ตอนที่คบกันเขายังเขินตัวแดงไปหมดเพราะโดนผมจูบแต่มาตอนนี้กลับเป็นผมที่..... 

หึ้ย...ย....ยอมไม่ได้นะเฌอเรื่องนี้อะ 

“คุณ....ทำไมถึงจูบได้แบบนั้น” 

“ก็เพราะอยากให้พี่เป็นลูกสะใภ้แม่ไงครับ” สิบสามอมยิ้มมองผม “ของแบบนี้ต้องเรียนรู้ไม่ใช่เหรอ” 

“ก็ใช่แต่แบบมันแค่ 3 วันเองสิบสาม” 

“เดี๋ยวผมจะเก่งกว่านี้อีก” 

ยังจะมากกว่านี้อีกเหรอ 

“คุณจะเอาชนะผมให้ได้เลยใช่ไหม” 

“ผมยอมพี่เฌอได้ทุกเรื่อง” เจ้าตัวผงกหัวขึ้นมาใกล้ “แต่ยกเว้นเรื่องนี้ หรือถ้าพี่อยากให้ผมยอม ก็กดผมเอาไว้ให้ได้สิครับ” 

ใครจะไปสู้แรงคุณได้วะ 

ผมซบลงกับอกเขาเหมือนคล้ายๆ ว่าจะยอมแพ้ “คุณแม่ง....” 

“เอาน่ะครับ เขาว่าโดนเด็กกินแล้วจะเป็นอมตะนะ พี่ไม่เคยได้ยินเหรอ” 

“เขามีแต่กินเด็กแล้วจะเป็นอมตะ” ผมงับไหล่เขาไปทีนึงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปที่เฟซบุ๊ก “ตั้งสถานะคบกันไหมคุณ” 

“ดีครับ คนอื่นจะได้รู้ว่าพี่มีแฟนแล้ว” 

“คนอื่นจะตกใจมากเลยด้วยที่ได้รู้ว่าแฟนผมเป็นใคร” 

. 

Cher Charun กำลังคบกับ Thitos 

. 

ผมมองการขึ้นสถานะของเราก่อนจะกดปิดแจ้งเตือน เชื่อได้เลยว่ามันจะต้องถล่มทลาย ดีไม่ดีเพื่อนๆ จะโทรมาแซวด้วย ผมปิดเครื่องไปเลยดีไหมวะ จะได้ไม่ต้องมีใครมารบกวนเวลาพักผ่อนของผม พอคิดได้แบบนั้นผมก็กดปิดโทรศัพท์แล้วดูแจ้งเตือนต่างๆ จากหน้าจอโทรศัพท์ของสิบสามแทน คอมเม้นต์เยอะมาก มันต้องมีทั้งดีและไม่ดีแน่ๆ ซึ่งผมพอรู้เลยว่าคอมเม้นต์ไม่ดีจะมาจากใครบ้าง 

เห้อะ....ไม่แคร์หรอกนะครับขอบอกไว้เลย 

“มีคนกดโกรธด้วยนะครับ” 

“คุณสนใจด้วยเหรอ” 

“ไม่ครับ” สิบสามกอดผมเอาไว้ “ผมสนใจแค่คนนี้เท่านั้นแหละ” 

“ปากหวาน” 

“ชอบไหมครับ” 

“ถ้าไม่ชอบ....ผมไม่อยู่ตรงนี้หรอก” ผมขยับลงมานอนข้างๆ ก่อนจะกุมแก้มเขาเอาไว้ “อิจฉาตัวเองว่ะ” 

“อิจฉาทำไมครับ” 

“....ได้เป็นแฟนคุณไง” 

“เป็นแฟนผมไปเรื่อยๆ พี่จะยิ่งรู้สึกอิจฉาตัวเองครับพี่เฌอ” 

ขนาดนั้นเลยนะ 

“แล้วผมจะคอยดูนะ....สิบสาม” 

คนเราจะอิจฉาตัวเองได้ถึงขั้นไหนวะ.....อยากรู้จริงๆ 

. 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วด้วยความรู้สึกอิจฉาและปวดหลังมาก ทิ้งไว้ที่ บท 13 นะคะ ก็จะมาอีกทีวันที่ 1 กุมภาพันธ์นะ ขอพักหน่อย พักไปปิดต้นฉบับ ก็รอกันอย่างใจเย็นนะคะ 

มีคนสับสนเรื่องโพด้วยนะคะ ให้บทนี้ยืนยันว่าใครจะกินใครแบบแน่นอนนะ คือหลังจากนี้มันก็จะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นด้วยทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ ก็ต้องรอติดตามกันด้วยนะคับบ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th น้า 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ 

ความคิดเห็น