มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมรีขี้เมา1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 426

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 08:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมรีขี้เมา1
แบบอักษร

สัปดาห์ต่อมา พบรักพาพลอยชมพูไปตัดไหมที่โรงพยาบาลตามนัด คราวนี้ไม่มีเข็มฉีดยามาเกี่ยวข้อง หญิงสาวเลยไม่โวยวายเท่าไร คุณหมอแนะนำการดูแลบาดแผลที่เพิ่งหายอีกนิดหน่อยก็ออกมาจากโรงพยาบาลได้ 

“ผมจะแวะซื้ออุปกรณ์สำหรับตกแต่งสถานที่จัดงานแต่งลูกค้าวันพรุ่งนี้นิดหน่อย คุณอยากได้อะไรไหม จะไปซื้อในห้างหรือตลาด ผมจะไปส่ง แล้วพอซื้อของเสร็จผมจะแวะไปรับ” พบรักเอ่ยถามหลังจากที่ขับรถออกมาจากโรงพยาบาล 

“ติ๊บไม่รู้จะซื้ออะไรค่ะ ของใช้จำเป็นก็เอามาด้วยครบทุกอย่างแล้ว ติ๊บไปช่วยคุณพบซื้อของดีกว่า” พลอยชมพูหันไปบอกคนขับรถ หญิงสาวยิ้มกว้างจนตาหยี พบรักหันมามองเธอแวบหนึ่ง เขาจับสัญญาณของรอยยิ้มที่ไม่ปกตินั้นได้ 

“จะเอาอะไรก็บอกมาดีๆ”  

“คุณพบเนี่ยมีญาณทิพย์หรือไงนะ หยั่งรู้ความคิดคนอื่นได้ด้วย เอ่อ...แถวนี้มีอะไรเด็ดๆ บ้างคะ”  

พบรักขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินคำถาม เขาไม่เข้าใจเธอ พลอยชมพูเห็นหน้าตาเขาแล้วก็หัวเราะคิก หญิงสาวรีบอธิบายเพิ่มถึงคำว่าอะไรเด็ดๆ ที่เธอถามเขา 

“ติ๊บหมายถึงของกินน่ะค่ะ แถวนี้มีอะไรขึ้นชื่อบ้างคะ มาถึงถิ่นแล้วก็ต้องได้ชิมให้เป็นบุญปาก คุณพบรู้ไหมว่าติ๊บน่ะได้ฉายาจากเพื่อนๆ ว่ายังไง”  

“ผมจำเป็นต้องรู้?”  

พลอยชมพูถอนหายใจแรง มองค้อนคนไม่รู้จักรับมุกการสนทนาของคนอื่น หญิงสาวเบี่ยงหน้าไปทางหน้าต่างรถ แล้วทำปากบ่นขมุบขมิบ 

“สงสัยตอนเป็นวัยรุ่นเพื่อนไม่คบ เลยไม่รู้จักรับมุกคนอื่น”  

“คุณว่าไงนะ” พบรักได้ยินสิ่งที่หญิงสาวบ่นเต็มสองหู เขาปรายตามองเธอด้วยสายตาดุ 

“เปล่าซะหน่อย” คนถูกจับได้ว่าต่อว่าเจ้านายปฏิเสธหน้าตาย หมดอารมณ์จะคุยกับคนไม่รู้จักรับมุกแล้ว เธอจึงนั่งเงียบมองไปข้างหน้า สำรวจสองข้างทางไปเรื่อยๆ โดยไม่พูดจา 

เสียงใสๆ เจื้อยแจ้วที่เงียบลงหลายอึดใจ ทำให้คนขับรถชำเลืองตามองอยู่หลายครั้ง พบรักรู้สึกว่าบนรถเงียบเกินไป เหมือนอยู่ในสุญญากาศ อึดอัด และอึมครึม คนนั่งข้างๆ ก็เอาแต่ทำหน้านิ่ง ไม่ยิ้มแย้มเอาเสียเลย เขาไม่คุ้นกับพลอยชมพูในเวอร์ชันนี้ ชายหนุ่มจึงกระแอมกระไอสองที ก่อนเอ่ยถามโดยไม่หันหน้าไปมองคนที่นั่งข้างๆ  

“ตกลงเพื่อนคุณตั้งฉายาให้คุณว่าไงนะ”  

คนอยากเล่าคลี่ยิ้มกว้าง หันขวับมามองคนถามตาเป็นประกาย 

“คืองี้ค่ะ...” คนชอบพูดไม่เล่นตัวสักนิดว่าเพิ่งหมดอารมณ์คุยกับเขาไปหยกๆ แค่เขาถาม เธอก็พร้อมที่จะเล่า เพราะเป็นคนงอนง่ายหายไว หรือบางทีไม่ต้องมาง้อหรือมาพูดกับเธอก่อน เธอก็พร้อมที่จะหายงอนเอง นักเลงจริงพูดก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องรอใครมาง้อเลย 

น้ำเสียงกระตือรือร้นและใบหน้ายิ้มแย้มยามเธอเล่าเท้าความถึงที่มาของฉายาที่เพื่อนมอบให้ ทำให้พบรักปรายตามองบ่อยๆ เขาเผลอยิ้มไปกับเธออยู่หลายครั้ง และสุดท้ายเมื่อเธอบอกฉายาที่ได้รับจากเพื่อนๆ ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาจนได้ 

“ไม่เห็นจะขำเลย ออกจะน่ารัก”  

“จอมมารพุงกางเนี่ยนะ”  

“อื้อ! คืองี้นะคะคุณพบ ถ้าเอาฉายาแบบนี้ไปเรียกคนอื่นก็อาจจะดูไม่ดีเท่าไร แต่เพราะติ๊บเป็นคนน่ารักไง จะได้ฉายาว่าอะไรก็ช่าง คนมันน่ารักก็น่ารักเหมือนเดิมแหละ” พูดจบก็ฉีกยิ้มกว้าง เชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ แต่แล้วก็หลุดหัวเราะออกมากับท่าทางของตัวเอง พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ของเธอ พบรักจึงหันไปมองแวบหนึ่ง เขาส่ายหน้าน้อยๆ ผู้หญิงอะไรเอะอะก็ยิ้มก็หัวเราะ ไม่หวงรอยยิ้มไม่หวงเสียงหัวเราะบ้างเลย เขาอยากรู้จริงๆ ว่าเธอยิ้มสดใสน่ารักแบบนี้กับทุกคนไหมนะ 

พบรักจอดรถที่หน้าร้านขายชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เขาเปิดประตูรถลงไปก่อน พลอยชมพูรีบเปิดประตูแล้วเดินตามเขาเข้าไปในร้าน ร้านค่อนข้างกว้างขวาง มีอุปกรณ์หลากหลายชนิด พลอยชมพูกวาดตามองทั่วร้าน แล้วเธอก็พบว่าสิ่งที่ร้านนี้วางขายนั้น มีสามอย่างเท่านั้นที่เธอรู้จัก นั่นคือ สายไฟ หลอดไฟ และปลั๊กไฟ 

หลังจากพบรักได้ของที่ต้องการครบแล้ว พนักงานก็ขนของไปไว้ที่หลังกระบะให้ ชายหนุ่มหันไปพูดคุยกับเจ้าของร้านต่ออีกเล็กน้อยจึงขอตัวกลับ พลอยชมพูมัวแต่ยืนมองโน่นนี่ในร้านราวกับเด็กขี้สงสัยไม่ทันมองว่าเขาเดินออกไปแล้ว กระทั่งไปถึงรถพบรักจึงหันกลับไปมองในร้าน เขาเห็นเธอก้มๆ เงยๆ อยู่กับแผงวงจรไฟกะพริบอย่างสนใจ ชายหนุ่มจึงเดินกลับเข้าไปในร้านแล้วคว้าเอามือบางเดินจูงออกมาที่รถ 

“เมียใหม่เหรอคะคุณพบ” เสียงอาซ้อของร้านตะโกนถามตามหลังมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ที่จริงอาซ้อสงสัยตั้งแต่เห็นเดินลงจากรถตามกันเข้ามาในร้านแล้ว แต่ไม่กล้าถาม พอเขาจะขึ้นรถกลับกันไปจริงๆ จึงอดไม่ไหวต้องเอ่ยถามออกไป 

คนถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเมียเจ้านายรีบก้มมองมือที่ถูกเขากุมอยู่ แล้วเงยหน้ามองคนจับมือของตน ก่อนรีบสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว พบรักมองสบตาหญิงสาวด้วยสายตาที่พลอยชมพูเองก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ 

พบรักถอนสายตาจากดวงหน้าใส หันไปบอกอาซ้อขี้สงสัยเรื่องชาวบ้าน 

“เปล่าครับ พนักงานใหม่ครับ” เขาตอบแล้วเดินอ้อมไปทางหน้ารถอย่างรวดเร็วก่อนเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ 

พลอยชมพูหันกลับไปยิ้มให้อาซ้อที่ยืนมองเธออย่างสงสัย ก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นรถตามชายหนุ่มไป 

พอขับรถมาได้ครู่หนึ่ง พบรักก็บอกเธอว่า 

“ตรงโน้นมีร้านขายขนมมันทิพย์ เป็นเจ้าดั้งเดิม อร่อยมาก” พอได้ยินเรื่องของกิน พลอยชมพูก็ทำตาโตชะเง้อคอมองไปข้างหน้า 

“ไหนคะ ร้านไหน” เธอลืมเรื่องที่ถูกสงสัยว่าเป็นเมียเขาไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เธอสนใจคือของกินอร่อยๆ มากกว่า 

พบรักชะลอรถจอดข้างทาง หันมาบอกคนที่นั่งข้างๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“รออยู่บนรถ เดี๋ยวผมลงไปซื้อให้”  

“ติ๊บลงไปด้วย”  

“จะลงไปทำไม ร้อนจะตาย”  

“ก็เผื่อจะติ๊บจะซื้ออย่างอื่นด้วยไงคะ” พลอยชมพูทำหน้าเศร้า ส่งสายตาเว้าวอนมองเขาเหมือนอย่างที่เธอเคยใช้อ้อนบิดาและพี่ชาย ซึ่งมันก็ได้ผลทุกครั้ง และครั้งนี้มันก็ได้ผลเช่นกัน 

“เอามันม่วงด้วยนะคะคุณพบ” พลอยชมพูเกาะแขนคนข้างๆ เขย่าอย่างตื่นเต้น ตากลมสุกใสมองมันทิพย์ลูกขนาดพอดีคำทั้งสีขาวสีม่วงที่ถูกปิ้งอยู่บนตะแกรงด้วยความตื่นตาตื่นใจ 

พบรักหลุบตามองมือนุ่มที่เกาะแขนตนอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งแม่ค้าให้ พอแม่ค้ายื่นถุงให้ พลอยชมพูก็รับมาถือไว้เอง 

“ของติ๊บ ติ๊บถือเองค่ะ” เจ้าของมันทิพย์ยิ้มอย่างดีใจ 

“จะเอาอะไรอีกไหม” พบรักเอ่ยถามคนที่ยังเกาะแขนเขาไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือถือถุงขนมไว้ 

พลอยชมพูมองซ้ายขวา ชะเง้อคอมองร้านค้าที่เรียงรายกันอยู่ 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เรารีบกลับรีสอร์ตกันเถอะ”  

“แล้วไหนบอกว่าจะซื้ออย่างอื่นด้วย”  

“ก็ตอนนี้ไม่อยากได้แล้ว ไปเถอะค่ะ” พลอยชมพูดึงแขนที่เธอเกาะอยู่ให้เดินกลับไปที่รถด้วยกัน พบรักยอมเดินตามแต่โดยดี เขายิ้มในหน้า ตาคมอ่อนแสงลงเมื่อหลุบมองมือที่จับอยู่บนแขนของตน 

 

“คุณพบรีบๆ หน่อยสิคะ” พลอยชมพูเร่ง เมื่อคนขับขับรถด้วยความเร็วที่ไม่ค่อยทันใจเธอเอาเสียเลย 

“รู้ไหมว่าการขับรถเร็วอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้”  

“รู้ค่ะ แต่ติ๊บอยากกลับถึงรีสอร์ตก่อนบ่ายโมงนี่คะ” พลอยชมพูบอกเขาแล้วทำปากยื่นน้อยๆ ที่เขาไม่ทำอย่างที่เธอต้องการ 

“ทำไมต้องถึงก่อนบ่ายโมง”  

“ก็จะได้ถูกหักค่าแรงวันนี้แค่ครึ่งวันไงคะ ขืนไปถึงหลังบ่ายโมง คุณพบก็จะหักค่าแรงครึ่งวันบ่ายเพิ่มสิ” คนกลัวถูกหักค่าแรงอธิบายเสียงจริงจัง พบรักปรายตามองหญิงสาวแวบหนึ่ง พวงแก้มเนียนใสด้านข้าง จมูกรั้น และปากจิ้มลิ้มที่ยื่นออกมาน้อยๆ ทำให้เขายิ้มมุมปาก นี่คงงอนคราวที่แล้วที่ถูกเขาหักค่าแรงไปครึ่งวันสินะ คราวนี้เลยว่าประชดเขา 

“วันนี้จ่ายเต็มก็ได้” เขาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“จริงเหรอคะ” พลอยชมพูรีบหันไปหาเขา ถามด้วยน้ำเสียงดีใจ ดวงหน้ากระจ่างใส ตาเป็นประกาย 

“หรือไม่เอา”  

“เอาค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณพบเนี่ยเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุดในโลก ใครทำงานด้วยก็สบายใจ”  

“ก่อนหน้านี้คุณพูดว่าไม่มีใครคบผม”  

“ติ๊บไม่เคยพู้ด!” คนที่เพิ่งว่าเจ้านายไปยังไม่ทันข้ามวันปฏิเสธข้อกล่าวหาเสียงสูง 

“คุณพบหูฝาดไปเองหรือเปล่าคะ มีเจ้านายใจดีแบบนี้ ใครเขาจะไปว่าอะไรล่ะคะ” พลอยชมพูยิ้มกลบเกลื่อนความผิด เปิดถุงขนมออก แล้วหยิบมันทิพย์ยื่นไปจ่อที่ปากเขา พบรักผงะใบหน้าหนีเล็กน้อย เขาปรายตามองเธอด้วยความไม่เข้าใจ 

“คุณพบใจดี น่ารัก ติ๊บแบ่งขนมให้กินค่ะ” พลอยชมพูอยากเอาใจเขา เพื่อให้เขาลืมเรื่องที่เธอว่าเขาไป 

“กินสิคะ อร่อยน้า...” เสียงหวานกังวานใส และใบหน้ายิ้มแย้มน่ารักทำให้พบรักยอมอ้าปากขึ้นรับขนมชิ้นพอดีคำเข้าปาก พลอยชมพูมองเขาเคี้ยวขนมไม่วางตา ทุกครั้งที่เขาเหลือบตามามอง เธอก็จะฉีกยิ้มกว้างอย่างเอาใจ 

 

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ

ความคิดเห็น