marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 26
แบบอักษร

 

ตัวช่วย

 

 

“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะหัวหน้า!!!” ฉันมองหน้าแซยองยิ้มๆหลังจากที่เธอดี๊ด๋าใหญ่เรื่องที่ฉันกลับมาทำงาน และ ฉันก็ค่อนข้างจะรู้สึกแปลกนิดหน่อยกับบรรยากาศภายในสำนักงานตอนนี้ฉันกวาดสายตามองรอบๆเหมือนจะรู้สึกว่าคนน้อยลงนะ

“จริงด้วยตอนที่หัวหน้าไม่อยู่เกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ” มีราพูดขึ้นเสริมนั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อย

“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” คำถามของฉันทำให้ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาก็ฉันไม่ได้ติดตามข่าวเลยตั้งแต่ตอนนั้นไม่รู้อะไรสักนิดรู้แค่ว่ารัฐบาลชุดเก่าโดนปลดออกเกือบหมดเหลือแค่เขาคนนั้นที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเองได้ และ เรียกความเชื่อใจจากประชาชนได้

“ก็เรื่องที่จู่ๆก็มีคลิปวิดีโอการรับสินบนของรัฐบาลเผยแพร่ออกมานะสินะ นอกจากนี้ยังมีคลิปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงรับเงินจากนักธุรกิจเพื่ึอปกปิดธุรกิจสีเทาของคนพวกนั้นเรื่องมากมายเกิดขึ้นในเวลาแค่เสี้ยววินาทีจริงๆแต่ผู้คนมากมายต่างก็ให้ความสนใจจนท่านประธานาธิบดีรีบลงมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง และ ยังจัดตั้งทีมสืบสวนพิเศษมาสืบเรื่องนี้ว่าคือความจริงหรือเปล่า”

“ และ พอทุกอย่างถูกสืบจนแน่ชัดง่าเจ้าหน้าที่ในวิดีโอคลิปทำจริงๆทุกคนก็ถูกถอนจากต่ำแหน่งพร้อมกับติดคุกทันทีโดยไม่รอลงอาญา และ ที่สำคัญคือหนึ่งในนั้นก็มี ผ.อมินด้วยพร้อมกับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งถูกจับกุมไปตอนนี้สถานการณ์ภายในยังคงวุ่นวาย และ ยุ่งเหยิงอยู่นะสิค่ะ” พอได้ฟังสิ่งที่ทั้งคู่พูดจบฉันก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆไม่แสดงอาการตื่นเต้น หรือ อะไรออกไป

“หัวหน้าไม่ตกใจเลยเหรอค่ะ!!!” แซยองพูดขึ้นหลังจากที่เห็นแค่ฉันพยักหน้าเบาๆด้วยสีหน้าปกติ

“ไม่นิ ใครทำอะไรก็ต้องได้รับแบบนั้นก็ถูกต้องแล้ว และ อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสักหน่อย” คำพูดราบเรียบของฉันทำให้ทั้งคู่ยื่นนิ่งมองฉันอย่างจับผิด

“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะหัวหน้า...ดูเยือกเย็นขึ้น และ มีเหตุผลมากขึ้นด้วย” ฉันหันหน้าไปแฉะยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ

“เอาละอย่ามัวแต่พูดมากรีบกลับไปทำงานได้แล้วก็จัดการส่งแฟ้มภารกิจทั้งหมดที่ได้รับมาให้ฉันที่ห้องด้วยฉันจะดู และ ก็รายงานภารกิจที่พึ่งจัดการไปด้วยนะ”

“ค่ะ/ค่าาาาา”

 

 

~~~~~~~

 

พรึบ พรึบ พรึบ

“จากรายงานภารกิจทั้งหมดที่จัดการก็ทีเท่านี้ค่ะ ส่วนที่เหลือเรากำลังรอคำสั่งมอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยค่ะ” ฉันนั่งพลิกหน้ากระดาษรายงานภารกิจอ่านแต่ละอย่างที่แซยองรายงานมาอย่างช้าๆจนสายตาไปสะดุดกับภารกิจหนึ่ง...

‘ภารกิจตามหา อียงฮุน’

ฉันขมวดคิ้วมองแฟ้มนั่นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะรีบหยิบขึ้นมาอ่านจนมีราพูดรายงานนี้ขึ้น

“อ้อ!!! ฉันลืมรายงานเรื่องนี้ไปเลยคือว่าตอนนี้ทางเรากำลังพยายามตามหาหัวหน้าอียงฮุนอยู่ค่ะพอดีเขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องโดนจับแต่ตอนนี้ไม่มีใครพบตัวเขามาเดือนหนึ่งแล้ว...ทางเบื้องบนเลยสั่งให้การตามหาเขาเป็นภารกิจลับค่ะ” จากการรายงานของมีรายิ่งทำให้ฉันไม่เข้าใจคือยงฉุนโดนฉันยิงตายไปแล้วนิ...แล้วไหงถึงไม่มีคนพบศพละฉันนั่งคิดหนักจนนึกถึงเรื่องวันนั้นก่อนทุกอย่างค่อยๆกระจ่างขึ้นแสดงว่าเรื่องนี้พี่โฮต้องรู้แน่ๆ และ ที่วันนั้นเขาไม่ถามก็เพราะเขารู้อยู่แล้ว!!!!

“ภารกิจนี้ฉันจะทำเอง” คำพูดของฉันทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจแต่ฉันก็ทำแค่ยักไหล่เบาๆไม่พูดอะไรต่อจนทั้งคู่ถอดใจที่จะถามแล้วรายงานภารกิจตาอไปให้ฟัง...จนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเที่ยง

“แซยอง มีราถามอะไรหน่อยสิ” ฉันพูดขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเตรียมตัวลุกขึ้นไปทานข้าว

“อะไรค่ะหัวหน้า”

“เธอคิดว่าเรื่องเรือระเบิดเมื่อตอนนั้นเป็นฝีมือของ ชเวอึนโฮ จริงๆหรือเปล่า” คำถามของฉันทำให้ทั้งคู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ฉันคิดว่าไม่นะ...ตามความรู้สึกของฉันแค่รู้สึกเหมือนหลักฐานต่างๆพุ่งเป้าไปที่เขาเกินไป”

“ใช่ฉันก็คิดงั้นจากที่ดูที่หัวหน้าสอบสวนเขานะคนอย่างเขาไม่น่าจะยอมทำอะไรที่ทิ้งหลักฐานไว้ขนาดนั้นหรอก” คำตอบของทั้งคู่ทำให้ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย

“เธอก็คิดแบบนั้นใช่ไหม”

“แต่ก็เท่านั้นแหละเราก็ทำได้แค่คิดแต่เขาก็ตายไปแล้ว”

“ถ้าเกิดเขายังไม่ตายละ” คำพูดของฉันทำให้สองคนนั้นหันมามองฉันเป็นตาเดียว

“หัวหน้าหมายความว่าไง”

“นั่นสิ”

“แซยอง มีราฉันไว้ใจเธอสองคนได้ใช่ไหม”

“หัวหน้า!!! พูดอะไรแบบนั้นก็ต้องไว้ใจได้สิเราอยู่กับคุณมาตั้งนานจะทรยศได้ไง!!!”

“ใช่แล้ว!!! ฉันไม่มีวันทรยศคุณแน่นอน” ฉันยิ้มให้ทั้งคู่อย่างอ่อนใจฉันรู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้ไม่มีทางทรยศหักหลังฉันแน่นอนเพราะพี่โฮตรวจสอบให้ทุกอย่างแล้ว และ ฉันก็อยากทำบางอย่างโดยยืมมือทั้งสองคนอีกด้วย

“งั้นพร้อมที่จะฟังสิ่งที่ฉันพูดหรือยัง...”

 

 

ตอนเย็น

 

 

“อยู่ไหนค่ะพี่ฉันเดินออกมาถึงข้างถนนแล้วเนี่ย” ฉันพูดขึเราในขณะที่กำลังเดิน

‘อ่ะ!! ถึงแล้วครับเห็นแล้ว’ เสียงปลายสายดังขึ้นอย่างอารมณ์ดีก่อนฉันจะหันซ้ายหันขวาแล้วเห็นรถหรูคุ้นตาขับเข้ามาหาซ้าๆฉันจึงหยิบโทรศัพท์มากดตัดสายทันทีไม่นานรถของเขาก็จอดอยู่ตรงหน้าฉัน และ ฉันก็รีบขึ้นรถทันที

“เป็นไงบ้างวันนี้” พอขึ้นมาถึงรถเขาก็ยิงคำถามมาทันทีนั่นทำให้ฉันหันไปยิ้มให้เขาเล็กน้อย

“อย่างที่พี่บอกค่ะ...สองคนนั้นไว้ใจได้จริงๆ” ฉันตอบคำถามของเขาพรางนึกถึงตอนที่เล่าทุกอย่างให้สองคนนั้นฟัง...ทั้งคู่ดูตกใจนิดหน่อย และ พอฟังฉันเล่าจนจบทั้งสองคนก็เข้ามากอดฉันพร้อมกับร้องไห้อย่างหนักเพราะสงสารฉันแต่ตอนนี้ฉันไม่เป็นไรแล้วฉันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว และ สิ่งที่ฉันจะให้สองคนนั้นจัดการก็คือเรื่องที่จะแอบเข้าไปบริษัทของกงโชจุนเพื่อจะเริ่มแผนของพี่โฮ...แต่พอเห็นเขาแล้วก็ทำให้ฉันนึกบางอย่างออก

“อ้อ!!! แต่ว่าพี่ต้องตอบคำถามของฉันก่อนนะ”

“อะไรค่ะคนดี” เขาหันมาถามพร้อมแววตาที่ออดอ้อนฉันขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยพร้อมชูซองเอกสารในมือขึ้นให้เขาดู

“วันนั้นที่ฉันฆ่ายงฮุนพี่เป็นคนจัดการศพของหมอนั่นใช่ไหม...ตอนนี้ศพอยู่ที่ไหนเพราะเบื้องบนมีคำสั่งให้หาตัวเขาให้พบไม่ว่าจะเป็น หรือ ตาย” คำพูดของฉันทำให้เขาชะงักเล็กน้อยแถมยังหลบสายตาอีกด้วย เหมือนเด็กเวลามีความผิดแล้วหนีอ่ะ

“ศพอยู่ไหนค่ะพี่โฮ...ตอบมา” ฉันถามย้ำอีกครั้งนั่นทำให้เขายอมหันมามองหน้า

“พี่ให้คนนำศพไปทิ้งที่แซ่แข็งไว้ และ พี่กำลังให้ลูกน้องจัดการจัดฉากว่าหมอนั่นฆ่าตัวตายไม่อยากบอกเธอเพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่ดีอีกที่โดนเพื่อนหักหลัง” คำอธิบายของเขากับใบหน้าที่ออดอ้อนนั่นทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมา

“ฉันไม่ได้ว่าอะไรแค่ครั้งหน้าคิดจะทำอะไรบอกฉันด้วยนะคะฉันไม่อยากให้พี่แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว”

“ครับ...พี่จะพยายาม” ฉันรู้ว่าแม้ว่าเขาจะตอบตกลงแต่บางอย่างเขาก็ไม่บอกฉันแน่นอนถ้ามันมีผลกระทบถึงฉันเขามักจะแบกรับทุกอย่างไว้เพื่อฉันตลอด...เฮ้อ!!! ทำไมน่ารักแบบนี้นะ

“งั้นกลับกันเถอะวันนี้ฉันอยากทานข้าวฝีมือพี่จังเลย...”

“ได้เลยจะทำของโปรดให้ด้วย” ฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างยิ้มๆก่อนเจ้าตัวจะหันไปขับรถ...ฉันมองผู้ชายข้างๆด้วยความรู้สึกหลากหลายใจหนึ่งก็แอบคิดนะว่าถ้าไม่เกิดเรื่องแบบนี้เราสองคนจะได้เจอกันหรือเปล่า....เราสองคนจะได้อยู่ใกล้กันแบบนี้มั้ยมันคือโชคร้ายในโชคดีหรือเปล่านะแต่ไม่ว่าเขาจะเป็นโชคร้ายหรือโชคดีตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถถอนตัวจากเขาได้แล้วละ...

 

สามวันต่อมา

 

ติ๋งๆ ติ๋งๆ

เสียงกดกริ่งหน้าประตูดังขึ้นนั่นทำให้ฉันที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ละบนโซฟายัดตัวขึ้นรีบเดินไปเปิดประตูให้คนที่อยู่ข้างนอกทันที...

แอ๊ดดดดด

“ทำอะไรอยู่ค่ะหัวหน้าปล่อยให้รอตั้งนานหนาวนะเนี่ย” เสียงบ่นของแซยองดังขึ้นนั่นทำให้ฉันยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะหลีกทางให้ทั้งคู่เดินเข้ามาในคอนโดของฉัน...ที่วันนี้ให้สองคนนี้มาเพราะเราจะเริ่มประชุมวางแผนกันไงละโดยเป็นการประชุมผ่านไลโอนิกที่จะแสดงภาพจำลองของผู้สวมใส่ขึ้นนั่นทำให้เราจะรู้สึกเหมือนคุยกันต่อหน้า นี่เป็นสิ่งที่พี่ลิสบอกว่าสตีฟทำขึ้นมาให้

“อ้าวมากันแล้วเหรอ” น้ำเสียงราบเรียบของพี่โฮดังขึ้นหลังจากที่เดินออกมาจากห้องนอนทันทีที่สองคนนั้นหันไปมองต้นเสียงก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตะลึงจนทั้งคู่รีบเดินกลับมาหาฉันก่อนจะกระซิบเบาๆ

“หัวหน้าทำไมไม่บอกว่าตัวจริงแฟนของหัวหน้าหล่อกระชากใจแบบนี้เนี่ยยยยฉันต้านทานความหล่อเขาไม่ไหว”

“นั่นสิ...ฉันเคยเห็นเขาแค่ในทีวีแบบผ่านๆไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้” คำพูดของทั้งคู่ทำให้ฉันยิ้มเยาะออกมาอย่างผู้ชนะเล็กน้อยนี่แค่ได้เห็นพี่เขาแค่นี้นะถ้าได้เห็นตอนเขาอ้อนสองคนนี้คงขาดใจตายแน่ๆฮ่าๆๆๆ

“หยุดโอเวอร์ได้ละไปนั่งตรงโซฟาเลยเดี๋ยวจะเริ่มละ” ฉันเก๊กหน้านิ่งทำท่าไม่สนใจที่สองคนนั้นพูดก่อนจะเดืนนำเข้าไป และ เดินตรงดิ่งไปหาพี่เขาที่ยืนนิ่งมองมาทางฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยน...และ รอยยิ้มแบบนี้เขาก็ใช้มองมาที่ฉันแค่คนเดียวจริงๆฮึๆ

“น่ารักจังเลยค่ะ”

“งั้นก็รักให้มากๆเลยนะครับ” คำพูดของเขาทำให้คนที่เดินตามเข้ามาอย่างสองคนนั้นได้แต่มองตากันปริบๆพอเขาเงยหน้าไปมองทั้งคู่เขาก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมานอกจากใบหน้าที่เรียบนิ่ง

“ถ้ามากันครบแล้ว นี่ครับพวกคุณสองคนใส่เจ้านี่ด้วยครับ” เขาพูดขึ้นนิ่งๆพร้อมกับยื่นกล่องคอนแทคเลนส์ให้สองคนนั้นทั้งคู่รับไปอย่างไม่เข้าใจจนฉันต้องพูดขึ้น

“นี่คือเครื่องมือสื่อสารของพวกเขาที่เรียกว่าไบโอนิกใส่เข้าที่ตาเลยแล้วมันจะเปิดการทำงานทันที” พอได้ยินฉันพูดจบแซยอง และ มีราก็ทำตามที่ฉันบอกทันทีอย่างเข้าใจพอสองคนนั้นใส่คอนแทคเลนส์เสร็จแล้วก็มีเสียงร้องที่ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที

“ว้าวว...นี่มันอะไรกันไฮเทคสุดๆดูสิทุกอย่างในสายตาของฉันตอนนี้มีตัวเลขคำนวณให้ด้วย”

“ใช่!!! แถมพอมองไปยังหัวหน้ายังขึ้นข้อมูลประวัติทั้งหมดมาให้ด้วย” เสียงบนพึมพำอย่างตื่นเต้นของทั้งคู่ดังขึ้นไม่หยุดจนฉันยืนมองอย่างเหนื่อยใจ...

‘อะแฮ่ม!!! หยุดตื่นเต้นก่อนนะคะตอนนี้เราจะเริ่มประชุมวางแผนกันละ’ แต่ทั้งคู่เป็นต้องชะงักไปหลังจากที่เสียงพี่ลิสดังขึ้นพร้อมกับภาพของพี่ลิสที่ปรากฏขึ้นเป็นภาพสามมิติ

“เริ่มเลยครับพี่” พี่โฮที่ยืนข้างๆฉันพูดขึ้นเรียบๆนั่นทำให้พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะมีเสียงของบางคนดังขึ้น

‘สวัสดีครับทุกคนยินดีที่ได้เจอกันนะครับผมสตีฟ...ยินดีต้อนรับสู่โลกของผมตอนนี้เหมือนจะมีคนที่จ้องจะทำร้ายพวกคุณแต่ไม่ต้องกลัวนะครับเดี๋ยวผมจัดการให้”

 

อีกฝั่งหนึ่งของตึก

“เอาละยืนยันเป้าหมายได้แล้วใช่ไหม” เสียงแหบๆของคนที่กำลังหยฺิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูพูดขึ้น

“ครับ...ชเวอึนโฮ ไม่ผิดแน่นอน” คนที่กำลังนั่งมองเป้าหมายผ่านเลนลำกล้องปืนพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“งั้นก็จัดการมันสะ” คำสั่งเด็ดขาดจากคนข้างๆทำให้คนที่กำลังมองเป้าหมายอยู่แฉะยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนมือจะค่อยๆเหนียวไกออกไปแต่ไม่ทันได้ยิงด้วยช้ำจู่ๆก็มีโดรนตัวหนึ่งบินมาตรงหน้าพวกเขา...

“นั่นมันอะไรนะ...” คนทั้งคู่ขมวดคิ้วมองโดรนที่บินมาอย่างไม่เข้าใจพวกเขากำลังสับสนว่าเป้าหมายรู้ตัวแล้วเหรอแต่เท่าที่ดูตอนนี้คนพวกนั้นยังไม่รู้ตังเลยแล้วโดรนนี่มันของใครกันแต่ไม่ทันที่คนสองคนจะเอ่ยถามอะไรอีกจู่ๆ

ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ

เสียงของโดรนดังชึ้นอย่างรุนแรงก่อนรูปร่างของเทคโนโลยีตรงหน้าจะแปลเปลี่ยนไปเป็นอาวุธปืนขนาดจิ๋ว...

ปัง! ปัง! ปัง!

 

 

 

เอาแล้วสถานการณ์จะเป็นไงต่อละเนี่ย...เรื่องราวจะดำเนินมาใกล้ตอนจบเรื่อยๆแล้ว.....

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น