Khunfahh

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 หวงเพื่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 หวงเพื่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 113

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 หวงเพื่อน
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 8

 

หวงเพื่อน

 

 

 

เช้าวันจันทร์

 

ผมเดินเข้าโรงเรียนไปพร้อมกับจั๋วเฉิงเช่นปกติแต่ที่ไม่ปกติคือ...

 

“ไง เซียวจ้าน” คนร่างสูงตรงหน้าเอ่ยขึ้น

 

“ฮ่าวเซวียน” ผมอุทานชื่อคนตรงหน้าขึ้น

 

“ไอ้ฮ่าว นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันสักคำห๊ะ!!” ไอ้เฉิงที่เห็นว่าเป็นใครก็ถามขึ้นด้วยความตกใจปนดีใจทันที

 

หมอนี่ชื่อว่าหวังฮ่าวเซวียนครับ เค้าคือเพื่อนสนิทของผมอีกคน แต่หมอนี่ได้ทุนแลกเปลี่ยนไปเรียนที่ออสเตรเลีย 1 เทอม เราเลยไม่ได้เจอกันเลย แล้ววันนี้เค้าก็ปรากฎตัวขึ้น (หมอนี่มันเคยแอบชอบผมตอน ม.4 ครับ แต่ผมบอกมันว่าผมคิดกับมันแค่เพื่อน เราเลยเป็นเพื่อนกันมาตลอด เรื่องนี้ไอ่เฉิงก็รู้)

 

“โคตรคิดถึงนายเลย” พูดจบฮ่าวเซวียนก็เดินเข้ามากอดผมไว้ ผมรีบกอดตอบเค้าทันที

 

“ฉันก็เพื่อนนาย กอดแค่ไอ้จ้านได้ไง” ไอ้เฉิงเอ่ยทำหน้าน้อยใจ

 

“โอ๋ๆๆๆ ฉันก็คิดถึงนายจั๋วเฉิง” แล้วเค้าก็ผละกอดจากผมไปกอดไอ้เฉิงต่อ

 

“จะกลับมาทำไมไม่บอก” ผมถามขึ้น

 

“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์นะสิ” ฮ่าวเซวียนตอบพร้อมยิ้มหวานมาให้ผม

 

“ฮ่าๆ ก็จริงของนาย ว่าแต่..นี่ยังไม่ครบเทอมเลยทำไมนายกลับมาแล้วล่ะ” ผมถามต่อ

 

“ก็เพราะฉันคิดถึงนายจนทนไม่ไหวนะสิ” เค้าพูดจบก็เดินมาหาผมพร้อมเอาหัวมาซบที่ไหล่ผมแบบอ้อนๆ ทันที

 

“ชิส์ เอาความจริง” พูดจบผมก็ดันมันออกจากไหล่ผมทันที

 

“ฮ่าๆ พอดีฉันเก่งไง เรียนจบหลักสูตรไว ก็เลยกลับมาก่อนได้นะ” มันขำให้ท่าทีของผม และพูดความจริงขึ้น

 

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง” ผมเอ่ยยิ้มๆ ไปให้เค้า

 

“ฉันไม่อยู่มีใครมาจีบนายบ้างรึเปล่าเนี๊ยะ” ฮ่าวเซวียนถามขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองมาที่ผม

 

“ฉันเฝ้าอยู่ใครจะกล้า แต่.....” ไอ้เฉิงพูดขึ้น แต่เหมือนคิดอะไรได้เลยเงียบไป

 

“แต่อะไร” ฮ่าวเซวียนถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“ก็รุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนใหม่หมอนี่นะสิ ดูสนิทกันแปลกๆ” ไอ้เฉิงอธิบายฮ่าวเซวียนขึ้น

 

“อะไรของนายเฉิงเฉิง ป๋อเค้าเป็นเพื่อนฉัน” ผมรีบแย้งขึ้น

 

“ป๋อ?” ฮ่าวเซวียนทวนชื่อขึ้น

 

“อืม เค้าเป็นรุ่นพี่ ม.6 นะ ชื่อหวังอี้ป๋อ” ไอ้เฉิงอธิบายต่อ

 

“ไปเรียนดีกว่ามั้ย นี่จะเลยเวลาเรียนแล้วนะ” ผมรีบพูดแทรกมันสองคนขึ้นแล้วเดินนำไปห้องเรียนทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระฆังพักเที่ยงดังชึ้น

 

ผม จี้หลี่ จั๋วเฉิง ฮ่าวเซวียน รีบเดินออกจากห้องทันที แต่พอลงมาล่างตึกก็พบกับอี้ป๋อที่กำลังยืนพิงเสาอาคารเล่นโทรศัพท์อยู่ คือเค้าแค่ยืนพิงเสาเอง แต่ทำไมต้องเท่ขนาดนี้ด้วยล่ะเนี้ยะ อ้ากกกก หล่อเกินไปแล้วหวังอี้ป๋อ 

 

“ป๋อ” ผมเรียกชื่อเค้าขึ้น ทำให้เค้าล่ะสายตาจากโทรศัพท์มามองผม เค้าเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินตรงมาหาผมทันที

 

“กำลังจะโทรหาอยู่พอดี” เค้าเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าผม

 

“ใครอ่ะจ้านจ้าน แนะนำให้ฉันรู้จักด้วยสิ” ฮ่าวเซวียนเดินมากอดคอผมไว้แล้วถามขึ้น

 

คนตรงหน้าผมมองผมมานิ่งพร้อมกับเลื่อนสายตามองไปยังแขนฮ่าวเซวียนที่กำลังกอดคอผมอยู่ แล้วมองกลับมาที่ผมอีกครั้งด้วยเครื่องหมายคำถาม

 

“ป๋อ นี่เพื่อนฉันเองชื่อฮ่าวเซวียน ฮ่าวเซวียนนี่หวังอี้ป๋อ” ผมรีบแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกันทันที พร้อมกับค่อยๆ แกะแขนไอ้ฮ่าวออกจากคอผม เพราะว่าสายตาของคนตรงหน้าผมตอนนี้เค้าดูจะไม่ชอบเท่าไหร่

 

“อ๋อ หวังอี้ป๋อคนนี้สินะที่เป็นเพื่อนใหม่นายเค้าเป็นรุ่นพี่สินะ หวัดดีครับรุ่นพี่ผมฮ่าวเซวียนเพื่อนสนิทเซียวจ้านครับ” ไอ้ฮ่าวพูดพร้อมยื่นมือไปหาเค้า เค้ามองมือนั้นนิ่งแต่ทำเป็นไม่ได้สนใจ แล้วล่ะสายตาจากไอ้ฮ่าวมามองผม

 

“ไปกันยัง” เค้าเอ่ยกับผมขึ้น

 

“อะ อ๋อ ไปสิ ไปกัน ฉันหิวจะแย่แล้ว” พูดจบผมก็ลากเค้ามาโรงอาหารทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณ โรงอาหาร

 

เราสี่คนซื้อข้าวกันเสร็จแล้วก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แต่อี้ป๋อเค้ายังซื้อไม่เสร็จ วงนินทาเลยเกิดขึ้น

 

“นายคบกับคนแบบนั้นได้ไง ไม่มีมารยาทเลยสักนิด ฉันอุตส่าห์อยากเป็นเพื่อนดันเมินกันได้ แล้วไอ้หน้านิ่งๆ แสนหยิ่งนั่นอีก ชิส์ เย็นชาชะมัด นายคิดไรของนายอยู่กันแน่ถึงได้คบกับเค้า” ฮ่าวเซวียนบ่นยาวเลยครับ

 

“ป๋อไม่ใช่คนแบบที่นายพูดสักหน่อย เค้าแค่ไม่สนิทเลยแสดงออกมาแบบนั้นต่างหาก” ผมรีบตอบกลับมันไป

 

“นายแก้ตัวให้เค้าเหรอจ้าน นี่มันอะไรกัน” ไอ้ฮ่าวพูดกับผมจบก็หันไปมองหน้าไปเลิกคิ้วถามไอ้เฉิงกับจี้หลี่ทันที สองคนนั้นยักไหล่พร้อมกับส่ายหน้ามาให้มัน

 

“หรือว่า...นายจะชอบเค้า”

 

แกร๊งงงงง เสียงช้อนที่หลุดมือผมกระทบกับจานข้าวดังขึ้นทันทีที่ฟังประโยคของไอ้ฮ่าวจบ ไอ้ฮ่าวมันหรี่ตาจ้องผมมาแบบจับผิดทันที

 

“ไม่ได้ชอบสักหน่อย ฉันแค่อยากเป็นเพื่อนกับเค้าก็เท่านั้น” ผมหยิบช้อนกลับมาถือไว้เหมือนเดิมพร้อมกับตอบคำถามมันไป

 

“จริง??” มันถามย้ำขึ้น

 

“อืม” ผมตอบรับทันที

 

แล้วบทสนทนาของเราก็จบลงทันทีที่ผู้มาใหม่นั่งลงข้างๆ ผม อี้ป๋อนั่งกินเงียบๆ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ฮ่าวเซวียนนั่งมองผมกับเค้าสลับกันไปมา ผมหลบตามันแล้วหันไปมองคนด้านข้างผมที่วันนี้ดูเงียบแปลกๆ

 

“นายเป็นไรรึเปล่า” ผมถามเค้าขึ้น

 

“เปล่านิ” เค้าหันมาตอบผมแล้วก็หันกลับไปกินข้าวต่อ

 

หึ เมินกันขนาดนี้ พูดน้อยขนาดนี้ แถมยังตีหน้านิ่งใส่กันอีก แบบนี้นะเหรอไม่เป็นไรอ่ะ

 

ตลอดเวลาสามเดือนที่เราเป็นเพื่อนกันมาเค้าพูดกับผมเยอะขึ้น ยิ้มกับผมบ่อยขึ้น เราสนิทกันมากขึ้นเยอะเลย แล้ววันนี้มันยังไงกันนะ ไม่ได้ๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ผมต้องทำลายความเงียบนี้

 

“ป๋อ ลูกชิ้นอันนั้นฉันขอได้มั้ย” ผมพูดขึ้นพร้อมเอานิ้วชี้ไปที่ลูกชิ้นในจานก๋วยเตี๋ยวเค้า

 

“อยากกินเหรอ” เค้าหันมาถามผมขึ้น

 

“อืม”

 

“งั้นอ้าปากสิ”

 

“หื้ม?”

 

“อ้าปาก”

 

“อ๋อ ได้ๆ” พูดจบผมก็อ้าปากทันที

 

เค้าใช้ตะเกียบคีบลูกชิ้นในจานมาป้อนให้ผม ผมก็งับเข้าปากพร้อมเคี้ยวทันที

 

“อ่า ลูกชิ้นของนายอร่อยจัง” คำพูดของผมทำให้เค้ายิ้มออกมาทันที ใชโย!! ผมทำสำเร็จเค้ายิ้มแล้ว

 

“เป็นแบบนี้บ่อยเหรอ” ฮ่าวเซวียนถามขึ้น

 

“เป็นอะไร” ผมถามย้อนมันกลับไป

 

“เค้านะ เรียกร้องความสนใจจากนายแบบนี้บ่อยเหรอ” คำพูดไอ้ฮ่าวทำคนด้านข้างผมหันไปจ้องมันตาเขม่งเลยครับ ตอนนี้อี้ป๋อเค้ากำตะเกียบในมือไว้แน่นมาก

 

“เอ่อ.. ป๋อนายหิวน้ำมั้ย เราไปซื้อน้ำกันเถอะ” เค้ามองไอ้ฮ่าวนิ่งไม่สนใจผม ผมเลยเอามือไปจับแขนเค้าไว้ เค้าล่ะสายตาจากไอ้ฮ่าวมองมาที่มือผมทันที แล้วค่อยๆเลื่อนสายตาจากมือมามองหน้าผม

 

“เราไปซื้อน้ำกันนะ” ผมพูดจบก็ยิ้มหวานไปให้เค้าทันที เค้าไม่ตอบแต่พยักหน้ามาให้ผม ผมเลยรีบลากเค้าออกจากโต๊ะมาร้านน้ำทันที แต่เค้ายังคงเงียบอยู่ไม่พูดอะไร

 

“ขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยนะ นายโกรธรึเปล่า”ผมเอ่ยขึ้น

 

“.....”

 

“ป๋อ พูดกับฉันหน่อยสิ วันนี้นายไม่ค่อยพูดกับฉันเลยนะ”ผมพูดต่อ

 

“.....”

 

“เป็นอะไรไปครับ” ผมเอ่ยเสียงอ้อนๆขึ้นพร้อมกับเอียงหน้ามองเค้า เค้ามองผมมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“เพื่อนนายคนนั้นเค้าชอบนายใช่มั้ย” เค้าเอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

หื้ม!! เค้ารู้ได้ไงกัน ผมมองเค้า เค้าก็มองผมกลับ

 

“เอ่อ.. ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้คิดไรกับเค้านะ แล้วเราก็ตกลงกันแล้วว่าจะเป็นแค่เพื่อนกัน” ผมรีบอธิบายเค้าไป

 

“.....”

 

“ที่นายไม่พูดกับฉันนี่เพราะฮ่าวเซวียนเหรอ” ผมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเค้าเงียบไปหลังจากฟังผมอธิบายจบ

 

“.....”

 

“เฮ้อ... นายนี่นะ...ค...”

 

“ฉันไม่ชอบที่เค้าสนิทกับนาย” เค้าเอ่ยขัดผมขึ้น

 

“หื้ม!!” ฟังจบ ผมเลิกคิ้วถามเค้าไปอย่างงงๆ ทันที

 

“สามเดือนมานี้เราก็อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนของนายคนนี้เลยล่ะ” เค้าถามต่อ

 

“อ๋อ คือเค้าได้ทุนแลกเปลี่ยนไปเรียนที่ออสเตรเลียเทอมนึง เพิ่งกลับมานะ” ผมอธิบายต่อคำถามเค้า

 

“กอดคอกันด้วย คงสนิทกันมากสินะ” เค้าพูดมองผมแบบเคืองๆ

 

“อ๋อ เค้าก็เป็นแบบนี้แหละ นายอยู่ไปเดี๋ยวก็ชินเอง” ผมตอบยิ้มๆ

 

“ไม่ใกล้หมอนั่นได้รึเปล่า” เค้าเอ่ยเสียงแผ่ว

 

“ห๊ะ!!” ผมอุทานขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคของเค้า

 

“ใกล้ได้แต่อย่ามากได้รึเปล่า” จบคำพูดเค้าผมยิ่งงงกว่าเดิมเข้าไปอีก ก็เป็นเพื่อนกันใกล้กันกอดคอกันก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่นา

 

"....."ผมยืนมองหน้าเค้านิ่ง

 

“ห้ามให้ใครแตะต้องตัวนายนอกจากฉันได้มั้ยจ้าน” อี้ป๋อเอ่ยประโยคคำถามแต่เป็นเชิงบังคับขึ้น

 

“เอ่อ...ทำไมกัน ทำไมฉันถึงต้องแตะตัวนายได้แค่คนเดียวด้วยล่ะ” ผมถามด้วยความสงสัย

 

“ฉันหวง!! รีบรับปากมาสิจ้าน” เค้าตอบจบก็จ้องผมมาเพื่อเอาคำตอบทันที

 

“เอ่อ...หะ...หวงเหรอ”ผมถามกลับทันที

 

"ใช่ ฉันหวง ทำไม!? ฉันจะหวงเพื่อนไม่ได้รึไง"เค้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

 

"....."เอาไงดีล่ะ คือตอนนี้ผมงงมากเลยอ่ะ เพื่อนกันเค้าหวงกันแบบนี้ด้วยเหรอว่ะ

 

“หึ คงไม่ได้สินะ ดูท่าฉันจะขอนายมากเกินไป งั้นไม่เป็นไรหรอก นายจะแตะต้องใครก็ตามใจนายล่ะกัน” พูดจบแววตาเค้าดูหม่นลง เค้าหลบตาผมมองต่ำ อ้าว ทำไมเศร้าเฉยเลยล่ะ ท่าทีน้อยใจแบบนี้คือ...??

 

“อ่าาาา ก็ได้ๆ ฉันจะพยายามไม่ให้ใครแตะต้องตัวฉันล่ะกันนะ” ในที่สุดผมก็รับปากเค้าไปจนได้ครับ แค่ผมเห็นท่าทีเค้าแบบนี้ผมก็ยอมเค้าแล้วครับ ก็ผมไม่อยากให้เค้ารู้สึกไม่ดีนี่นา เห้อออออ

 

“ดีมาก นายรับปากฉันแล้วนะ รักษาคำพูดด้วยล่ะเซียวจ้าน” เค้าพูดพร้อมยิ้มออกมาด้วยท่าทางดีใจ อาการต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับเลย

 

“อืม” ผมตอบรับไปทั้งๆที่ตัวเองยังงงๆอยู่

 

แต่แค่ผมเห็นรอยยิ้มเค้าแบบนี้แล้ว ผมก็โอเคทุกอย่างอ่ะ5555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังกินข้าวเสร็จอี้ป๋อก็เดินมาส่งผมที่ตึกผม

 

“ส่งแค่นี้พอ นายไปเรียนได้แล้ว” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปพูดกับอี้ป๋อ

 

“เย็นนี้ อยากกินอาหารฝีมือนายจัง นายทำอาหารให้ฉันกินหน่อยได้รึเปล่า” เค้าเดินมากระซิบข้างหูผมขึ้น ทำให้ผมที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจยืนตัวแข็งทื่อเลยครับ เสียงเค้าทำผมขนลุกไปทั้งตัวเลยครับ นี่เราสนิทกันจนสามารถใกล้กันขนาดนี้ได้แล้วเหรอเนี้ยะ อ่า กลิ้นตัวเค้าหอมจริงๆ ผมเผลอสูดกลิ้นเค้าเข้าปอดไปเต็มๆ เลยครับ แต่วันนี้ผมไปไม่ได้นี่นาที่บ้านผมมีงาน

 

“เอ่อ วันนี้คงไม่ได้อ่ะ พอดีเป็นวันเกิดพี่สาวฉัน เปลี่ยนเป็นวันหลังได้รึเปล่า” ผมเอ่ยตอบเค้าไป จบคำผมเค้าถอยออกห่างจากตัวผมทันที

 

“นายไม่ว่างสินะ” เค้าพูดเสียงหงอยลงทันที

 

“มีอะไรรึเปล่า” ผมถามขึ้นต่อ

 

“คือวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนะ ฉันเลยอยากให้นายอยู่ด้วย แต่ถ้านายไม่ว่างก็ไม่เป็นไรหรอก งั้นฉันไปเรียนก่อนนะ” พูดจบเค้าก็หันหลังเดินไป

 

“เดี๋ยวก่อน” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมคว้าแขนเค้าไว้

 

“…..” เค้าหันมามองผมนิ่ง

 

“นายมาบ้านฉันมั้ยล่ะ มางานวันเกิดพี่สาวฉัน นายก็รู้จักเธอนี่นา” ผมเอ่ยชวนเค้าขึ้น

 

“.....” เค้าเงียบตายังมองผมอยู่

 

“เอ่อ แต่ถ้านายไม่อยากมาก็...”

 

“ไปสิ ฉันจะไป” เค้าพูดแทรกผมขึ้น

 

“โอเค งั้น6โมงเจอกันที่บ้านฉันนะ” ผมรีบนัดแนะเวลาเค้าไป

 

“อืม” ตอบจบเค้าก็ยิ้มบางๆ มาให้ผมแล้วก็เดินจากไปทันที ผมยืนมองเค้าเดินไปจนลับตาจึงค่อยๆ หันกลับมา เพื่อนผมสามตัวกำลังจ้องมองมาที่ผมอยู่

 

“มันแหม่งๆ นะฉันว่า” ฮ่าวเซวียนเอ่ยขึ้น

 

“เดี๋ยวนายก็ชิน” จี้หลี่เอ่ยเอามือตบบ่ามันเบาๆ

 

“งานพี่สาวฉัน นายชวนคนอื่นได้ไง” ไอ้เฉิงทำหน้าเคืองๆ น้ำเสียงก็ไม่สบอารมณ์

 

“คนอื่นอะไรกัน เค้าเป็นเพื่อนฉัน”จบคำพูดผม สามคนนั้นกรอกตามองบนพร้อมกันทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น