มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คนขยัน2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 391

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 10:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนขยัน2
แบบอักษร

ลำดวนช่วยพยุงคนเจ็บเดินไปถึงศาลาไม้ที่อยู่ไม่ไกล มีพนักงานสองคนกำลังพับนกช่วยกันอยู่ก่อนแล้ว 

“สวัสดีค่ะ ติ๊บขอพับนกช่วยด้วยคนนะคะ” เมื่อนั่งลงเรียบร้อย พลอยชมพูก็เป็นฝ่ายทักทายทั้งสองคนก่อน เธอยิ้มสดใสและแนะนำตัวด้วยกิริยาน่ารักเป็นกันเอง หญิงสาวผู้มาใหม่ชวนเพื่อนร่วมงานพูดคุยเจื้อยแจ้ว เธอมีมุกตลกที่ขำบ้างไม่ขำบ้างมาเล่าสู่เพื่อนร่วมงานฟัง เรียกเสียงหัวเราะบ้าง บางทีก็ทำให้วงสนทนาเงียบบ้างเพราะมุกแป้ก ทุกคนจึงฮากริบ 

การมาทำงานช่วยคนอื่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกมากๆ มันทำให้เธอได้พูดคุยทำความคุ้นเคยกับพนักงานหลายคนในรีสอร์ต เพราะระหว่างที่นั่งพับนกกันอยู่นั้นก็มีพนักงานคนอื่นแวะเวียนมาพูดคุยเป็นระยะ บางคนมาช่วยพับนกได้ตัวสองตัวก็กลับไปทำงานของตัวเอง 

“คุณกระติ๊บจะทำงานกับพวกเรานานแค่ไหนเหรอคะ” หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ เอ่ยถาม หลังจากที่นั่งทำงานช่วยกันมาได้สักพัก และเห็นว่าพนักงานใหม่ที่ใครๆ ก็พูดถึงว่าเธอเป็นคุณหนู เป็นลูกเศรษฐีผู้มีอันจะกิน และเป็นญาติของเพื่อนสนิทของเจ้าของรีสอร์ตด้วย แต่อยากมาทำงานเพราะแค่นึกสนุกเท่านั้น กลับไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด เธอน่ารักเป็นกันเอง ไม่ถือตัวสักนิด 

“หกเดือนค่ะพี่” พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นมาจากนกกระดาษในมือ เธอตอบแล้วยิ้มหวานให้คนถาม 

“แต่เริ่มทำงานวันแรกก็ดันได้แผลซะแล้ว เลยพลอยทำให้ช่วยงานพี่ๆ ได้ไม่เต็มที่” เธอรู้สึกผิดที่ไม่ระวังให้มากกว่านี้ แทนที่จะได้ทำงานอย่างสนุกสนาน กลับหยิบจับได้เพียงงานเล็กๆ น้อยๆ แถมยังถูกหักค่าแรงอีกด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่เซ็งสุด 

“อีกไม่กี่วันก็หายแล้วล่ะค่ะ คุณกระติ๊บอยู่ที่นี่ตั้งหกเดือน ยังมีเวลาทำงานสนุกๆ กับพวกเราอีกเยอะ” คนที่ชักจะชอบใจคนงานใหม่พูดให้กำลังใจหญิงสาว 

“แล้วเที่ยงนี้คุณกระติ๊บจะเดินไปกินข้าวที่ห้องครัวไหวไหมคะ” หญิงสาวอีกคนถามด้วยความเป็นห่วง 

“ไหวสิคะพี่น้ำตาล” น้ำตาลเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันกับพลอยชมพู เป็นพนักงานต้อนรับประจำที่ล็อบบี้ของรีสอร์ต วันนี้เป็นวันหยุด แต่เธอก็มาทำงานช่วย เพราะพับนกเป็นงานเร่งด่วน 

“โอทีเดือนนี้คงได้เยอะนะน้ำตาล มาทำงานทุกวันหยุดเลย” ลำดวนเย้าหยอกยิ้มๆ ตามประสาคนคุ้นเคยกัน 

“ก็มากกว่าเดือนที่ผ่านมาแหละจ้ะน้าลำดวน”  

“หมายความว่าถ้าเราพับนกนอกเวลางานก็ถือว่าเป็นการทำโอทีเหรอคะพี่น้ำตาล” คนที่เพิ่งถูกหักค่าแรงไปสองร้อยเมื่อวานนี้ถามอย่างสนอกสนใจ 

“ใช่จ้ะ”  

นัยน์ตาคู่สุกใสเป็นประกาย แสดงว่าถ้าเธอเอานกไปนั่งพับตอนที่บ้านพักตอนกลางคืน เธอก็ต้องได้โอทีด้วยสิ ดีล่ะ...กระติ๊บจะเอาค่าแรงสองร้อยที่ถูกหักไปคืนมา 

 

พบรักมองคนที่ถ่อสังขารไม่เต็มร้อยมานั่งกินข้าวกับพนักงานคนอื่นด้วยสายตาไม่พอใจ เดินมาได้ยังไงตั้งไกล แผลที่เท้าเพิ่งเย็บไปเมื่อวาน ยังกล้าเดินมาไกลขนาดนี้ หากแผลติดเชื้อหรือฉีกขาดขึ้นมาต้องเย็บใหม่ ไม่ต้องร้องไห้โวยวายอีกเหรอ

“มายังไง” เสียงดุๆ ที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้พลอยชมพูหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครหญิงสาวก็ยิ้มหวานให้ตามมารยาท แล้วก็หันกลับไปกินข้าวตามเดิม 

พบรักสูดลมหายใจลึก ระงับอารมณ์กรุ่นๆ ไว้ ถามแล้วไม่ตอบมันน่านัก 

“ผมถามว่าคุณมายังไง” เสียงที่ดุขึ้นอีกระดับทำให้เพื่อนที่นั่งรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกันพร้อมใจกันเงยขึ้นมองเจ้านาย จะมีก็แต่บางคนที่ไม่รู้ว่าเขาถามใครจึงยังคงนั่งก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ ไม่หันไปมองเขาอีก กระทั่งน้าลำดวนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ สะกิดเบาๆ  

“คุณกระติ๊บคะ คุณพบถามค่ะ”  

“ถาม? ถามติ๊บหรือคะ ถามว่ายังไงคะ” พลอยชมพูนิ่วหน้าสงสัย หญิงสาวมองตากับลำดวน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่รอคำตอบจากเธออยู่ 

“คุณพบถามติ๊บหรือคะ”  

พบรักถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายกแขนขึ้นกอดอก มองหน้าพนักงานใหม่อย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก 

“ไม่ถามคุณแล้วผมจะถามใคร”  

“อ้าว! ก็คุณพบไม่ระบุชื่อนี่คะ ติ๊บจะไปรู้เหรอว่าถามใคร คราวหลังถ้าจะถามติ๊บ คุณพบควรเอ่ยชื่อด้วยนะคะ เนี่ย...นั่งกันอยู่ตั้งหลายคน จะให้ติ๊บรู้ได้ยังไงว่าคุณพบถามติ๊บ ก็นึกว่าถามคนอื่น”  

พบรักถอนหายใจอีกครั้ง พนักงานคนอื่นต่างพากันก้มหน้าแอบยิ้ม เพราะปกติแล้วไม่เคยมีใครต่อปากต่อคำกับเจ้านาย หรือจะพูดอีกอย่างคือพบรักไม่เคยเปิดช่องโหว่ให้ใครโต้แย้งได้ เขามักมีเหตุผลมารองรับสิ่งที่พูดเสมอ แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะจนมุมให้กับเหตุผลของสาวน้อยหน้าใสผู้มาใหม่ 

“ผมถามคุณ” พบรักบอกเสียงต่ำอย่างคนสะกดอารมณ์ 

“ก็เดินมาค่ะ น้าลำดวนกับพี่น้ำตาลช่วยพยุงมา” พลอยชมพูตอบเสร็จก็หันกลับไปกินข้าวต่อ 

“เมื่อไรจะกินอิ่ม...กระติ๊บ” เว้นช่วงคำถามชั่วอึดใจ พบรักเอ่ยชื่อหญิงสาวต่อท้าย คนถูกถามรีบกลืนข้าวลงคอก่อนหันมาตอบเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

“ใกล้แล้วค่ะ คุณพบมีอะไรจะให้ติ๊บทำหรือเปล่าคะ”  

“ผมจะพาคุณกลับไปพักที่บ้าน”  

“ติ๊บจะให้น้าลำดวนกับพี่น้ำตาลช่วยพยุงกลับค่ะ” เธอตอบไปตามที่คิดไว้ ทว่าคำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ 

“เพิ่งเย็บแผลมาเมื่อวาน คุณไม่ควรเดินไกลขนาดนี้ ถ้าเกิดแผลฉีกขึ้นมา คุณจะต้องเย็บแผลใหม่นะ” พบรักขู่เสียงเข้ม เล่นเอาคนกลัวเข็มหมดอารมณ์กินข้าวไปทันที พลอยชมพูรีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้วลุกขึ้น ถือจานและแก้วน้ำจะเอาไปล้าง 

“จะไปไหน เอาจานไปล้างค่ะ แล้วติ๊บจะได้กลับพร้อมคุณพบเลย” เธอคิดว่าให้เขาช่วยพยุงน่าจะช่วยออมแรงได้มากกว่าลำดวนและน้ำตาลมาพยุง เพราะเขาตัวใหญ่แรงเยอะกว่า 

“ไม่ต้อง วางไว้ตรงนั้นแหละ ฝากด้วยนะลำดวน” พบรักบอกเสียงเข้ม ท้ายประโยคหันไปบอกลำดวน ซึ่งพยักหน้ารับทันที เพราะเห็นหน้าดุๆ ของเจ้านายแล้ว พนักงานที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อีกอย่างเพราะลำดวนเป็นคนพาหญิงสาวเดินมาด้วย จึงกลัวว่าจะโดนเอ็ด 

“ก็ได้ค่ะ ติ๊บฝากด้วยนะคะน้าลำดวน ขอบคุณมากค่ะ” พลอยชมพูยกมือไหว้ลำดวน แล้วหันไปบอกคนตัวสูงหน้าดุที่ยืนอยู่ใกล้ๆ  

“กลับเลยไหมคะ”  

“อืม”  

พบรักช่วยพยุงหญิงสาวออกมายืนข้างโต๊ะ แล้วเขาก็ย่อตัวลง อุ้มเธอขึ้นแนบอกทันที 

“คุณพบ!” พลอยชมพูไม่นึกว่าเขาจะอุ้มเธอ หญิงสาวจึงอุทานเรียกเขาด้วยความตกใจ พนักงานที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็มองมาที่สองหนุ่มสาวด้วยความตกตะลึง หากไม่มีใครพูดอะไรออกมา กระทั่งเจ้านายอุ้มพนักงานใหม่เดินห่างไปแล้ว ทุกคนก็ได้แต่มองหน้ากันแล้วกะพริบตาปริบๆ แต่ไร้ซึ่งบทสนทนา 

“ไม่เห็นต้องอุ้มเลย ติ๊บเดินเองได้” พลอยชมพูอุบอิบบอกเขา หลังจากที่เขาพาเธอเดินออกห่างจากกลุ่มพนักงานมาไกลโขแล้ว 

“รู้ไหมว่าตอนนี้ที่เท้าคุณอาจมีเลือดซึมออกมา” พบรักหลุบตามองคนดื้อแวบหนึ่ง เขามุ่งหน้าเดินตรงกลับบ้านที่อยู่ห่างจากห้องครัวที่หญิงสาวเดินมากินข้าวพอสมควร 

“ไม่มีหรอก” พลอยชมพูเถียงไม่เต็มเสียง แต่ใจนี่หล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว ถ้าเกิดแผลฉีกเหมือนที่เขาขู่จริงๆ ล่ะ ฮือ...ไม่นะ ต้องไม่เป็นอะไรสิ สวรรค์คงไม่กลั่นแกล้งเธอถึงขนาดนั้นหรอก 

พอมาถึงบ้านพัก เขาวางหญิงสาวลงบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว พบรักก็ถอยไปยืนอยู่ไม่ไกล เขาออกคำสั่งเสียงขรึม 

“ยกเท้าขึ้นมาดูซิ มีเลือดซึมไหม”  

พลอยชมพูกำลังรู้สึกเหมือนถูกบิดาเอ็ดยังไงก็ไม่รู้ หญิงสาวงอขานั่งพับเพียบบนโซฟา เธอลุ้นมากตอนที่ก้มลงไปมองผ้าปิดแผลสีขาว แต่เมื่อเห็นว่าไม่รอยเลือดซึมออกมา หญิงสาวก็ถอนหายใจโล่งอก เงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้คนที่ยืนมองเธออยู่ 

“ไม่มีเลือดค่ะ แผลไม่ฉีก ไม่ต้องเย็บใหม่ สบายใจได้ค่ะ”  

“แล้วผ้าปิดแผลดำซะขนาดนั้น ไม่ใช่เชื้อโรคเข้าไปในแผลแล้วเหรอ แบบนี้อาจจะต้องฉีดยาฆ่าเชื้อ” คนที่ไม่ดีใจไปกับเธอตีหน้าเคร่ง ว่ากลับไปเสียงดุ 

พลอยชมพูส่ายหน้าหวือ เอามือกุมเท้าไว้ ราวกับจะปกป้องมันจากคนที่เอะอะก็เอาเข็มมาขู่เธออยู่ได้ เดี๋ยวเข็มเย็บแผล เดี๋ยวเข็มฉีดยา ...คนบ้า 

“ล้างแผลก็พอมั้งคะ เดี๋ยวติ๊บจะล้างตอนนี้เลย” พลอยชมพูขยับตัวจะลุกขึ้น ทว่าร่างสูงก็เดินมาขวางเธอไว้ เขากดบ่าเธอให้นั่งลงตามเดิม 

“เจ็บอยู่ยังไม่เจียม คุณนี่ดื้อมากนะกระติ๊บ นั่งรออยู่ตรงนี้ ผมจะไปหยิบอุปกรณ์ล้างแผลมาให้เอง”  

พลอยชมพูมองค้อนแผ่นหลังกว้าง แล้วทำปากขมุบขมิบบ่นตามหลังคนที่เพิ่งว่าเธอดื้อไป 

 

“เอะอะก็ว่า ก็ดุ ไม่รู้จะดุไปไหน ตอนเด็กๆ พี่เลี้ยงป้อนน้ำตาลให้กินแทนนมหรือไงนะ”  

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ 

ความคิดเห็น