Chaleeisis
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 : เกียร์วิศวะฯ

ชื่อตอน : บทที่ 12 : เกียร์วิศวะฯ

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 01:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 : เกียร์วิศวะฯ
แบบอักษร

 

เกาะเสม็ดและอาการเมาเรือจนเวียนหัวจังเลยโว้ย 

โวะ จะอ้วก 

ผมนอนแผ่อยู่กลางห้องพักหลังจากที่อ่อนเพลียกับการเดินทางมาจากกรุงเทพฯ นานละไงที่ไม่ได้ขับรถออกต่างจังหวัดไกลๆ แล้วไหนจะนั่งเรือข้ามมาเกาะอีก กว่าจะเข้าที่พักต่างๆ คืออ่อนเพลียมาก แต่ตอนได้เห็นน้ำทะเลใสใสมันก็ช่วยฮีลใจขึ้นมาจึ๋งนึงอะนะ ชอบที่ได้เห็นแต่ไม่ได้อยากเล่นนะครับ ผมไม่เล่นน้ำทะเลยกเว้นแต่จะมีเพื่อนๆ ลากลงไป คือถ้าให้เล่นน้ำขอเล่นในสระว่ายน้ำจะดีกว่า 

เฌอไม่อยากสู้กับความเค็ม 

ผมกับสิบสามมาพักที่วิมานเสม็ด รีสอร์ท ตรงหาดวงเดือน โดยห้องของพวกเราจะคล้ายบังกะโลเล็กเป็นทรงไทยประยุกต์ สำหรับพัก 2 คน เขาเรียกว่าห้องวิมาน บังกะโล ซีวิว ซึ่งชานระเบียงติดทะเลเลย อยากนั่งมองทะเลโง่ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ก่อนเข้าที่พักผมไปเช่ามอเตอร์ไซค์มาด้วย เดี๋ยวค่อยขับออกไปตะลอนเที่ยวแล้วก็หาอะไรกิน คือตอนนี้นอกจากนอนหายใจ ผมไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น 

ผิดกับใครอีกคนมาก 

สิบสามเอาของออกมาจากกระเป๋าก่อนจะจัดโน่นนี่ไปตามประสา เขาไม่เหนื่อยกับการเดินทางเท่าผมหรอกเพราะว่านั่งรถมาอย่างเดียวเลยไง ถามนังน้อนว่ามาเสม็ดแล้วอยากไปเที่ยวตรงไหนบ้าง เขาบอกว่าอยากไปดูพระอาทิตย์ตกกับไปหาอะไรกิน ส่วนไอ้กิจกรรมทางน้ำต่างๆ คือไม่มีในหัวเลย เกาะเสม็ดมีธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่สวยมากและเป็นแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ แต่ว่าที่คุณหมอบอกว่าเขาเห็นปลาทะเลในสารคดีบ่อยแล้ว 

คือมันไม่เหมือนกันป้ะวะ 

การดำน้ำดูปะการังก็ปัดตกไปได้เลย ผมก็ดูนะตามรีวิวว่ามันมีอะไรให้ทำบ้าง ถามสิบสามว่างั้นไปตกหมึกไหม มันมีกิจกรรมตกหมึกด้วย เขาก็บอกว่าถ้าอยากกินก็ซื้อเอาก็ได้ จะลำบากไปนั่งตกทำไม เหตุผลโดยรวมคือขี้เกียจนั่นแหละ สรุปแล้วกิจกรรมตกหมึกก็ถูกปล่อยเบลอไป สุดท้ายผมก็ถามเขาว่าจะเล่นน้ำทะเลไหม นังน้อนก็บอกว่าแค่ได้เห็นก็สบายใจแล้วไม่จำเป็นต้องเล่น 

เราจะมาเสม็ดกันทำไมวะ 

อยู่ห้องแล้วเปิดรูปทะเลดูก็ได้แหละ 

“สิบสาม” 

“ครับ” 

“เรามาเสม็ดกันทำไมอะ ถ้าเราจะไม่ทำไรเลย แบบว่าดำน้ำดูปะการัง ตกหมึกหรือทำอย่างอื่นที่คนอื่นทำกัน” 

“แล้วพี่เฌออยากทำกิจกรรมพวกนั้นไหมครับ” 

ผมส่ายหัวเบาๆ “ก็ไม่....แต่คือมันจะดูเปื่อยๆ ป้ะถ้าเราไม่ทำอะไรเลยอะ” 

“สำหรับผม การมาเที่ยวที่นี่คงเพื่อเสพบรรยากาศมากกว่าครับ แค่ได้เห็นทะเลสวยๆ กินของอร่อย หรือเห็นคนอื่นทำโน่นทำนี่ก็รู้สึกว่ามันพอแล้ว” ร่างสูงเดินมานั่งบนเตียงข้างผม “แค่เราได้ใช้เวลาร่วมกัน แค่นั้นก็พอแแล้วครับ” 

“คุณคิดงั้นเหรอ” 

เขาพยักหน้ารับ “กับพี่เฌออะ ไปแค่หน้าปากซอยยังสนุกเลย” 

“พูดจาเป็นเว่อร์อีกแล้ว” ผมเอาหมอนที่อยู่ใกล้ๆ ตีเขา “งั้นให้ทริปนี้เป็นทริปสุดท้าย เที่ยวครั้งต่อไป หน้าปากซอยก็พอ” 

“ผมยังไงก็ได้ครับ” 

“ไปหาอะไรกินป้ะคุณ ไปขับรถเล่นด้วย หาที่สวยๆ ถ่ายรูปคุณดีกว่า” ผมลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะหยิบเสื้อฮาวายสีชมพูลายเขียวส่งไปให้เขา “ไปเปลี่ยนเสื้อเลย” 

“ต้องเปลี่ยนเสื้อด้วยเหรอครับ” เจ้าตัวก้มมองเสื้อลายคิตตี้ของตัวเอง คือมันน่ารักสดใสแหละ แต่ทะเลก็ต้องเสื้อฮาวายดิ อีกอย่างมันจะได้รู้สึกว่าเรามาด้วยกันหน่อย 

“ผมใส่เสื้อฮาวายอะ คุณจะใส่เสื้อคิตตี้เหรอ” 

“เปลี่ยนก็ได้ครับ” เขารับเสื้อจากมือผมก่อนจะถอดเปลี่ยนตรงนั้นเลย ไม่มีหรอกเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำอะไรพวกนี้อะ 

เอาจริงๆ ชินละครับกับการเห็นสิบสามแก้ผ้า เขาก็ไม่เขินนะเวลาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผมน่ะ อาจเพราะว่าก่อนหน้านี้ถอดบ่อยแล้ว ขนาดเวลานอนยังใส่แค่บ๊อกเซอร์เลย นอนกับผมก็ใส่แค่นั้นแหละ นังน้อนให้เหตุผลว่าการนอนแก้ผ้านั้นสบายตัวกว่าและไม่อึดอัด ช่างเถอะ ตราบใดที่ยังไม่แก้จนตัวล่อนจ้อนไม่มีอะไรเลยมันก็ได้อยู่แหละ ผมมองร่างสูงที่สวมเสื้อฮาวายเข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีซีดด้วยความพอใจ 

ดูดีครับเอาไปเลย 100 คะแนนเต็ม 

ผมหยิบกระเป๋ามาคาดอกก่อนจะลากนังน้อนออกมาจากบังกะโล “พร้อมจะไปหลงทางด้วยกันไหม” 

“พี่ทำผมหวั่นใจ” 

“ล้อเล่นน่ะ สมัยนี้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า GPS นะ ขึ้นมาเลยนังน้อน เดี๋ยวพี่เฌอจะพาแว้นซ์เอง” ผมขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ 

“เราจะไปไหนก่อนดีครับ” 

“ไปวัดไหม ไปไหว้พระก่อน แล้วค่อยไปหาดทรายแก้วกัน เขาบอกว่าสวยมากเลยนะ” 

“แล้วแต่พี่เฌอเลยครับ” 

“โอเค เกาะเอวพี่ดีดีนะนังน้อน” ผมบอกเขาก่อนจะขับรถออกมาตามทาง 

ดีว่าวันนี้แดดไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ หายากนะวันที่อากาศจะเป็นใจขนาดนี้ วัดที่จะไปคือวัดเกาะเสม็ดครับ ซึ่งอยู่ไกลจากตรงนี้พอสมควร แต่โซนฝั่งนั้นคือหาดทรายแก้วไง เป็นหาดที่ขึ้นชื่อมากของเกาะเสม็ด ตามรีวิวบอกว่าทะเลสวยครับ เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรกินที่นั่นด้วย แล้วก็ค่อยพาสิบสามไปที่อ่าวพร้าวเพื่อดูพระอาทิตย์ตก เหมือนจะโรแมนติกเนอะ นี่มาเกาะเสม็ดเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยนะ 

เหมือนกรุงเทพฯ ไม่มีพระอาทิตย์ตกอะ 

ผมขับรถมาเรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อน มองข้างทางเสพบรรยากาศอย่างใจเย็น ผมกะว่าขากลับเข้าที่พัก อาจจะซื้อเบียร์ไปกินด้วย ทะเลกับของมึนเมาเป็นของคู่กันอยู่แล้วไง แต่สิบสามคงกินนมแหละ ผมมองนังน้อนผ่านกระจกข้าง ตานี่หรี่ขั้นสุด ขนาดใส่แว่นกันลมแล้วนะ เห็นแล้วตลกว่ะ อยากเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปแต่เดี๋ยวจะกลิ้งตกข้างทางทั้งคู่ซะก่อน เอาไว้ถ่ายตอนเผลอๆ ดีกว่า 

ลงรัวสัก 50 รูปยาวๆ 

ใช้เวลาสักพักเราก็มาถึงวัดเกาะเสม็ด ผมลากร่างสูงไปไหว้พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ พร้อมกับขอพรให้ผ่านช่วงฝึกงานไปได้ด้วยดี ไม่มีเรื่องไหนน่ากังวลใจไปเท่านี้อีกแล้ว คือผมคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยเราได้จึ๋งนึงครับ อย่างน้อยเราจะสบายใจ รู้แหละ รู้อยู่แก่ใจว่าคนที่จะช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้นได้คือตัวเราและความพยายามของเรา แต่การขอพรจากพระ ผมถือว่ามันคือการเอาฤกษ์เอาชัย 

ขอให้อะไรก็ได้ดั่งใจด้วยเถอะค้าบ 

“ขอพรอะไรอะ” 

“อยากรู้เหรอครับ” 

ไม่อยากรู้จะถามเหรอวะ 

“ใช่สิ....บอกผมได้ป้ะ” 

“ผมขอให้คนที่อยู่ข้างๆ ผมในวันต่อๆ ไป คือคนเดียวกับที่อยู่ข้างผมในวันนี้” 

ฉ่า 

เด็กนี่มัน.... 

ผมหลุดขำทันที “แค่พูดว่าขอให้มีผมอยู่ข้างๆ เนี่ยะ เข้าใจง่ายกว่าอีก คุณจะพูดให้ดูยุ่งยากทำไม” 

“ผมชอบความยุ่งยากนี่ครับ เสร็จแล้วไปหาข้าวกินกัน ผมหิว” 

“อื้ม ไปสิ” ผมเดินนำนังน้อนกลับมาที่รถก่อนจะขับออกไปแล้วมุ่งหน้าสู่หาดทรายแก้ว 

ผมพาสิบสามมากินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งติดกับชายทะเล นังน้อนจัดแจงสั่งกับข้าวต่างๆ พร้อมกับกุ้งเผา 5 กิโลฯ เกินเบอร์มากไอ้นี่ กินอะไรขนาดนั้นอะ ดีไม่ดีไม่พอด้วยนะนั่นน่ะ อย่างเขาต้องกินสัก 10 กิโลฯ แหละถึงจะพอ ผมไม่ได้สั่งอะไรเพิ่มจากที่เขาสั่งเลยนะเพราะคิดว่ามันเยอะเกินแล้ว 

อาจจะเยอะเกินไปด้วยซ้ำ 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ก่อนจะมาเสม็ดผมก็บอกเพื่อนๆ นะ พวกมันฮือฮาแล้วทำหน้ากวนประสาทไม่หยุด ประหนึ่งว่ามาเสม็ดก็คือเสร็จเด็กมันแน่ๆ เห้อะ....ดูหน้าเด็กที่มาด้วยซะก่อน ใครจะเสร็จใครกันแน่ คิดจะกินพี่น่ะเร็วไป 10 ปีครับน้อง 

จิ๊....คิดอะไรเนี่ยะเฌอ 

ผมมองนังน้อนที่กำลังถ่ายรูปทะเล พอเห็นแบบนั้นผมจึงยกโทรศัพท์ถ่ายรูปเขาอีกที มุมหันข้างคือโคตรจาหล่อ ใครเห็นก็ใจฟีบทั้งนั้นแหละ ผมจัดแจงเอารูปลงสตอรี่ไอจีตัวเอง ตอนนี้ในสตอรี่ผมมักจะมีแต่รูปเขาในอิริยาบถต่างๆ ส่วนมากเป็นรูปตอนเผลอ คนอะไรเผลอแล้วยังหล่อ หล่อทุกมุม ผมอยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะเลิกชมเขาสักที ห้ามปากห้ามใจเนี่ยะ ยากนักรึไงเฌอ 

“พี่เฌอครับ ผมไลฟ์นะ” 

ผมมองร่างสูงที่เดินมานั่งลงข้างๆ “ไลฟ์อ๋อ ทำไมอะ” 

“อยากทำเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไร” เขากดเข้าไอจีตัวเองก่อนจะทำการไลฟ์ ส่วนผมก็มองเจ้าตัวอยู่อย่างนั้น มันแปลกๆ นะ ไม่มีหรอกจะมาอยากทำเฉยๆ อะ มีอะไรแอบแฝงแน่ๆ 

“คุณดูเป็นคนไม่ทำอะไรแบบนี้ป้ะ” 

“ก็ใช่ครับ แต่วันนี้อยากทำ” 

จอโทรศัพท์ของสิบสามแสดงรายชื่อผู้ที่เข้ามาดูไลฟ์และข้อความทักทายก็เด้งขึ้นมาไม่หยุด ส่วนเจ้าของแอคเคาท์ก็หยิบกุ้งมาแกะโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรกับคนที่ทักเข้ามาเลยสักนิด เป็นการไลฟ์ที่ไร้เยื่อใยมาก ไม่เป็นไรนะทุกคน ถ้าสิบสามไม่ตอบเดี๋ยวพี่เฌอจะตอบเองนะ 

“สวัสดีครับ.....อยู่ไหนกัน ตอนนี้อยู่เสม็ดครับ กำลังกินข้าว” ผมตักปลาหมึกผัดผงกะหรี่มากิน “สิบสามอยู่ไหน....นี่ไงครับ นั่งแกะกุ้งอยู่เนี่ยะ” ผมหันโทรศัพท์ให้เห็นคนที่นั่งแกะกุ้งอยู่ 

นังน้อนมองจอโทรศัพท์พลางดันแว่นให้ขึ้นไปคาดผมตัวเอง “มากันสองคนครับ” 

“มีคนถามว่าเราใส่เสื้อคู่เหรอ ฮ่าๆ ๆ ๆ เหมือนเสื้อคู่อ๋อ” ผมมองเสื้อของตัวเองกับสิบสามสลับกัน “ไม่เหมือนขนาดนั้นป่ะ แค่เสื้อฮาวายเหมือนกัน” 

“พี่เฌอบังคับให้ผมใส่” 

“มาทะเลก็ต้องเสื้อฮาวายป้ะคุณ เสื้อคิดตี้ไว้ใส่ที่ห้องโน่น” พอผมพูดออกไปแบบนั้น คอมเม้นต์หวีดก็ขึ้นมารัวๆ 

เลิ่กลั่กละ 

“มีคนถามว่าพี่เป็นอะไรกับผมด้วย” ใบหน้าหล่อมองผมนิ่งๆ “เราเป็นไรกันครับ” 

“คุณว่าเราเป็นไรกันอะ” 

สิบสามหลุดยิ้มออกมา “พูดได้เหรอครับ” 

“สิบสามมมม” ผมตีไหล่เขารัวๆ คุณกำลังทำให้คนอื่นคิดไปไกลนะโว้ย 

“อย่าตีผมสิ” เจ้าตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้จอโทรศัพท์ “ถามว่าเป็นอะไรกันยังตอบไม่ได้ครับ แต่ถ้าถามว่าผมอยากเป็นอะไรล่ะก็....” 

“ไม่ต้องเลย กินกุ้งคุณไปเลยหนิ” ผมเอากุ้งป้อนใส่ปากเขาพลางอ่านคอมเม้นต์ที่ฮือฮากันมากกว่าเดิม พอเลยนะเจ้าพวกนี้ อวยกันเก่งจริงๆ 

เฌอทำตัวไม่ถูกแล้วนะ 

ผมพอรู้ละว่าทำไมอยู่ดีดีสิบสามถึงได้ไลฟ์ลงไอจี เหตุผลของการกระทำนี้คือตั้งใจจะให้คนอื่นรู้ว่ามาเสม็ดกับผม เหมือนขิงนั่นแหละ ร้ายจังวะ เพราะเขารู้ไงว่ามีคนอวยอยากให้เราคบกันจริงๆ คิดจะใช้อะไรแบบนี้ต้อนให้ผมจนมุมอะดิ รู้ทันหรอก คำพูดของเขาที่เหมือนคำพูดธรรมดาๆ นั่นมันแฝงไปด้วยอะไรหลายอย่างมาก ไหนจะยิ้มออกไลฟ์ให้ได้เห็นอีก เชื่อดิว่ามันต้องมีส่วนนึงในไลฟ์นี้ถูกตัดไปลงเพจคิ้วท์บอยของมหา’ลัยแน่ๆ 

เตรียมตัวโดนเพื่อนฝูงแท็กไปแซวได้เลยชรัน 

ไม่รอดดดด 

ผ่านไปได้สักพักสิบสามก็กดปิดไลฟ์ สีหน้าดูอารมณ์ดีผิดปกติ อืม....ไม่ให้อารมณ์ดีก็รู้ไปสิเล่นขิงข่าตะไคร้ผมเต็มไลฟ์ขนาดนั้น ชอบใจเขาล่ะ ผมไม่ได้อะไรหรอกนะที่เขาทำแบบนี้ ความรู้สึกในใจตอนนี้มีอย่างเดียวคือเขินว่ะ คนอื่นคิดกันไปไกลแล้วแน่ๆ แหละ มาเสม็ดด้วยกัน สิบสามไลฟ์โดยมีผมนั่งอยู่ด้วย ง้องแง้งกันสองคน เขานั่งแกะกุ้งให้ และอื่นๆ อีกมากมาย ไหนจะสายตาและรอยยิ้มที่เขาแสดงออกให้คนอื่นเห็นอีก 

โคตรชัดเจนว่าคิดยังไง 

ยอมแล้วครับนังน้อน 

หลังจากที่กินข้าวเสร็จเราก็พากันขับรถไปต่อที่อ่าวพร้าว ซึ่งเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเกาะเสม็ดเลยก็ว่าได้ ผมกับนังน้อนย่ำต๊อกไปบนชายหาด รองเท้าช้างดาวเอาเก็บไว้ที่รถครับ ตอนนี้เท้าเปล่าเลย ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือก็เห็นว่าเกือบ 6 โมงแล้ว ท้องฟ้าที่จรดกับขอบทะเลนั่นเหมือนถูกฉาบด้วยสีส้ม สวยมากเลย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินแต่มีใครบางคนเดินมายิ้มให้กล้องก่อน 

จริงๆ เลย 

“อะไรเนี่ยะ” 

“ถ่ายรูปกันครับ” พอเจ้าตัวบอกแบบนั้นผมก็ขยับเข้าไปใกล้เขาพลางเอียงหัวเข้าไปชิดแล้วยิ้มหวานให้กล้อง 

แชะ 

ยกให้เป็นรูปคู่แห่งปีไปเลย 

ผมกดเข้าสตอรี่ไอจีก่อนจะกดอัดวิดิโอแล้วถ่ายไปทางสิบสาม “....คุณ” ผมยื่นมือไปทางเขา ร่างสูงก็ยื่นมือมาจับพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด 

เขินอะไรวะไอ้บ้า 

ผมอัปคลิปนั้นลงไอจีก่อนจะจูงมือเด็กยักษ์ให้เดินเลียบชายหาดมาด้วยกัน ผมเข้าใจคำว่าเสพบรรยากาศที่สิบสามพูดแล้วครับ การที่เราได้เห็นทะเลสวยๆ ภาพพระอาทิตย์ตกหรือได้กินอาหารอร่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันพอแล้วจริงๆ 

“พี่เฌอครับ เราอยู่ที่นี่สักพักได้รึเปล่า” ร่างสูงนั่งลงที่ม้านั่งก่อนจะดึงให้ผมนั่งลงข้างกัน 

“อื้ม....ผมถามอะไรหน่อยสิคุณ” 

“อะไรเหรอครับ” 

“ตอนที่คุณแพ้เกสรดอกไม้อะ คุณบอกว่าพี่คุณเอายามาให้ คุณมีพี่ด้วยงั้นเหรอ” 

“ใช่ครับ ผมมีพี่ชาย 3 คน ชื่อพี่สอง พี่เจ็ด พี่เก้า คือพ่อกับแม่ตกลงกันเอาไว้น่ะครับว่าจะตั้งชื่อเล่นลูกๆ ให้ตรงกับวันที่เกิด ผมเกิดวันที่ 13 ก็เลยชื่อสิบสามครับ” 

“ผมก็เกิดวันที่ 13 เดือนมีนา” 

“ผมเกิดธันวา แล้วพี่เฌอล่ะครับ มีพี่น้องรึเปล่า” 

ผมพยักหน้ารับเบาๆ “ก็มีแหละ มี 2 คน เป็นน้องชายต่างแม่น่ะ ความสัมพันธ์ของผมกับครอบครัวไม่ค่อยดีอะ แม่ผมไม่ใช่ผู้หญิงที่อากงอาม่ายอมรับ และก็ไม่ได้แต่งงานกับป๊าด้วย ถ้าจะให้เข้าใจทั่วไปก็....” 

“ผมเข้าใจครับ พี่ไม่ต้องพูดออกมาหรอก” 

“อื้ม ก็นั่นแหละ แม่ผมเสียไปหลายปีแล้วล่ะ ผมไปกินข้าวกับป๊าเดือนละครั้ง และทุกครั้งที่ไปก็มักจะมีปัญหากับเมียป๊าตลอด แล้วผมก็จะเฟลมากๆ จำวันที่ผมไปนั่งตากฝนแล้วคุณมานั่งเป็นเพื่อนได้ไหมล่ะ....วันนั้นแหละ” 

“ผมดีใจนะที่พี่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง” 

“ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งเพื่อน” ผมมองมือเรียวที่กุมมือตัวเองอยู่ “แต่ผมกลับอยากเล่าให้คุณฟัง คงเพราะผมสบายใจมั้ง” 

“ผมพร้อมรับฟังพี่ทุกเรื่องแหละครับ ไม่ว่าพี่เฌอจะมีปัญหาอะไร ถ้าผมช่วยได้ ผมก็อยากทำ” 

“ขอบคุณนะ” ผมเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออก “คุณช่วยผมได้เยอะเลยในช่วงที่ผ่านมา” 

ร่างสูงยิ้มบางๆ ให้ผมพลางกระชับมือให้แน่นขึ้นไปอีก ชอบอะ....ผมชอบเขาจริงๆ นั่นแหละ สบายใจที่มีเขาอยู่ด้วยตรงนี้ ที่จัทร์ฉายบอกว่าให้ลองจูบดูแล้วจะได้ยินเสียงคำตอบจากหัวใจตัวเอง เชื่อไหมว่าขนาดยังไม่ได้จูบ เสียงของหัวใจนี่ก็บอกคำตอบชัดเจนแล้ว ตอนเขาไม่สบายผมก็เป็นห่วงแทบบ้า เป็นห่วงแบบที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน ผมปฏิเสธทุกคนที่เข้ามาเพราะเขา สีหน้าเจ็บปวดที่ผมเคยเห็นในวันที่เขามาบอกว่าตัวเองรู้สึกยังไงคือสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นอีกแล้ว 

ไม่อยากทำให้สิบสามเสียใจ 

อยากให้เขามีความสุข 

ผมชอบเวลานังน้อนยิ้ม รู้สึกดีใจนะที่ตัวเองเป็นคนที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นมากกว่าคนอื่น ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เขายิ้ม ผมชอบที่เขาเป็นคนชัดเจนและซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองมากๆ คิดอะไร ทำอะไรก็แสดงออกมาตรงๆ ความเทคแคร์ดูแลนี้มันโคตรดี สิ่งที่เขาพยายามทำให้ผมตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนวันนี้ ผมไม่ควรลังเลด้วยซ้ำว่าจะทำให้ความสัมพันธ์นี้มันเป็นยังไงต่อ ความรู้สึกที่สัมผัสได้ในตอนนี้มันตอบแล้วล่ะ ผมคือคนที่ไม่ชอบอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเลข 13 

แต่สำหรับเขา....คงเป็นข้อยกเว้นนั่นแหละ 

มันเป็นจริงไหมนะเรื่องที่จันทร์ฉายบอกว่าถ้าเป็นคนที่ใช่จริงๆ ช่วงที่เขินที่สุดจะไม่ใช่ช่วงที่จีบกัน อยากรู้เหมือนกันนะเพราะเรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างผมกับแฟนคนไหนเลย มันคงมีความหมายว่าเธอเหล่านั้นไม่ใช่สำหรับผมล่ะมั้ง 

แล้วคนที่นั่งข้างๆ นี่ล่ะ 

เขาจะใช่รึเปล่า 

“คุณรู้ไหมสิบสามว่าเกียร์มันมีความหมายว่ายังไง” 

“ไม่รู้สิครับ ผมรู้แค่ว่าเด็กวิศวะฯ ต้องเหนื่อยมากเพื่อให้ได้มันมา” 

“เกียร์เป็นสัญลักษณ์ของหัวใจ” ผมคลายมือเขาออกก่อนจะยกข้อมือซึ่งมีสร้อยติดกับเกียร์คล้องอยู่ “ให้ไปแล้วก็คือให้ ไม่มีการเอากลับคืน เพราะงั้นการที่เราจะให้เกียร์กับใครสักคนก็ต้องมั่นใจแล้วว่าเขาคนนั้นจะเป็นเจ้าของหัวใจเราไปตลอดทั้งชีวิต” 

“.....” 

“ผมมีแฟนมาเยอะมาก แต่ไม่มีใครที่ผมคิดจะให้เกียร์เลยสักคน ทั้งๆ ที่ผมก็คิดว่าตัวเองจริงจังกับคนที่คบด้วย อืม...สุดท้ายแล้วเกียร์นี้ยังอยู่ที่ข้อมือผม” ผมถอดสร้อยข้อมือที่มีเกียร์ติดอยู่ออกมา “แต่ตอนนี้ผมเข้าใจความรู้สึกของการที่เราจะยกเกียร์ให้ใครสักแล้วล่ะ” 

“....พี่เฌอ” 

“ผมให้คุณนะ....สิบสาม” 

“....ให้ผม” 

“อื้ม....” ผมสวมสร้อยข้อมือให้เขาพลางลูบเกียร์ที่ติดอยู่ “มันสำคัญเพราะงั้น....รักษาเอาไว้ให้ดีนะ” 

“ผมจะรักษาให้ดีที่สุดครับ” ร่างสูงขยับเข้ามากอดผมไว้แน่น “ขอบคุณนะครับพี่เฌอ” 

ความรู้สึกนั้นมันพิเศษแบบนี้นี่เอง 

ผมยกเกียร์ให้สิบสามไปแล้ว นั่นแปลว่าผมมั่นใจในตัวเขามากจริงๆ คือไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง แต่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วผมก็จะถือว่าเลือกแล้วและมันดีที่สุด อะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผมจะยอมรับมันทุกอย่าง นังน้อนแม่ง....เก่งจริงๆ แหละ คิดดูสิ ไม่เคยมีใครทำให้ผมถอดเกียร์ออกจากข้อมือได้ ใครจะไปคิดว่าการที่เราเมาเหมือนหมาวันนั้น จะทำให้เราได้เจอคนที่เป็นเจ้าของหัวใจวะ 

วันนั้นคงเป็นวันที่ 13 ที่เฌอโชคดีที่สุดในชีวิตก็ได้ 

“เราไปกันเถอะสิบสาม....ผมอยากดูโชว์ควงกระบองไฟอะ” 

“ไปสิครับ” 

. 

*** 

. 

เขินว่ะ 

เขินจังวะ 

ต้องทำตัวยังไงเนี่ยะ 

ผมนั่งเช็ดหัวตัวเองอยู่บนเตียง กลับมาที่บังกะโลแล้วครับหลังจากผ่านการผจญภัยมาหลายชั่วโมง ตอนนี้เกือบ 4 ทุ่มแล้ว ก่อนหน้านี้เราไปดูโชว์ควงกระบองไฟด้วยกันมา สวยมากเลยอะน่าตื่นตาตื่นใจ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ผมซดเบียร์ไปสามกระป๋องแบบอิ่มเอม ส่วนนังน้อนก็กินนมแบบที่คิดเอาไว้ ตอนนี้สิบสามอาบน้ำอยู่ ทำไมรู้สึกเหมือนมองหน้าเขาไม่ติดเลยวะ เขินอะไรนักหนาไม่รู้อะ 

เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมป้ะ 

ยกเกียร์ให้เขาไปแล้วจะยังไงต่อ เออ ทำไมผมไม่ขอน้องคบวะ ตอนนั้นบรรยากาศแม่งโคตรได้เลยอะ ฟีลพระอาทิตย์กำลังตก ลมโชยเย็นๆ ให้เกียร์เสร็จ แล้วไม่ขอเป็นแฟนวะ เนี่ยะ ทำไมมึงไม่พูดล่ะเฌอ โห่....จบแล้ว จังหวะดีดีมันไม่ได้มีบ่อยๆ ป้ะ ช่างแม่ง ไม่พูดไม่บอกแต่ก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วไหม ขนาดนี้ก็รู้ตัวเถอะว่าสถานะมันไม่ใช่แค่พี่น้องหรือคนพิเศษทั่วๆ ไปแล้ว อืม....แต่การระบุสถานะให้ชัดเจนก็น่าจะสำคัญเหมือนกันนะ 

เอาไงดีวะเนี่ย 

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่สวมกางเกงลายช้างสีแดงตัวเดียว ผมซื้อให้เขาเองอะ เหมาะจริงๆ ด้วย พรุ่งนี้ใส่กับเสื้อยืดแล้วไปเที่ยวดีกว่า รองเท้าช้างดาวคนละคู่เหมือนเดิม ฟีลคู่รักแต่งตัวเหมือนกัน 

คู่รักอะไรวะเฌ้อออออออออออ 

“พี่จะดันแก้มตัวเองเข้าหากันทำไม” สิบสามเดินมานั่งลงตรงหน้าผม “เช็ดหัวให้แห้งเร็ว” 

“เช็ดหัวตัวเองเถอะคุณน่ะ” ผมทำหน้ามุ่ยใส่เขา “ไม่ใส่เสื้อเนี่ยะ ไม่หนาวเหรอ” 

“ไม่ครับ ชินแล้วกับอากาศเย็น” 

“จะขิงหุ่นก็บอกเถอะ” 

“พี่เฌอก็หุ่นดีนะครับ ถึงจะบวมเบียร์ไปนิดนึงก็เถอะ” 

“สิบสาม” ผมตีขาเขา “ถึงจะบวมเบียร์แต่ซิกแพ็กผมยังชัดละกัน” 

“หยอกเล่นจึ๋งเดียวเอง” 

“ไม่ต้องเลย” ผมนั่งเช็ดหัวพลางมองคนตรงหน้าที่เช็ดหัวเหมือนกัน “เออคุณ ร้องเพลงให้ผมฟังหน่อย ที่คุณเคยบอกอะ” 

“ตอนนี้เลยเหรอครับ” 

“อื้ม เร็ว....ผมรอฟัง” 

ผมขยับเข้าไปใกล้เขาเพื่อจะตั้งใจฟัง คาดหวังเลยนะเพราะเจ้าตัวบอกเอาไว้ไงว่าร้องเพลงได้แถมยังเพราะด้วย อีกอย่างสถานะของเราในตอนนี้ เขาคงร้องเพลงให้ผมฟังได้แล้วแหละ ผมมองนังน้อนที่มีผ้าขนหนูคลุมหัวอยู่ เจ้าตัวก็มองผมไม่ละสายตา 

. 

“มองที่ฉัน และเธอโปรดลืมเมื่อวานเถอะ.....ที่ทุ่มเทลงไป ให้คนที่ไม่มีทางจะรับเอาไว้ 

ก็เพราะว่าเขา ไม่เคยให้ค่ากับมันหรอก.....สูญเสียไปเท่าไรและเธอคงรู้สึก ว่าเธอไม่เหลือใคร” 

. 

ตึกตัก 

ใจไม่ไหวป้ะเจออย่างงี้อะ 

. 

“รู้ฉันรู้ เมื่อวานมันคอยทำร้ายใจ แต่แค่วันนี้ กอดฉันเอาไว้ ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว” 

. 

“....สิบสาม” 

. 

“......แล้วฉันจะรักให้ดีกว่าใคร ทำให้มันเหมือนเป็นวันสุดท้าย 

I wanna be the best for you….That's what I ever wanted babe 

เธอในโลกนี้มีค่ากว่าใคร เธอสำหรับฉันช่างมีความหมาย 

ฝันร้ายเมื่อวันก่อน ไม่ต้องกังวลหรอก.....” 

. 

(BEST FOR YOU – PARIS) 

. 

ตึกตัก 

หัวใจเต้นแรงมากเลยอะ แรงจนรู้สึกได้เลย สิบสามร้องเพลงเพราะจริงๆ แบบที่เขาพูด ความหมายของเพลงที่เขาร้องออกมามันทำผมเสียอาการ ยิ่งตอนนี้ที่เขาอยู่ตรงหน้าผมยิ่งรู้สึกประหม่าและมีบางอย่างที่ผมคิดกำลังจะทำ 

ความรู้สึกมันสั่งแบบนั้น 

ผมดึงผ้าขนหนูที่คลุมหัวอีกฝ่ายอยู่เข้ามาใกล้ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปจูบเขา ความอุ่นที่สัมผัสได้นั้นยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรง จูบแรกระหว่างเรา ไม่มีการล่วงล้ำแต่ความรู้สึกมันช่างมากมายจริงๆ เพียงไม่นานผมก็ละจูบออกมา 

เชี่ย....ดีว่ะ 

“.....พี่.....พี่เฌอ” นังน้อนดึงผ้าขนหนูมาปิดหน้าตัวเอง ฮ่าๆ ๆ ๆ น่ารัก 

“เป็นอะไรอะคุณ” 

“ก็พี่อะ” 

“ผมทำไมล่ะ” 

“พี่....พี่จูบผมอะ โอ๊ยยยย....เขินไม่ไหว” สิบสามงอแงเสียงอ่อนอยู่ใต้ผ้าขนหนูคนเดียว อยากเห็นหน้าอะ อยากรู้ว่าคนเสียอาการมันหน้าตาเป็นยังไง 

“ขอดูหน้าหน่อย” 

“อื้อออ..อ...ไม่เอา” 

“สิบสามครับ....พี่เฌอขอดูหน้าหน่อย” ผมเอ่ยเสียงอ่อนเพื่อให้เขายอม “นะครับ....นะ” 

“ขี้โกง” มือเรียวยอมเอาผ้าขนหนูออกจากหน้า ใบหน้าขาวตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ลามไปยันหู โอ๊ยยยย ใจไม่ไหวหนักเลยเห็นแบบนี้ 

“จูบแรกของผมเลยนะครับ” 

“อยากมีจูบที่ 2 ไหมล่ะ” ผมรั้งคอเขาเข้ามาใกล้ “แต่จูบนี้....ไม่ใช่แค่แตะปากแล้วนะ”ผมประกบปากลงไปทาบทับริมฝีปากบางอีกครั้ง 

ผมขยับขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักสิบสามก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นเขา เงอะงะ น่ารักว่ะ ผมกอบโกยความหวานจากร่างสูงจนพอใจก่อนจะถอนจูบออกมาแล้วจุ๊บปากบางนั่นไปอีกหลายที สีหน้าของคนที่โดนขโมยจูบตอนนี้โคตรน่ามองเลย

เขาเป็นของผมจริงๆ เหรอเนี่ย

“ใจไม่ไหวจะเต้นแรงแล้วครับพี่เฌอ” เจ้าตัวซุกหน้ากับอกผม “....รับผิดชอบมาเลย”

“จะให้รับผิดชอบยังไงหืม....”

เขาเงยหน้ามองผมแล้วคลี่ยิ้มออกมา “.....เป็นแฟนผมเลยครับ” 

ตึกตัก 

วันหัวใจเต้นแรงแห่งชาติป้ะวะ 

“คุณกลัวอาถรรพ์วันที่ 13 ไหม” 

“ 13 ไหนจะสู้ผมได้เหรอครับ” 

นั่นสินะ....13 ไหนจะสู้สิบสามนี้ได้ 

“งั้น....ผมเป็นแฟนคุณแล้วนะ” ผมกอดเขาเอาไว้ “หลังจากนี้ผ่านทุกช่วงเวลาไปด้วยกันนะสิบสาม” 

“ครับพี่เฌอ....ผมจะผ่านทุกช่วงเวลาไปพร้อมกับพี่ครับ” 

. 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วนะ สำหรับบทนี้ก็สู่ขิตไปตามๆ กันนะคะ เขินไม่ไหวอะ ใจไม่ไหวมาก ว่าบท 10 ดาเมจนี้ไปคือแพ้เลยจริงๆ อยากตีพี่เฌอด้วย แกล้งน้อง คือพี่ประสบการณ์ทางนี้มากกว่าสิบสามนะคะ ของน้องคือครั้งแรกย่อมเงอะงะเป็นธรรมดา ค่อยๆ เรียนรู้ไปนะค้าบน้อนค้าบ ก็ข้อมูลเสม็ดชาลใช้อ้างอิงจากรีวิวท่องเที่ยวนะคะ ถ้ามีส่วนไหนผิดพลาดประการใดต้องขออภัยและสามารถแจ้งได้้นะคะ ชาลจะนำไปรีไรท์เพื่อให้มันสมบูรณ์ที่สุดค่ะ 

ชาลอาจจะหายไปสัก 3-4 วันเพื่อจัดการต้นฉบับนิยายอย่างจริงจังนะคะ ต้องรีไรท์เพราะงั้นต้องใช้สมาธิจดจ่อกับเรื่องนั้นเยอะนะคะ ขอให้รอกันอย่างใจเย็นนะคะ วันนี้เปิดนิยายเรื่องนี้มาครบ 20 วันแล้ว ลงไป 12 บทถือว่าเยอะมากเลยนะ เขียนเป็นร้อยหน้า A4 แล้วค่ะ ครึ่งเรื่องแล้้ว ก็รอติดตามกันต่อไป 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th น้า 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ 

ความคิดเห็น