<< Back page

สยบรักหัวใจทมิฬ(E-book)>>>วางแผงแล้วค่ะ : ตอนที่ ๗ :: Bittersweet :: สุขเศร้าเคล้าน้ำตา 80%

สยบรักหัวใจทมิฬ(E-book)>>>วางแผงแล้วค่ะ
  • ชื่อเรื่อง : สยบรักหัวใจทมิฬ(E-book)>>>วางแผงแล้วค่ะ
  • ชื่อตอน : ตอนที่ ๗ :: Bittersweet :: สุขเศร้าเคล้าน้ำตา 80%
  • คำค้น :
  • คนเข้าชมทั้งหมด : 2,796
  • ความคิดเห็น : 4
  • ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2555 23:03 น.
คัทรินทร์/ลาลียา/ซันศิราห์
คัทรินทร์/ลาลียา/ซันศิราห์

ตอนที่ ๗ :: Bittersweet :: สุขเศร้าเคล้าน้ำตา 80%


ฟังเพลง
| ธุรกิจออนไลน์ | งานออนไลน์ | รายได้เสริม

 

[เฮ้อ... หาอิมเมจอลันไม่ได้เลยยยยย หากไม่ถูกใจต้องขออภัยด้วยนะคะ ฮือออ T^T]

 

 

ทันทีที่ประตูห้องของคริษฐ์ปิดลง รมณียาก็กรีดยิ้มออกมาราวกับผู้ชนะ อริสารู้จักเธอน้อยไปซะแล้ว ในเมื่อเจ้าหล่อนอยากใช้มารยาตื้นๆ ดีนัก เธอก็ไม่ผิดที่ใช้แผนสูงเกินไป แม้แผนนี้มันบีบหัวใจเธอไม่น้อย แต่เธอก็ยอมเสี่ยงเพราะมันดีกว่าปล่อยให้อริสาได้คริษฐ์ไปครอง ใครว่าเธอร้าย เธอไม่เถียง เพราะเธอก็ร้ายจริงๆ แต่ถ้าไม่เพราะรัก เธอจะร้ายอย่างนี้หรือ

รมณียาคลายมือที่กำแน่นออก แหวนของคริษฐ์อยู่ตรงกลางฝ่ามือ มือบางเป็นรอยแหวน แดงเป็นปื้นเล็กๆ พอให้รู้ว่าเธอกำมันแน่นเกินไป เธอรักเขามากขนาดนี้แต่เขากลับไม่รักเธอเลยซักนิด ขนาดเธอเดินออกจากชีวิตของเขา เขายังไม่เอ่ยปากรั้งเธอซักคำ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอตัดสินถูกหรือผิด แม้เธอจะเป็นผู้ชนะในยกนี้ แต่เธอกำลังจะเสียคริษฐ์ไปจริงๆ หรือนี่

แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าอริสาไม่มีวันได้หัวใจของคริษฐ์ แล้วเธอล่ะ? เธอก็ไม่มีสิทธิ์ได้ครองหัวใจเขาเหมือนกันใช่ไหม ตลอดเวลาสิ่งที่เธอได้จากเขาก็คงเป็นแค่เพียงร่างกาย

ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มแห่งชัยชนะประดับอยู่เต็มใบหน้า แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าโศก น้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มหน้า ไหล่บางสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น ก่อนร่างบางจะทรุดลงกับพื้นพร้อมกับสะอื้นไห้ออกมา

ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งสาวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของรมณียา แม้เธอจะรู้ว่ามีคนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เธอก็ไม่คิดแม้แต่จะเงยหน้ามอง อลันค่อยๆ ทรุดนั่งลงข้างกายของหญิงสาว มือหนาแตะที่ไหล่บอบบางอย่างแผ่วเบา “ญ่า....” เขาเอ่ยเรียก รมณียาเงยหน้ามองผู้ชายที่นั่งลงข้างกายเธออย่างเศร้าๆ

“อลัน....” เธอครางออกมาเสียงแผ่ว ก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาอีกครั้ง มือหนายื่นออกไปหมายจะปลอบใจแต่มันก็ชะงักค้างกลางอากาศ เขามีสิทธิ์หรือที่จะโอบกอดร่างบางนี้? ในเมื่อร่างบางนี้มีเจ้าของแล้ว เขายังมีสิทธิ์แตะต้องหรือ?? แต่ในที่สุดหัวใจก็ชนะสมอง ความรักไม่ต้องมีเหตุผลเพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องใช้สมองคิดไตร่ตรอง อลันไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น เขาดึงรมณียามากอดแน่น พร้อมกับลูบหลังปลอบโยน

ทำไมถึงไม่เป็นเขา... ทำไมเขาไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรัก... หากเป็นเขา เขาจะไม่มีวันทำให้เธอต้องร้องไห้อย่างเด็ดขาด แต่มันคงช้าไปเสียแล้ว หัวใจของรมณียามอบให้ผู้ชายคนนั้นจนหมดใจ

แต่ก็ไม่เป็นไร... แม้เธอจะรักคนอื่นเขาก็ไม่แคร์ เขาขอแค่ได้ดูแลเธอแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว ขอได้แค่ปลอบใจเธอ เขาก็ยอม...

 

หากเธออ่อนล้า น้ำตาปล่อยมันให้ไหล
แต่อย่าพึ่งท้อเกินไป น้ำตาท่วมใจ ต้องมีแห้งสักวัน
เธอยังมีฉันคนนี้ ที่พร้อมจะเคียงข้างกัน
เหนื่อยล้าแค่ไหนขออย่าไหวหวั่น
เป็นกำลังใจให้กัน ชีวิตต้องเดินต่อไป

 

“ญ่า... ไม่เป็นไรนะ ญ่ายังมีผมอยู่เสมอ”

“อลัน....”

รมณียาสะอื้นฮักออกมาอีกครั้ง พร้อมกับปล่อยโฮกับอกกว้าง อลันรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วหัวใจ ยิ่งเห็นหญิงสาวร้องไห้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่า “เขาไม่เคยรักญ่าเลย” อลันกระชับวงแขนแน่น เขาอยากจะกอดร่างบางให้หายเศร้า อย่างจะแบ่งเบาความเจ็บปวดที่เธอต้องมาเจอที่เขาให้หมด

ใครว่ารมณียาเข้มแข็ง นั่นไม่ใช่ความจริงเลย... รมณียาในตอนนี้ที่อลันรู้สึกได้ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยน้ำตาอาบแก้ม ภายนอกที่ดูเข้มแข็งมันล้วนแต่คือเปลือกนอก คือเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว เธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงธรรมดาที่รักเป็น เจ็บเป็น ร้องไห้ไห้ เสียใจเป็น แต่เขาคงไม่มีวันรู้...

“ญ่า.... อย่าร้องไห้... ไม่เป็นไรนะญ่า” อลันเอ่ยออกมาเสียงครือ มือสั่นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเสียใจว่าทำไมไม่ใช่เขาที่เป็นผู้ชายที่รมณียารัก ทั้งๆ ที่เขาก็มาก่อน... เขารู้จักกับรมณียามาก่อนคริษฐ์เสียอีก ริมฝีปากแค่นยิ้มให้กับโชคชะตาที่โหดร้าย ที่ทำให้เขาต้องมาเจอกับรมณียาในวันที่สายไป... ทำให้เขาต้องมารับรู้ความจริงที่ว่าร่างบางในอ้อมกอดมีผู้ชายคนอื่นเต็มหัวใจ

“ทะ... ทำไม... ทำไมอลัน... ทำไมริตต์เขา... ฮึก... มะ... ไม่รักญ่า ทำไม... ฮือ......”

อลันมองร่างบางในอ้อมกอดที่สะอื้นไห้จนตัวโยน มือบางจิกไปที่เสื้อของอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะร้องไห้อีกครั้งอย่างไม่อายใคร ทำไมน้ำตาเจ้ากรรมมันไม่ยอมหยุดไหลซักที เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน... ทั้งๆ ที่เขาไม่รัก ก็ยังเสียน้ำตาให้เขา...

“ญา... ญ่า... อย่าร้องไห้” วงแขนแกร่งกระชับแน่นกว่าเดิมเพื่อให้เธอรู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆ เธอ แต่รมณียากลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นนั้น หัวใจเธอยังโหยหาแต่คริษฐ์อยู่เสมอ มันช่างยากเหลือเกินที่ต้องตัดคริษฐ์ออกจากหัวใจ

“อลัน... ญ่าเจ็บ... เจ็บเหมือนจะขาดใจ”

เสียงหวานกรีดร้องออกมาราวกับจะขาดใจจริงๆ อลันใจหายวาบ มือหนาลูบเรือนผมงามเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากหยักจุมพิตตรงหน้าผากมนเบาๆ “ไม่เป็นไรนะญ่า ญ่าต้องเข็มแข้ง”

“ฮึก... ฮึก... ฮือออ”

“ญ่า... ได้โปรดอย่าร้องไห้อีกเลย” อลันเอ่ยอ้อนวอนอย่างจนใจ รู้สึกเหมือนกำลังจะหมดแรงจริงๆ

“ริตต์....” รมณียาสะอื้นออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเป็นลมล้มพับไว้ อลันตกใจจนแทบสิ้นสติ จำได้ว่าตอนเด็กๆ หากรมณียาร้องไห้หนักๆ เธอก็มักจะเป็นลมไปเสมอ พอเวลาผ่านไปเธอไม่อยากให้คนอื่นว่าเธออ่อนแอ รมณียาเด็กขี้แยจึงหายไป กลายเป็นรมณียาที่แสนเย่อหยิ่งร้ายกาจ เพื่อที่จะปิดบังจุดอ่อนของตัวเอง แม้เขาจะเคยให้สัญญาว่าจะปกป้องเธอ แต่เธอก็บอกปัดว่าไม่เป็นไรเพราะเธอไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น

“ญ่า...” อลันตบหน้าร่างบางเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่รมณียากลับไม่ขานรับ มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา “ญ่า ตื่นสิ คุยกับผม...” เขาลองเรียกอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับคือความเงียบงัน ร่างบางยังไม่ตอบสนอง

อลันรีบช้อนตัวของรมณียาขึ้นมาแนบอก และเป็นจังหวะเดียวกันที่คริษฐ์เปิดประตูออกมา...

 

คริษฐ์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะเห็นอลันอุ้มรมณียาอยู่แนบอก รู้สึกทั้งเจ็บ ทั้งแค้น นี่สินะ... คือเหตุผลที่เจ้าหล่อนพยายามจะตีจากเขาไป เป็นเพราะผู้ชายคนนี้สินะ...

อลันมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับคริษฐ์ตรงๆ สายตาคมๆ ที่มองมายังเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเขารู้สึกได้ นี่สินะที่เขาเรียกว่าหมาหวงก้าง อลันคิดในใจ

“กรุณาถอยด้วยครับ ผมจะพาญ่าไปพักผ่อน” อลันเอ่ยเสียงเรียบ คริษฐ์แค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความดูถูกจนอลันอยากจะต่อยเปรี้ยงซักหมัด ถ้าไม่ติดว่าสองมือของเขาอุ้มรมณียาอยู่ ผู้ชายคนนี้ได้ลิ้มรสหมัดเขาแน่

“หึ...!!” สายตาที่เต็มไปด้วยดูแคลน ทำให้อลันแทบน็อตหลุด แต่คริษฐ์ก็ยังไม่วายพูดจาหาเรื่อง “เล่นบทรักกันถึงไหนล่ะ ถึงได้เป็นลมล้มพับไปอย่างนี้”

อลันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ผู้ชายคนนี้ตาถั่วหรือยังไงนะ ถึงไม่เห็นว่า รมณียาร้องไห้หนักขนาดไหน คราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้านวลก็เป็นหลักฐานชั้นดีอยู่แล้ว

“ญ่าไม่สบาย พอดีถูกหมาบ้ามันทำร้ายเอา”

“แกว่าใครเป็นหมาห๊ะ!!”

อลันเหยียดยิ้มออกมาอย่างสมใจที่เห็นผู้ชายเย็นชาอย่างคริษฐ์เผยอารมณ์ที่แท้จริงออกมา

“ก็ว่าหมาบ้าแถวนี้แหล่ะ” อลันว่าหน้าตาย

แต่ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะปะทะคารมกันต่อ ร่างบางในอ้อมแขนก็อลันก็สะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“ญ่า!!!!” ทั้งคริษฐ์และอลันอุทานออกมาพร้อมกัน อลันมือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด จนคริษฐ์ทนไม่ไหวกลัวอลันจะทำร่างบางของรมณียาร่วงลงพื้น

“ส่งญ่ามาให้ฉัน” คริษฐ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มเหยียดจากอลัน

“อย่ามายุ่งกับญ่าอีกเลย แค่นี้ญ่าก็เจ็บเพราะคุณมามากพอแล้ว ต่อไปนี้ผมจะดูแลญ่าเอง”

อลันเอ่ยอย่างมาดมั่น แววตาจ้องหน้าคริษฐ์อย่างไม่ยอมแพ้ คริษฐ์เหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ญ่าเป็นเมียฉัน... ถ้าไม่อยากถูกตราหน้าว่าแย่งเมียชาวบ้านก็ยืนญ่ามาให้ฉัน และนายก็ควรจำเอาไว้ซะว่า... ญาญ่า... รักฉันคนเดียว!!

อลันรู้สึกชาไปทั่วร่างทันทีที่ได้ยินคำประกาศสถานะออกจากปากของผู้ชายตรงหน้าที่จ้องมายังเขาอย่างไม่เป็นมิตร เขายืนนิ่งราวกับถูกสาป... นี่เขามาช้าเกินไปจริงๆ หรือ... ทั้งที่เขารักเธอมากขนาดนี้แท้ๆ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งไป คริษฐ์จึงสาวเท้าเข้าไปใกล้ พร้อมกับช้อนตัวรมณียามาอุ้มไว้แนบอก ใบหน้านวลที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาทำให้เขาหายใจสะท้าน รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาถึงเพียงนี้...

“ผมขอร้อง อย่าทำร้ายญ่าอีกเลย.... ถ้าคุณไม่รักญ่า ผมพร้อมจะดูแลเธอเอง”

อลันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง หวังว่าคริษฐ์จะเปลี่ยนใจ แต่แววตาที่มองมายังเขาทำให้เขารับรู้ได้ว่า อีกฝ่ายไม่มีวันยอมปล่อยรมณียาให้เขาอย่างเด็ดขาด

“ยุ่งกับคนมีเจ้าของ... เจ้านายคุณเขาไม่ได้สั่งสอนถึงวัฒนธรรมไทยที่ไม่ควรพรากผัวพรากเมียคนอื่นรึยังไง” คริษฐ์เหน็บอย่างเจ็บแสบจนอลันหน้าชา

“ญ่าไม่ใช่สิ่งของที่ต้องมีเจ้าของ แต่ถึงจะยุ่งไม่ได้... แต่ผมก็จะยุ่ง... เพราะผมมาก่อนคุณ!”

คำพูดของอีกฝ่ายราวกับหมัดฮุคที่ต่อยเข้าท้องเขาอย่างจัง แม้จะจุกแต่คริษฐ์ก็สามารถเผยรอยยิ้มออกมาได้

“ก็แค่เพื่อนสมัยเด็ก... แล้วยังไง... มาก่อนแล้วเป็นยังไงเหรอ ไม่เคยได้ยินรึไงว่ามาก่อนก็ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะถ้านายแน่จริง ญ่าเขาคงไม่หลงรักฉันหัวปักหัวปำหรอก หึ!!”

อลันรู้สึกอยากต่อยปากอีกฝ่ายขึ้นมาจริงๆ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอีกฝ่ายอุ้มรมณียาไว้ ป่านนี้เขาชกคริษฐ์จนคว่ำไปแล้ว!!

“ริตต์....” เสียงหวานเพ้อออกมาอีกครั้ง คริษฐ์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างเป็นต่อ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นกว่าเดิม พร้อมกับก้มหน้าลงไปชิดริมใบหูสะอาด แต่สายตาก็มองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

“ไม่เป็นไรนะญ่า... ริตต์อยู่ตรงนี้”

ว่าแล้วคริษฐ์ก็พารมณียาเข้าห้องไปโดยไม่หันหลังกลับไปมองผู้ชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังเลยซักนิด อลันกำหมัดแน่นก่อนจะกระแทกไปที่ผนังเพื่อระบายอารมณ์

 

อริสาดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตู แต่ภาพที่เธอเห็นเล่นเอาเธอหน้าชา คริษฐ์อุ้มรมณียาอย่างทะนุถนอม แววตาฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดจนเธอรู้สึกเจ็บจี๊ด แต่ก็ยังสามารถฉีกยิ้มออกมาได้

คริษฐ์เดินเลี่ยงอริสาไปที่เตียง มือหนาค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่

“ดีขึ้นแล้วรึยังแอ๊น”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ” อริสาสอบไม่เต็มเสียงนัก ริมฝีปากบ้างเม้มแน่นเป็นเส้นตรง

“อืม... งั้นแอ๊นก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลญ่าเอง” แม้คริษฐ์ไม่ได้เอ่ยปากไล่อย่างตรงๆ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาไล่ ใบหน้านวลเผยรอยยิ้มน้อยๆ “ค่ะ คุณริตต์” อริสาหมุนกายเดินออกจากห้องไป ทั้งๆ ที่ภายในใจกลับร้อนรุ่ม

ทันทีที่อริสาลับสายตาไป สายตาคมๆ ก็จับจ้องที่ร่างบางที่หลับใหลไม่ได้สติ เขาค่อยๆ พิจารณาใบหน้านวลอย่างช้าๆ นับวันรมณียาก็ยิ่งสวย ยิ่งมีเสน่ห์ เขาไม่แปลกใจเลยที่ไอ้หมอนั่นมันอยากได้เธอคืนนักหนา แต่เขาก็ไม่มีวันยอมอย่างเด็ดขาด!!

แต่ใบหน้านวลที่เต็มใบด้วยคราบน้ำตาก็กรีดใจเขาเป็นอย่างมาก อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะตัวเขาเองที่ทำให้เธอต้องร้องไห้ขนาดนี้ มันก็คงไม่แปลกเลยที่อลันจะต้องการดูแลหญิงสาวเอง

“ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไป รมณียา” เขาเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าลงไปจุมพิตหน้าผากนวล ร่างบางที่หลับตาอยู่ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาหวานซึ้งเต็มไปด้วยตัดพ้อ

“คุณมันคนใจร้าย...” ทันทีที่หญิงสาวฟื้นขึ้นมา ก็บริภาษคนตัวโตที่นั่งข้างกายทันที

“ฉันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ

“แต่ฉันน่าจะรู้เร็วกว่านี้... จะได้ไม่ต้องเผลอใจไปรักคุณ”

ใบหน้าคมเข็มแข็งกร้าวขึ้นมาทันที “ทำไม เจอชู้รักเก่าแล้วอยากจะเปลี่ยนใจกลับไปหามันรึไง”

“อลันไม่ใช่ชู้รัก เพราะฉันไม่เคยมีสามี” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเบือนหน้าหนีคนตัวโต แต่เขาก็ไวกว่าคว้าใบหน้านวลให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา

“ไม่เคยมีสามี แล้วไอ้ที่ผ่านๆ มาเนี่ย คนเป็นเพื่อนเขาทำกันรึไง”

“หยาบคาย!! ทุเรศที่สุด!!” เสียงหวานบริภาษทั้งน้ำตานองหน้า ทำไมคริษฐ์ถึงเป็นไปได้ขนาดนี้นะ

“งั้นเหรอ... แต่อย่างน้อยไอ้คนทุเรศคนนี้ก็เคยทำให้เธอร้องครางแทบขาดใจมาแล้วนะ อย่าลืมสิ” ใบหน้าคมเข้มก้มหน้าไปกระซิบชิดริมใบหูสะอาด

รมณียามองหน้าเขาอย่างตัดพ้อ

“ฉันไม่น่าไปหลงรักคนใจร้ายอย่างคุณเลย พอกันที ฉันจะไม่ทนกับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณอีก” ว่าแล้วร่างบางก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังเวียนศีรษะอยู่ ร่างบางอยู่มือหนากดลงกับที่นอนดังเดิม ก่อนที่ชายหนุ่มจะใช้ร่างกายตัวเองเป็นปราการกักข่างร่างบางให้อยู่ใต้ร่าง

“อย่าหวังเลยรมณียา ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าถ้าฉันไม่ปล่อยเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไป!!!”

 

>>>>>>> โอ๊ยยย !! คุณริตต์หน้าตบอย่างไม่เสื่อมคลาย ตอนนี้ญาญ่าโดนจัดหนัก ตอนหน้าถึงครางน้องนางค์บ้างแล้วว ^^


ความคิดเห็น

Guest
ชื่อ :
  • Guest
    ความคิดเห็นที่ 1  โดย
    Guest_173.245.56.155
    พูดว่า :

    รักเขาจะตายทำมาปากร้ายอีกนิไอ้คุณริตต์ผู้หญิงเขาเอาจริงแล้วจะหนาวหมั่นไส้อ่ะ


    18 เม.ย. 2557 05:22น.| ip173.245.56.155