หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 42 ไม่อาจสนองได้พอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 ไม่อาจสนองได้พอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2563 14:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 ไม่อาจสนองได้พอ
แบบอักษร

 

ถังเฉียนถูกถามจนนิ่งอึ้งไป ดูเหมือนนางจะพึ่งพาความสะดวกที่ได้รับจากเลือดของตัวเองมากเกินไป นางไม่สามารถสนองความต้องการของพวกเขาตลอดไปได้ อย่างทีแรกนางยังใช้เลือดที่นิ้วให้อวิ๋นเอ๋อร์กินอิ่มได้ แต่ต่อมาเลือดที่นิ้วก็ไม่อาจสนองให้อวิ๋นเอ๋อร์ได้พอ 

ถ้าเช่นนั้นต่อไปนางคงเลี้ยงเสี่ยวจินไม่ไหว สู้คิดหาวิธีตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า 

“เจ้าพูดถูก ข้ายังต้องลองของอย่างอื่นดู ถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ จะไม่ใช้เลือดของตัวเองแล้ว อีกทั้งมันก็ยังไม่ได้ลองกินแมลงพิษ แมลงปีศาจปกติก็กินของที่มีพิษ บางทีมันก็อาจจะกินก็ได้” 

ความปรารถนาไม่อาจถูกเติมเต็มได้ ดังนั้นจำเป็นต้องหาของที่ใช้เลี้ยงเสี่ยวจินได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าพึ่งแต่นาง สักวันหนึ่งนางก็ย่อมแบกรับไม่ไหว 

เถิงเฟิงคลายความวิตกเมื่อเห็นว่าถังเฉียนฟังคำเตือนของเขา จึงพูดว่า 

“ข้าจะออกไปหาหมอผีท่านอื่น ถามดูว่าเสี่ยวจินกินอะไรแน่ ในเผ่าเรามีหมอผีหลายคน ย่อมมีวิธีแน่ๆ” 

ถังเฉียนได้ฟังก็พยักหน้าหงึกๆ เถิงเฟิงมักมีวิธีการมากมาย แม้เขาจะดูลึกลับมาก แต่ก็ไว้ใจได้ เถิงเฟิงเป็นพวกที่ชอบลงมือทำ เขาพูดจบก็วิ่งออกไปทันที 

ขณะนี้ถังเฉียนใช้นิ้วสัมผัสร่างสีทองของเสี่ยวจินเบาๆ ราวกับช่วยหวีขนให้ อย่างน้อยเวลานี้นางก็ไม่มีความรู้สึกว่ากินไม่อิ่มอย่างรุนแรงแล้ว 

จู่ๆ ถังเฉียนก็นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะมากขึ้นมา นั่นคือห้องยา 

หลังจากที่ถังเฉียนมาแล้ว สำนักหมอก็กลายเป็นมือรอง ฉู่จิ่งเหยาเลิกเชื่อถือหมอหลวงสามคนที่มีอยู่ พวกเขากลายเป็นแค่ของสำหรับตั้งแสดงเท่านั้น แม้ว่าหมอหลวงเหล่านี้ยังคงทุ่มเทตรวจรักษาฉู่จิ่งเหยา ยังคงเขียนเทียบยาตามปกติ แต่ทุกวันต่างวิเคราะห์ว่าเหตุใดยาของพวกตนจึงไม่ได้ผล แต่ยาของถังเฉียนกลับได้ผลดีกว่า 

หมอหลวงเหล่านี้คิดอยากจะมาสอบถามจากถังเฉียนหลายครั้งแล้ว แต่ที่จริงถังเฉียนไม่ใช่หมอผีที่มีความรู้ นางแค่อาศัยเลือดของตัวเองเท่านั้น แต่การพึ่งพาเลือดย่อมมีสักวันที่นางไม่อาจพึ่งได้และไม่อาจตอบสนองความต้องการได้ ถึงตอนนั้นนางจะมีความสามารถอะไรที่จะเอาตัวรอดได้ 

ถังเฉียนถอนหายใจ นางจนปัญญาและทุกข์ใจกับเรื่องนี้ 

ปัง ปัง... 

“ใครเคาะประตู” 

ถังเฉียนกำลังกลัดกลุ้ม ไม่มีใครมาเยือนเรือนฮั่นต้านของนางนานแล้ว เวลานี้ใครกันที่เคาะประตูห้องนาง 

ถังเฉียนนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา นางจึงร้องขานรับด้วยความตื่นเต้น รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้ารูป สวมหน้ากาก ทำท่าทางเหมือนคนแก่แล้วเดินมาเปิดประตู 

“ใครมารบกวนการพักผ่อนของหมอผีอย่างข้า” 

หมอหลวงแซ่จางซึ่งผมขาวโพลนแล้วยืนอยู่หน้าประตู เขาเป็นหนึ่งในสามหมอหลวงที่อยากศึกษาวิชาหมอผีมากที่สุด 

“ท่านหมอ ผู้น้อยจางปั๋วทง หมอหลวงฝ่ายรักษาอาการบาดเจ็บแห่งสำนักหมอหลวง ผู้น้อย...” 

คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย เขารู้ว่าถังเฉียนชอบกินไก่ ทุกครั้งที่มาก็จะติดไก่หลูฮวาตุ๋นโสมมาด้วย ทีแรกถังเฉียนยังรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ไก่ตัวแล้วตัวเล่าของเขา ทำให้สุขภาพนางแข็งแรงขึ้น ทั้งยังสูงขึ้นอีกด้วย 

“รู้แล้ว มาขอศึกษาใช่หรือไม่” 

“ใช่ ใช่ ท่านหมอฉลาดมาก” 

ถังเฉียนมองดูน้ำแกงไก่ที่หมอหลวงจางถืออยู่ คิดว่าไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า ภายใต้หน้ากากมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก นางรับน้ำแกงไก่ไว้ หมอหลวงจางทำท่าจะเดินตามเข้ามา ถังเฉียนยืนอยู่ที่ประตูแล้วบอกว่า 

“พอดีข้าอยากไปดูว่าหมอหลวงอย่างพวกเจ้ารักษาโรคอย่างไร อย่างนั้นไปเดินเที่ยวห้องยาของพวกเจ้าดีกว่า” 

“ห้องยา” 

หมอหลวงจางผงะเล็กน้อย ก่อนจะมีท่าทางดีใจขึ้นมาทันที 

“เช่นนั้นดีเลย ผู้น้อยจะไปเตรียม ไม่ทราบว่าท่านหมอจะไปเมื่อใดหรือ” 

“รอสักครู่ ประเดี๋ยวข้าจะไปพร้อมกันกับเจ้าด้วย!” 

ถังเฉียนยกน้ำแกงไก่ไปเก็บ พอเตรียมเสร็จก็ตามหมอหลวงจางไปที่ห้องยาของจวนอ๋อง 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น