Pimonpan

บุคคลและสถานที่หรือเหตุการณ์ดังกล่าวภายในเรื่อง เป็นเพียงจิตนาการของผู้เขียนเท่านั้น มิได้มีเจตนาทำร้ายหรือสร้างความเสียหายให้กับศิลปินแต่อย่างใด

ชื่อตอน : Chapter 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 110

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 05:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 28
แบบอักษร

Dominic Talk

เซลีนล่วงหน้าออกไปก่อนแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดให้สัญญาน ส่วนตำแหน่งของโรเบิร์ตไคโตะเพิ่งส่งพิกัดมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจมีแผนจะบุกเข้าช่วยเหลือโรเบิร์ตก่อน และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเมื่อช่วยเขาออกมาได้แล้ว เราจะบุกเข้าไปยังสนามแข่งต่อไป

~~ก๊อกๆ~~

“ช่วยอะไรหน่อยสิ”

“...”

แดเนียลเปิดประตูห้องของเขาออกมาด้วยใบหน้างุนงงเล็กๆ

“ขอยืมของไม่กี่อย่าง”

“ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

สายตาจริงจังของผมทำให้แดเนียลเข้าใจยิ่งขึ้นว่าผมต้องการอะไร เขาเปิดประตูออกให้ผมเดินเข้าไปในห้องอย่างง่ายดาย ส่วนพยาบาลสาวคนสวยที่ง่วนอยู่กับการทำอะไรซักอย่างตรงโต๊ะริมหน้าต่าง เมื่อเธอหันมาเห็นผมเธอก็รีบเดินออกไปจากห้องทันทีเพื่อให้เราได้คุยกันได้สะดวกขึ้น

“ฉันอยากปลอมตัวนิดหน่อยน่ะ”

“ด้ายยย นั่งลงสิ”

“...”

เป็นครั้งแรกที่ผมยอมให้เขาทำนั่นทำนี่บนตัวผมอย่างว่าง่าย มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมาย เขาแค่เสยผมจัดทรงผมให้ผมใหม่พร้อมกับสวมแว่นตาสุดเท่ห์ให้ผมก็เท่านั้น ก่อนจะหยิบแจ็คเก็ตตัวหนึ่งมายื่นให้พลางกำชับให้ผมระวังตัวให้มากกว่าเดิม

เมื่อมองดูตัวเองในกระจกก็พบว่าตัวเองดูห้าวขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ หน้าตาจัดได้ว่าดูเอาเรื่องอยู่พอสมควรเพียงแค่เสยผมขึ้นก็เท่านั้น

“ถ้าจะเข้าไปที่นั่นก็ทำตัวให้เนียน”

“รู้แล้วน่า”

“เลิกทำหน้าง่วงนอนก่อนเป็นอันดับแรก”

“ไอ้...”

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า แค่นี้ก็ดูหาเรื่องมากพอแล้ว ระวังตัวด้วยละกัน”

“อืม ขอบใจ”

“เดี๋ยวก่อน”

ผมลุกออกมาจากห้องของเขาและเตรียมมุ่งหน้าจะเดินออกไป พอกำลังจะเปิดประตูออกไปแดเนียลก็ส่งเสียงเรียกตามหลังมา เมื่อหันไปเขาก็โยนของบางอย่างส่งมาให้

~~พรึ่บ~~

ผมรีบเอื้อมมือออกไปคว้ามันไว้ก็พบว่ามันเป็นกุญแจของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ข้างล่างซึ่งเป็นของรักของหวงชิ้นสำคัญของเขา

“เผื่อนายจะต้องใช้มันน่ะ โชคดี”

“...”

ผมไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าส่งไปให้เขาเบาๆ เพื่อเป็นการขอบคุณอีกครั้ง แดเนียลมองส่งผมจากในห้องจนกระทั่งประตูปิดลง ผมจึงรีบมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถข้างล่าง ยังมีนายตำรวจคนหนึ่งที่ยังรอผมอยู่เพื่อที่เขาจะได้ตามไปสมทบกับทีมอีกที เขาท่าทางไม่เหมือนตำรวจทั่วไปเท่าไหร่นัก และดูท่าว่าอายุน่าจะไล่เลี่ยกันกับผม

อีกอย่างเขาจะคอยให้สัญญาณผมเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ที่สำคัญคือบัตรผ่านสำหรับเข้าไปในสนามแข่งนั่นที่ใช่ว่าใครจะสามารถผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ ซึ่งคงไม่ยากนักสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการที่จะได้มันมา เขาน่าจะพาผมเข้าไปที่นั่นได้

.

.

—สนามแข่งรถ XX—

นายตำรวจท่านนั้นยื่นบัตรผ่านให้พนักงานตรงหน้าประตูทางเข้า ผู้ชายที่ทำหน้าที่สแกนบัตรรับมันไปก่อนจะก้มมองผมพลางส่งสายตาบางอย่างไปยังคุณตำรวจที่นั่งอยู่ข้างๆ

“เพื่อนฉันเองน่า..เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ หมอนี่อยากเอารถมาลอง”

“แต่วันนี้ดูท่าจะไม่ได้นะครับ นายกำชับไว้ ผมไม่อยากซวย”

“ไม่เอาน่า...ไม่นานเขาก็ได้บัตรแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง..นะ”

“ไม่ครับ”

“งั้นตามข้อเสนอเดิม”

“...”

ชายคนนั้นลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ และพยักหน้าเป็นสัญญานว่าให้พวกเราเข้าไปได้

“คุณเคยมาที่นี้งั้นหรอ”

“ฮ่าๆ บ่อยเลย”

“คุณชอบแข่งรถด้วยหรอ”

“ก็ไม่เชิง...แข่งรถนั้นงานลองเสียมากกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นก็...”

“ที่นี่ยังมีอะไรอีกเยอะแยะที่ทางเรากำลังสืบสาวราวเรื่องกันอยู่”

“...”

“...ขอโทษที่ผมจะต้องเอ่ยตรงๆ นะ อาของพวกคุณมีธุรกิจผิดกฎหมายอีกมากมายที่ทางเรายังไม่สามารถทำอะไรได้ ข้อมูลบางอย่างกำลังเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานกันอยู่”

“ผมเข้าใจ”

ผมตอบเขาไปเบาๆ และมุ่งหน้าเข้าไปยังลานจอดรถของสนาม เสียงเครื่องยนต์หลายคันดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่นัก เมื่อเดินใกล้เข้าไปยังตัวสนามแข่งก็เริ่มได้ยินเสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องของผู้คนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

“คนเยอะแบบนี้ประจำเลยหรอ”

ผมหันไปถามคุณตำรวจ เพราะแอบแปลกใจนิดหน่อยที่วันนี้ผู้คนรอบๆ สนามดูเยอะแยะเต็มไปหมด อีกทั้งยังส่งเสียงร้องตะโกนกันอย่างคึกคะนองจนผมเริ่มมีลางสังหรณ์แปลกๆ

“ไม่หรอก วันนี้น่าจะมีของพนัน”

“ของพนัน??”

ผมสงสัยกับคำพูดของคุณตำรวจ และแอบแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไปมากมาย

“ส่วนมากก็ของหายาก ไม่ก็ของมีค่า ราคาแพง...”

“...”

ผมฟังเขาพูดไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เรากำลังเดินเข้าไปข้างใน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงผู้คนชัดเจนมากขึ้น เสียงตะโกนเชียร์และเสียงรถแข่งหลายคันที่วิ่งไปมาบนสนามเหมือนฉากหนึ่งในหนังแข่งรถหลายๆ เรื่องกำลังปรากฎขึ้นตรงหน้าผม

~~บรื้นนนน บรื้นนน~~~

~~บรื้นนนน บรื้นนน~~

~~เอี๊ยดดด เอี๊ยดดด~~

~~บรื้นนนน บรื้นนน~~~

เครื่องยนต์หลายคันในสนามกำลังเลี้ยวไปเลี้ยวมาและแข่งกันอยู่บนสนามอย่างน่าหวาดเสียวและชวนให้ลุ้นตามไปด้วย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงจากลำโพงกระจายเสียงที่ติดตั้งอยู่รอบๆ สนามดังขึ้นแทรกทุกเสียงที่กำลังโห่ร้องอยู่รอบๆ

‘สวัสดีทุกท่านนน ยินดีต้อนรับเข้าสู้สนามXX สถานที่ที่ทุกคนต่างก็หลงไหลและชื่นชมในความเร็ว...’

~~เฮ!!!!~~

~~บรืนนน บรื้นนน~~

เสียงผู้คนรอบข้างโห่ร้องตอบรับเสียงนั้นกันอย่างคึกคะนองแข่งกับเสียงรถที่ยังคงขับแข่งขันกันไปมาอยู่บนสนามนั่น คุณตำรวจพาผมเดินเข้าไปเรื่อยๆ สวนกับผู้คนที่ยืนเกาะลูกกรงอยู่ขอบสนามเพื่อเชียร์รถคันที่ตัวเองชอบกันอย่างใจจดใจจ่อ

‘...และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...’

~~เฮๆๆๆ~~

‘...ในวันนี้นั้น พวกเราทุกคนนน ก็จะได้พบกับของรางวัลลล ของที่ทุกคนตั้งตารอ...’

~~เฮ่ๆๆๆ~~

~~บรื้นน บรื้นนนน~~

ยิ่งใกล้ประกาศถึงของสิ่งนั้น พวกเขาก็ยิ่งโห่ร้องกันดังขึ้นกว่าเดิมอีกมาก เรายังคงเดินเข้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง จนกระทั่งจู่ๆ ไฟทุกดวงในที่นี้ก็ดับลงเหลือเพียงสปอร์ตไลท์ที่ส่องให้กับนักแข่งบนถนนในสนามแข่งเท่านั้น แต่ไม่นานจอ LED ขนาดใหญ่ตรงหน้าในจุดที่ทุกคนต่างมองเห็นก็ปรากฎวิดิโอของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้น

“ !!! ”

ผมตกใจนิดหน่อยในตอนที่แสงไฟตรงสนามหญ้าบริเวณกลางสนามสว่างขึ้นพร้อมกับภาพขยายของเธอที่ฉายชัดอยู่บนจอขนาดยักษ์2-3ตัวรอบสนามแข่ง เธอยืนอยู่ตรงนั้น บนสนามหญ้านั่นพร้อมกับกล้องวิดิโอที่ถูกติดตั้งไว้ 3-4 ตัว

‘เซลีน คัง เบอร์19 ของเรา!!!’

~~เฮ่ๆๆๆๆ~~

เสียงผู้คนโห่ร้องชอบใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเสียงประกาศนั่นบอกถึงของรางวัลในวันนี้ ผมได้แต่ยืนกำหมัดเพื่อข่มความโกรธเอาไว้ในใจเหมือนเช่นทุกครั้ง และพยายามเดินตามคุณตำรวจเข้าไปเรื่อยๆ อย่างปกติที่สุด

“คุณไม่เห็นบอกผมว่าพวกมันมีของรางวัลเดิมพันธ์เป็นผู้หญิงด้วย”

“ผมแค่เคยได้ยิน แต่ตอนมาสืบยังไม่เจอกับตัว วันนี้น่าจะเป็นหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง”

ผมเดินไปเรื่อยๆ พลางมองไปที่จอ LED นั่นอย่างพิจารณาอีกครั้ง เซลีนถูกมัดติดกับเสาร์เหล็กเล็กๆ ต้นหนึ่ง สภาพร่างกายจากการประเมินคร่าวๆ ผมคิดว่าเธอคงยังไม่เป็นอะไร และสีหน้าเธอไม่ได้บอกว่าอยู่ในอารมณ์ใด ใบหน้านั้นเรียบเฉยแต่ทว่าดวงตาคมสวยนั่นกลับกวาดมองไปที่กล้องทุกตัวอย่างท้าทาย เหมือนกำลังใช้สายตานั่นเป็นกำแพงป้องกันตัวเองจากผู้คนพวกนี้

“เธอเก่งใช้ได้นะครับ หึๆ”

“...”

คุณตำรวจหันมาพูดกับผมเบาๆ ในตอนที่เรามาถึงจุดที่มองเห็นโดยรอบได้อย่างชัดเจน เขาหยุดลงก่อนปีนขึ้นไปนั่งบนอัฒจรรย์เพื่อรอดูเหตุการณ์ทั้งหมดต่อไป

ผมไม่พูดอะไรเพียงแต่ค่อยๆ ปีนตามขึ้นไปนั่งลงข้างๆ เขาและมองไปยังจอนั่นเหมือนเดิม ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“คนพวกนั้นรู้จักเธอด้วยเหรอ”

ผมสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูชอบใจนักเมื่อปรากฎใบหน้าของเธอขึ้นเป็นของรางวัลในการแข่งขันในวันนี้

“ก็ทุกครั้งที่เธอลงสนาม...เธอเหมือนดาวเด่นของที่นี่เลยต่างหาก เพราะความสวยไม่ธรรมดานั่น”

“แสดงว่าคุณก็ต้องรู้จักเธอมาก่อน”

“ก็ไม่เชิง...เหมือนผมจะรู้จักเธอแต่เธอไม่รู้จักผมซะมากกว่า คนที่นี่ส่วนใหญ่มักพูดถึงเธอ แม้ในวันที่เธอไม่มา”

“...”

ผมเงียบอีกครั้งพลางครุ่นคิดถึงคำพูดพวกนั้นของคุณตำรวจ ผมปล่อยให้เธอมาที่นี่ได้ยังไงกัน ที่นี่มันโคตรไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเลย ให้ตายสิ

~~ตี๊ดๆ~~

เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือของคุณเจ้าหน้าที่ดังขึ้นเบาๆ แข่งกับเสียงจะโกนเชียร์โดยรอบ เขายกมันขึ้นมามองดูข้อความที่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอ ก่อนจะหันหน้ามาพยักหน้าให้ผมเบาๆ เพื่อบอกให้เตรียมตัวต่อไป

สักพักรถในสนามแข่งเมื่อครู่ก็เริ่มเปลี่ยนคู่ชิงกันอีกครั้ง คาดว่านัดนี้คงจะเป็นการล่าของรางวัลซึ่งก็คือเซลีนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่นานก็มีผู้ชาย 4-5 คนเดินเข้าไปยังจุดที่เธออยู่ หนึ่งในนั้นคือไอ้เจเรมีที่เดินเข้าไปพูดอะไรซักอย่างกับเธอ ส่วนผู้ชายที่เหลือน่าจะเป็นลูกน้องของมัน

‘เวลาที่ทุกคนต่างก็รอคอยกันก็ได้มาถึงแล้วนะครับ’

~~เฮ่ๆๆๆ~~

‘ท่านทั้งหลายเตรียมวางเดิมพันธ์เลือกข้างกันไว้ให้ดี ใครกันที่จะได้เป็นผู้ชนะในค่ำคืนนี้’

เสียงประกาศยังคงดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ รถที่เป็นคู่แข่งกันในนัดนี้เริ่มสแตนด์บายกันตรงจุดสตาร์ท รถที่ลงแข่งมีทั้งหมด 6 คัน เสียงจากลำโพงเริ่มประกาศชื่อและทีมของผู้เข้าแข่งขันไปเรื่อยๆ แต่สมองของผมตอนนี้เริ่มไม่รับรู้อะไรแล้ว เพราะภาพสุดท้ายของเซลีนบนจอนั่นถูกตัดออกไปแทนที่ด้วยรถยนต์ที่อยู่บนสนามแทน แต่สายตาของเธอเมื่อกี้มันกำลังเปลี่ยนไป ไอ้พวกนั้นมันต้องทำอะไรกับเธอแน่ๆ

ผมเริ่มนั่งไม่ติดพลางจ้องมองลงไปยังจุดที่เธออยู่อย่างไม่วางตา แต่มันก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจน จนกระทั่งเสียงปืนดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญานออกตัวให้กับนักแข่งบนสนาม

~~ปัง!!!~~

~~บรื้นนน บรืนนนน~~

~~เฮๆๆ~~

เสียงเครื่องยนต์เริ่มกลับมาดังแข่งกันพร้อมกับเสียงร้องตะโกนเชียร์อีกครั้ง ภาพบนหน้าจอจับภาพรถที่วิ่งอยู่บนสนามสลับกันไปมา จนกระทั่งวนมาที่ใบหน้าของเซลีนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าสีหน้าเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แววตาแข็งกร้าวในตอนแรกเริ่มเหม่อลอยและดูอ่อนลง เธอเม้มปากตัวเองแน่นอย่างเหมือนพยายามข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

“พวกนั้นให้ยาเธอ”

คุณตำรวจพูดขึ้นเมื่อเห็นอาการของเธอบนหน้าจอนั่น

“ยาอะไร!”

ผมเริ่มจะนั่งนิ่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่ก็ต้องตั้งสติรอจนกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน

“ถ้าไม่ยาปลุกเซ็กส์ก็สารเสพติดซักตัว”

“ไอ้พวกระยำ!!”

ผมได้แต่กัดฟันสบถด่าพวกมันออกมาเบาๆ และรอเวลาให้ผ่านพ้นไป รถบนสนามพวกนั้นวิ่งแข่งกันไปกี่รอบหรือผู้คนกู่ร้องตะโกนกันดังแค่ไหนผมก็ไม่อาจรู้แล้ว เมื่อจิตใจของผมตอนนี้กำลังจดจ่ออยู่ที่เซลีนทั้งหมด จนกระทั่งเสียงประกาศชื่อทีมผู้ชนะดังขึ้น

รถคันนั้นหยุดลงตรงจุดที่เซลีนถูกมัดตัวเอาไว้ เขาค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากรถและเดินไปยังจุดที่พวกนั้นยืนอยู่กับเธอ ผมไม่รู้ว่าหมอนั่นหน้าตาเป็นยังไง เพราะเขายังใส่หมวกกันน็อคใบโตปิดบังหน้าตาของตัวเองเอาไว้อยู่ พวกเขายืนคุยกันไม่นานร่างของเซลีนก็ถูกนำตัวขึ้นไปยังรถของผู้ชนะคนนั้นต่อไป

~~เฮๆๆ~~

เสียงเชียร์รอบข้างเริ่มดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเธอก้าวขาขึ้นรถคันนั้นไปแล้ว

~~ตี๊ดๆ~~

“โรเบิร์ตปลอดภัยแล้ว ตำรวจกำลังจะเข้ามา”

คุณตำรวจกระซิบเบาๆ เพื่อบอกให้ผมเตรียมตัวอีกครั้ง ไม่นานจากนั้นไอ้เจเรมีที่ผมจ้องมันอย่างไม่วางตาก็กำลังหัวเสียกับอะไรซักอย่างอยู่ตรงกลางสนามนั่น ก่อนจะหันไปชกลูกน้องพวกนั้นอย่างบันดาลโทสะ หึ ได้เวลาแล้วสินะ

“ผมจะไปกระทืบมัน!”

ผมพูดเบาๆ ให้คุณตำรวจได้ยินถึงสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำต่อจากนี้ พลางรีบลุกวิ่งออกไปจากตรงนี้โดยไม่ฟังเสียงเรียกจากคุณตำรวจที่กำลังวิ่งตามมา มันทำอะไรกับเซลีนผมจะเอาคืนมันให้หมด

“เฮ้!! เดี๋ยวก่อนสิ ไอ้บ้าเอ๊ย!”

ผมมองหาทางลงไปตรงนั้นจากจุดที่นั่งอยู่มาสักพักแล้ว ไม่นานก็วิ่งมาถึงที่พวกมันยืนอยู่ ผมไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อมันมาและชกไปบนหน้าของมันอย่างรวดเร็วโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัว

~~ผลัวะ!!~~

“ไอ้ระยำ มึงทำอะไรเธอ”

“ฮ่าๆๆ มึงมาจนได้นะ”

“เออ กูมาแล้ว มากระทืบมึงไง”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ชกหน้ามันไปอีกครั้ง ลูกน้องพวกนั้นของมันก็รีบตรงเข้ามาดึงตัวผมออกจากมัน ก่อนจะถูกไอ้เจเรมีซัดหน้ากลับมาเหมือนกัน

“มึงโง่มากนะที่มาคนเดียว”

~~ผลัวะ~~

เสียงแลกหมัดดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ผมที่รู้สึกเจ็บ แถมแขนที่ถูกล็อคไว้เมื่อครู่ข้างหนึ่งก็หลุดออกเป็นอิสระ ไม่รอช้าผมก็รีบหันไปปล่อยหมัดใส่ลูกน้องของมันอีกคนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นวิ่งตามมาช่วยผมไว้

“มึงต่างหากที่โง่ ไอ้สวะ”

~~ผลัวะๆ~~

ผมรีบวิ่งไปกระโดดถีบไอ้เจเรมีจนมันหงายหลังล้มลง แต่ลูกน้องของมันอีก 2 คนที่เหลือก็เข้ามาขวางผมไว้อีกครั้ง

~~ผลัวะๆ~~

นายตำรวจคนนี้ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้ามาช่วยผมอีกครั้ง เราตอนนี้เหมือนถูกล้อมเอาไว้ ต่างคนต่างตั้งหลักอยู่สักพักก่อนจะพุ่งตัวออกไปสู้กับคนพวกนั้นอย่างไม่คิดว่ามีกันแค่สองคน

~~ผลัวะ!~~

~~ผลัก!~~

~~ตุบตับๆ~~

~~อ๊ากกก~~

เสียงตลุมบอนเกิดขึ้นสักพักก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของคนพวกนั้น ไม่น่าเชื่อว่าคนที่แทบไม่เคยชกต่อยกับใครอย่างผมจะโกรธจนทำได้ขนาดนี้ ส่วนตำรวจที่มากับผมคงไม่ต้องบอกว่าเขาฝีมือระดับไหนเมื่อเทียบกับนักเลงพวกนี้

เมื่อลูกน้องพวกนั้นพ้นทางไป ผมก็เห็นแผ่นหลังของไอ้เลวนั่นวิ่งหนีไปได้ไม่ไกลนัก มันกำลังจะขับรถหนีออกไป

ผมวิ่งไปกระชากประตูรถมันไว้ได้ทัน ก่อนจะลากตัวมันลงมาจากรถ และส่งหมัดเข้าไปที่หน้าหล่อๆ ของมันอีกครั้งโดยไม่ให้มันได้ทันตั้งตัว และตามด้วยเข่าที่ใส่เข้าไปตรงท้องมันไม่ยั้งให้สมกับสิ่งชั่วร้ายที่มันทำกับเธอทั้งหมด

“เซลีนอยู่ที่ไหน!!”

“หึๆ มึงเก่งนักก็ไปตามหาเอาเองสิวะ!”

มันแสยะยิ้มอย่างยียวนออกมากวนประสาทผมอีกครั้งอย่างยั่วโมโห

~~ผลัวะ!!~~

ผมถีบมันลงไปกองกับพื้นและตามไปกระทืบมันซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง จนมันเริ่มหมดแรง จึงกระชากคอเสื้อมันขึ้นมาถามอีกครั้งให้รู้เรื่อง

“มึงจะบอกกูได้หรือยัง!!”

“หึ”

มันเพียงคลี่ยิ้มออกมาเหมือนเดิมและส่ายหน้ากลับเบาๆ อย่างยียวนอีกครั้งจนผมอดไม่ได้ที่จะชกหน้ามันไปอย่างแรงแบบไม่ยั้งมือ จนกระทั่งมันสลบไป

“แม่งเอ๊ย!!”

ผมสบถอย่างหัวเสียครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เกิดมา คนที่ทำให้ผมเป็นบ้าได้ขนาดนี้ก็คงจะมีเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น

~~ผลัก!~~

ผมผลักร่างอันไร้สติของไอ้สารเลวนี่ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะมองหารถแข่งคันที่ขับพาตัวเธอออกไปเมื่อครู่ คนของตำรวจเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จากบริเวณโดยรอบ ไม่นานผมก็มองเห็นรถแข่งคันนั้นจอดอยู่ไม่ไกลตรงจุดเช็ครถ

ผมรีบมุ่งหน้าไปยังที่ที่รถคันนั้นจอดอยู่ แต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบกับเจ้าของรถเสียแล้ว

ผมเดินตรงไปที่เด็กเช็ครถคนหนึ่งที่กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะดึงคอเสื้อเขาเข้ามาถามหาเจ้าของรถเวรนี่อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

“เจ้าของรถคันนี้ไปไหนแล้ว!”

“เอ่อ...คือ...เขาออกไปเมื่อกี้เองครับ”

“ออกไปไหน”

“ลานจอดรถครับ รถยี่ห้อXX ทะเบียนXXXXXX สีดำครับ”

ผมปล่อยคอเสื้อเขาออกให้เป็นอิสระ หลังจากที่เขารีบบอกข้อมูลพวกนั้นออกมาอย่างรู้งาน เมื่อผมทำท่าว่าจะเอาเรื่องเขาให้ได้ จากนั้นจึงรีบวิ่งออกไปทางลานจอดรถ เพื่อตามหารถคันนั้นต่อไป หวังว่ามันคงยังไม่ออกไปหรอกนะ

ทันทีมาถึง รถสีดำคันนึงก็กำลังแล่นผ่านหน้าผมไป เมื่อมองดูเลขทะเบียนและยี่ห้อรถยนต์ก็พบว่ามันตรงกับที่พนักงานนั่นบอกทุกอย่าง ผมจึงรีบมองหารถแดเนียลทันที เพื่อขับตามรถคันนั้นไป

ตอนนี้ตำรวจน่าจะล้อมที่นี่ไว้หมดแล้วและคงไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกที่นี่อีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะรู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี เมื่อรถคันนั้นไม่ได้ขับไปยังทางออกปกติ แต่กำลังเลี้ยวออกไปอีกทางแทน

ผมขับตามมันออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอทางออกอีกทางที่ตำรวจยังไม่ได้มาสกัดไว้ พร้อมกับรถอีกหลายคันที่เริ่มทยอยออกไปด้วยเช่นกัน คงจะเป็นทางลับที่รู้กันแค่พวกมันสินะ ในนั้นก็คงเหลือแค่พวกคนดูที่ไม่รู้อะไรเลย

ผมรีบล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาโทรรายงานคุณตำรวจท่านนั้นให้รีบส่งคนมาดักเส้นทางนี้ไว้ เพราะไม่งั้นคนของไอ้เจเรมีคงได้หนีออกไปจนหมดแน่ ก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าตามรถคันนั้นออกไป

ผมพยายามเร่งความเร็วขึ้นจนกระทั่งขับแซงขึ้นมาได้ ก่อนจะรีบหักพวงมาลัยเอารถตัวเองไปขวางทางไว้เพื่อไม่ให้มันขับต่อไปได้อีก เมื่อเห็นว่ามีรถขวางไว้ มันจึงรีบหยุดรถลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

~~ก๊อกๆ~~

ผมเปิดประตูและเดินลงไปเคาะกระจกรถคันนั้นเบาๆ เพื่อรอให้เขาเปิดออก แต่เขากลับไม่ยอมเปิดและถอยรถกลับหลังเลี้ยวหนีผมกลับไปยังเส้นทางเดิมที่เราเพิ่งขับผ่านมา ให้ตายสิ

“โธ่เว้ย!!”

ผมรีบวิ่งกลับไปที่รถของตัวเองและขับตามมันไปอีกครั้ง แต่ดูเหมืิอนว่ามันจะยิ่งเร่งความเร็วมากขึ้นเพราะรู้ตัวแล้วว่าผมตามมา

“ไอ้เวรเอ๊ย!”

ผมสบถอีกครั้งอย่างหัวเสียเพื่อระบายความโกรธเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ผมเย็นลงได้เลย ผมไม่รู้ว่าสกิลแข่งรถของหมอนี่มีมากขนาดไหน แต่ถึงขั้นชนะคู่แข่งพวกนั้นมาได้ การจะขับหนีผมที่มีสกิลขับรถแค่นี้คงจะเป็นเรื่องไม่ยาก

แต่จู่ๆ มันก็หยุดลงตรงข้างทางอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทั้งที่ขับหนีผมมาตลอดทาง รถเสีย??

จากนั้นไม่นานร่างสูงโปร่งของใครบางคนก็เปิดประตูก้าวลงมาจากรถและมองตรงมายังรถของผม พร้อมยกมือขึ้นตะเบะอย่างต้องการกวนประสาทผม เมื่อไฟตรงหน้ารถส่องกระทบที่ใบหน้านั่นชัดๆ ผมก็นึกออกทันทีว่าเขาเป็นใคร

“ไคโตะ??”

ให้ตายสิ!!

ผมรีบเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับเขา และยิงคำถามใส่เขาอย่างต้องการคำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”

“หึๆ ฉันว่าจะแกล้งนายจนกระทั่งถึงคฤหาสต์นั่นซักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ไหวแล้ว นายรับผิดชอบต่อก็แล้วกัน”

ทันทีที่คำพูดกวนประสาทนั่นจบลงผมก็พอจะเดาออกแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง เขาคงไปที่สนามนั่นเพื่อช่วยเธอสินะ...

ไคโตะเดินไปเปิดประตูอีกฝั่ง จากนั้นเซลีนก็ค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากรถ สภาพเธอดูไม่แย่เท่าไหร่ แต่ก็จัดว่าไม่สู้ดีนัก ใบหน้าสวยคมนั่นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเล็กๆ เต็มไปหมด สีหน้าของเธอบ่งบอกว่ากำลังทรมานเป็นอย่างมาก

ผมรีบเดินเข้าไปพยุงเธอไว้ ก่อนที่ไคโตะจะเอ่ยปากทิ้งท้ายกลับมา

“พาเธอกลับไปให้ถึงบ้านล่ะ หึๆ”

เขานี่มัน...!!

.

.

.

To Be Contineud...

 

 

 

คุณตำรวจสุดเท่ห์ของไรท์เองค่า ถึงบทจะมีน้อยแต่ก็หล่อมากนะ5555

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น