Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 : ดอกกุหลาบ

ชื่อตอน : บทที่ 11 : ดอกกุหลาบ

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2563 22:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 : ดอกกุหลาบ
แบบอักษร

 

เบื่อควิซว่ะ 

เบื่อพอๆ กับที่เบื่อหน้าไอ้แช่มเลย 

ผมนั่งเท้าคางมองเพื่อนรักที่อยู่ในสภาพเหมือนไม่มีสติ แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะว่ามันอยู่ในช่วงบำบัดอาการ PTSD เดี๋ยวต้องมารอลุ้นกันอีกทีว่าการกลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดนครศรีฯ จะส่งผลต่ออาการมันยังไงบ้าง จะหายหรือว่าจะเป็นหนักกว่าเดิม ผมเป็นห่วงนะ ไม่ใช่แค่ผมหรอก เรียกได้ว่าทั้งกลุ่มนั่นแหละที่เป็นห่วง ในแก๊งค์ปลาทองเนี่ยะ ผมสนิทกับไอ้แช่มที่สุดแล้ว แต่ถึงจะสนิทที่สุด มันก็ไม่เล่าอะไรให้ฟังเลยนะ 

ต้องให้ตามสืบเอาเอง 

“จ้องหน้ากูขนาดนี้” คนที่ถูกจ้องหรี่ตามองผม “แอบชอบกูมานานแล้วสิ แต่เสียใจด้วยนะครับ ผมมีแฟนแล้ว” 

“สะเหล่อ ให้ไอ้หอมโชคร้ายไปคนเดียวเถอะ” 

“พูดจาน่าถีบยอดหน้าจริงๆ เป็นแฟนกูอะโชคดีจะตายห่า” ชริตเป็ดบอกพร้อมทำหน้าบึ้งใส่ 

“แหมๆ ๆ ๆ กูอยากจะพามึงย้อนเวลากลับไปดูซะจริงว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงที่ผ่านมา ทำไม หรือจะเถียงอะ” 

“เถียงไม่ออกเลยว่ะ” เจ้าตัวถอนหายใจพลางทำหน้าสลด “เอาน่ะ แต่หลังจากนี้กูจะพยายามทำให้น้องหอมรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นแฟนกู” 

“เออ เป็นแบบนั้นก็ดี” 

“ดราม่าไรกันวะ” ทะเลถือจานข้าวเดินเข้ามานั่งลงข้างผม “งอแงอะไรอีกไอ้แช่ม” 

“เปล่า เมื่อกี๊คำพูดไอ้เฌอมันจี้จุดอะ กูรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ” 

“มึงเริ่มก่อนเองนะ วันหลังไม่อยากปวดใจก็อย่าห้าวใส่พี่ครับน้อง” ผมจิ้มผักคะน้าในจานทะเลมากิน “หยุดยาวตกลงไปไหนวะ” 

“บ้านลันตาที่กระบี่ว่ะ กูประหม่าเหมือนกัน ไปบ้านแฟนครั้งแรกเลย มึงว่ากูจะรอดไหม” 

“ตายแน่นอนแหละมึงอะ เคยทำลูกเขาเสียใจถึงขนาดนั้น” 

“มันก็นานแล้วป้ะมึง ตั้งกี่ปีแล้ว” ทะเลเอ่ยอย่างหวั่นใจ “ตอนนั้นกูก็บัดซบจริงอะ แต่พอเป็นแฟนกันแล้วกูก็ดูแลมันอย่างดีป้ะวะ อย่างน้อยก็เพื่อชดเชยในเวลาที่กูทำตัวแย่ๆ ใส่” 

“ดูแลอย่างดี หึ....วันก่อนกูยังเห็นด่ามันเรื่องเสื้อช็อปอยู่เลย” ไอ้ขันที่เพิ่งเดินเข้ามาแขวะคนพูดไปทีนึง “กูว่านะ มึงไปบ้านลันตารอบนี้ ชะตาขาดแน่” 

“ปากดีจริงไอ้หน้าส้นตีน” 

ปลาทองกัดกันใหญ่เลยครับ....อะไรของพวกมันวะ 

ผมส่ายหัวเบาๆ อย่างหน่ายใจ แก๊งค์ปลาทองที่คบกันมาตอนนี้ก็เกือบ 4 ปีแล้ว สำหรับพวกผมมันเป็นมิตรภาพแบบสับสนมึนงงอะ แต่ละคนคือไม่น่าจะมาเป็นเพื่อนกันได้ด้วยซ้ำในตอนแรก ขอให้เรียกเรื่องของพวกเราว่าเวรกรรมละกัน เชื่อป้ะว่าพวกผมเคยทะเลาะกันหนักมากตอนปี 1 ถึงขั้นจะลงไม้ลงมือกันด้วยนะ ส่วนเรื่องที่เป็นสาเหตุครั้งนั้นก็คือเรื่องสูบบุหรี่ครับ ผมกับไอ้ขันคือเกือบตบตีกันมาละ 

มันน่าหมั่นไส้มากเมื่อก่อนอะ 

จำได้ว่าช่วงนั้นมันกวนส้นตีนอะไรสักอย่าง ผมหงุดหงิดก็เลยไปพ่นควันบุหรี่ใส่หน้ามัน คือไอ้ขันไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ มันก็ของขึ้นที่ผมทำแบบนั้น ก็นั่นแหละ มีปากเสียงกันจึ๋งนึงก่อนจะง้างหมัดหวังจะซัดหน้ามันแต่ทะเลกับจันทร์ฉายลากผมออกมาได้ก่อน ส่วนไอ้แช่มก็ไปปรามไอ้ขัน ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องวันนั้นแม่งโคตรขำเลย เรื่องมันเล็กมากแต่เลือดร้อนไง สงสัยอยากแดกตีนแหละคิดว่านะ แต่นั่นแหละ พอมีสตินึกคิดได้ก็คุยกันดีดีแล้วก็ขอโทษกัน 

แล้วก็ร่วมแก๊งค์ปลาทองมาจนถึงวันนี้ 

เดี๋ยวพอจบเทอมนี้ทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปฝึกงานตัวโปรเจกต์จบ มีของไอ้แช่มที่อยู่ไกลสุดคือไปฝึกที่จังหวัดระยอง ส่วนผมกับพวกที่เหลือฝึกกันอยู่ในแถบปริมณฑลนี่เอง ไอ้ขันได้ฝึกกรุงเทพฯ ไอ้เวร คือน่าหมั่นไส้ตรงที่มันชอบขิงว่ามันจะได้อยู่ใกล้ไอ้หมีตลอดช่วงเวลาฝึกงาน แล้วลองตัดภาพไปที่ชริตเป็ดผู้น่าสงสารดิ ของผมยังดีนะว่าอยู่แค่ปทุมฯ นี่เอง เอาน่ะ แค่ไม่กี่เดือนเองป้ะวะ 

ผ่านไปได้ก็จบแล้ว 

“เฌอ” จันทร์ฉายเรียกผมพร้อมกับส่งชาเขียวปั่นที่ฝากซื้อมาให้ “หยุดยาวนี้มึงไปไหน” 

“ตอนแรกมีแพลนว่าจะไปเสม็ดกับน้องเดียร์ แต่ก็นะ ตอนนี้น้องเดียร์จากกูไปแล้ว แพลนล่มแบบนี้กูอาจจะอยู่ห้องเฉยๆ ” 

“หยุดตั้งหลายวัน อยู่ห้องเฉยๆ มึงเบื่อตายพอดี” 

“ก็กูไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรหรือไปไหนดีนี่หว่า คืออยู่ห้องยังไงมันก็เหงาใช่ไหม ไปเที่ยวที่อื่นมันก็เหงาเหมือนกันเพราะมีกูคนเดียวเนี่ยะ หรือจะให้กูไปไหว้พ่อแม่ลันตากับมึงดีไหมล่ะ” 

“แบบนั้นก็ดีนะ เผื่อพ่อลันตาจะยิงกู กูได้วิ่งมาหลบหลังมึง” 

“ความคิดชั่วๆ ” ผมหยิกแขนมันอย่างหมั่นไส้ “มึงไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวเลย กูไม่ไปไหนทั้งนั้นอะ” 

“กูจะไปฟาร์มที่บ้านไอ้หมี ถ้ามึงไม่รู้จะไปไหน ไปด้วยกันไหมล่ะ” เพื่อนขันเอ่ยถาม 

ผมส่ายหน้ารัวๆ “กูไม่อยากเห็นความรักอันหวานชื่นของมึงกับไอ้หมีหรอก รำคาญ” 

“งั้นมึงก็นอนเฉาตายอยู่ที่หอนั่นแหละ แล้วไม่ต้องไลน์มางอแงกับพวกกูนะว่าเหงา” 

“เออน่ะ ไว้ค่อยไปกันสักที่เยอะๆ ดิวะ ไปทั้งกลุ่มอะไรแบบนี้อะ นี่พวกมึงไปกันเป็นคู่ ถ้ากูไปด้วยมันก็เหมือนแบบ....อืม คนเหงาจริงๆ อะมึง” 

“งั้นก็เอางี้ดิ มึงอยากไปเสม็ด มึงก็ไป” ไอ้แช่มบอกก่อนแย่งชาเขียวปั่นผมไปกิน “แล้วมึงก็ชวนน้องหมอไปเที่ยวเป็นเพื่อน” 

“เห้ย....แต่ไปเสม็ดอะ ระวังจะเสร็จเด็กมันนะ” 

หึ....เด็กดิต้องเสร็จกู 

เดี๋ยวก่อนนะ ไม่ใช่แบบนั้นดิวะเฌอ 

“เอ่อ....คือกูไม่รู้ว่าสิบสามจะไปไหนรึเปล่าว่ะ เออเอาเป็นว่ายังไม่รู้ว่าอะไรยังไงละกัน เดี๋ยวกูมานะ ไปสูบบุหรี่ก่อน” 

“กูไปด้วย” จันทร์ฉายบอกก่อนจะเดินตามผมมาที่ด้านหลังตึก 

ผมจัดแจงหยิบน้อนบุหรี่ออกมาจากตลับก่อนจะจุดสูบ ชวนสิบสามไปเที่ยวเสม็ดงั้นเหรอ อืม....ไม่แน่ใจเลยอะว่านังน้อนจะทำอะไรหรือไปไหนรึเปล่าช่วงหยุดยาว อีกอย่างคือไม่รู้ว่าถ้าชวนไปเที่ยวแล้วจะยอมไปด้วยกันไหม เสม็ดมันไกลไง มันไม่เหมือนไปเดินตลาดที่คิดจะไปก็ไป จากวันที่มีถนนคนเดินก็ผ่านมาไม่กี่วัน แต่เชื่อไหมว่ามันเป็นไม่กี่วันที่ใจโคตรยวบยาบเลย ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะการอัปเดตรูปภาพต่างๆ ลงโซเชี่ยลของนังน้อนครับ 

มีแต่รูปผมพร้อมกับแคปชั่นที่คิดดีไม่ได้เลย 

ส่วนมากเป็นรูปแอบถ่ายที่ผมไม่รู้ตัวซะมาก มีตอนที่หลับอยู่บนเตียงเขาด้วย จบแล้วชีวิตอะ ผมคิดว่าการที่สิบสามทำแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะไม่อยากให้ใครมายุ่งกับผมล่ะมั้ง มันไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนแต่เหมือนตั้งใจจะบอกว่าคนนี้กูจีบอยู่ ใครยุ่งกูจะยิงให้ด้วย มันเป็นฟีลประมาณนั้นครับ ส่วนในเพจคิ้วท์บอยมหา’ลัยก็อวยเขาจัดๆ เลยเพราะปกติเด็กนี่เคยทำอะไรแบบนี้ที่ไหน 

สิ่งที่เขาแสดงออกไปทั้งหมดนั้นมันทำให้คนอื่นได้รู้ว่าผมพิเศษมากแค่ไหน 

ขนาดนี้แล้วก็ต้องเขินป้ะวะ 

ผมเห็นรูปที่เราถ่ายด้วยกันที่หน้าร้านขนมเบื้องในเพจคิ้วท์บอยซึ่งภาพที่ถูกนำไปลงนั้น นังน้อนเขายิ้มด้วยนะ โคตรหล่อเลยอะ หล่อจนผมที่ยืนอยู่ข้างกันดูดรอปไปเลย แม่ง....คิดแล้วหมั่นไส้ว่ะ เดี๋ยวค่อยเอาความหมั่นไส้นี้ไปล้างแค้นทีหลัง รู้ไหมครับว่ารูปนั้นทำให้ผมรู้อะไรดีดีเยอะเลยนะจากคอมเม้นต์ของคนที่ชอบและติดตามสิบสาม พวกนั้นบอกว่าตั้งแต่ที่ตามนังน้อนมาเนี่ยะ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย 

ไม่เคยยิ้มให้เห็นได้บ่อยขนาดนี้และผมจะเป็นปัจจัยของรอยยิ้มพวกนั้นเสมอ 

ถ้าไม่มีผมอยู่เขาก็จะไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย แต่ถ้ามีผมอยู่ด้วย เขาจะกลายเป็นเหมือนอีกคน เป็นใครที่คนอื่นไม่รู้จัก ทุกอย่างมันแสดงออกมาจากท่าทางและสายตาที่ชัดเจนมาก พอได้รู้แบบนั้นผมก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ 

รู้สึกอยู่ยากขึ้นมาจึ๋งนึงด้วย 

“เฌอ” 

“หืม....” 

“กับสิบสามน่ะ ยังไงวะ” 

“กู....จะพูดยังไงดีวะ มึงเข้าใจฟีลว่านี่เป็นครั้งแรกที่กูรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายป้ะ คือความรู้สึกต่างๆ มันก็ค่อนข้างชัดเจนนะแต่แบบ....” 

“เออกูเข้าใจ ใจเย็นๆ ก่อน” มือเรียวลูบไหล่ผมเบาๆ “เอาทีล่ะอย่างละกัน การที่มีเขาอยู่มันดีไหม” 

“ดีดิ ดีจนกูไม่รู้เลยว่าจะมีใครที่เข้ามาแล้วทำได้ดีเท่าที่เขาทำได้รึเปล่า ตอนแรกที่รู้จักกันใหม่ๆ เขาช่วยกูไว้หลายอย่าง ดูแลกูตอนเมา ไปโน่นไปนี่เป็นเพื่อนเวลาที่พวกมึงไม่ว่าง คือตอนนั้นมันก็อยู่ในความสัมพันธ์แบบที่กูมองเขาเป็นรุ่นน้อง แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้นแล้วเขาบอกว่าตัวเองรู้สึกกับกูยังไง อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปอะมึง ตอนนี้กูก็คิดว่าเขาเป็นคนพิเศษ” 

“รู้ป้ะว่าสำหรับสายตาคนอื่น ตอนนี้มึงสองคนไม่ต่างจากคนเป็นแฟนกันเลย” 

“เออ ก็รู้แหละ แต่สถานะแฟนอะมึง มันก็หมายความถึงอะไรที่มันมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ใช่ไหมล่ะ” ผมพ่นควันบุหรี่พลางผ่อนลมหายใจ “ถ้าให้กูพูดตรงๆ ก็....ก็ชอบแหละ แต่ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีมากๆ เลยอะ กูไม่รู้ว่าถ้าความสัมพันธ์มันไปมากกว่านี้แล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิมไหม กับสิบสามมันต่างจากทุกคนที่กูเจอมา กูหวั่นใจไปหมด” 

“แบบนี้มันก็เท่ากับว่ามึงก็รู้สึกแบบเดียวกับที่น้องรู้สึกกับมึง ถูกไหม”

ผมพยักหน้ารับ “ก็คงงั้น”

“แต่มึงยังไม่แน่ใจว่ามันจะดีแบบนี้ไหมหลังจากที่คบกัน ว่างั้นเถอะ”

“ก็เอออะดิ แรกๆ อะไรมันก็ดี เขินสุดก็ตอนจีบกันนี่แหละ”

เพื่อนรักเอียงหัวมาใกล้ผม “ถ้าคนๆ นั้นใช่สำหรับมึงจริงๆ มึงจะรู้ว่าตอนที่เขินที่สุดมันไม่ใช่แค่ช่วงที่จีบกัน....เชื่อกู”

“เหรอวะ”

“เออสิ ตอนนี้มึงลองมองแค่ตัวน้องมันนะ ตัดเรื่องเพศออกไป คนๆ นั้นคือคนที่ทำให้มึงรู้สึกดี มีความสุข และก็มีอิทธิพลต่อชีวิตมึง แค่เท่านี้ มึงจะลังเลอะไรอีกวะ”

“.....”

“มึงเองนะที่เคยบอกกูเอาไว้ว่าเวลาไม่เคยรอใคร อยากทำอะไรก็ทำ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจในวันที่มันสายเกินไป และถ้ามึงยังสับสนอยู่ ก็....” จันทร์ฉายเลื่อนมากระซิบข้างหูผม “ลองจูบดู” 

“.....” 

“เสียงจากหัวใจมึงนั่นแหละ....คือคำตอบ” 

. 

*** 

. 

“รอนานไหมครับ” 

“ไม่อะ วันนี้ผมไม่ได้เอารถมา คุณเอารถมารึเปล่า” 

“ครับ เดี๋ยวไปรถผม” 

“โอเค” ผมรับคำก่อนจะตามร่างสูงไปยังลานจอดรถหลังตึกคณะแพทย์ฯ 

ตอนนี้เกือบ 1 ทุ่มแล้วครับ สิบสามเพิ่งซ้อมคฑาเสร็จ เรามีนัดไปกินเย็นตาโฟเจ้าอร่อยด้วยกัน พูดแล้วก็หิวว่ะ เดี๋ยวเฌอจะกินสักสามชาม ผมขึ้นมานั่งบนรถก่อนจะคาดเบลท์พลางมองนังน้อนที่ดึงผ้าคาดหัวลายแบด แบดออก มือเรียวเสยผมให้แสกกลางไปทีนึงประหนึ่งทรงเด็กช่าง ยังดื้อไม่ยอมไปตัดผมไง หรือเขาจะไม่ไว้ผมปรกหน้าแล้ววะ รอผมยาวแล้วแสกกลางไปเลยแบบนี้เปล่า 

โหย....ลองนึกภาพลุคนั้น 

ตายดิ ใจเหลวเป็นน้ำไปเลย 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปว่าที่คุณหมอ พลางสังเกตต้นคอที่เป็นรอยปื้นแดง “คุณไปโดนอะไรมาอะ” 

“ผื่นขึ้นน่ะครับ เดี๋ยวก็หาย” 

“ที่มือก็มีด้วยเหรอ” ผมคว้ามือซ้ายของเขามาดู “ขึ้นมาถึงข้อมือเลยนะ” 

“อยากจับมือผมก็บอกสิครับ” 

“เกินเถอะ” ผมเอามือเขาวางไว้ที่เดิม “ผมดูรอยผื่นต่างหาก” 

“ผมก็นึกว่าอยากจับ” 

“เปล่าสักหน่อย ขับรถไปเลย” ผมเบ้ปากใส่เขาก่อนจะหันไปมองทางด้านนอกแทน 

นึกถึงเรื่องที่พูดกับจันทร์ฉายเมื่อบ่ายเหมือนกันนะ ที่บอกว่าถ้าลังเลก็ให้ลองจูบเขาดู ถามจริงๆ เถอะ จะไปจูบได้ยังไงวะ แม่งพูดเรื่องที่ทำได้ยากอีกละ เออมันเอาคำพูดที่ผมเคยบอกตอนที่มันมีปัญหาเรื่องความรักกลับมาสอนผมด้วย ไอ้เวร จำได้แม่นเชียว ขนาดผมที่เป็นคนพูดเอาไว้ยังมีลืมๆ ไปบ้างเลย แต่มันก็จริงตามนั้นเลยนะ บางทีการที่เรารอไปเรื่อยๆ มันอาจจะสายไปก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำไปเลยดีกว่า 

แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ 

มันไม่ง่ายเลยนะสำหรับเรื่องนี้....กับคนนี้ 

ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงร้านเย็นตาโฟลุงปี๊ด ผมเดินนำสิบสามเข้าไปในร้านก่อนจะจัดแจงสั่งเย็นตาโฟ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะ ดีแล้วแหละ เพราะแถวนี้มีคนที่ไม่ค่อยชอบความวุ่นวายอยู่ ผมมองร่างสูงที่นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย พอเห็นแบบนั้นผมจึงกดเข้าไปในไลน์ก่อนจะพิมพ์ข้อความบางอย่างส่งไปหาเขา เสียงแจ้งเตือนไลน์ของอีกฝ่ายดังขึ้น มือเรียวกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะมองผมอยู่อย่างนั้น 

“พี่นี่จริงๆ เลยนะครับ เอาโทรศัพท์ผมไปเลยไหมล่ะ” 

“ไม่เอา....เพราะตอนนี้คุณไม่ได้มองโทรศัพท์แล้ว” 

“ชอบเอาชนะ” 

“แล้วคุณจะไม่ยอมรึไงล่ะ” 

“ยอมครับ” เจ้าตัวเท้าคางมองผม “ยอมทุกอย่างแหละ” 

“พูดแบบนี้ผมก็ได้ใจอะดิ” 

“ก็ได้ไปแล้วนี่ครับ” เจ้าตัวส่งชามเย็นตาโฟมาทางผม “หน้าแดงอยู่นะครับพี่เฌอ” 

เออสิก็เขินหนิ

“เรื่องของหน้าผมน่ะ” ผมตักพริกใส่เย็นตาโฟก่อนจะยัดลูกชิ้นเข้าปาก โอ๊ยยยย ร้อนนนน เนี่ยะ เขินทีไรก็เสียอาการตลอด ไม่ไหวป้ะเฌอ เป็นแบบนี้เด็กก็จับทางได้หมดอะดิ

ผมนั่งกินเย็นตาโฟไปเรื่อยๆ พลางแย่งลูกชิ้นกุ้งในชามนังน้อนมากิน เขาไม่ได้ว่าอะไรนะที่โดนผมแย่งกินโน่นนี่ สิบสามเป็นคนกินเยอะเหมือนกันนะเท่าที่เห็น อย่างวันที่ไปถนนคนเดิน ของกินที่ซื้อมาเยอะแยะนั่นเขาก็กินจนหมด แล้วก็เป็นคนที่กินนมเยอะมาก กินนมพร้อมคารามูโจ้อย่างงี้ คือรสชาติไม่ได้ป้ะวะ นมจืดกับขนมรสเผ็ดเค็ม ท้องไส้ไม่มีปัญหาบ้างเหรอถามจริง เออแล้วเมื่อวันก่อนผมเห็นเขากินส้มหมดเป็นกิโลฯ เลยอะ

กระเพาะอาหารทำด้วยอะไรเนี่ยะ

หลังจากที่ชามแรกหมดผมก็สั่งเพิ่มทันทีพร้อมกับสั่งให้นังน้อนด้วย เขายังไม่อิ่มหรอกเพราะโดนผมแย่งกินไง เดี๋ยวถ้ากินเย็นตาโฟเสร็จก็ต้องให้เขาไปส่งที่หอด้วยนะเนี่ย พรุ่งนี้มีเรียนตอนบ่ายเป็นวันสุดท้ายของวีคนี้ด้วยก่อนหยุดยาว ผมจะเอายังไงกับช่วงหยุดยาวนี้ดีวะ ใจนึงก็อยากไปเที่ยวแหละแต่อีกใจก็ไม่อยากไปคนเดียว ครั้นจะชวนคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปด้วยก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปด้วยไหม

แต่ถ้าไม่ลองชวนก็ไม่รู้ป้ะวะ

“พี่ขา....ช่วยซื้อดอกไม้หนูหน่อยนะคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้น ผมมองเด็กน้อยที่ถือตะกร้าซึ่งด้านในมีดอกกุหลาบอยู่

“ดอกละเท่าไหร่คะ”

“ดอกละ 20 บาทค่ะ”

“งั้นพี่เอาดอกนึงนะ” ผมส่งเงินให้เธอพร้อมกับหยิบดอกกุหลาบออกมา 1 ดอก ดูสดและสวยมากเลยแถมดอกใหญ่อีกต่างหาก ปกติผมไม่ได้ชอบดอกไม้อะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่ไหนๆ น้องเขาก็เอามาขายแล้ว อุดหนุนสักหน่อยก็ไม่เป็นไร

“พี่เหมาทั้งหมดเลยละกันครับ นี่ค่าดอกไม้นะ ไม่ต้องทอน” สิบสามส่งเงินให้น้องเขาก่อนจะหยิบดอกกุหลาบออกมาจากตะกร้าทั้งหมด

“ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มหวานให้พวกเราก่อนจะเดินไปทันที

มือเรียวส่งดอกกุหลาบทั้งหมดมาให้ผม “ผมให้พี่ครับ”

“คุณนี่นะ” ผมรับดอกไม้มา “ขอบคุณละกัน”

“ครับ....”

“สวยเนอะคุณ นี่ขายดอกละ 20 บาทถือว่าถูกอยู่นะเพราะดอกใหญ่มากเลย หอมด้วย....คุณลองดม” ผมยื่นดอกกุหลาบไปทางเขาดอกนึงแต่นังน้อนหันหนีไปทางอื่นก่อนจะจามอย่างหนัก

“ผม....ฮัดเช้ย” สิบสามหยิบทิชชู่ขึ้นไปปิดจมูก “รีบกินเถอะครับ ได้กลับกัน”

“อื้ม....”

เราใช้เวลาจัดการเย็นตาโฟไม่นานเท่าไหร่นัก ผมจัดการจ่ายเงินก่อนจะถือน้อนดอกกุหลาบเดินมาขึ้นรถ ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างกันแสดงอาการแปลกๆ ออกมา ความจริงมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อดอกไม้แล้ว เขาดูไม่ปกติเลย ผมไม่รู้ว่าสิบสามเป็นอะไร เจ้าตัวดูหายใจฟึดฟัดและไอไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว ใบหน้าขาวเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ ตรงสันกรามก็มีผื่นแดงขึ้น ตอนแรกมันยังไม่มีด้วยซ้ำ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยะ

ขอบตาแดงไปหมดแล้ว

“คุณเป็นอะไรอะสิบสาม”

“ผม....แค่กกกก....” เจ้าตัวหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าขึ้นมาปิดปากตัวเอง “ผม....แพ้เกสรดอกไม้ครับ....ฮัดเช้ย”

เชี่ยละ

“งั้นคุณจอดรถก่อน ให้ผมทิ้งดอกกุหลาบนี่”

“ฟื้ด....ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งใจซื้อให้....แค่ก....”

“คุณไหวไหมเนี่ยะ แล้วต้องทำยังไงอะ หาหมอไหม คุณดูเป็นหนักมากเลยนะ”

“ไม่ครับ....ไม่เท่าไหร่....ฮัดเช้ยยยย”

ไม่เท่าไหร่อะไรกันเล่า

ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าสิบสามแพ้เกสรดอกไม้ แล้วเขาก็จริงๆ เลยนะ ตัวเองแพ้แล้วยังจะซื้อมันให้ผมอีก ถ้าผมรู้ว่าเขาแพ้ ผมคงปฏิเสธน้องคนนั้นไปตั้งแต่แรกแล้ว เนี่ยะ พอจะทิ้งก็ไม่ให้ทิ้ง คือสภาพเขาตอนนี้มันน่าสงสารมากเลยอะ ขนาดอยู่ในรถ มองเห็นไม่ค่อยชัด ผมยังเห็นได้เลยว่าผื่นมันขึ้นเยอะมาก ไหนจะอาการจามอย่างรุนแรงนั่นอีก ถึงว่าตอนที่ผมยื่นดอกกุหลาบไปให้เขาดม เจ้าตัวถึงหันหน้าหนี

เพราะมีอาการแพ้นี่เอง

ใช้เวลาไม่นานสิบสามก็ขับรถมาจนถึงคอนโดฯ ตัวเอง ผมปล่อยดอกกุหลาบไว้บนรถอย่างนั้นก่อนจะประคองเขาออกมาจากรถ ร่างสูงจามไม่หยุด พออยู่ในที่สว่างจึงทำให้ผมได้เห็นผื่นแดงที่ขึ้นลามเต็มไปหมด ทั้งหน้าทั้งแขน ขอบตาแดง น้ำตาคลอเบ้าดูทรมาน เห็นแบบนี้แล้วใจฟีบไปหมดเลยอะ เขาจะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ นี่มันไม่น่าเป็นอาการแพ้ทั่วไปที่ควรจะเป็นเลยนะ

มันเกินไปแล้ว

ผมพาเขามาจนถึงห้อง ร่างสูงถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแค่กางเกงบ๊อกเซอร์ “ฟื้ดดด....พี่เฌอครับ ผมมีเรื่องต้องรบกวน....ฮัดเช้ย....พี่ต้องถอดเสื้อผ้าของตัวเองด้วยนะ ถอดตรงนี้ แล้วใส่ถุงแยกไว้ วางไว้ที่ตู้หน้าห้อง เดี๋ยวมีคนเอาไปซักให้....ฟื้ดดด....”

“ได้ๆ แล้วยังไงต่อ”

“ผมจะ....แค่ก...ไปอาบน้ำ ยาแก้แพ้ผมอยู่หลังตู้เย็น ช่วยเตรียมให้หน่อยแล้วอย่าลืมล้างมือนะครับ....ฮัดเช้ย....ผมอาบน้ำก่อน” เขาบอกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนผมก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกแล้วแยกใส่ถุงเพื่อจะเอาไปส่งซัก

เกิดมาไม่เคยเจอคนที่มีอาการแพ้รุนแรงแบบนั้นเลย ผื่นที่ขึ้นบนตัวเขามันเยอะมาก เยอะมากจนผมทำอะไรแทบไม่ถูกเลยอะ นี่ขนาดดอกกุหลาบไม่กี่ดอกนะ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาอยู่ตามสวนดอกไม้นี่จะเป็นยังไง ผมโคตรเป็นห่วงเขาเลย ใจเสียไปหมด กลัวนังน้อนจะเป็นอะไรไป แต่เขาก็น่าตีเหมือนกันนะที่เป็นอะไรแล้วไม่ยอมบอก เรื่องนี้ต้องคุยกันจริงๆ จังๆ ปล่อยไม่ได้ ถ้ามีอะไรที่ผมไม่รู้แล้ววันนึงมันเกิดเรื่องคล้ายแบบนี้ขึ้นมาผมต้องบ้าตายแน่ๆ

มีอิทธิพลต่อผมขนาดนี้เลยล่ะเด็กคนนั้นน่ะ

หลังจากที่เอาถุงเสื้อไปวางไว้หน้าห้องเสร็จ ผมก็เดินไปล้างมือพร้อมกับเตรียมยาแก้แพ้ให้สิบสาม เพราะแบบนี้เองสินะเขาถึงใส่แมสบ่อยๆ รวมถึงแว่นนั่นด้วย ที่เป็นแว่นเลนส์เปล่าก็เพราะมีไว้แค่ช่วยกันเกสรดอกไม้เข้าตา เวลากลับถึงหอแล้วต้องอาบน้ำทันทีก็คงเพราะแบบนี้เหมือนกัน ไหนจะเครื่องกรองอากาศนี่อีก ความรักสะอาดนั้นเพราะตัวเองจำเป็นต้องทำนี่เอง

ผมน่าจะรู้ไวกว่านี้

ใช้เวลาสักพักสิบสามก็เดินออกมาจากห้องน้ำ “พี่เฌอไปอาบน้ำเถอะครับ....แค่ก”

“โอเค ยาอยู่บนโต๊ะนะ”

“ขอบคุณครับ” หลังจากที่เขารับคำ ผมก็เดินเข้ามาอาบน้ำบ้าง

ผมว่าผื่นแดงที่เห็นตอนแรกก่อนไปกินเย็นตาโฟมันก็น่าจะเพราะเขามีอาการแพ้นี่แหละ ผมก็ไม่เอะใจเลยว่ามันขึ้นได้ยังไงพอเขาบอกว่าเดี๋ยวมันก็หาย มีหลายอย่างเลยสินะที่ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวสิบสามน่ะ

แย่จริงๆ เลย

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำ มีชุดแขวนเอาไว้ให้ที่หน้าตู้เสื้อผ้า ร่างสูงนอนอยู่บนเตียงแบบหมดสภาพ ย่ำแย่ขนาดนั้นยังจะมาเตรียมชุดให้อีก ผมรีบแต่งตัวก่อนจะมานั่งเช็ดหัวบนเตียงข้างคนที่นอนอยู่ เขายังไม่หลับ ดวงตาคมมองผมอยู่อย่างนั้น ดื้อเอ๊ย....ดูหน้าเขาตอนนี้สิ แดงไปหมดทั้งตาทั้งจมูก หมดหล่อก็ตอนแพ้เกสรดอกไม้นี่แหละ

เขาจะรู้ตัวไหมว่าทำผมเป็นห่วงมากขนาดไหน

“ทำไมไม่บอกผมล่ะว่าคุณแพ้เกสรดอกไม้”

“ผม....ขอโทษนะครับพี่เฌอ”

ผมเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออก “คุณรู้ไหมว่าตอนที่ผมเห็นคุณมีอาการแพ้พวกนั้น ผมใจเสียขนาดไหน มีอะไรอีกไหมที่ผมไม่รู้”

“ผมเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ มีอาการค่อนข้างรุนแรง ปกติผมจะกินยารักษาอาการทุกวัน แต่เมื่อเช้ายาหมดครับผมเลยไม่ได้กิน พี่ชายผมเป็นคนซื้อยามาให้ เขาเพิ่งเอาเข้ามาให้ตอนบ่าย ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการแพ้แบบนี้”

“วันหลังไม่เอาแล้วนะแบบนี้อะ” ผมลูบหัวเขาเบาๆ “ถ้าเกิดมีอาการแพ้รุนแรงแล้วคุณเป็นอะไรไป ผมจะทำยังไงล่ะ”

“ผมจะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วครับ จะระวังให้มากกว่านี้ พี่เฌอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

“จำไว้ด้วยล่ะ เออคุณ....ช่วงหยุดยาวไปไหนรึเปล่า ว่างไหม”

“ว่างครับ ทำไมเหรอ”

“ไปเที่ยวเสม็ดกันป้ะ ผมอยากไปมานานละ ก็เลยลองมาชวนคุณดู”

“เอาสิครับ” เขาดึงผ้าห่มขึ้นไปปิดยันจมูก “ที่ไหนมีพี่....ผมไปได้ทั้งนั้นแหละ” 

ตึกตัก 

ทำเป็นพูดไป 

“ถ้าผมไปทุ่งดอกไม้คือคุณตายเลยนะ” 

“ก็อย่าไปทุ่งดอกไม้สิครับ” ร่างสูงขยับเข้ามาซุกผม “ขอซุกหน่อยนะครับ น้องสิบสามไม่สบายอะ” เขาพูดเสียงอ่อนเหมือนกำลังอ้อนผมอยู่ อืม....ไม่สบายเลยกลายเป็นเด็กสามขวบ 

เรียกตัวเองว่าน้องสิบสามอีกต่างหาก 

มันน่านักนะ 

“ไม่สบายก็นอนได้แล้วนะ” 

“ครับ....ฝันดีนะครับ” 

“ฝันดีนังน้อน” 

ผมลูบหัวเขาอยู่อย่างนั้นพลางมองคนที่หลับไป ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย นี่ถือว่าดีนะที่ไม่เป็นอะไรมากน่ะ หลังจากนี้ผมคงต้องระวังให้มากเรื่องที่เขาแพ้เกสรดอกไม้ แล้วอีกอย่างก็อาจจะต้องทำอะไรสักอย่างแบบที่เพื่อนฉายพูด เดี๋ยวต้องบอกเพื่อนด้วยสินะว่าหยุดยาวที่จะถึงนี้ผมมีแพลนจะไปเที่ยวเสม็ดแบบแน่นอน ไม่รู้ว่าทริปนี้จะเป็นยังไงแต่มันอาจจะสร้างความทรงจำดีดีให้กับชีวิตผมก็ได้ 

แค่ได้ไปกับสิบสามก็คงเป็นความทรงจำที่ดีแล้วแหละ 

“หายไวไวนะครับคนเก่ง” 

หายแล้วเดี๋ยวไปเที่ยวด้วยกันนะ.... 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วน้า สำหรับบทนี้ก็จะมีผลต่อช่วงบทปลายๆ ที่ชาลคิดว่ามันจะเป็นซีนที่ฟึดฟัดนะ ต้องรอติดตาม ก่อนจะไปถึงซีนฟึดฟัดมันต้องผ่านเกาะเสม็ดก่อน แค่คิดว่าต้องเขียนก็รู้สึกหึกเฮิมมากๆ แล้ว รออ่านน้า 

ขอบคุณคอมเม้้นต์กำลังใจต่างๆ นะคะ มันเป็นสิ่งที่ทำให้้ฮึ้ดแล้วเขียนลงได้วันต่อวันแบบนี้นะ ก็ขอบคุณจริงๆ ค้าบ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th นะคะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบผม 

 

 

ความคิดเห็น