มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง2

ชื่อตอน : ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 402

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2563 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง2
แบบอักษร

กรามเล็กขบกันดังกึก อยากเถียงใจจะขาด แต่ก็ได้แต่ท่องเอาไว้ในใจว่าเขาคือเจ้านาย คือคนที่เธอมาขอทำงานด้วย เขาเป็นคนจ่ายค่าแรงตลอดหกเดือนที่เธอจะไม่ได้รับเงินเดือนจากพี่ชาย เพราะพี่กระต่ายอ้างว่าหากไม่อยู่ทำงานที่บริษัทด้วย ก็จะไม่จ่ายเงินเดือนให้ เงินเก็บส่วนอื่นก็ห้ามเบิกมาใช้ และห้ามขอเงินคุณพ่อคุณแม่เด็ดขาด บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต และสมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภทในนามเธอ ถูกพี่กระต่ายยึดไว้หมดเลย แต่พี่ชายแสนดีของเธอก็ยังพอมีน้ำใจอยู่บ้าง ด้วยการให้เงินสดติดตัวมาหนึ่งหมื่นบาทถ้วน เธอคิดว่ามันน่าจะพอแหละ เพราะทำงานที่นี่กินอยู่ฟรี คงไม่ต้องใช้เงินเยอะ การที่เธอยอมพี่กระต่ายแบบนี้ก็เพราะต้องการออกมาใช้ชีวิตนอกกรอบแบบเดิมๆ สักพัก ก่อนจะกลับเข้าไปช่วยงานพี่ชายอย่างจริงจัง 

พลอยชมพูสูดลมหายใจลึกแล้วระบายออกช้าๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเจ้านายจอมเฮี้ยบ 

“ก็แค่เอนกายพักแป๊บเดียวเอง อีกอย่าง ติ๊บทำงานเสร็จแล้วค่ะ”  

พบรักปรายตามองไปยังลานกว้างที่มีขี้วัวถูกเกลี่ยเรียบร้อยแล้ว เขาเลิกคิ้วเข้มเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่ายายคุณหนูจะทำงานเสร็จเร็วขนาดนี้ อันที่จริงเขาคิดว่าเธอคงจะหอบเสื้อผ้าหนีกลับบ้านไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อรู้ว่าเขามอบหมายงานอะไรให้ทำ 

“เก่ง นึกว่าจะหยิบจับอะไรไม่เป็นเสียอีก”  

“ทำไมจะทำไม่เป็นล่ะคะ เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ติ๊บทำได้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณพบจะให้ติ๊บทำงานในสวนตลอดหกเดือนเลยเหรอคะ” พลอยชมพูถามด้วยน้ำเสียงสดใสปกติ ไม่ได้แซะ ไม่ได้กวนประสาท คือถ้าเขาจะให้เธอทำงานตำแหน่งไหนเธอก็ไม่คิดจะอิดออดเรื่องมากหรอก เธอทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ 

พบรักมองใบหน้านวลอย่างจับผิด ยายคุณหนูหน้าใส ผมเผ้าที่มัดหางม้าไว้หลุดรุ่ยร่าย แก้มเนียนแดงแจ๋อย่างคนที่ทำงานกลางแดดมา ปากจิ้มลิ้มสีชมพู จมูกรั้นเชิด ทั้งดวงตาสุกใสเป็นประกายทำให้เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้แกล้งถามประชด 

พลอยชมพูสบสายตาคมเข้มของคนหน้าดุ ก่อนสำรวจไปทั่วใบหน้าเขา ตานี่ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาไม่รับแขกเอาเสียเลย เป็นเจ้านายคนดูแลงานบริการได้อย่างไร เขาแบกเอาหน้าแบบนี้ไปต้อนรับลูกค้าได้ยังไงนะ หรือว่าเขาจะมีสองหน้า หน้าโหดๆ แบบนี้เอาไว้ใช้กับลูกน้อง ส่วนเวลาต้อนรับลูกค้าก็คงปั้นหน้าอีกแบบแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่มีใครเข้าพักรีสอร์ตเขาหรอก 

พบรักแปลกใจไม่น้อยที่คนดูไม่สู้คนไม่สู้งานอย่างพลอยชมพูกล้ามายืนจ้องหน้าตนแบบนี้ พนักงานรีสอร์ตไม่มีใครกล้าสบตาเขานานๆ สักคน เพราะถึงแม้ว่าเขาจะใจดีกับลูกน้องแต่ทุกคนต่างก็นับถือและยำเกรง เพราะบุคลิกเงียบขรึมและจริงจังเรื่องงานของเขา แต่ยายคุณหนูหน้าเนียนดวงตาสุกใสกลับจ้องเอาๆ สุดท้ายคนที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกตาดำๆ ใสๆ นั่นก็คือเขาเอง พบรักกระแอมเบาๆ ลูกจ้างคนใหม่ถึงถอนสายตาจากใบหน้าเขา 

“สัปดาห์แรกทำงานในสวนกับดูแลแปลงผักไปก่อน” พบรักตอบคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบปกติ พอพูดจบ เขาคิดว่าคงจะได้เห็นอาการกระฟัดกระเฟียดโวยวายจากเธอ เพราะงานในสวนหนักพอสมควร ไม่น่าจะมีผู้หญิงเจ้าสำอางรักสวยรักงามคนไหนอยากทำหรอก ทว่า... 

“สัปดาห์แรกทำงานสวน หมายความว่าสัปดาห์ต่อไป ติ๊บจะได้ทำงานหน้าที่ใหม่ใช่ไหมคะ ว้าว! ดีจังเลยได้ทำตั้งหลายอย่าง ขอบคุณมากนะคะคุณพบ ติ๊บจะทำงานที่คุณพบมอบหมายให้เต็มความสามารถค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ติ๊บก็จะตั้งใจทำทู้กอย่างเลยค่า” ท่าทางดีอกดีใจ ทั้งการพูดจาเจื้อยแจ้ว และแววตาสุกใสเป็นประกายทำให้พบรักหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือเท่าไรนัก นี่เธอแกล้งทำประชดเขาหรือเป็นอาการปกติของเธอกันแน่นะ 

“ไม่อยากนั่งทำงานในห้องแอร์เหรอ” พบรักถามตรงๆ  

“แบบนั้นน่าเบื่อจะตายค่ะ ที่ติ๊บมาที่นี่ก็เพื่อจะทำงานอย่างอื่นบ้าง นอกเหนือจากนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ เอ่อ...แต่ถ้าคุณพบจะให้ติ๊บทำก็ได้นะคะ ติ๊บเป็นลูกน้องของคุณ ติ๊บรู้ว่าต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายค่ะ คุณพบใช้ติ๊บได้ทุกอย่างเลยนะคะ ติ๊บไม่เลือกงานค่า”  

“ก็ดี” พบรักเมินหน้าหนีจากดวงหน้ายิ้มแย้มราวกับคนที่ไม่ได้ทำงานหนักมาก่อนหน้านี้ คนบ้าอะไรยิ้มอยู่ได้ 

“นี่ใกล้เที่ยงแล้ว จะไปกินข้าวเลยไหม” ชายหนุ่มถามโดยไม่หันไปมองหน้าคนชอบยิ้ม 

“ค่ะ น้าจบบอกว่าจะแวะมารับค่ะ” พลอยชมพูบอกแล้วนั่งลงบนเสื่อ 

“ไปกับผมก็ได้ จะพาไปแนะนำให้พนักงานในห้องครัวรู้จักด้วย”  

“ได้ค่ะ คุณพบรอแป๊บนะคะ ติ๊บขอไปใส่รองเท้าก่อน” ร่างสมส่วนรีบลุกขึ้นเดินเท้าเปล่ากระย่องกระแย่งเพื่อไปสวมรองเท้าที่ถอดอยู่ไกลๆ พบรักมองตามแล้วส่ายหน้า กะเปิ๊บกะป๊าบแบบนี้เดี๋ยวก็ได้หกล้มเหมือนตอนนั้นอีกหรอก 

“โอ๊ย!” เสียงอุทานของหญิงสาวกับการทรุดตัวลงนั่งทันทีทำให้พบรักที่มองตามหญิงสาวทุกฝีก้าวรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ 

“เป็นอะไร” ชายหนุ่มนั่งลงใกล้ๆ แล้วถามน้ำเสียงติดดุ เพราะเขาคิดว่าเธอเดินไม่ระวัง 

“เหยียบอะไรก็ไม่รู้ค่ะ” พลอยชมพูนั่งพับเพียบอยู่กับพื้นดินร้อนระอุ หญิงสาวหงายฝ่าเท้าขึ้นมาดู เลือดสีแดงสดเลอะเต็มฝ่าเท้าขาวๆ ทั้งมีเศษดิน เศษใบไม้ และมีเศษขี้วัวติดอยู่ด้วย 

พบรักกวาดสายตามองบริเวณที่หญิงสาวนั่งอยู่ แล้วเขาก็พบเศษแก้วชิ้นใหญ่อยู่ใกล้ๆ แถมยังมีรอยเลือดติดอยู่เล็กน้อยด้วย 

“เหยียบเศษแก้ว แผลน่าจะลึกพอสมควร” ชายหนุ่มคาดคะเนเอาจากเลือดที่ไหลออกมาค่อนข้างเยอะ พอเขาเงยขึ้นมองหน้าคนเหยียบเศษแก้วก็เห็นเธอทำหน้าตาบิดเบ้ น้ำตาร่วงเผาะ 

“เจ็บมากเหรอ”  

พลอยชมพูส่ายหน้าจนเส้นผมที่รุ่ยร่ายอยู่แล้วกระจาย 

“เจ็บค่ะ แต่ทนได้”  

“แล้วร้องไห้ทำไม”  

“ติ๊บกลัวคุณพบไล่กลับบ้าน ติ๊บเพิ่งมาทำงานวันแรกก็เกิดเรื่องซะแล้ว คุณพบอย่าไล่ติ๊บกลับบ้านนะคะ แผลแค่นี้ไม่นานก็หาย ระหว่างที่แผลยังไม่หาย ให้ติ๊บช่วยงานอย่างอื่นที่ไม่ต้องเดินไปก่อนนะคะ”  

“ห่วงเรื่องไม่เป็นเรื่อง ลุกไหวไหม” พบรักว่าเสียงเข้มดุ นึกฉุนคนบาดเจ็บ แทนที่เธอจะห่วงตัวเอง ดันมาห่วงว่าเขาจะไล่กลับบ้านเสียได้ พิลึกคน 

“ไหวค่ะไหว” พลอยชมพูอยากจะทำให้เขาเห็นว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก หญิงสาวจึงพยายามลุกขึ้นยืนเอง แต่แผลใหญ่บาดลึกที่ฝ่าเท้าไม่เป็นใจเอาเสียเลย เพราะเพียงแค่เธอวางเท้าข้างซ้ายที่เป็นแผลลงบนพื้นนิดเดียว เธอก็ถึงกับสะดุ้งเซจนเกือบล้ม หากไม่ได้วงแขนแข็งแรงรีบยื่นเข้ามาประคองไว้ ก็คงได้ล้มลงไปนั่งพับเพียบแทบพื้นแน่ๆ  

 

“ดื้อแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้ดั้นด้นมาทำงานไกลถึงนี่” พบรักว่าเสียงเข้ม เขาพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อช้อนอุ้มเอาร่างคนเจ็บตัวขึ้นมาแนบอก 

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ 

ความคิดเห็น