มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ดั่งนรกชังรือสวรรค์แกล้ง1

ชื่อตอน : ดั่งนรกชังรือสวรรค์แกล้ง1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 435

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2563 10:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดั่งนรกชังรือสวรรค์แกล้ง1
แบบอักษร

พลอยชมพูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว แต่ยังไม่กล้าออกจากห้อง เธอเดินเป็นหนูติดจั่นวนไปวนมาระหว่างเตียงกับประตูอยู่นานแล้ว ปากก็พูดพึมพำอยู่คนเดียว และสีหน้าก็ไม่สู้ดีเท่าไร 

“สวัสดีค่ะคุณพบ เมื่อวานนี้ติ๊บต้องขอโทษด้วยนะคะที่ตบหน้าและอ้วกใส่คุณ ฮึ้ย! ...” พอพูดจบก็ถอนหายใจดังเฮือก ส่ายหน้าไปมา 

“ไม่ได้ๆ จะพูดแบบนี้ไม่ได้ พูดแบบนี้ก็เท่ากับรื้อฟื้นความผิดของตัวเองสิ เฮ้อ! ยังไงดีนะ”  

“คุณกระติ๊บคะ” เสียงเรียกจากหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสองครั้งทำให้พลอยชมพูสะดุ้ง หญิงสาวหันไปมองประตูด้วยดวงตาตื่นๆ  

“ค่า” พลอยชมพูขานรับ แล้วเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ ประตู เธอลังเลที่จะเปิดมัน 

“คุณพบให้มาเชิญลงไปรับประทานอาหารเช้าค่ะ”  

“ค่ะ”  

พลอยชมพูเงยหน้าสูดลมหายใจลึก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอจะมัวกลัวแล้วเก็บตัวอยู่ในห้องแบบนี้ไม่ได้ 

หลังจากปลุกความฮึกเหิมในใจขึ้นมาได้แล้ว ลูกจ้างคนใหม่แห่งรีสอร์ตบ้านไร่รักละมุนก็เปิดประตูเดินออกจากห้อง ก้าวอย่างมั่นใจลงบันไดไปจนถึงโต๊ะรับประทานอาหาร แต่ทว่า... 

“เอ่อ...แล้วคุณพบล่ะคะ” พลอยชมพูถามหาคนที่ให้คนไปตามเธอลงมารับประทานอาหาร แต่เธอกลับไม่เห็นเขาอยู่ที่โต๊ะ  

“ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้วค่ะ คุณพบสั่งน้าไว้ว่าให้ขึ้นไปปลุกคุณกระติ๊บลงมารับประทานอาหารเช้าตอนเจ็ดโมง”  

พลอยชมพูยิ้มแหยให้ลำดวน หญิงสาวไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่ไม่ได้เจอหน้าเจ้านาย หรือควรจะเสียใจที่เขาตื่นไปทำงานก่อน แทนที่จะอยู่สั่งงานเธอที่เริ่มงานวันแรกก็ตื่นหลังเจ้านายเสียแล้ว 

“คุณกระติ๊บทานได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอใคร บ้านหลังนี้มีแค่คุณพบกับคุณกระติ๊บพักอยู่ค่ะ”  

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะน้า... เอ่อคุณน้าชื่ออะไรหรือคะ”  

“ลำดวนค่ะ น้ากับสามีชื่อประจบพักอยู่บ้านพักคนงานฟากกระโน้น คุณพบให้น้ามาดูแลทำความสะอาดบ้านทุกวัน หากคุณกระติ๊บมีอะไรจะไหว้วานน้าก็บอกได้นะคะ”  

“ขอบคุณมากค่ะน้าลำดวน” พลอยชมพูยกมือไหว้ผู้สูงวัยอย่างนอบน้อม ลำดวนตกใจรับไหว้แทบไม่ทัน 

“อุ๊ย! ไม่ต้องไหว้น้าก็ได้ค่ะ มันเป็นหน้าที่ของน้าอยู่แล้ว”  

“ติ๊บต้องเรียนรู้การทำงานในรีสอร์ตอีกเยอะ คงต้องรบกวนน้าลำดวนช่วยบอกช่วยสอน น้าลำดวนอย่าเพิ่งรำคาญติ๊บเสียก่อนนะคะ”  

น้ำเสียงสดใสกังวานทว่าสุภาพอย่างที่ผู้มีอายุน้อยกว่าพึงใช้กับผู้ใหญ่ ทั้งยิ้มหวานและแววตาจริงใจ กอปรกับใบหน้าอ่อนใสน่ารักของหญิงสาว ทำให้ลำดวนนึกเอ็นดูลูกจ้างคนใหม่ของเจ้านายจนหมดใจ 

“ทานข้าวก่อนเถอะค่ะ เสร็จแล้วพี่จบจะมารับไปทำงานนะคะ”  

“ค่ะ” พลอยชมพูรับคำกระตือรือร้น เธอจะได้เริ่มทำงานจริงจังแล้ว งานที่ออกจากกรอบเดิมๆ ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แค่คิดก็สนุกแล้ว 

 

“เอ่อ...ทำปุ๋ยคอกหมักหรือคะ” พลอยชมพูถามคนที่ขับรถกระบะพาเธอมาถึงโรงเรือนเพาะชำกล้าไม้ของรีสอร์ต ซึ่งอยู่เกือบสุดเขตพื้นที่รีสอร์ตห้าสิบกว่าไร่

“ใช่ครับ วันนี้คุณพบบอกว่าให้คุณกะติ๊บเริ่มทำงานในสวนเป็นลำดับแรกครับ” ประจบบอกขณะที่เดินนำลูกจ้างคนใหม่ไปยังบริเวณที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์ทำปุ๋ยคอกหมักไว้แล้ว 

“แล้วทำไมเราต้องหมักด้วยล่ะคะ ปุ๋ยคอกพอได้มาแล้วก็เอาไปใส่แปลงผักหรือต้นไม้เลยไม่ได้หรือคะ”  

“ปุ๋ยคอกสดๆ ยังเอาไปใช้ไม่ได้ครับ เพราะมันยังไม่ผ่านกระบวนการย่อยสลาย เวลาเราเอาปุ๋ยคอกสดๆ ไปใส่ต้นไม้เลย จุลินทรีย์ในดินจะดึงไนโตรเจนจากต้นไม้มาช่วยในการย่อยสลายปุ๋ยคอก แทนที่ต้นไม้จะได้ธาตุอาหารหรือประโยชน์ กลับจะทำให้พืชขาดไนโตรเจน จนทำให้ใบเหลืองซีดครับ 

“อ๋อ! แบบนี้นี่เอง เมื่อก่อนติ๊บนึกว่าเราตักขี้วัวขี้ควายสดๆ มาใส่ต้นไม้ได้เลย เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าทำแบบนั้นไม่ดีเลย แล้ววันนี้น้าจบจะให้ติ๊บช่วยอะไรบ้างคะ ติ๊บพร้อมแล้วค่ะ”  

ประจบยิ้มแหยๆ ให้ลูกจ้างคนใหม่ของเจ้านาย เขารู้ว่าเธอคือใคร และคิดว่างานที่เจ้านายมอบหมายให้เธอทำในวันนี้หนักหนาเกินไป 

“คุณพบบอกว่า ให้คุณติ๊บเกลี่ยขี้วัวสดตากให้แห้งครับ”  

 

พลอยชมพูย่นจมูกภายใต้แมสปิดจมูกสีขาวอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ใช้คราดเกลี่ยขี้วัวสดไปมาบนพลาสติกแผ่นใหญ่ที่ปูไว้กลางแจ้ง แสงแดดจ้ายามสายทำให้ขี้วัวสำแดงเดชส่งกลิ่นรุนแรง หญิงสาวไม่ได้รังเกียจขี้วัว เพราะรู้ว่าวัวกินหญ้ากินพืช ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แต่เธอกำลังจะเป็นลมเพราะแดดจ้านี่แหละ ยังดีที่เจ้านายผู้แสนใจดี๊ดี...ดีกว่าอสูรนิดหนึ่ง ได้สั่งให้คนจัดเตรียมหมวก แมสปิดจมูก ถุงมือ และรองเท้าบูธไว้ให้เธอด้วย ถึงแม้มันไม่ค่อยจะช่วยปกป้องผิวนวลได้เท่าไรนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย นี่ถ้าเขาบอกเธอสักนิดว่าจะให้มาทำงานในสวน เธอก็คงแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงกว่านี้ ไม่ใช่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงผ้าลินินห้าส่วนสีเทา กับรองเท้าสานส้นสูงแบบนี้ เธอไม่ได้กลัวจะดำหรือผิวจะเสีย เธอกลัวจะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่า เพราะเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เนื้อบางเบาไม่สามารถป้องกันรังสียูวีได้แน่ๆ ดีหน่อยตรงที่เธอทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟสูงเป็นปกติอยู่แล้ว เธอจึงมั่นใจว่ามันคงจะบรรเทาเบาบางอัตราความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ในระดับหนึ่ง 

“พักก่อนก็ได้นะครับคุณกระติ๊บ” หลังจากที่อธิบายรายละเอียดงานที่ต้องทำให้หญิงสาวได้ทราบแล้ว ประจบก็ไปทำงานในส่วนของตัวเอง เขาเพิ่งเดินกลับมาบริเวณเรือนเพาะชำอีกครั้ง พอเห็นว่าหญิงสาวที่ดูท่าทางคุณหนูยังคงทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างขะมักเขม้นก็เอ่ยบอกด้วยความเห็นใจ 

“ไม่เป็นไรค่ะน้าจบ เหลืออีกสองกองก็เกลี่ยเสร็จแล้ว ติ๊บจะพักทีเดียวเลย” พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นจากกองขี้วัวตรงหน้า แก้มนวลแดงปลั่ง เม็ดเหงื่อผุดพราวเต็มเต็มดวงหน้า ทว่าหญิงสาวกลับพูดจาด้วยน้ำเสียงสดใสใบหน้ายิ้มแย้ม 

“ขวดน้ำเย็นแช่อยู่ในกระติกใต้ต้นไม้ตรงโน้นนะครับ เผื่อคุณกระติ๊บจะพักดื่มน้ำ ผมจะไปดูต้นไม้ตรงทางเข้ารีสอร์ต อีกสักพักจะกลับมาพาไปกินข้าวเที่ยงที่ห้องครัว ถ้าคุณกระติ๊บทำงานเสร็จแล้วก็พักได้เลยนะครับ”  

“ค่ะ น้าจบ” พยักหน้ารับแล้วพลอยชมพูก็ก้มหน้าทำงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายต่อ คนที่คิดว่าเธอคงจะทำงานได้ไม่เท่าไรก็คงวิ่งเข้าร่มไปพักมองหญิงสาวด้วยความทึ่ง และนึกชื่นชมความหนักเอาเบาสู้ของเธอ 

หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยตามบัญชาของเจ้านาย พลอยชมพูจึงเก็บเครื่องมือ ถอดแมสออก ล้างไม้ล้างมือ แล้วเดินไปนั่งพักใต้ร่มไม้ เธอเหนื่อย เธอร้อน อยากนั่งพักแล้ว เธอจึงขี้เกียจเดินฝ่าแดดไปเอารองเท้าที่ถอดไว้อีกฝั่งหนึ่งของลานขี้วัว กะว่าพักสักหน่อยแล้วค่อยเดินไปเอา หญิงสาวยิ้มน้อยๆ เมื่อมองเห็นกระติกสีแดงใบเล็กที่วางอยู่บนเสื่อ เธอรู้สึกขอบคุณความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมงาน 

พลอยชมพูนั่งลงบนเสื่อแล้วเหยียดขายาว ถอดรองเท้าบูธออกทั้งสองข้าง ถอดหมวกไม้ไผ่สานมาพัดคลายร้อน หญิงสาวยกหลังมืออีกข้างขึ้นเช็ดหน้าผาก ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตาคู่งามเป็นประกายมองไปยังงานที่เธอเพิ่งทำเสร็จเรียบร้อย งานออกแรงแค่นี้ทำไมเธอจะทำไม่ได้ ในเมื่อเธอออกกำลังกายเป็นประจำ แค่นี้เธอไม่หวั่นสักนิด 

“เก่งเหมือนกันนะเนี่ยเรา” ไม่มีใครชม เธอก็จะชมตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองก็ได้ ไม่เห็นต้องง้อใคร ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยิ้มหวานภาคภูมิใจ ก่อนหันไปเปิดกระติกหยิบขวดน้ำออกมาเปิดฝาดื่ม เธอกะว่าจะนั่งพักรอประจบมารับไปกินมื้อเที่ยงกับเพื่อนพนักงานคนอื่น แต่นั่งไปนั่งมาร่างกายก็เริ่มเอนลงทีละน้อย จนกระทั่งลำตัวขนานกับพื้นโลก สายลมเย็นพัดโชยมาเอื่อยๆ จากที่คิดว่าจะนอนเล่นๆ พอได้เหยียดตัวนิดหน่อย ดวงตาคู่สุกใสก็เริ่มหรี่ปรือลงจนเกือบปิด แต่แล้วก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันทีเพราะเสียงห้าวที่ดังขึ้นเหนือศีรษะ 

“นี่มาทำงานหรือว่ามาพักผ่อนกันแน่”  

พลอยชมพูดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเงยหน้ามองคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยสายตาไม่พอใจเท่านัก เขาจะพูดดีๆ ไม่ได้หรือยังไงนะ ทำไมต้องตะคอกเสียงดังด้วย นี่ถ้าเกิดเธอเป็นโรคหัวใจอยู่นะ ป่านนี้คงหัวใจวายตายไปแล้ว 

“มาทำงานค่ะ งานเสร็จแล้วเลยมานั่งพัก”  

 

“ที่เห็นเมื่อกี้เรียกนั่ง?”  

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ 

ความคิดเห็น