Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 : ช่วงเวลาสั้นๆ

ชื่อตอน : บทที่ 10 : ช่วงเวลาสั้นๆ

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2563 22:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 : ช่วงเวลาสั้นๆ
แบบอักษร

 

ถนนคนเดินกลางของมหา’ลัยแม่งเป็นอะไรที่โคตรดีเลย 

อิ่มตาอิ่มใจไปหมด 

ผมกับเหล่าสหายเดินหน้าสลอนกันอยู่ที่ถนนคนเดินกลางซึ่งภายใน 1 เทอมจะจัดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่กินเวลาไป 3 วันเลยนะครับ มันก็เป็นตลาดใหญ่แหละ แล้วก็มีซุ้มให้เล่นเยอะเลย อีกอย่างคือแต่ละคณะสามารถออกร้านได้ รู้สึกว่าร้านของคณะวิศวะฯ น่าจะเป็นร้านยำลูกชิ้น เชื่อได้เลยว่ามันต้องขายดีมากๆ เพราะที่ซุ้มนั้นมีไอ้ขุนอยู่ คือต่อให้มันจะมีแฟนแล้วแต่ยังไงมันก็ยังเป็นตัวเรียกลูกค้าชั้นยอด ความจริงไม่ใช่แค่มันหรอก แต่ทั้งแก๊งค์นั้นน่ะ 

ใครๆ ก็คงอยากเห็นพวกพี่ว้ากหน้าเหี้ยมมานั่งขายยำลูกชิ้นป้ะวะ 

ส่วนมากคณะจะส่งพวกปี 3 ให้มาออกร้าน ของปีผมขายน้ำปั่น แม่งโคตรชุลมุนเลยแบบหัวจะปวดมาก เป็นการออกร้านที่ขายหน้าตามากกว่ารสชาติอาหารสุดๆ ช่างเถอะ อย่าไปนึกถึงอดีตอันขมขื่นเลยดีกว่า สิ่งที่ควรสนใจในตอนนี้คือบรรดารุ่นน้องน่ารักตะมุตะมิจากหลายคณะที่เดินกันให้เต็มไปหมดนี่ดีกว่า เห็นแล้วเป็นปลื้มรู้สึกกระชุ่มกระชวยมากเลยครับ ถนนคนเดินกลางนี่มันสร้างมาเพื่อชรันจริงๆ 

ชื่นอกชื่นใจ 

“มึงเลิกทำหน้าเหมือนอยากกินทุกคนที่เดินผ่านไปได้ไหมวะไอ้เวร” ไอ้แช่มดึงแก้มผม “เดี๋ยวผัวเขาก็เตะให้หรอก” 

“เกินเหอะ กูก็ทำหน้าปกติของกูป้ะวะ” ผมจับมือมันออกก่อนจะถูหน้าตัวเอง มือเปื้อนขนมแล้วมาดึงหน้ากูอีกไอ้ชั่ว 

“เออ แล้วตอนกลางคืนพวกมึงจะมาป้ะ เขามีดนตรีอะ” ทะเลเอ่ยถาม 

“มาดิ ไอ้หมีขึ้นร้องเพลงด้วย เหมือนว่าคณะจะส่งมันมาเป็นตัวแทนอะ กูต้องอยู่ทำหน้าเหี้ยมกันพวกที่จะมายุ่งกับแฟนกู” ไอ้ขันบ่นอย่างหงุดหงิด แหมๆ ๆ ๆ เจตนาชัดเจนชิบหายว่าจะมาเฝ้าแฟน 

หมั่นไส้ว่ะ 

“แล้วพวกมึงอะ จะมาป้ะ” 

“ก็อาจจะว่ะ เดี๋ยวว่ากันอีกที กูต้องถามแฟนก่อน” 

“เออ” ทะเลรับคำจันทร์ฉายก่อนจะคล้องคอผม “มึงล่ะครับเพื่อนเฌอ จะมารึเปล่า” 

“อืม ก็คงมาแหละ กูไม่มีไรทำ เหงา” 

“ช่วงนี้จะเหงาเหรอวะ พูดผิดให้พูดใหม่ได้นะ” เพื่อนรักทั้งกลุ่มหรี่ตาเพื่อจ้องจับผิดผม เอาเข้าไปนะพวกมึงนะ ได้ทีก็เอาใหญ่ 

“เออสิวะ กูไปซื้อน้ำก่อน” ผมจับแขนทะเลออกก่อนจะเดินปลีกตัวไปซื้อน้ำ รำคาญพวกมันจริงๆ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้จ้องแต่จะจับผิดกัน 

ไอ้เวร 

ผมเข้าใจความหมายของคำที่มันพูดนะที่ว่าช่วงนี้จะเหงาเหรอ โอเค ยอมรับเลยครับว่าช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เลิกกับน้องเดียร์ผมไม่เหงาเลย มี 2-3 วันแรกที่แซดบ้างแต่มันก็ไม่ได้หนักมากจนใจทนไม่ไหว แล้วก็คงเพราะผมได้ทำอะไรหลายๆ อย่างในช่วงนั้นด้วยแหละมั้งไม่ว่าจะงานหรืออย่างอื่น มันก็ยุ่งอยู่นะเรื่องทำโปรเจกต์จบเสนออาจารย์น่ะ คือตอนแรกที่ผมทำส่งไปให้ทางคณะมันก็โอเคแล้วแต่เหมือนทางสถานประกอบการเขาอยากให้ปรับแก้นิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับองค์กรเขา 

เดี๋ยวโปรเจกต์ตัวแก้นี้จะส่งอาทิตย์หน้า 

ผมทำเสร็จแล้วและขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดีเถอะ 

ไม่อยากแก้ซ้ำซ้อนซ้ำซากให้ปวดใจ 

อีกอย่างที่เป็นปัจจัยของความคลายเหงาก็คือเด็กคนนึงที่หน้าเหมือนแบด แบดไง เวลา 5 โมงเย็นแบบนี้เขาน่าจะซ้อมคฑาอยู่ สงสารพวกคฑากรนะ เริ่มซ้อมกันตั้งแต่ตอนนี้เลยอะ กีฬาสีมันตั้งเทอมหน้า แต่อย่างว่า....มันมีอย่างอื่นต้องทำด้วยไง ถ้าไปโหมซ้อมช่วงใกล้งานเลยก็จะหนักไป ซ้อมไปเรื่อยๆ แบบสม่ำเสมอก็อาจจะดีกว่า พูดแล้วก็อยากเห็นวันจริงเหมือนกันนะ ผมอยากรู้ว่านังน้อนจะเท่มากแค่ไหน 

มันต้องดีแบบที่ผมคิดเอาไว้แน่ๆ เลย 

ตั้งแต่เลิกกับน้องเดียร์ เราสองคนมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นครับ ส่วนมากไปกินข้าวกันตอนที่เลิกเรียนแล้ว อืม....ก็แค่นั้นแหละ ไม่มีมากกว่านี้ คงเพราะผมติดทำงานก็เลยอยู่ด้วยกันได้แป๊บๆ อะ ซึ่งมันก็ไม่แปลกอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ใช่แค่ผมที่มีหน้าที่ตัวเองต้องทำ แต่สิบสามก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ส่วนมากเวลาของเขาจะหมดไปกับการอ่านหนังสือแล้วก็ทำงานต่างๆ พอมีเวลาว่างตรงกันก็มีคุยบ้างนิดหน่อย 

บางทีก็หาคำพูดมาทำให้ผมใจสั่น 

หึ....อย่าให้ถึงทีของพี่บ้างนะนังน้อน 

“เอาชาเขียวปั่นครับ” ผมบอกกับน้องคนขายอย่างเป็นมิตร ร้านนี้เป็นของคณะทันตะฯ ครับ ขายน้ำปั่นและขายความน่ารักไปในตัว 

แต่ละคนในซุ้มคือดีมาก 

ดีมากๆ เลยค้าบ 

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” ร่างบางที่ชนแขนผมเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆ “เกลไม่ระวังเอง” 

“ไม่เป็นครับ” ผมเอ่ยตอบน้องคณะการบินฯ คนสวย 

“เอ่อ....จริงรึเปล่าคะที่พี่เฌอเลิกกับแฟนแล้ว” 

รู้เรื่องนี้ด้วยแฮะแถมรู้จักชื่อผมด้วย 

“ใช่ครับ” ผมพยักหน้ารับตามความจริง “พี่เลิกกับแฟนอาทิตย์กว่าละ” 

“งั้นพี่เฌอก็โสดสิคะ” 

“ครับ....โสด” 

“ชาเขียวปั่นได้แล้วค่ะพี่เฌอ 45 บาทค่ะ” 

“โอเคครับ” ผมหยิบเงินส่งไปให้น้องคนที่ขายน้ำก่อนจะรับแก้วชาเขียวมา มองในกระดาษทิชชู่ที่ห่อรอบแก้วก็เห็นว่ามีเศษกระดาษติดมาด้วย พอเป็นแบบนั้นผมจึงเหลือบไปมองน้องทันตะฯ คนนั้น 

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้แบบนี้นี่ชัดเลย 

“ถ้าพี่โสด....งั้นหนูขอไลน์ได้ไหมคะ” มือบางส่งโทรศัพท์มาให้พร้อมกับมองด้วยสายตาออดอ้อน เอาไงดีวะเนี่ย ถ้าเป็นเมื่อก่อน มีผู้หญิงที่สวยและน่ารักขนาดนี้มาขอไลน์ผมคงจะให้โดยที่ไม่ต้องคิดเลยล่ะ 

ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ....หึ 

นังเด็กหน้าเหมือนแบด แบด กำลังลอยหน้าลอยตาเต็มหัวไปหมดเนี่ยะ 

ให้ไปแต่ใช้วิธีนั้นก็ได้นี่นา..... 

“ได้สิครับ” ผมหยิบโทรศัพท์มากดไอดีไลน์ให้น้องเขา “เรียบร้อยแล้วครับ” 

“ขอบคุณนะคะ” 

“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอกก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วหยิบกระดาษที่สอดอยู่ในทิชชู่ออกมาดู ก็พบว่ามันมีเบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์เขียนเอาไว้ เจ้าของระบุชื่อว่าน้องมิว 

ฮอตจังเลยเนอะพี่เฌอเนี่ย 

ผมเก็บกระดาษแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อช็อปเหมือนกับใบอื่นๆ ที่ได้มาในวันนี้ น้องมิวไม่ใช่คนแรกนะครับที่ทำแบบนี้ น้องเกลก็เหมือนกัน วันนี้ผมได้เบอร์กับไลน์ผู้หญิงสวยๆ มาเต็มเลย อารมณ์เหมือนรู้ว่าผมโสด เพิ่งอกหักก็พร้อมพากันมาดามใจ เกินไปมากๆ ก็นะ บอกแล้วว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่คิดอะไรเยอะ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วไง ต้องยอมรับก่อนว่าจากสิ่งที่น้องเดียร์ทำเอาไว้ มันทำให้ผมมีสติกับเรื่องนี้มากขึ้น 

ไม่หลงระเริงไปกับรอยยิ้มหวานๆ พวกนั้น 

คือเราไม่รู้ได้เลยอะว่าคนที่เข้ามานั้นเขารู้สึกกับเราจริงๆ ชอบเราหรือแค่เพราะต้องการผลประโยชน์อะไรบางอย่างจากเรารึเปล่า ยิ่งตอนนี้หลายคนรู้ว่าผมสนิทกับสิบสาม อาจจะมีคนที่อยากสนิทกับผมเพื่อไปสนิทกับนังน้อนอีกทีก็ได้ ใช้เฌอคนนี้เป็นทางผ่าน ปกติผมจะไม่ใช่พวกคิดอะไรในแง่ลบขนาดนี้นะแต่พอเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับตัวเองไปแล้วครั้งนึงมันก็ต้องคิดบ้างแล้วป้ะ คิดแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่นะ เหมือนคิดเพื่อให้ตัวเองระวังเอาไว้มากกว่า 

บทเรียนแย่ๆ แบบนั้นแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว 

ผมเดินกลับมาหากลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่ก่อนจะพากันเดินต่อแล้วซื้อของโน่นนี่จนมาถึงร้านที่ขายของน่ารักมุ้งมิ้ง สายตาผมไปสะดุดกับของใช้ต่างๆ ของแบรนด์ซาริโอ้ซึ่งใครบางคนชอบมาก ดูนี่สิ กล่องใส่ของลายลิตเติ้ลทวินสตาร์ แค่นึกว่าสิบสามยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ตาเขาต้องเป็นประกายมากแน่ๆ ผมดูของไปเรื่อยจนมาหยุดอยู่ที่ผ้าคาดผมลายนกแพนกวินจอมเกเรแบด แบด มารุ ซึ่งทำไมมันตลกจังวะ 

ตลกแบบนี้ก็ต้องซื้อสิครับ เหยื่อการตลาดอย่างเราต้องพ่ายแพ้อยู่แล้ว 

หลังจากที่ได้ของที่ต้องการแล้วผมก็หันไปหาเพื่อนๆ “เออมึง เดี๋ยวกูไปก่อนนะ เจอกันตอนค่ำ” 

“ตอนค่ำจะเจอมึงแน่เหรอ” ชริตเป็ดเลิกคิ้วมองอย่างกวนส้นตีน “ถ้าเจอนี่จะเจอมึงคนเดียวไหมน้า” 

“ถ้าไม่เจอไอ้เฌอคนเดียวนี่จะเจอใครด้วยน้า” 

“จะเจอใครน้า” 

“คนนั้นชื่ออะไรน้า” 

“มึงจะน้าอีกนานไหมไอ้หน้าสัส กูไปละ เสียเวลา” ผมเบ้ปากใส่พวกมันก่อนจะเดินออกมาทันที กวนประสาทชิบหาย ถ้าไม่ทำชรันคนนี้หงุดหงิดสงสัยจะนอนกันไม่หลับ 

หัวจะปวดจริงๆ 

ผมเดินออกจากถนนคนเดินก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ตึกคณะแพทย์ฯ ตรงลานคุณหมอ เห็นร่างสูงกำลังยืนฟังรุ่นพี่ที่มาซ้อมให้อย่างตั้งใจ สีหน้าเหมือนเดิมเพิ่มคือผมยาวปรกหน้ามาก วันนี้ดูงานดีจัดๆ เพราะไม่ใส่แว่นและสวมแมส แต่ก็นั่นแหละ ผมทิ่มตาไปหมด เดินแล้วมองเห็นทางบ้างไหมวะ นี่บอกให้ไปตัดผมแล้วนะแต่ก็ยังไม่ยอมไปตัดสักที ต้องให้เดินสะดุดหน้าทิ่มสักทีแหละถึงจะยอม 

หึ้ยยย....ย....ดื้อจังวะ 

ผมดูดชาเขียวปั่นในมือพลางมองสิบสามอยู่ตรงนี้เงียบๆ การมาตึกคณะแพทย์ฯ ของผมในหลายครั้งที่ผ่านมานั้นคือไม่เจอน้องเดียร์เลยครับซึ่งมันเป็นเรื่องดีแล้วแหละ ถ้าเจอหน้ากันผมก็คงเฉยๆ ไม่สนใจ เพราะตอนนี้มีคนที่น่าสนใจมากกว่าแล้วล่ะ นังน้อนมันเก่งเหมือนกันนะที่เข้ามาทำให้ใจผมชะงักได้เวลามีคนมายุ่มย่ามน่ะ ผมมักจะนึกถึงเขาก่อนตลอดเลย คือตอนนี้ไม่รู้หรอกว่าระหว่างเราจะเป็นยังไงหรือจะไปในทิศทางไหนแต่ยอมรับว่าเริ่มสับสน 

สับสนไปหมด 

การมีเขาอยู่มันดีจนไม่รู้ว่าคนอื่นที่เข้ามาจะมีใครดีได้เท่าเขารึเปล่า ใครจะทำได้มากกว่าที่เขาทำได้ในตอนนี้ไหม แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเออ....สิบสามเป็นผู้ชายไง ตลอดชีวิตของผมมีแค่ผู้หญิงที่เข้ามา บางทีมันทำตัวไม่ค่อยถูกอะ ผมเคยเห็นเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างที่มีความสัมพันธ์นี้มาเยอะก็จริง แต่พอมาเจอกับตัวเองมันก็ต้องมีประหม่าบ้าง บางทีคนเราก็ต้องใช้เวลาปรับอะไรหลายๆ อย่างป้ะวะ เดี๋ยวถ้ามันรู้สึกว่าใช่....ถึงตอนนั้นก็จะรู้เองแหละ 

แต่ตอนนี้ก็มีความสุขดีนะ 

เห้อะ....พูดเหมือนพวกมีความรักไปได้ 

ผมเดินเข้ามาหานังน้อนที่นั่งพักอยู่ “ผมทิ่มตาไปหมดแล้วคุณ” 

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ครับ” เจ้าตัวกำลังพยายามพับแขนเสื้อตัวเองอยู่ พอเห็นแบบนั้นผมเลยพับให้เขา “ขอบคุณครับ” 

“อื้ม....ผมก็มาแอบดูคุณไง” 

“คงไม่แอบแล้วใช่ไหมครับ เพราะพี่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเลย” 

“ใช่ เมื่อกี๊แอบดูแล้วคิดว่าถ้าคุณล้มเพราะผมทิ่มตาอาจจะเห็นได้ไม่ชัด เลยอยากมาดูใกล้ๆ ” 

“พี่ก็พูดเกินไป ผมไม่ล้มหรอก” เจ้าตัวเสยผมที่ปรกหน้าออกส่วนผมก็ส่งถุงของบางอย่างให้เขา “อะไรครับ” 

“ของคุณ ผมซื้อมาให้” 

มือเรียวหยิบผ้าคาดผมลายแบด แบดออกมาก่อนจะมองอยู่อย่างนั้น “....พี่เฌอ” 

“มันเหมาะกับคุณมากเลยนะ ผมถึงซื้อมาให้ไง มา....เดี๋ยวผมใส่ให้” ว่าแล้วผมก็แกะถุงผ้าคาดผมออกก่อนจะสวมเข้าที่หัวของสิบสามแล้วใช้มันคาดผมที่ปรกหน้าเขาอยู่ 

ลุคนี้คือดีจังวะ 

ผมมองดวงตาคมของคนตรงหน้าที่มองมานิ่งๆ อื้ม ก็หล่อนั่นแหละ ใบหน้าใสที่ไม่มีผมปรกนี่โคตรดีเลย ผมอยากเห็นหน้าเขาชัดๆ แบบนี้มานานละ ปกติผมด้านหน้านังน้อนจะบังอยู่ตลอด ไม่สวมแมสก็ใส่แว่น เนี่ยะ บรรดาแฟนคลับต้องขอบคุณพี่เฌอนะครับ เพราะถ้าไม่มีพี่อยู่แล้วน้องๆ จะไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้เด็ดขาด ผมจับผมเขาให้เข้าที่เข้าทางรวมถึงหน้าของแบด แบดที่เป็นผ้าคาดผมด้วย มองแบบนี้เหมือนสิบสามมีสี่ตาเลยแฮะ 

บอกแล้วว่าเขาน่ะหน้าเหมือนแบด แบดจริงๆ 

“พอใจรึยังครับ” คนที่นั่งอยู่เอ่ยถาม 

“พอใจมาก....ขนาดใช้ผ้าคาดผมลายการ์ตูนแต่คุณยังดูหล่อเลย” 

“ก็ผมหล่อ” 

“หนิ....ผมชมคุณได้ แต่คุณอย่ามาชมตัวเองให้ได้ยินได้ไหม หมั่นไส้จริงๆ ” ผมทำหน้าตึงใส่คนตรงหน้าก่อนจะนั่งลงข้างๆ เขา “เหนื่อยป้ะคุณ” 

“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมทนได้ เหนื่อยกว่านี้ก็ทำมาแล้ว” 

“ดีแล้ว แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องพักนะ อย่าฝืนตัวเอง” 

เขาเหลือบมองผม “เป็นห่วงเหรอครับ” 

“ก็จึ๋งนึง....” 

“หึ....พี่นี่” เจ้าตัวหลุดยิ้มออกมาแวบนึงก่อนจะทำหน้านิ่งตามเดิม กลัวคนอื่นเห็นแหละดูออก ตรงนี้ไม่ได้มีแค่ผมไง เขาเลยเลือกที่จะไม่แสดงอะไรออกมามากนัก รอยยิ้มเมื่อกี๊ก็คงเรียกว่าหลุดได้เหมือนกัน 

“ซ้อมเสร็จกี่โมงเหรอคุณ” 

“ 6 โมงครับ มีอะไรรึเปล่า” 

“ก็ถนนคนเดินวันสุดท้าย วันนี้จะมีดนตรีด้วยก็เลยอยากชวนไปด้วยกัน” 

“ได้สิครับ แล้วพี่จะรอผมเลยรึเปล่า” 

“อื้ม ผมว่าง ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว อีกแค่พักเดียวเองด้วย” 

“งั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมซ้อมต่อแล้วเราค่อยไปถนนคนเดินกัน” 

“ได้....” หลังจากที่ผมรับคำ สิบสามก็หยิบคฑาแล้วไปซ้อมต่อ 

ผมหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดเข้าเฟซบุ๊ก โพสต์แรกที่แสดงอยู่หน้าไทม์ไลน์คือภาพของผมที่กำลังจัดผมให้สิบสามอยู่ รูปนี้เพิ่งโพสต์ไม่กี่นาทีที่แล้วเอง แอดมินมันเป็นใครวะ แต่ที่แน่ๆ คืออยู่แถวนี้แหละ ดีไม่ดีซ่อนอยู่ในพุ่มคริสติน่าแน่ๆ มันน่านักนะ คือผมไม่มีปัญหากับการถูกถ่ายรูปไปลงนักหรอก คือช่วงแรกอาจจะมีตอนปี 1 อะ แต่พอผ่านๆ ไปก็ช่างแม่ง ถ้ามันไม่ได้สร้างความเดือนร้อนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร 

แต่อันนี้มันก็แบบ....หน้าดูเงอะงะชิบหาย 

แล้วสิบสามมุมข้างนี้อย่างหล่อเลยไอ้เวร 

ถ่ายทั้งคู่ก็ควรให้มันหล่อทั้งคู่ไหมวะ แล้วยอดไลค์กับคอมเม้นต์คือมาไวมาก ประเด็นของ #สามเฌอ มันเป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ตอนที่ผมถ่ายรูปเขาลงสตอรี่ไอจีอะ ก่อนจะซาไปตอนที่ผมตั้งตัสคบกับน้องเดียร์ แล้วมันก็มาเริ่มพูดถึงอีกครั้งหลังจากที่ผมโสดและอยู่กับสิบสามบ่อยๆ ตอนนี้เหมือนกับใครหลายๆ คนสงสัยว่าระหว่างเราเนี่ยะยังไงกันแน่ สนิทกันในระดับของรุ่นพี่รุ่นน้องหรืออะไรที่มันมากกว่านั้น 

สำหรับผม สิบสามก็คือรุ่นน้อง 

รุ่นน้องที่พิเศษกว่าคนอื่น....หลายจึ๋ง 

“จิ๊....นังน้อง” 

ตึกตัก 

แอบหันมายิ้มให้ทำไมวะ 

ไอ้บ้า 

. 

*** 

. 

“คนเยอะกว่าเมื่อตอนผมมาเดินอีกอะคุณ” 

“พี่จะชนเขาแล้วครับพี่เฌอ” สิบสามบอกก่อนจะรั้งแขนผมหลบคน “ระวังด้วยสิ” 

“บ่นเก่งว่ะ เดินนำไปเลย” ผมดันให้เขาเดินด้านหน้าก่อนที่ตัวเองจะเดินตามหลัง “ไปร้านปลาหมึกย่าง” 

ร่างสูงเดินนำผมไปยังร้านปลาหมึกย่าง ตอนนี้เราอยู่ที่ถนนคนเดินกลางครับ เดินมาชั่วโมงกว่าละ นี่กำลังมาหาอะไรกินก่อนที่จะเดินไปเวทีเล็กด้านหลัง เอาจริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มเล่นดนตรีกันแล้วล่ะ พวกเพื่อนๆ ผมก็น่าจะอยู่หน้าเวทีกันแล้ว ไอ้เวรแช่มนี่โทรตามยิกๆ ไม่รู้มันจะรีบอะไรนักหนา ผมหมั่นไส้เลยตัดสายแม่งซะ เชื่อดิว่าตอนนี้มันต้องสาปแช่งผมอยู่ในใจแน่ๆ 

ช่างแม่ง 

ไม่สนใจหรอก 

“คุณกินไหม” ผมเอ่ยถามเขาพลางจ่อปลาหมึกที่ปากบาง 

สิบสามกินปลาหมึกที่ผมป้อน “เผ็ด” 

“อะน้ำ” ผมส่งน้ำให้เขาพลางลากมาที่ร้านขายขนมเบื้อง “เอา 1 ชุดครับ” 

“อร๊ายยยยพี่เฌอคนหล่อแห่งวิศวะฯ กับน้องสิบสามคนคูลแห่งคณะแพทย์ฯ ” น้องสาวสองที่เฝ้าบูธยิ้มหวานให้พวกเรา “ขนมเบื้องใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูแถมให้พิเศษเลยด้วยความเสน่หา” 

“ขอบคุณนะครับ” ผมยิ้มหวานให้ ขำว่ะ เรียกนังน้อนว่าน้องสิบสามคนคูล คูลตรงไหนวะ เรียกว่าคนหน้าตากวนประสาทยังจะเหมาะกว่า 

ดูทำหน้าสิ 

“ขอถ่ายรูปทั้งคู่หน่อยได้ไหมคะ คือชอบมากเลยน่ะค่ะ อยากให้รักกันนานๆ ” 

“เอ่อเดี๋ยว....คือ” ผมมองสิบสามแบบเลิ่กลั่ก คุณก็ไม่คิดจะแก้ตัวอะไรเลยเหรอวะ 

“หึ....” ร่างสูงหลุดยิ้มออกมาอย่างชอบใจและนั่นทำให้เหล่าเด็กๆ ในร้านขนมเบื้องส่งเสียงวี้ดว้ายกันดังกว่าเดิมเพราะเห็นสิบสามยิ้ม 

ไอ้ต้าวนังน้อนเวรเอ๊ย 

เหมือนแกล้งกันเลยเนี่ยะ 

“มาค่ะๆ มองกล้องนะคะพี่เฌอ น้องสิบสาม เซย์ชีสค่า” 

แชะ 

แชะ 

แชะ 

ถ่ายเป็นร้อยรูปแล้วมั้ง 

“เรียบร้อยค่า ขอบคุณนะคะ อันนี้ขนมเบื้องค่ะ” 

“เท่าไหร่ครับ” 

“ 25 บาทค่ะ” 

“นี่ครับ ขอบคุณนะที่แถมให้ ป่ะคุณ....” ผมลากร่างสูงออกมาจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกหลายอย่าง เขินกับอายนำมาก่อนเลยแม่งเอ๊ย คนมองอย่างเยอะ 

อีนังน้อนนี่ก็ยิ้มไม่เป็นเวล่ำเวลาน่าทุบ 

สิบสามหยิบขนมเบื้องไปกิน สีหน้านิ่งแต่ดูอารมณ์ดี งงอะดิว่าผมรู้ได้ไง สายตานั่นไงที่บอกทุกอย่าง นี่ถ้าอยู่กันแค่สองคนคงยิ้มจนลักยิ้มขึ้นแน่ล่ะ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กในร้านขนมเบื้องเมื่อกี๊ถึงได้ฮือฮากันนัก ปกติแล้วนังน้อนต้องมีอะไรบังหน้าไง แต่วันนี้คือเพียวๆ เลยหน้าใสกิ๊ก แถมบนหัวก็มีผ้าคาดผมลายแบด แบด อีกอย่างที่สำคัญคือยิ้มให้เห็นทั้งๆ ที่มันไม่เคยเป็นแบบนั้น แล้วยิ้มให้กับอะไรรู้ไหม 

ขอถ่ายรูปทั้งคู่หน่อยได้ไหมคะ คือชอบมากเลยน่ะค่ะ.....อยากให้รักกันนานๆ 

ไม่แก้ต่างแถมยิ้มอีกต่างหาก 

คนเข้าใจผิดกันไปทั้งบางแล้วมั้ง 

ผมยัดขนมเบื้องเข้าปากก่อนจะพาเขาเดินมาจนถึงเวทีเล็กแล้วไปยังโต๊ะที่พวกเพื่อนๆ นั่งอยู่ แน่นอนว่าการมาของเราทำให้ไอ้พวกตัวแสบส่งเสียงและสายตากวนส้นตีนมาให้ทันที สิบสามยกมือไหว้พวกมันพอเป็นพิธี คือไม่ควรไหว้หรอกไอ้เวรพวกนี้อะ ไม่มีใครน่านับถือว่าสักคน ผมให้สิบสามนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ก่อนจะหยิบโน่นนี่กินไปเรื่อย เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นังน้อนได้มาร่วมโต๊ะกับเพื่อนๆ ผมหรอกนะ ก่อนหน้านี้มีมากินข้าวด้วยกันที่ตึกคณะผมนั่นแหละ ตอนนั้นก็ตั้งใจจะกินกันแค่สองคน 

สักพักไอ้พวกนี้ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ 

นั่งล้อมนังน้อนเอาไว้พร้อมกับเผาวีรกรรมของผมให้ฟังไปด้วย 

“ไอ้หมีขึ้นละ ไปพวกมึง” ไอ้ขันบอกก่อนจะลุกเดินไปด้านหน้าเวที คือต้องให้ได้ยืนชิดขั้นสุด ไม่ขึ้นไปบนเวทีเลยวะ 

“มึงไปป้ะเฌอ” 

ผมส่ายหน้า “ไม่เอา กูไม่อยากเบียดกับคนอื่น พวกมึงไปเหอะ เดี๋ยวกูเฝ้าของให้” 

“เฝ้าของหรือเฝ้าเด็กอะครับ” เสียงแซวจากทะเลเพื่อนรัก อยากถอดรองเท้าปาใส่หน้าจริงๆ พูดมากนัก 

“ไปๆ กันได้ละ รำคาญจริงๆ ” ผมยัดขนมเบื้องเข้าปากพลางมองไอ้หมีที่เดินขึ้นเวทีไปพร้อมกับเพื่อนกลุ่มมัน คนนึงคือไอ้เป้ส่วนอีกคนไม่รู้ว่าเป็นใคร ช่างแม่ง ชรันไม่จำเป็นต้องรู้จักคนทั้งโลกแบบที่ไอ้หมีรู้จักสักหน่อย 

“หมีร้องเพลงเพราะมากเลยนะครับ” 

“อื้ม แต่ก็เพราะมันร้องเพลงเพราะแบบนี้เนี่ยแหละ ไอ้ขันถึงได้เป็นบ้าแบบนั้นไง” ผมหันมองคนข้างๆ “คุณร้องเพลงได้ป้ะ” 

“ร้องได้ครับ....เพราะด้วย” 

“งั้น....” 

“แต่ผมตั้งใจจะร้องให้แฟนตัวเองฟังนะครับ” สิบสามเอียงหัวมาใกล้ผม “พี่เฌออยากฟังไหมล่ะ” 

ตึกตัก 

แม่งๆ ๆ ๆ ๆ 

ผมผลักหัวเขาออกอย่างหมั่นไส้ “คุณนี่....” 

“ก็ผมตั้งใจเอาไว้แบบนั้นจริงๆ นี่ครับ” ร่างสูงหยิบเศษกระดาษที่อยู่บนขาผม “มันออกมาจากเสื้อช็อปพี่” 

“อ๋อ” พอเห็นแบบนั้นผมก็ล้วงเอาเศษกระดาษที่ได้มาวันนี้ยัดใส่มือสิบสาม “นี่เป็นเบอร์กับไอดีไลน์ที่ผมได้มาวันนี้” 

“เยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ” 

“ใช่ เห้ยเดี๋ยวดิ” ผมมองมือเรียวที่ขยำกระดาษพวกนั้นก่อนจะทิ้งลงถุงขยะทั้งหมด อะไรของเขาวะนั้นน่ะ 

“คู่แข่งผมทั้งนั้น” เขาเอ่ยเหมือนหงุดหงิด “เชื่อเถอะครับว่าเจ้าของเบอร์พวกนั้น ไม่มีใครสู้ผมได้หรอก” 

ผมเลิกคิ้วมองเขา “มั่นใจขนาดนั้นเลย” 

“ก็จึ๋งนึงครับ” 

“คุณนี่มันจริงๆ เลยนะนังน้อน” 

จะน่ารักไปถึงไหนวะ 

ผมนั่งอมยิ้มมองเขาอยู่อย่างนั้น ความจริงผมก็ตั้งใจที่จะทิ้งกระดาษพวกนั้นอยู่แล้วแหละ แต่ไม่คิดว่าสิบสามจะทำแบบนั้นให้แทนไง ส่วนน้องๆ ที่ขอไลน์ผมไปในวันนี้ มันเป็นไลน์ของโทรศัพท์เครื่องเก่าที่พังไปแล้ว ยังไงผมก็คงไม่ได้คุยกับพวกเธอแบบแน่นอน บอกแล้วไงว่าใจจะชะงักตลอดตอนมีคนที่มายุ่มย่าม สาเหตุมันก็เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนี่ไง ไม่รู้ดิ เหมือนตอนนี้ผมโอเคที่จะให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้มั้ง 

ระหว่างเราให้มีแค่ผมกับเขาก็พอแล้ว 

อย่างที่ผมเคยบอกว่าถ้าวันนึงเจอผู้ชายที่ทำให้ตัวเองหัวใจเต้นแรงได้ ผมก็อาจจะชอบผู้ชายคนนั้นก็ได้ ชอบในฐานะที่ไม่ได้ใช้คำว่าทั่วไป และตอนนี้ผมอาจจะเจอคนๆ นั้นแล้ว ผมไม่เคยใจเต้นแรงให้ผู้ชายคนไหนมาก่อน ความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร เขาเป็นคนแรก ผมรู้ว่าช่วงเวลาที่เรารู้จักกันมันไม่ได้นานมากขนาดนั้น แต่สำหรับผมแล้วช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นน่ะ....โคตรมีความหมายต่อความรู้สึกเลย 

มันพิเศษมากจริงๆ 

บางทีผมคิดว่าการที่ชีวิตเรามีคนเดินเข้ามาพร้อมกันตั้งมากมายแต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะมีคนๆ เดียวโดยที่เราตัดทุกคนทิ้งออกไปเลย นั่นก็เป็นเหมือนคำตอบมากแล้วนะ ให้เวลาจัดการอะไรอีกหน่อย จนถึงตอนนั้นเดี๋ยวคำตอบมันก็จะชัดเจนมากกว่านี้แหละ 

รอผมหน่อยนะนังน้อน 

. 

“ฉันมองเห็นใครคนหนึ่งที่ใจฉันปรารถนา เขาดูคล้ายคนที่ใจรอคอยและตามหา ผ่านมาเนิ่นนานเท่าไรชีวิต ทางที่เลือกเดินฉันไม่เคยคิด ว่าจะมีใครลิขิต ให้ชีวิตได้มาเจอเธอ 

หรือว่ารักไม่ใช่สิ่งที่เราต้องตามหา รักที่แท้แค่เพียงหยุดรอคอยและไขว่คว้า ผ่านมาเนิ่นนานเท่าไรชีวิต ผ่านมามากมายฉันไม่เคยคิด ว่าจะมีใครลิขิต ให้ชีวิตได้มาพบเธอ” 

. 

สิบสามมองผมพร้อมกับส่งมือมาให้ 

หึ....ถ้าผมจับมือเขาไว้ เรื่องระหว่างเราจะเป็นยังไงกันนะ 

“จับมือแล้วจะยังไงต่อ” 

“จับแล้วก็จะไม่ปล่อยครับ” 

สมเป็นนังน้อนจริงๆ 

ผมเลื่อนมือไปจับมือสิบสามเอาไว้ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเขาซึ่งมันคงไม่ต่างจากผม ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง แต่ที่รู้คือตอนนี้มันดีมากเลย ถ้าเป็นแบบนี้ไปได้ทุกวัน....ก็คงดี 

. 

“คือเธอใช่ไหม ที่ฉันจะฝากหัวใจ ตามหามานานเท่าไร สุดท้ายเธอคนที่ใช่ อยู่ใกล้ใกล้ตัว 

เป็นเธอได้ไหม ให้ฉันได้หยุดหัวใจ เอาไว้ที่เธอ เดินทางมาแสนไกล สุดท้ายคนที่ใช่.....อยู่ตรงนี้เอง” 

. 

( เพลง เอ็มเอสเอ็น (MSN) - Helmetheads ) 

. 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วนะคะ ใจไม่ไหวมากกับการเขียนบท 10 คือมันน่ารักจนไม่อยากคิดว่าตัวเองเป็นคนเขียน หุบยิ้มไม่ได้เลยอะ ชาลหวังว่าบี๋จะหุบยิ้มไม่ได้เหมือนกันนะคะ ก็หลายคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่าเรื่องระหว่างเเขาเนี่ยะมันใช้เวลาไม่นานแต่นั่นแหละค่ะ พี่เฌอได้ตอบแล้วว่ามันเป็นยังไง ในมุมมองของชาลคิดเรื่องบางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้เวลานะ ใช้ความรู้สึกและความมั่นใจพอ เพราะบางทีรอเวลาไปมันอาจจะสายไปก็ได้ค่ะ 

ช่วงนี้ชาลมีปัญหาส่วนตัวและต้นฉบับนิยายต้องจัดการนะคะ ก็อย่างที่บอกก่อนหน้าคือจะไม่ทำให้รอนานจนเกินไปนะ แต่ก็ต้องขอให้รอกันอย่างใจเย็นนะคะ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th น้า 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบบทท 

ความคิดเห็น