email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 แอบดูบุรุษอาบน้ำนั่นคือสิ่งที่สตรีพึงกระทำ

ชื่อตอน : บทที่ 4 แอบดูบุรุษอาบน้ำนั่นคือสิ่งที่สตรีพึงกระทำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 แอบดูบุรุษอาบน้ำนั่นคือสิ่งที่สตรีพึงกระทำ
แบบอักษร

2ชั่วยามผ่านไป

อิงดาวนั่งฟังเรื่องราวที่วิญญาณตนนี้เล่าให้เธอฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไล่มาตั้งแต่รากหญ้าจนถึงเชื้อพระวงศ์ผู้ปกครองแผ่นดินแห่งนี้ที่มีชื่อว่าจงหยวน

ซึ่งบางครั้งอิงดาวก็พยักหน้าเข้าใจแต่ในบางครั้งเธอก็ทำสีหน้ามึนงงเหมือนคนเมากาวกับบางเรื่องที่ดวงวิญญาณตนนี้เล่าให้ฟัง

"จงหยวน..จงหยวนตำหนักองค์ชาย..ตำหนักองค์ชาย" อิงดาวพึมพำออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืน

พรึบ!!!

ดวงวิญญาณเหล่านั้นเมื่อเห็นอิงดาวลุกขึ้นยืนก็รีบขยับตัวหนีเหมือนเห็นอิงดาวเป็นตัวเชื้อโรคที่ไม่ควรเข้าใกล้

"แหม...ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นรังเกียจก่อนหน้านี้ยังอยากจับฉันอยู่เลย" อิงดาวเหน็บแนมออกมาก่อนจะถลึงตาใส่ดวงวิญญาณเหล่านั้นพร้อมกับกำหมัดขึ้นเหมือนจะหวดพวกเขาอีกรอบ

"พวกเจ้าไปกันได้แล้วและอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าพวกเจ้าอีก ไม่อย่างงั้นละก็...." อิงดาวเอ่ยเสียงเย็นพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก

ดวงวิญญาณพวกนั้นไม่รอให้อิงดาวพูดจบก็พาวิญญาณอันไร้ร่างของตนหายออกไปทันทีโดยไม่ลาหญิงสาวสักคำ

'ต่อให้ตายอีกครั้ง ชาตินี้พวกเขาก็ขอให้ไม่เจอสตรีเช่นนางอีก'

เมื่อดวงวิญญาณเหล่านั้นหายออกไปหมดแล้ว อิงดาวก็หันมามองรักกับยมที่ตอนนี้อยู่ในชุดจีนโบราณที่เธอยัดเยียดให้พวกเขาทั้งสองใส่

"ดูดีนิ" อิงดาวพูดขึ้นแล้วกลั้นหัวเราะไปด้วยอย่างห้ามไม่อยู่เพราะผมจุกของพวกเขาทั้งสองและชุดจีนโบราณนี่ช่างเข้ากันเสียเหลือเกิน(เสียงสูง)

"เอาตามที่สบายใจเลยนะดาว" ยมและรักพูดขึ้นพร้อมกัน

"ยม...รักว่าเปลี่ยนร่างเถอะใส่แบบนี้แล้วรักอายเขา" รักหันมากระซิบกระซาบกับยมสองคน

"เอางั้นเหรอ"

"อือ" รักรีบพยักหน้าตอบ

ทั้งรักและยมต่างแปลงร่างพร้อมกันพวกเขาทั้งสองสลัดคราบที่เป็นเด็กน้อยผมจุกออกไปจนหมดสิ้นจะเหลือก็เพียงแต่บุรุษรูปงามสองคนที่ยืนคู่กันอย่างสง่าผ่าเผย

"ดาวยมกับรักใครหล่อกว่ากัน" รักหันหน้ามาถามอิงดาว

อิงดาวยืนมองรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปของรักและยมก็พยักหน้าหงึกหงักโดยไม่พูดอะไรแต่รักกับยมก็เข้าใจกับคำตอบของอิงดาวดี

'หล่อเท่ากันหรือไม่ก็ไม่มีใครหล่อเลย' นั่นคือสองคำตอบของอิงดาวที่พวกเขาเข้าใจ

"ปะพี่ยมพี่รักไปกันเถอะ"

"เดี๋ยวดาวเราจะไปไหนกัน" ยมรีบหายตัวแล้วมายืนดักหน้าอิงดาวเอาไว้

"ไปตามทางไง" อิงดาวตอบยมด้วยหน้าตาที่ใสซื่อแต่แววตาของเธอมันกลับกลิ้งขลุกขลิกไปมาอย่างมีความหมาย

"อย่าคิดที่จะเล่นอะไรแผลงๆ นะดาว" ยมพูดดักทางหญิงสาวเอาไว้ เมื่อเห็นสีหน้าของอิงดาวที่แปลกไปเพราะครั้งไหนที่อิงดาวทำหน้าทำตาแบบนี้มักจะเกิดเรื่องบรรลัยไฟไหม้ขึ้นทุกทีเหมือนกับตอนที่ไปเป็นหมออาสาอยู่ในสงครามอิรักเมื่อสามปีก่อนไม่มีผิด

อิงดาวเมื่อถูกจับได้ก็รีบงัดไม้ตายฉบับของตัวเองขึ้นมาใช้

"พี่ยม...ดาวไม่อยากนอนอยู่นี้แล้วเดี๋ยวมีคนมาจับตัวอีกจะทำยังไง ดาวกลัวนะ" อิงดาวพูดขึ้นแล้ววิ่งไปกอดแขนยมพลางส่งสายตาอ้อนๆ เหมือนกับลูกแมวไปให้จนยมต้องเบือนหน้าหนีเพราะกลัวว่าจะใจอ่อนกับลูกอ้อนของอิงดาว

"อันนี้รักเห็นด้วยกับดาวนะ" รักพูดสนับสนุนอิงดาวแล้วทำเป็นไม่เห็นสายตาดุๆ ที่ยมส่งมาให้ตน

"นะพี่ยมนะ" อิงดาวพูดขึ้นอีกครั้งแล้วเขย่าแขนของยมไปด้วย

"เห้อ...ก็ได้" ในที่สุดยมก็ทนลูกอ้อนของอิงดาวไม่ไหวจนต้องตกปากรับคำแล้วเดินตามอิงดาวต้อยๆ อยู่ตอนนี้

อิงดาวเมื่อได้รับอนุญาตก็เดินตัวปลิวล่องลอยไปมาพร้อมกับใบหน้าซุกซนที่ปรากฏออกมาให้เห็นเพราะเมื่อครู่ดวงวิญญาณดวงนั้นบอกว่าไม่ไกลจากที่นี่มีจวนองค์ชายบางพระองค์ตั้งอยู่ไม่รู้ว่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือความขี้เสือกของอิงดาวกันแน่ถึงทำให้เธออยากไปดูจวนที่ว่านั่นสักครั้งว่าจะเหมือนกับที่เธอเคยเห็นในหนังจีนตอนเด็กไหม

สามวิญญาณต่างภพที่เป็นคนก็ไม่ใช่เป็นผีก็ไม่เชิงพากันเดินตามทางมาจนถึงตลาดที่ผู้คนพาเดินกันพลุกพล่านจนดูแน่นขนัดตาแต่กลับมีจวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่เยื้องออกไปจากถนนเล็กน้อย ในขณะที่ผู้คนพากันเดินวุ่นวายจับจ่ายซื้อของ คุยกันเสียงดังจ้าระหวั่นจวนแห่งนั้นกลับเงียบสงบเหมือนวัดร้างบนหุบเขายังไงยังงั้น

อิงดาวไม่รอช้ารีบสาวเท้าที่ไร้น้ำหนักของเธอไปยังจวนหลังใหญ่ทันที

อิงดาวเข้ามาในจวนได้อย่างง่ายดายตามหลังมาด้วยรักกับยมที่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับชุดที่พวกเขาใส่อยู่เล็กน้อย

"อือหือ!! นี่บ้านหรือสวนลุมพินี"

อิงดาวอุทานออกมาแล้วกวาดสายตามองดูรอบๆ จวนก็พบว่ามีกอไผ่ขึ้นอยู่มากมาย จนทั่วทั้งจวนดูเขียวชอุ่มไปหมดแต่แล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดกับไอสีขาวๆ ที่ลอยขึ้นมาจากหลังโขดหินอันใหญ่

"อย่าคะ....คิ" ยังไม่ทันที่ยมจะพูดจบอิงดาวก็ย่างสามขุมเดินไปที่หลังโขดหินเสียแล้ว

"ให้มันได้อย่างนี้สิดาว" ยมสบถขึ้นตามหลังอิงดาว

"หือ!!" อิงดาวร้องครางขึ้นอย่างประหลาดใจพร้อมกับดวงตาที่ลุกวาวเมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างกายเปลือยเปล่าท่อนบนที่แสนจะกำยำของบุรุษเข้าให้

"แม่เจ้าโว้ย!! อะไรมันจะขนาดนั้นวะ"

อิงดาวเสียงดังขึ้นมาพร้อมกับเอามือป้องปากอย่างตกใจแต่ตาของเธอก็ยังมองไปที่หน้าอกสีขาวแน่นๆ นั่นก่อนที่รัศมีการมองของสายตาจะเคลื่อนต่ำลงตามสัญชาตญาณแห่งสตรีผู้แข็งแกร่ง

"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก" อิงดาวนับก้อนกลมๆ ที่นูนขึ้นมาบนหน้าท้องของชายหนุ่มอย่างเพลิดเพลินพร้อมแสดงสีหน้าที่เปี่ยมสุขราวกับเด็กเห็นของเล่นที่ถูกใจ ก่อนที่สายตาจะหลุบต่ำลงพยายามที่จะเพ่งมองร่างกายของชายหนุ่มที่อยู่ใต้น้ำให้ได้แต่เพราะควันจากไอน้ำทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นของอิงดาวติดลบ อดที่จะเห็นของดีที่เธอหวัง

"ดาว!!" รักกับยมเรียกอิงดาวเสียงดังจนอิงดาวต้องหันไปมอง

"พี่รักพี่ยมจะเสียงดังกันทำไมเนี่ยเสียบรรยากาศดีๆ หมด" อิงดาวพูดกับรักยมก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนต่อ

รักกับยมเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้าสลดหดหู่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนกันแอบมายืนดูผู้ชายอาบน้ำแบบนี้ยกเว้นเสียจากผู้หญิงแบบอิงดาวที่ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเพียงดวงวิญญาณก็ยังไม่เลิกทิ้งนิสัยทำอะไรไม่คิดของตัวเองสักที

"อ้าว...หายไปไหนแล้ว" อิงดาวพึมพำออกมาเมื่อไม่เห็นชายหนุ่มที่เธอจ้องมองอยู่เมื่อครู่

"กริ่ง กริ่ง" เสียงกระดิ่งที่ห้อยไว้อยู่รอบๆ จวนดังขึ้น อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนน่าตกใจความหวาดกลัวค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่จิตใจอย่างห้ามไม่ได้

อิงดาวรู้สึกขนลุกซู่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแววตาซุกซนบัดนี้มีแต่ความสับสนและหวาดกลัวอยู่ในดวงตาคู่นั้นรักกับยมเองก็ไม่ต่างกัน

พรึบ!!!

เสียงเชือกสีดำเงาสามเส้นลอยมาจากทิศทางไหนก็ไม่อาจรู้ได้แต่หากดูจากทิศทางแล้วมันกำลังจะรัดเข้ากับดวงวิญญาณของทั้งสามอย่างไม่ต้องสงสัย

อิงดาวเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงผลักรักและยมให้พ้นจากรัศมีของเส้นเชือกจึงทำให้เชือกทั้งสามรัดเข้าที่ดวงวิญญาณของอิงดาวเพียงคนเดียว

"ดาว!!" รักและยมตะโกนขึ้นพร้อมกันแล้วมองมาที่อิงดาวอย่างตกใจ

"หนีไป!!" อิงดาวตะโกนบอกรักและยมแล้วพึมพำคาถาบางอย่างออกมาจนทำให้รักและยมหายไป

"แกร๊ก"

ดาบสีเงินวาววับแผ่ไอเย็นเฉียบแตะเข้าที่ลำคออันไร้ร่างของอิงดาวจนทำให้เธอเหล่ตามองคนที่กำลังใช้ดาบฟาดมาที่ลำคอของเธอในตอนนี้อย่างช่วยไม่ได้

'ฉิบหาย' อิงดาวสบถออกมาในใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่ใช้ดาบเล่มนี้ฟาดไว้ที่ลำคอของวิญญาณอันไร้ร่างของเธอ 'เป็นเขา...ผู้ชายคนนั้นคนที่อยู่ในบ่อน้ำเมื่อกี้นี้'

'เขาเป็นแบบเรา'

อิงดาวมองเข้าไปที่ดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งมันสะท้อนเงาร่างของเธอออกมา บุรุษผู้นี้เขาสามารถมองเห็นและจับต้องดวงวิญญาณได้เหมือนที่อิงดาวเป็นตอนยังมีชีวิตอยู่

"วิญญาณต่ำช้า" นั่นคือคำที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาสีขุ่นของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

อิงดาวเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็หน้าเหวอจนอ้าปากค้าง หากไม่ติดว่าถูกมัดอยู่เธอคงจะชกหน้าชายหนุ่มปากหมาตรงหน้านี้เข้าให้

"หน้าตาก็ดี หุ่นก็ดีแต่ปากหมาฉิบหาย" อิงดาวบ่นออกมาแต่ก็ต้องเสียวสันหลังวาบเมื่อชายหนุ่มกดดาบลงลึกจนเลือดไหลซิบออกมา แต่ความเจ็บปวดไม่ได้มีแค่นั้นเพราะอิงดาวรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างบอกไม่ถูกแล้วนั่นก็ทำให้อิงดาวคิดไม่ตก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มีหวังดวงวิญญาณของเธอได้กลายเป็นเถ้าถ่านแน่

"คุณชายได้โปรดใจเย็นๆ ก่อนข้ามาดีไม่ได้มาร้าย ข้าเป็นเพียงดวงวิญญาณไฉนเลยจะทำร้ายคุณชายได้ ขอให้คุณชายจงปล่อยข้าไป" อิงดาวพูดขึ้นแล้วจ้องมองไปที่ชายหนุ่มด้วยหน้าตาที่น่าสงสารแต่สายตาเจ้ากรรมของเธอดันคิดไม่ซื่อมันดื้อรั้นเหม่อมองไปยังหน้าท้องที่ดูโดดเด่นของชายหนุ่มอย่างจาบจ้วง

ชายหนุ่มเมื่อเห็นสายตาของวิญญาณผู้หญิงตรงหน้าก็มีสีหน้าที่มืดครึ้มขึ้นทันที เขาไม่เคยเห็นดวงวิญญาณดวงไหนเป็นเช่นนาง ดวงวิญญาณทุกดวงเมื่อถูกเขาจ่อดาบใส่ย่อมอกสั่นขวัญหายกันไปทุกตน 'แต่นางช่าง....ไร้ยางอายที่ยังกล้าใช้สายตาแบบนี้แทะโลมเขา วาจาพร่ำบอกว่าไม่คิดร้ายแต่สายตาของนางช่างสวนทางกันยิ่งนัก'

"วาจาของเจ้าไยข้าต้องเชื่อหากไม่คิดร้ายย่อมไม่กล้าย่างกรายเข้ามาในจวนของข้านั่นคือสิ่งที่วิญญาณทุกตนในที่นี่พึงรู้หากไม่อยากดับสูญ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นจนอิงดาวรู้สึกหนาวถึงขั้วหัวใจ

"ขะ....ข้าแค่หลงทางคุณชายโปรดอภัย ข้านั้นพึ่งจะตายได้ไม่นานเลยทำให้เกิดความสับสนระหว่างโลกของคนเป็นกับวิญญาณจึงได้เผลอตัวเข้ามาที่จวนของคุณชายแต่ข้าหาได้คิดร้ายอย่างที่คุณชายกล่าวหาไม่" อิงดาวรีบพูดออกมาอย่างยาวเหยียดถ้าเธอรู้ว่าเขามองเห็นวิญญาณได้เธอจะไม่เข้ามาที่นี่โดยเด็ดขาด

"โป้ปด!!!" ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับยกยิ้มเย็น

อิงดาวเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หน้าถอดสีเล็กน้อยแต่หัวใจที่ไม่เต้นของเธอตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว สมองของเธอพลันคำนวณสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้ถึงเธอจะเป็นวิญญาณแต่ก็ไม่อยากจะดับสลายด้วยน้ำมือของบุรุษผู้นี้

"คุณชายข้าไม่...." ยังไม่ทันที่อิงดาวจะพูดจบก็เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งดวงวิญญาณของเธอค่อยๆ จางลงเหมือนม่านหมอกแล้วถูกพายุสีขาวดูดหายวับไปในที่สุด ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่เทียนเฟยก็ยังได้ยินเสียงแว่วๆ ของหญิงสาวที่ดังออกมา

"หล่อสึสื่อแต่ปากหมาใจดำคักบักหมาเอ้ย!! (หล่อเฉยๆ แต่ปากหมาใจดำมากไอ้คนสุนัข)"

พรึบ!!!!!

หลงเทียนเฟยได้แต่ยืนมองดวงวิญญาณของหญิงสาวที่หายไป ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกแต่ข้างในกลับแฝงความเคลือบแคลงใจเอาไว้ก่อนจะมองไปที่ประตูทางเข้า

"หากเจ้าไม่ใช่ดวงวิญญาณก็ไม่ใช่คนของที่นี่ถึงได้เข้ามาในจวนของข้าได้" องค์ชายสี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

 

ความคิดเห็น