มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลูกจ้างคนใหม่1

ชื่อตอน : ลูกจ้างคนใหม่1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 497

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2563 08:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลูกจ้างคนใหม่1
แบบอักษร

“สวัสดีครับ รีสอร์ตบ้านไร่รักละมุนครับ” พบรักรับสายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ว่าเขากำลังยุ่งกับการคุมลูกน้องทำลำธารเล็กๆ ให้ไหลผ่านบ้านพักในรีสอร์ตก็ตามที 

“สวัสดีค่ะคุณพบ นี่กระติ๊บนะคะ ติ๊บเป็นน้องสาวพี่หนูพรรณที่เป็นภรรยาพี่วีค่ะ ติ๊บชื่อจริงว่าพลอยชมพู ติ๊บส่งเมลเรซูเม่ให้คุณพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าคุณพบเปิดเมลดูหรือยังคะ อ้อ! พี่วีเป็นคนฝากให้ติ๊บไปทำงานกับคุณพบ และคุณพบก็ตอบตกลงให้ติ๊บมาทำงานด้วย โดยให้เริ่มงานวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก”  

น้ำเสียงเจื้อยแจ้วกึ่งร่าเริงเกินเบอร์จากปลายสายทำให้พบรักถอนหายใจเบาๆ เขารู้ว่าเธอเป็นใครตั้งแต่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้ว แต่แม่คุณก็เอาแต่พร่ำเพ้อสาธยายถึงประวัติตัวเอง โดยไม่เว้นช่องไฟให้เขาได้พูดสักคำ 

“พี่หนูพรรณที่เป็นภรรยาพี่วีเป็นลูกสาวลุงนนท์ไร่ภูอิงฟ้า เป็นน้องสาวพี่เพลิงค่ะ อ้อ! ไร่ภูอิงฟ้าอยู่จังหวัดเดียวกับรีสอร์ตของคุณด้วยนะคะ ทีนี้คุณพบพอจะนึกออกแล้วใช่ไหมคะว่าติ๊บเป็นใคร”  

พบรักถอนหายใจเบาๆ ถ้าแม่คุณจะเงียบ และรู้จักฟังคนอื่นซะบ้าง ก็คงไม่จำเป็นต้องร่ายชื่อญาติคนโน้นคนนี้ให้เขาฟังหรอกนะ 

“อืม” พบรักรับคำสั้นๆ ชอบพูดเป็นนกแก้วนกขุนทองนักเขาก็จะรอฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ แต่ถ้าให้เดา เขาคิดว่าเธอคงจะโทรมายกเลิกไม่มาทำงานแล้วแน่ๆ เธอเป็นคุณหนูลูกคนรวย ถูกเอาใจมาแต่เด็ก อยากได้อะไรก็คงได้ดั่งใจไปทุกสิ่ง มีหรือที่คนแบบนี้จะยอมมาทำงานลำบากตรากตรำ ยอมเป็นลูกน้องรับคำสั่งจากคนอื่น 

“ดีใจจัง คุณพบจำติ๊บได้แล้ว” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงแสนยินดีปรีดา ก็จะไม่ให้เธอดีใจได้อย่างไรในเมื่อ... 

“คุณพบคะ ติ๊บสงสัยว่าติ๊บน่าจะนั่งรถสองแถวเลยป้ายค่ะ”  

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก 

“คุณขับรถหลงทางหรือ” เพราะไม่คิดว่าลูกคุณหนูอย่างเธอจะนั่งรถประจำทางมา เขาคิดว่าเธอคงพูดผิด 

“ไม่ใช่ค่ะ ติ๊บนั่งรถทัวร์มาลงที่บขส.แล้วต่อรถสองแถว แต่เอ่อ...ระหว่างทางติ๊บเผลอหลับไปแป๊บนึง พอตื่นขึ้นมารถสองแถวก็เลยมาจนสุดสายแล้วค่ะ แล้วทีนี้คนขับรถบอกว่าเที่ยวรถหมดแล้วค่ะ ติ๊บว่าจะเหมารถคันที่นั่งมาให้กลับไปส่งที่รีสอร์ต แต่คุณลุงคนขับรถบอกว่าวันนี้แกมีนัดกับแฟน แกเลยไม่รับงานแล้วค่ะ”  

พลอยชมพูใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ หญิงสาวรู้ว่าตัวเองผิดที่ดันเผลอหลับจนนั่งรถเลยป้าย ก็คนมันง่วงนี่นา นั่งรถมาตั้งไกล ร่างกายเลยโหยหาการพักผ่อน มันชัตดาวน์ตัวเองโดยไม่ปรึกษาเธอสักคำ 

“แล้วไง” พบรักพ่นลมหายใจออกมาไม่เบานัก เขาเจตนาให้ปลายสายได้ยิน 

พลอยชมพูหดคอทำหน้าเหยเกคล้ายจะร้องไห้ 

“เอ่อ...คุณพบช่วยส่งคนมารับติ๊บได้ไหมคะ” เสียงบอกไม่มั่นใจเอาเสียเลย มาวันแรกเธอก็ก่อเรื่องให้เขาต้องยุ่งยากแล้ว 

“ธุระของผมเหรอ”  

พลอยชมพูแทบจะปล่อยโฮออกมาเมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายจ้างตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาต้องเป็นนายจ้างที่เฮี้ยบมากๆ เขาต้องใจร้ายแค่ไหนกันถึงกล้าตอบกลับมาแบบนั้น เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักๆ นะ การเป็นนายจ้างควรมีใจเมตตาต่อลูกจ้างสิ เธอไม่ได้ตั้งใจนั่งรถจนเลยป้ายแบบนี้ซะหน่อย มันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาควรจะเข้าอกเข้าใจ ไม่ใช่ถามกลับมาแบบนี้ คนอะไรใจจืดใจดำที่สุด 

พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ เรียกกำลังใจให้ตัวเอง สวรรค์คงต้องการทดสอบว่าเธอจะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ได้ไหม ถ้าเธอยอมแพ้กดวางสายไป แล้วเปลี่ยนไปโทรหาพี่ชาย เชื่อแน่ว่าพี่กระต่ายน้อยของเธอคงส่งคนมารับเธอทันที หรือหากโทรหาบิดา ท่านคงส่งเฮลิคอปเตอร์มารับเธอเลยด้วยซ้ำ แต่คนอย่างพลอยชมพูไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอก 

“ใช่ค่ะ” คราวนี้หญิงสาวตอบเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง และรีบชิงพูดก่อนที่อีกฝ่ายว่า 

“ติ๊บเป็นลูกจ้างของคุณ เป็นหน้าที่ของคุณนะคะที่ต้องดูแลสวัสดิภาพของลูกจ้าง แล้วตอนนี้มันก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย ถ้าคุณพบไม่ส่งคนมารับติ๊บ หากเกิดเหตุมิดีมิร้ายขึ้นกับติ๊บ ใครๆ เขาก็อาจจะตราหน้าเอาได้ว่าคุณพบเป็นนายจ้างที่ไร้ความเมตตา ปล่อยให้ลูกจ้างได้รับอันตราย ทั้งที่ตัวเองสามารถให้ความช่วยเหลือได้แต่กลับไม่ทำ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะส่งผลต่อชื่อเสียงรีสอร์ตของคุณด้วยนะคะ”  

คราวนี้พบรักพ่นลมหายใจออกมาสุดแรง ยายเด็กฝากคนนี้ชักจะปากเก่งเกินไปแล้ว นี่เธอกล้าเอาเรื่องไร้สาระมาขู่เขาเหรอ ตัวเองผิดพลาดเองยังมีหน้ามาเถียงข้างๆ คูๆ จะให้เขารับผิดชอบอีก มันน่าจับมาตีก้นนัก 

“ก็แล้วแต่ใครจะคิดยังไง เพราะผมคงห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้หรอก แต่ก่อนจะถามหาความรับผิดชอบจากใคร คิดไตร่ตรองดีแล้วใช่ไหมว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของคนอื่น ไม่ใช่เพราะตัวเอง”  

“เอ่อ...”  

“ถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมาทำงานที่นี่ก็กลับไปซะ วางสายจากผมแล้วโทรหาผู้ปกครองของคุณให้มารับเถอะ ผมไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาพูดคุยเรื่องไร้สาระหรอกนะ”  

“ติ๊บอายุยี่สิบสี่แล้วค่ะ บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครอง” พลอยชมพูโกรธที่เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นเด็กเล็ก แต่ขณะเดียวกันหญิงสาวก็รู้อยู่แก่ใจว่า เหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่คนที่เป็นฝ่ายผิดก็คือเธอเอง 

“โตแล้วนี่ งั้นก็คงหาทางกลับบ้านเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร” น้ำเสียงราบเรียบกึ่งเยาะเย้ยของพบรักทำให้คนใจคอไม่ดีเม้มปากแน่น แม้จะโกรธจนควันออกหูที่เขาเหน็บแนมเรื่องผู้ปกครอง ทว่าพลอยชมพูก็พยายามข่มกลั้นความโกรธนั้นไว้ บอกตัวเองว่าต้องตั้งสติ ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ให้ได้ 

“ติ๊บทราบดีค่ะว่าติ๊บเป็นคนผิดเองที่เผลอหลับบนรถจนเลยป้าย ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วติ๊บก็พยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น”  

“โดยการขู่ให้ผมส่งคนไปรับ”  

“ติ๊บไม่ได้ขู่” อีตาบ้า คนเขาไม่ได้ขู่สักหน่อย ก็แค่อธิบายเหตุและผลให้ฟังเท่านั้นเอง 

“แล้วตกลงจะเอายังไง ผมเสียเวลากับคุณหลายนาทีแล้วนะ”  

พลอยชมพูกัดริมฝีปากแน่น หายใจเข้าออกช้าๆ เตือนตัวเองว่าต้องใจเย็นๆ เพราะตอนนี้เธอต้องง้อเขา เธอยังไม่อยากกลับบ้านทั้งที่เพิ่งออกมาไม่ทันข้ามวันหรอกนะ แบบนี้ใครๆ ก็ต้องหาว่าเธอเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแน่ๆ  

“คุณพบช่วยส่งคนมารับติ๊บได้ไหมคะ ติ๊บจะจ่ายค่าน้ำมัน ค่าคนขับ และค่าสึกหรอรถให้เองค่ะ”  

น้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนอยู่ในทีทำให้พบรักยิ้มมุมปาก พูดดีๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกเขาก็ส่งคนไปรับแล้ว นี่เล่นขู่ฟ่อๆ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิด ใครเขาจะอยากให้ความช่วยเหลือกัน 

“รออยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวให้คนไปรับ”  

รอยยิ้มสดใสกระจ่างเต็มดวงหน้าน่ารัก พลอยชมพูรีบกล่าวขอบคุณแล้วหอบกระเป๋าเป้ใบโตไปนั่งรอในเพิงพักผู้โดยสารเล็กๆ ที่อยู่ติดริมถนน หญิงสาวกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง เธอคาดเดาเอาว่าเขาคงส่งคนมารับเธอก่อนมืดค่ำ ซึ่งคงอีกไม่เกินสามสิบนาทีก็น่าจะถึง ทว่าสิ่งที่เธอคิดมันผิดมหันต์ 

พลอยชมพูนั่งรอจนถึงสองทุ่มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีรถมารับ หญิงสาวเริ่มกระวนกระวาย มองซ้ายขวาด้วยความระแวง แสงไฟนีออนหลอดเดียวภายในเพิงพักที่ติดๆ ดับๆ ยิ่งทำให้เธอขวัญผวา ผู้คนเริ่มบางตาจนแทบไม่เหลือใคร แม่ค้าแม่ขายเข็นรถกลับบ้านไปจนหมดแล้ว ตึกแถวขนาดสี่คูหาที่มีร้านขายของชำเล็กๆ เพียงร้านเดียวก็เลื่อนประตูเหล็กปิดหนีเธอไปแล้วด้วย 

มือเรียวสวยล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าถือ พลอยชมพูตัดสินใจโทรหาพบรักอีกครั้ง เธอไม่ได้คิดจะเร่งเขา แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ลืมที่รับปากเธอไว้ว่าจะส่งคนมารับเธอที่นี่ หญิงสาวโทรหาเขาถึงสามครั้ง ทว่าคนที่เธอโทรหากลับไม่ยอมรับสาย ใบหน้าน่ารักเริ่มฉายแววกังวลชัดเจนขึ้น 

ขณะที่หญิงสาวนั่งรอนายจ้างส่งคนมารับอยู่ด้วยความเป็นกังวลอยู่นั้น ก็มีจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงแต่งท่อให้มีเสียงดังเกินที่กฎหมายกำหนดแล่นผ่านเพิงพักผู้โดยสารไปอย่างรวดเร็ว แต่เพียงครู่เดียวมันก็วกกลับมาจอดตรงหน้าเธอ 

สัญชาตญาณระวังภัยทำให้พลอยชมพูกอดกระเป๋าเป้ใบใหญ่แนบอกแล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที 

“จะไปไหนหรือน้องสาว ให้พี่ไปส่งไหม” พวกมันมากันสองคน ไอ้คนขับเป็นคนถามพร้อมกับกวาดสายตามองเธออย่างไร้มารยาท พลอยชมพูไม่พูดกับมัน หญิงสาวเดินไปนั่งให้ห่างจากตรงที่พวกมันจอดรถอยู่ 

“แน่ะ! มีหยิ่ง พูดด้วยก็ไม่ยอมพูด” ไอ้คนขับรถพูดจบก็เร่งเครื่องรถจนเกิดเสียงดังลั่น ควันสีขาวพวยพุ่งเป็นทางยาว 

“รถพี่แรงนะน้อง ให้พี่ไปส่งเถอะ เฮ้ย! มึงลงไปรับน้องเขามานั่งรถกับเราสิ”  

พลอยชมพูลุกขึ้นยืนและรีบถอยหลังหนีทันที เมื่อไอ้คนที่นั่งซ้อนท้ายลงจากรถแล้วเดินเข้ามาหา ด้วยความตกใจและเร่งรีบทำให้เธอสะดุดขาตัวเอง และกำลังจะหงายหลังล้มลงอยู่แล้ว หากไม่ได้ร่างสูงเข้ามายืนซ้อนหลัง และโอบประคองเธอไว้เสียก่อน แต่ด้วยความตื่นตระหนกกับการถูกคุกคามอยู่ทำให้พลอยชมพูรีบสะบัดตัวออกจากวงแขนที่โอบรัดไว้หลวมๆ หญิงสาวทิ้งกระเป๋าลงพื้นแล้วหันกลับไปตบหน้าคนที่เธอคิดว่าเป็นพวกเดียวกับสองคนนั้นสุดแรง 

 

ใบหน้าคมเข้มหันไปตามแรงตบ พบรักรู้สึกชาไปทั้งแก้มซีกซ้าย ชายหนุ่มหันกลับมามองมือตบด้วยสายตาดุเอาเรื่อง 

****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ 

ความคิดเห็น