empty love
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 38 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

ชื่อตอน : CHAPTER 38 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2563 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 38 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

38

 

 

คฤหาสน์วายุ

ฟุบ

“ขอบคุณนะคะคุณไวน์”

หลังจากที่เดินลงมาจากรถ ฉันก็โค้งขอบคุณ คุณไวน์ทันทีที่พาฉันนั่งรถเล่นเพลินจนลืมความกังวลที่สุมในอกจนหมดสิ้นอย่างน่าประหลาดใจ

หรืออาจเป็นเพราะว่าการนั่งรถเล่นแบบนี้ มันจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นกันนะ แม้ว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านมาในห้องโดยสารฉันจะมีคุณไวน์ที่เป็นคนขับรถให้นั่งเป็นเพื่อนอยู่ก็ตามทีเถอะ

“ครับ.....ดูเหมือนว่านายจะนั่งรอคุณขวัญข้าวด้วยนะครับ”

ฉันลากสายตามองตามคุณไวน์ที่พยักเพยิดให้ไปมองด้านหลังที่มีชายคนหนึ่งนั่งหลับตาพริ้มพิงสิงห์ปูนตัวโตอยู่ตรงราวบันไดหน้าประตูทางเข้าไปภายในบ้าน ในมือหนาก็ถือหนังสือเล่มเล็กที่เปิดกางอยู่ ฉันอมยิ้มบางๆมองร่างสูงในที่ไกลจากตรงนี้ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะลากสายตามองมายังคุณไวน์ที่ยิ้มบางๆคล้ายกับล้อเลียนฉันนัยที

“งั้นผมขอตัวนะครับ”

“ค่ะ”

ฉันโค้งให้คุณไวน์อย่างนอบน้อม ก่อนที่เขาจะวิ่งอ้อมไปสตาร์ทรถและขับออกไปเพื่อที่จะเอาไปเก็บเข้าโรงจอดรถดังเดิม มองความเป็นไปรอบตัวครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินอย่างเงียบเชียบที่สุดเข้าไปใกล้ๆร่างสูงที่นอนพิงสิงห์หลับตาพริ้มตรงหน้า

ฉันยืนกอดอกกวาดตามองใบหน้าคมคายไร้ที่ติของวายุด้วยรอยยิ้มบางๆ มองเขานิ่งอย่างนั้นในระยะห่างเพียงแค่ขั้นบันไดด้วยหัวใจที่พองโต ยอมรับว่ากว่าจะกลับมายืนอยู่ตรงนี้ก็ปาไปเที่ยงคืนครึ่ง และสาบานได้ว่าตั้งแต่เลิกเรียนจนถึงเวลานี้ ฉันบอกให้คุณไวน์พานั่งรถเล่นอย่างเดียว

อ้อ ฉันมีไปทำบุญถวายดอกไม้แถววัดพระแก้ว เพราะในใจไม่คิดแผนการนั่งรถเล่นไว้ในหัว ไม่มีตารางกลับเลยคิดชิลได้ แต่เหมือนกับว่าวันนี้ความคิดนั้นของฉันเหมือนดูจะผิดไป....เมื่อครั้นเมื่อลงมาจากรถแล้วมาเจอแฟนตัวเองนั่งตบยุงรออยู่หน้าบ้านนี่แหละ.....

เพราะตัวเองไม่ใช่สายเที่ยว ตารางเวลากลับบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่เคยจะถึงพระอาทิตย์ตกดินด้วยซ้ำไป

ส่วนวายุ เขาจะกลับมาหาฉันตอนเย็น มากินข้าว มานั่งเล่นเป็นเพื่อน ก่อนจะกลับไปทำงานต่อจนถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ซึ่งทุกวันส่วนใหญ่ฉันจะนั่งรอโถงด้านล่างเป็นประจำ และหลับเป็นประจำเหมือนกันคล้ายโดนยาสลบ แถมไม่รู้ว่าวายุอุ้มฉันเข้ามาในห้องตอนไหนด้วย

แต่ว่าวันนี้เหมือนเรากำลังสลับหน้าที่กันแห๊ะ ซึ่งฉันไม่ชิน.....

วายุไม่เคยมานั่งนอฉันแบบนี้ตั้งแต่จำความได้ไม่มีเลยสักครั้ง ครั้งนี้ครั้งแรกที่ออกมานั่งรอกันหน้าบ้านพร้อมกับชุดนอนลายทางสีเทา

ฉันยิ้มให้กับใบหน้าหมั่นเขี้ยวของเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปดึงหนังสือเรื่องหุ้นเล่มเล็กมาถือไว้ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา หน้าจอกดล๊อคอัตโนมัติทันทีที่สแกนหน้าฉันเจอ

สิ่งที่น่าตกใจคือหลังจากโทรศัพท์ปลดล็อกแล้ว หน้าจอปรากฏแอพพลิเคชันไอจีหน้าแอคเค้าท์ของฉัน รูปที่มันค้างอยู่หน้าจอนั้นก็คือรูปล่าสุดที่ฉันโพสต์ลงไป

วันนี้เราไม่ได้คุยกันหลังลงจากรถวายุในตอนเช้า ทั้งแชทไลน์หรือในสายโทรออก ไม่ได้คุยกันรู้สึกจนอึดอัดทุกทีเมื่อนึกถึง เพราะปกติวายุจะเป็นฝ่ายทักมาทุกเวลาถ้าเขาว่าง ครั้นจะทักไปแต่กลัวเขามีประชุมและเสียสมาธิ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คุย.....แต่เขาก็ยังระลึกถึงและให้ความสําคัญ

ริมฝีปากหยักยิ้มบางๆ ก่อนที่จะกดปิดเพลง ดึงสโมทอล์คของเขาออกมาถือไว้ข้างเดียวกัน ก่อนที่จะกดจมูกลงกับข้างแก้มสากของคนนอนหลับตาปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวในขณะนี้

จุ๊บ

“หึ”

เสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงหน้า ทำเอาฉันชะงักไป ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าตัวเองออกจากแก้มสากเบาๆพยายามปรับใบหน้าที่พยายามจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ที่สุด เมื่อเปลือกตาคมกริบของวายุลืมขึ้นมากวาดมองทั่วใบหน้าฉันด้วยสายตาร้อนๆแปลกๆ

“คือ....ข้าวไปนั่งรถเล่นมา”

เมื่อเห็นวายุเอาแต่มองฉันก็ย่นคอก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองคล้ายกับเด็กกำลังเตียมโดนพ่อดุ

“อืม”

ลำคอแกร่งครางตอบแค่นั้นคล้ายกับว่าเขารับรู้ดี แต่ก็ไม่พูดอะไรกลับมาอีกจนฉันนึกใจหายลึกๆ

ฟอด

จุ๊บ

ในเมื่อทำอะไรไม่ถูกในตอนนี้ฉันจึงเดินก้าวขึ้นบันไดไปหาเขา ก่อนจะโน้มลงไปหอมแก้มและจุมพิตกลีบปากบางของวายุหนักๆหนึ่งที ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มองฉันนิ่งอย่างนั้นไม่เคลื่อนสายตาไปไหน

นั่นทำให้ฉันใจเริ่มวูบไหวกับท่าทางนิ่งๆของเขา ในใจทบทวนหาความผิดตัวเองไปด้วย

“วายุ...”

ฟุบ

ยังไม่ทันที่จะพูดหรือทำอะไรอีก จู่ๆวายุก็ดึงฉันไปกอด ใบหน้าฉันฝังจมแผงอกแกร่ง พร้อมกับท่อนแขนที่โอบกระชับทั้งช่วงเอวคอดและแผ่นหลังของฉันแน่น จนร่างกายส่วนหน้าแนบชิดสนิดกับร่างกายของเขา แม้จะมีเครื่องนุ่งห่มกั้นขวางเอาไว้

“คิดถึงเธอว่ะ...”

และคำที่ไม่คิดว่าเขาจะพูดตอนนี้ก็ดังออกมาจากริมฝีปากสีไวน์ของวายุที่พูดกระซิบข้างหูก่อนจะกดริมฝีปากลงกบขมับของฉันหนักๆหนึ่งที จากนั้นก็ฝังหน้าลงไปคลอเคลียกับซอกคอของฉัน ขบเม้มเบาๆเหมือนที่เขาชอบทำ ฉันนิ่งรับการกระทำของเขาจนวายุพอใจในการสร้างร่องรอยบนร่างกายของฉัน เราไม่ได้คุยอะไรต่อหลังจากนั้น มีเพียงลมหายใจร้อนรินรดซอกคอที่ฉันสัมผัสได้ในขณะนี้

ฟุบ

กดจมูกลงข้างแก้มฉันหนึ่งทีหลังจากเงียบกันไปครู่หนึ่ง วายุว่งคางแหลมลงบนไหล่ของฉัน ทำให้เสี้ยวหน้าคมคายของเขาในขณะนี้ห่างจากเสี้ยวหน้าฉันแค่คืบเพียงเท่านั้น

“แค่ไม่กี่ชั่วโมง...เธอทำให้ฉันอยากลงแดงตายได้ทุกวินาที....ยัยแม่มด-*-”

ฉันอมยิ้มกับใบหน้าบูดๆเบะปากมองฉันพอให้รู้ว่างอน และก็รู้ด้วยว่าเขากำลังหงุดหงิดฉันด้วยเรื่องบางอย่าง

“แล้ว....กินข้าวเย็นรึยังคะ”

ทุกคนฟังไม่ผิดหรอก.....เรื่องบางอย่างที่ว่าน่ะ ก็แค่ถามเรื่องข้าวเย็นที่หวังว่าเขาจะทานมาเรียบร้อยแล้วและพร้อมนอนด้วยกัน

ฟึบ ฟึบ

(-^- )( -^-)

แต่ผิดคาด....

เมื่อวายุกอดอกส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กเบ๊ะปากมองฉันราวกับเด็กสามขวบกำลังงอน

บ้าจริง.....ตอนนี้เขายังไม่ได้กินอะไรเลยงั้นเหรอ

 

 

 

 

55%

 

 

 

ด้วยความที่วายุเป็นคนทานยาก เลือกมากกับอาหารการกินและคนทำ จึงเป็นเหตุให้เที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง ฉันต้องมาเข้าครัวทำอาหารสองสามอย่างให้เขากินแบบนี้

แกร่ง แกร่ง

ฉันนั่งเท้าคางมองวายุที่โซ้ยผัดวุ้นเส้นอย่างเอร็ดอร่อยตรงหน้าด้วยแววตาที่หลากหลายอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก แต่สิ่งที่ฉันเห็นคนตรงหน้าตอนนี้คือภาพวาโยซ้อนทับเขาอยู่

สองคนพ่อลูกคู่นี้กินยากพอกัน เมนูอาหารที่เลือกแคบมากข้อจำกัดเยอะ แม้แต่คนทำอาหารให้ผิดแปลกรสมือไปก็ท้องเสียไปซะทุกครั้ง วาโยทานทุกอย่างได้หมดยกเว้นผักกลิ่นฉุน

ส่วนวายุน่ะเหรอ.....อาหารที่เขาสามารถทานได้ค่อนข้างจำกัดหลายอย่างหรือเรียกว่ามีส่วนน้อยดีกว่าที่เขาจะกินได้ แต่ที่แน่ๆเขาไม่ชอบผัก และคนทำอาหารก็มีอยู่ไม่กี่คนที่เขาจะพอฝากท้องได้ ซึ่งนั่นก็คุณแม่ของเขาที่เสียไปแล้ว และฉัน ที่ผ่านมาตอนฉันไม่อยู่ ก็เห็นจะมีแต่เชฟประจำตัวเขานั่นแหละที่เป็นคนทำอาหารให้ทุกมื้อในแต่ละวัน ซึ่งพ่อครัวคนนี้ฉันเห็นมาตั้งแต่จำความได้ ตอนนี้ค่อนข้างเข้าสู่วัยสูงอายุ และไม่นานมานี้วายุก็ให้เงินเขาก้อนหนึ่งให้เขาได้ไปใช้บั้นปลายชีวิตกับภรรยา

ฟุบ

“ไอ้คลีน....เป็นคนปล่อย”

มือใหญ่ที่ประดับไปด้วยแหวนลากมาทามทับกับมือของฉัน คำพูดของเขาทำเอาหัวคิ้วขมวดทันที ก่อนที่สักพักคิ้วที่ขมวดจะคลายออกจากกัน ก่อนที่ฉันจะพยักหน้ารับเบาๆอย่างเข้าใจ

“ไม่ซีเรียส?”

“จะซีเรียสทำไมคะ...ยังไงเรื่องเราก็ปิดใครไม่มิดอยู่ดี”

วายุไม่พูดอะไรเพียงแต่กุมมือฉันไว้ มืออีกข้างก็ตักข้าวกิน สายตาคมกริบเอาแต่มองฉันพร้อมทั้งเหลือบมองชามข้าวไปด้วยเป็นระยะๆ

“....พรุ่งนี้จะไปคุยกับยัยกอหญ้า”

ระหว่างที่ฉันกำลังล้างจาน หลังที่วายุทานข้าวเสร็จแล้ว ขณะนี้เขาก็มายืนพิงอ่างเฝ้าฉันอยู่ใกล้ๆ เขาก็พูดประโยคนี้ขึ้น ทำเอามือที่กำลังขัดจานอยู่ชะงักงัน แต่กระนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรเขาไป เพียงแต่เรียกสติแค่เสี้ยววินาทีกลับมาทำหน้าที่ตัวเองต่อ ส่วนวายุพอพูดเสร็จก็เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ขึ้นมาแกะดื่มด้วยมือข้างเดียว

ฟอดดด จุ๊บ

เขาเดินเอื่อยๆหอมแก้มฉันหนึ่งฟอด พร้อมกับจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากฉันหนักๆหนึ่งที

“อาบน้ำนะ”

พอฉันพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม วายุก็ยีผมฉันเบาๆครู่หนึ่งและเดินเอื่อยๆออกจากห้องครัวไป

แกร่ก

เมื่อครั้นคล้อยหลังวายุ มือที่ล้างจานอยู่ก็หยุดชะงัก ใจที่เต้นปกติก็กลับกลายเป็นเต้นระรัว อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ได้เช่นกัน จมอยู่กับความคิดเทาๆของตัวเองชั่วครู่ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปล้างจานของตัวเองต่อไป

แกร้ก แกร้ก

 

ฟุบ

แขนของฉันตวัดกอดเอวสอบของวายุที่ขณะนี้ได้ใส่ชุดนอนสีดำเข้มกำลังนอนตะแคงเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่ ใบหน้าของฉันซบลงกับลาดหลังแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามริมฝีปากจุมพิตแผ่นหลังแกร่งเบาๆผ่านเนื้อผ้าลื่นที่ร่างสูงสวมใส่อยู่ในขณะนี้ ก่อนที่จะพิงหน้าผากลงบนแผ่นหลังกว้างด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

“อาบเสร็จแล้ว?”

“อืม”

วายุพูดประโยคสั้นๆพร้อมกับเหลือบมองฉันนิดหน่อย พอฉันครางตอบรับเสียงเบาหวิว เขาก็หันไปสนใจเกมในโทรศัพท์มือถือของเขาต่อ

“พี่จะไปจริงเหรอ....”

เวลาผ่านไปพักใหญ่ ฉันก็ถามในสิ่งที่ใจตัวเองคิดออกมา เป็นผลทำให้วายุที่เล่นเกมอยู่ชะงักไป ก่อนจะหยุดเล่นเกมและหันมาโอบเอวฉันเข้าหาร่างแกร่งด้วยใบหน้าสบายๆเจือด้วยรอยยิ้มบางๆเชิงขำขันส่งมาให้ฉัน

“อะไร....คือจริงจัง?”

คิ้วเข้มเลิกขึ้น พร้อมกับมือแกร่งที่ยกขึ้นมาลูบศรีษะฉันเบาๆเชิงหยอกล้อขำขันด้วยใบหน้านิ่งๆ ฉันไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เขยิบเข้าไปวาดแขนกอดวายุแน่น เอาหน้าฝังลงกับอกแกร่งของเขา ส่วนเขาพอเห็นฉันเป็นแบบนั้นก็กอดฉันตอบพร้อมกับวางปลายคางลงบนกลางศรีษะฉัน

“อืม....ไป”

วายุกดจมูกลงบนขมับฉันหนักๆ ก่อนจะพูดต่อประโยคข้างต้น

“....เป็นแขก....”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองวายุ ก่อนที่จะหลุบตามองลงมาสบตากับฉัน มองกันพักหนึ่งก่อนที่ริมฝีปากสีไวน์จะคลี่ยิ้มออกมา

“คิดอะไรอยู่...หืม”

“....เปล่า....แค่คิดเล่นๆว่าถ้าพี่แต่งงานกับพี่กอขึ้นมาจริงๆ.....”

“ไม่มีวัน-_____-”

“.....”

“จะแต่งทำไมยุ่งยากซับซ้อน....”

ฉันพยักหน้าเอื่อยๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง

“หึง?”

“อืม”

ตอบรับสั้นๆก่อนจะมุดหน้าหนีสายตาคมกริบที่มองฉันขณะนี้ตาเป็นประกาย

“หึ”

ร่างหนาไม่ได้พูดอะไรมากเพียงแต่หัวเราะเชิงขำขันเขากอดฉันตอบพร้อมกับโยกกายไปมาคล้ายกำลังกล่อมฉันให้นอนหลับพักหนึ่ง ก่อนที่มือแกร่งจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นต่อ

“....ข้าว....”

“หืม”

ครั้นกำลังจะเคลิ้มหลับ วายุก็เรียกฉันไว้ก่อนที่จะเอาโทรศัพท์มาจ่อใกล้ๆฉัน หน้าจอปรากฏเป็นหน้าแอพพลิเคชั่นไอจี ที่หน้าฟีตข่าวปรากฏเป็นรูปภาพล่าสุดของฉัน

“คนสมัยนี้....ทำไมถึงฮิตโปรแกรมนี้?”

ฉันเหลือบตาขึ้นไปมองวายุที่ขมุ้นคิ้วจ้องหน้าจอโทรศัพท์ ตาคมกริบกวาดมองครู่หนึ่งก่อนจะหลุบตามองฉัน

“เธอด้วย...”

“ข้าวไม่ได้ฮิตนะ”

ฉันเถียงเขา ส่วนวายุก็ถึงกับลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิเลิกคิ้วมองฉันคล้ายกับกำลังเถียงทางสายตา

“หลักฐานมั้ย-_-?”

เขาพูดก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ของตัวเองลงบนเตียงข้างกายเขาเบาๆ

“เธอตัดเวลาครึ่งชั่วโมงของฉันไปให้มันไง-_-^^”

ฉันหลุดสะอึกไปชั่วขณะกับคำพูด สีหน้า ท่าทางที่จริงจังของเขาก่อนที่จะหลุดหัวเราะเบาๆออกมา

“....ตอนนั้นพี่อาบน้ำ”

“ตอนกินข้าวเมื่อวานเธอก็ไม่คุยกับฉัน....เพราะมัน”

“นี่เป็นเหตุผลที่พี่เปิดไอจีใหม่เหรอ”

“ฉันไม่เคยเล่นมันเป็น-_-....จะมีมันก่อนได้ไง”

วายุเถียง....หืม แต่เขาเคยมีนะ....

จะไม่อะไรเลยถ้าตอนนั้นฉันแอบตามอยู่ ก่อนจะปิดไป....

“แต่”

“เธอโดนไอ้เหี้ยดอมหลอกแล้วว่ะ”

วายุมองฉันครู่หนึ่งก่อนที่จะคว้าโทรศัพท์ของตัวเองที่ถูกเจ้าตัวโยนไปเมื่อครู่ขึ้นมา

“ควรคุยกับมัน”

ฉันกะจะร้องห้ามวายุที่ดูตอนนี้เขาเคร่งเครียดยิ่งกว่าหุ้นตกเสียอีก.....ถ้าไม่ติดที่ว่า

“อะไร....”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ พึมพำกับโทรศัพท์สั้นๆ ตาคมกริบเหลือบมองฉันครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองโทรศัพท์ตัวเองต่อ

ซึ่งพอเห็นวายุทำหน้างงมองโทรศัพท์ ฉันก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิมองเขาเงียบๆ แม้อยากจะชะโงกเข้าไปดู แต่พึงระลึกเสมอว่าโทรศัพท์เป็นของส่วนตัวของเขา...

ฉันค่อนข้างเคารพความเป็นส่วนตัวของเขามากนะ โดยเฉพาะโทรศัพท์หากเขาอนุญาตนู่นถึงจะยืมไปเล่นนั่นนี่แทน

“ทำไมหน้าจอมีแต่ตัวหนังสือยั้วเยี้ย”

วายุเริ่มบ่นอย่างสงสัย แต่ยังคงหรี่ตามองโทรศัพท์ตัวเองอยู่คล้ายกับไม่เข้าใจ

ฉันที่พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็เอื้อมมือไปกดปิดไลฟ์ในแอพพลิเคชันนั้นให้โดยที่วายุไม่ต้องร้องขอ....

ส่วนขอความช่วยเหลือ....เขาเหมือนจะขอแล้ว

“หน้าจอเด้งว่าฉันเป็นผัว?”

ฉันเหลือบตามองวายุที่บัดนี้ก้มลงมองโทรศัพท์ด้วยความสงสัยไม่หาย

“โคตรมั่ว-__-^...โทรศัพท์เหี้ยอะไร-*-”

เหมือนวายุยังบ่นกับโทรศัพท์ไม่หาย ส่วนฉันก็หลุดขำออกมาเบาๆพร้อมกับกยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดเช็คข่าวในทวิตเตอร์บ้าง

เชื่อว่าเมื่อครู่ต้องมีคนพูดถึงวายุเยอะแน่ๆ

และก็ใช่....แฮชแท๊กเขาตอนนี้ขึ้นเป็นอันดับสองของบอร์ดทั้วโลกแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ

และรูปภาพเขาในชุดนอนตอนนี้เริ่มเป็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์

บ้าไปแล้ว....

 

 

WAYU

 

 

 

 

 

 

 

 

 

To be continued.

 

 

 

ความคิดเห็น