หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 37 เตรียมจากไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 เตรียมจากไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2563 15:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 เตรียมจากไป
แบบอักษร

 

ในเวลาเดียวกันถังเฉียนซึ่งเพิ่งเข้ามาในห้องก็แข้งขาอ่อนทรุดนั่งลงบนพื้น เถิงเฟิงลงมาจากฟ้าอีกครั้ง ราวกับว่าเขาสามารถเข้าออกห้องนี้ได้อย่างล่องหน 

“อาหรูน่า ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่” 

ถังเฉียนคาดไม่ถึงว่าเสี่ยวจินจะมีพลังในการเข่นฆ่ารุนแรงเช่นนี้ แม้ว่านางจะโกรธแค้นมากแต่ก็ไม่เคยคิดฆ่าใครอย่างแน่นอน นางก็แค่ตะโกนเสียงดังอย่างหมอผี แต่ชีวิตคนเป็นๆ เหล่านั้นกลับต้องจบสิ้นลงเบื้องหน้านาง 

“ข้าฆ่าคนแล้ว...เถิงเฟิง ข้าฆ่าคนแล้ว...” 

“จุ๊...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก ไม่ใช่ความผิดเจ้า...” 

ถังเฉียนถอดหน้ากากออก น้ำตานองหน้า สีหน้าตื่นกลัว นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าแค่ความคิดเพียงชั่วครู่หรือเพียงความตั้งใจหนึ่งของตัวเองจะมีพลังอำนาจเช่นนี้ นางไม่รู้ว่าเสี่ยวจินสามารถสังหารคนได้จริง ทั้งยังลงมืออย่างเฉียบขาดและอำมหิต 

“ไม่ต้องกลัว พวกนางหาเรื่องเจ้าก่อน จำไว้ ที่นี่คนอ่อนแอตกเป็นเหยื่อของคนที่เข้มแข็งกว่า ถ้าเจ้าอ่อนแอก็มีแต่ตายกับตาย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า” 

เมื่อถังเฉียนอยู่ในอ้อมกอดของเถิงเฟิง นางก็ไม่เคยถือตัว นางกุมมือเขาไว้แน่น น้ำตาเปียกชุ่มชุดแดงของเถิงเฟิง ทิ้งคราบไว้ราวกับน้ำตาสีเลือด 

ร่างถังเฉียนสั่นระริก จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าจวนอ๋องแห่งนี้ไม่ได้ดีอย่างที่นางคิด ที่นี่น่ากลัวมาก หากเผลอเมื่อไรตัวตนของนางจะถูกเปิดเผย หากไม่ใช่คนอื่นที่ตายก็คงเป็นนางเองที่ต้องตาย 

การเป็นฝ่ายตั้งรับเช่นนี้ทำให้ถังเฉียนรู้สึกราวกับจะแตกสลาย 

ถังเฉียนตัวสั่น ร่ำไห้อยู่ในอ้อมกอดเถิงเฟิง แต่ไม่อาจให้คนข้างนอกได้ยินเสียงนางร้องไห้ นางจึงกัดริมฝีปาก ฟังเถิงเฟิงกระซิบปลอบโยนที่ข้างหู แขนขาของนางยังอ่อนระทวยจนแทบลุกไม่ขึ้น 

... 

ฉู่จิ่งเหยาเพิ่งฟังรายงานจากจื่อเย่ว์จบ เจิ้งจยาเฉิงก็มาถึงพอดี พอเข้ามาในห้องก็พูดอย่างมีโทสะว่า 

“ท่านอ๋อง จะให้หญิงหมอผีนั่นอยู่ต่อไปไม่ได้...” 

ที่ผ่านมาจื่อเย่ว์ไม่ชอบถังเฉียน แต่คราวนี้นางกลับนิ่งเฉย บรรยากาศในห้องเงียบลง ถัดมาฉู่จิ่งเหยาจึงถามขึ้นว่า 

“จื่อเย่ว์ เจ้ามีความเห็นอย่างไร” 

จื่อเย่วขบริมฝีปากล่าง แล้วตอบว่า 

“คราวก่อนลองทดสอบถือว่านางยังเกรงใจ หากแต่คราวนี้ซูซินเหลียนพังประตูบุกเข้าไปถึงที่ทำให้นางบันดาลโทสะ แต่เหตุใดหวังหลงกับหวังหู่จึงไม่ห้าม” 

เจิ้งจยาเฉิงได้ฟังเช่นนี้จึงตอบว่า 

“หลายวันมานี้พวกสาวใช้ของซูซินเหลียนคอยแต่จะหาเรื่องหมอผี ในเมื่อเราจะทดสอบนาง ก็มิสู้ปล่อยให้สุนัขกัดกันเองเสียดีกว่า ข้าจึงสั่งไม่ให้พวกเขาขัดขวาง เปิดช่องให้นาง แต่เวลานี้...” 

จื่อเย่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยบอกว่าจะลองทดสอบดูจริง แต่พอลองทำซ้ำๆ ก็เกรงว่าหมอผีท่านนี้จะเดือดดาล จื่อเย่ว์ครุ่นคิดแล้วพูดว่า 

“แต่ที่นางโหดเหี้ยมเช่นนี้กลับทำให้ข้ารู้สึกว่านางเป็นหมอผีจริงๆ” 

ฉู่จิ่งเหยามองเจิ้งจยาเฉิง แล้วถาม 

“ที่เจ้าย้ายหวังหลงกับหวังหู่ไป ปล่อยให้นางอยู่ตามลำพังไม่มีใครคอยช่วย ปล่อยให้ซูซินเหลียนมีโอกาสได้ก่อกวนหมอผีหญิง นี่คงเพราะเจ้าอยากแอบดูว่านางเป็นหมอผีจริงหรือไม่ ยามนี้นางก็สังหารคนอย่างไม่ลังเล คงทำให้เจ้าพอใจแล้วกระมัง?” 

เจิ้งจยาเฉิงฟังที่ท่านอ๋องพูดก็ตระหนักว่าตนถูกตำหนิ เขารีบคุกเข่าลงทันที แล้วกล่าวว่า 

“ท่านอ๋อง ข้าน้อยเพียงแต่รู้สึกแปลกใจ มีคนเห็นหมอผีคนนี้ที่แถบหนานเจียง หากหมอผีของเราคนนี้แอบอ้างชื่อเข้ามาแทน ข้าน้อยเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านอ๋องต้องมีอันตรายแม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ” 

ฉู่จิ่งเหยานั่งอยู่ในห้องหนังสืออ่านข่าวที่เพิ่งส่งมา แล้วปิดหนังสือรายงานลง มีเสียงเบาๆ ดังขึ้นในห้องที่โล่งกว้าง เจิ้งจยาเฉิงที่อยู่บนพื้นร่างสั่นเล็กน้อย จากนั้นฉู่จิ่งเหยาจึงถามต่อ 

“เวลานี้เจ้าจะจบเรื่องนี้อย่างไร” 

 

  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น