NNNatsuMe

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 01 : ฟุกุอิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2563 10:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01 : ฟุกุอิ
แบบอักษร

ฟุกุอิ จังหวัดเล็กๆติดทะเล จังหวัดที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ความรักของฉันเกิดขึ้นที่นี่...

03/28

"ทอฝัน มาทางนี้ รถของโรงเรียนที่จะมารับเรามาถึงแล้ว" อาจารย์ที่รับผิดชอบโครงการแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น1ปีเรียกฉันที่เดินแยกกลุ่มจากเพื่อนๆที่กำลังตื่นเต้นกับสนามบินนาโกย่า ก่อนที่พวกเราจะนั่งรถบัสของโรงเรียนไปที่จังหวัดฟุกุอิ

ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาญี่ปุ่น ฉันก็คงตื่นเต้นกว่านี้ แต่ฉันที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมาเองถึง3 เรียนสายศิลป์ญี่ปุ่นตอนม.4 อีก1ปี และมาญี่ปุ่นถึง5รอบแล้ว ไม่ทีความตื่นเต้นกับสนามบินแห่งนี้เลย

ไม่นานรถบัสสีแดงคันกลางก็มารับพวกเรา บนรถเพื่อนๆกับอาจารย์คุยกันอย่างสนุกสนาน เพราะเพื่อนทุกคนนอกจากฉันสนิทกันหมด จึงคุยกันเรื่องต่างๆได้ไม่เบื่อ

ฉันหันหน้าพิงหน้าต่าง ใส่หูฟังฟังเพลงวงWanna One ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันกลับมาอยากเป็นนักร้องอีกครั้งพร้อมกับหลับตาลงเบาๆ

우리 다시 만나 봄바람이 지나가면~

(พวกเราจะได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านไป~)

ฉันฮัมเพลงเบาๆ ไม่ว่าอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งที่ฉันฟังเพลงนี้ ภาพดาวทั้ง11ดวงของฉันก็ยังไม่เคยหายไป เมื่อวานพึ่งครบ2เดือนของลาสคอน ฉันร้องไห้ก่อนขึ้นเครื่องบินด้วยล่ะ

ฉันค่อยๆเคลิ้มหลับพร้อมกับเพลงสุดท้ายของวงที่รัก ก่อนตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนที่รถมาถึงฟุกุอิแล้ว

"เห็นนั่นมั้ย นั่นคือโรงเรียนของเรา ถ้าปั่นจักรยานไปไกลแล้วกลับไม่ถูกก็สังเกตหอนาฬิกาโรงเรียนไว้นะ" อาจารย์พูด ด้วยความที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆไม่ค่อยมีตึกสูงมากเหมือนกรุงเทพที่ฉันอยู่ หอนาฬิกาสีเขียวสูงนี้เลยเหมือนสิ่งที่สะดุดตาแทบจะที่สุดในละแวกนี้

"เดี๋ยวเราจะแวะเอาของไปวางไว้ที่ห้องแล้วเดี๋ยวไปกินข้าวกันนะ" อาจารย์บอกทุกคนพลางเดินไปที่หน้ารถซึ่งบัดนี้มาจอดที่ลานของโรงเรียนแล้ว

พวกเราลากกระเป๋าใบใหญ่คนละใบสองใบที่น้ำหนักรวมเกือบ40กิโลกรัมมาอย่างทุลักทุเล พร้อมมาเจอเด็กไทยที่มาแลกเปลี่ยน3ปีที่มาถึงก่อนแล้ว

"วางของตรงนั้นได้เลยนะครับ เดี๋ยวเราไปกินข้าวที่โรงอาหารโรงเรียนกัน" พี่เจ้าหน้าที่คนไทยที่รับผิดชอบเรื่องแลกเปลี่ยนพูดกับพวกเราพร้อมนำทางไปยังโรงอาหาร

"หูยยย น่าอร่อยอ่ะ" เสียงเพื่อนคนไทยที่มากับฉันพูด หลังได้รับข้าวหน้าไก่คาราอาเกะกับไข่ลวกใบโต

"หื้มมม อร่อยไปมั้ยเนี่ย น้ำหนักขึ้นแน่ๆเลย" เพื่อนอีกคนพูดหลังจากกินแล้ว ฉันยิ้มเล็กน้อยก่อนลงมือกินบ้าง

อร่อยจริงๆ ไก่คาราอาเกะกรอบๆ ซอสหวานๆเปรี้ยวๆที่เข้ากันดี พร้อมกับไข่ที่มาตัดเลี่ยนพวกของทอด เข้ากันดีสุดๆจนฉันอดถามคำถามแรกตั้งแต่เข้าโปรเจคแลกเปลี่ยนนี้ว่า

"ปกติกินข้าวกลางวันที่นี่ตลอดเลยเหรอคะ" อาจารย์เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมทำหน้าสงสัย

"ยังไม่มีใครบอกเหรอ ผู้หญิงทางหอจะทำเบนโตะให้พกมาโรงเรียนน่ะ จะได้ไม่ต้องมาแย่งกับพวกผู้ชาย พวกเด็กหอชมรมกีฬา เห็นแบบนี้ถ้าโรงเรียนเปิดทุกเที่ยงคนจะเยอะมากๆเลยล่ะ" อาจารย์อธิบายพร้อมกับฉันพยักหน้าหงึกหงัก

ความจริงฉันไม่ค่อยอยากมาแลกเปลี่ยนเท่าไหร่ ตอนที่ฟังอาจารย์อธิบายเลยฟังข้ามๆไป ให้พูดตรงๆฉันคิดว่ามันเสียเวลาสำหรับคนที่อยากเป็นนักร้องไอดอลแบบฉัน ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากที่จะทำตามความฝันนี้ก่อนอายุเกิน แต่ฉันต้องหยุดทั้งๆที่กำลังจะไปได้ดีเพราะต้องมาแลกเปลี่ยน...ฉันว่ามันเริ่มซีเรียสเกินไปแล้ว เปลี่ยนเรื่องดีกว่าเนอะ

ฉันหยิบนิยายเรื่องโปรดที่ติดมาด้วยขึ้นมาอ่านรอเพื่อนๆที่กำลังกินข้าวอยู่

僕は明日、昨日のきみとデートする (พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน) นิยายโรแมนติกดราม่าที่ฉันชอบ เรื่องราวของความรักของคนสองคนที่เวลาเดินสวนกัน ฉันชอบเรื่องนี้มาจากตอนที่ไปดูหนัง ตอนนั้นแค่คิดว่าจะไปดูฟุคุชิ โซตะ ที่แสดงเป็นพระเอกเรื่องนี้ (ฉันเป็นแฟนคลับคาเมนไรเดอร์ และชอบเรื่องคาเมนไรเดอร์โฟร์เซ ที่โซตะแสดงนำมากๆเลย) แต่ดันชอบเนื้อเรื่องจนต้องไปซื้อนิยายมาอ่านซะได้ ตั้งแต่วันนั้นนิยายเล่มนี้เลยกลายเป็นเล่มโปรดที่ฉันใช้อ่านฆ่าเวลา

"ฝัน ไปเก็บจานกัน" เพื่อนเรียกทำให้ฉันวางนิยายลงบนโต๊ะและเดินไปเก็บจานกับเพื่อน

ฉันเข้ามาในห้องคล้ายห้องประชุมขนาดเล็กที่ตอนนี้พี่ๆคนไทยที่อยู่มาก่อนและเซนเซย์ทั้งหลายกำลังช่วยเด็กไทยทำเรื่องย้ายเข้ามาอยู่ที่หอ

ฉันที่เขียนเสร็จแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหานิยายเล่มเดิมมาอ่าน

...

ลืม?

ลืมที่ไหน?

ภาพที่ตัวเองวางหนังสือลงบนโต๊ะที่โรงอาหารแวบเข้ามา ก่อนฉันจะขออนุญาตเซนเซย์ไปหาหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง

มันไม่อยู่แล้ว...

ใครเก็บไปกันนะ?

ฉันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาคนให้ถาม แต่เวลานี้โรงอาหารกลับว่างเปล่า เพราะไม่ใช่เวลาที่คนกินข้าวแล้ว

หายจริงๆเหรอ...

...

ฉันคงต้องทำใจ กลับไทยรอบหน้าคงต้องไปซื้อใหม่

ฉันเดินคอตกออกมากำลังจะเข้าตึกแต่ก็สวนกับเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันที่พึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี

ตึกตัก ตึกตัก

ทำไมกันนะ ไม่ใช่คนที่สวยจนต้องตะลึง แต่ความน่ารักเป็นธรรมชาติพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาทำใจฉันเต้นอย่างน่าประหลาด

"留学生ですか" (นักเรียนแลกเปลี่ยนเหรอคะ) เสียงโทนกลางที่ดูน่ารักถามออกมาพร้อมหน้าที่ไม่มั่นใจและกลัวว่าฉันจะไม่เข้าใจ

"は。。はい!"(ช...ใช่ค่ะ) ทำไมเสียงสั่นวะเฮ้ย ฉันยิ้มให้เธอพร้อมบอกตัวเองให้บอกลาก่อนเธอจะเสียอาการมากกว่านี้

"またね!"(แล้วเจอกันนะ) ฉันหลุดพูดแบบสนิทสนมไปแปปนึงเพราะคิดว่าคนๆนี้คงรุ่นเดียวกัน

"あ!すみません。" (อ๊ะ! ขอโทษค่ะ) ฉันรีบขอโทษเธอ

"大丈夫です。" (ไม่เป็นไรค่ะ) เธอยิ้มก่อนเดินออกไป ฉันจึงตั้งสติพร้อมเดินกลับห้อง

"เป็นไง หลงเหรอ ไปนานเชียว" อาจารย์ถาม

"ไม่เจอค่ะ สงสัยมีคนเก็บไป" ฉันตอบแต่คำถามแรกไป

"แปลกนะ ส่วนมากคนญี่ปุ่นไม่ค่อยเก็บของที่ไม่ใช่ของตัวเอง" รุ่นพี่ที่รู้สึกว่าจะอยู่ปี2 (ม.5) พูดขึ้น

ฉันไม่พูดอะไรและกลับไปนั่ง

คนที่มาแลกเปลี่ยน1ปีแบบฉันต้องกลับมาเรียนปี1(ม.4)ใหม่ ไม่รู้ว่าทำไม แต่นั่นทำให้การลำดับรุ่นพี่ยากขึ้นเล็กน้อย

พวกเราอายุเท่ารุ่นพี่ปี2 เพราะอยู่ม.5เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันก็เรียนชั้นเดียวกับน้องปี1 สำหรับฉันจึงเพลย์เซฟด้วยการเรียกปี2ว่าพี่ให้หมด ส่วนน้องจะเรียกฉันยังไงก็ไม่เป็นไร

...

การทำเอกสารแบบนี้ก็ยังดำเนินไปอีกหลายวัน เพราะมีเอกสารอีกมากมายที่พวกเราต้องกรอกในประเทศแห่งระเบียบแห่งนี้

ฉันเริ่มปรับตัวกับอากาศหนาวที่รุ่นพี่พูดกันว่าแปลกกว่าปกติได้แล้ว เพราะช่วงนี้เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วก็จริง แต่อากาศยังไม่ถึง10องศา บวกกับมีฝนตกเป็นประจำทำให้เหล่าเด็กใหม่เจอกับลูกเห็บและอากาศ0องศาตั้งแต่อาทิตย์แรกที่มาเลยทีเดียว

...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น