ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

Chapter 1 ซุปตาร์สายอ่อย

ชื่อตอน : Chapter 1 ซุปตาร์สายอ่อย

คำค้น : ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู,นิยายวาย,Yaoi,Y,แฟนผมเป็นซุปตาร์ครับ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 ซุปตาร์สายอ่อย
แบบอักษร

แฟนผมเป็นซุปตาร์ครับ 

#ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู 

Chapter 1  

ซุปตาร์สายอ่อย 

 

           ณ บริษัท JBN Entertainments 

           สวัสดีครับ ผมชื่อนายปกรเกียรติ ธำรงดิษฐ์ หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า ‘โอเล่’ ตอนนี้อายุ 29 ขวบแล้ว ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน พ่อกับแม่เป็นชาวไร่ชาวสวนที่ต่างจังหวัด  

หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนประจำจังหวัดแล้ว ผมก็ย้ายเข้ามาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมีชื่อในกรุงเทพฯ เพราะตั้งใจอยากจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์ คิดว่ามาเรียนที่นี่จะหางานได้ง่าย และที่สำคัญเมืองหลวงก็เป็นศูนย์กลางของวงการบันเทิง ผมอยากเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการบันเทิงไทย

               ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วันผมทำหน้าที่ผู้ประสานงานประจำกองถ่าย ทว่าจู่ ๆ ก็มีคำสั่งสายฟ้าแลบจากเบื้องบนให้ผมไปทำหน้าที่ดูแลศิลปิน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือ ‘บีเอ็ม’ นักร้องวัยรุ่นสุดฮอตในพ.ศ.นี้ ไม่ใช่แค่หน้าตาหล่อเหลา แต่ผู้ชายคนนี้ยังเรียนเก่งมาก เพราะกำลังศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วยิ่งทำให้ผมเกร็งกับการที่ต้องไปคอยดูแลผู้ชายคนนี้ 

               เริ่มงานใหม่วันแรกก็สายซะแล้วสิเรา...

ตอนนี้ผมเร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของบีเอ็ม เพิ่งจะได้รับตารางงานจากคนดูแลคนก่อน ซึ่งถูกย้ายให้ไปดูแลศิลปินคนอื่น

               “เอ่อสวัสดีครับ ขอโทษที่มาสาย” ถึงแม้จะเห็นเพียงแค่แผ่นหลังผมก็รู้สึกขนลุกวาบ ไม่เคยเจอตัวเขาเป็น ๆ เลยสักครั้ง เด็กอะไรตัวใหญ่ชะมัดเลย

               “วันแรกก็สายซะแล้ว อย่างนี้ผมจะหวังพึ่งอะไรได้ล่ะครับ…พี่โอเล่” คนพูดเอ่ยพลางหมุนเก้าอี้หันมามองผม ความหล่อขาวเนียนใสของเขาทำให้ผมยืนจ้องมองตาแทบไม่กะพริบ 

               นี่มันเทพบุตรชัด ๆ  

               “ขอโทษจริง ๆ วันนี้รถติด วันหลังผมจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก” 

               “โอเค ๆ ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้าพี่ แต่ครั้งหน้ามีอย่างนี้อีกก็ไม่แน่” 

               “ขอบคุณมาก ๆ เลยครับบีเอ็ม แล้วนี่พร้อมแล้วใช่ไหม วันนี้มีถ่ายแบบกับนิตยสาร The Boy เราต้องไปให้ถึงก่อนสี่โมงเช้า” 

               “เสร็จ…ตั้งนานแล้ว” ดูเหมือนว่าเจ้าของเสียงหล่อนั้นจะเน้นคำว่า ‘เสร็จ’ พร้อมกับทำหน้าแปลก ๆ ใส่ผมอีกต่างหาก ดูมีลับลมคมในซะจริง ๆ 

               “งั้นก็เดีเลย เรารีบไปกันดีกว่า ผมจองรถตู้เอาไว้ให้แล้ว”

               “ไม่เอา ไม่อยากนั่งรถตู้” ทำไมถึงได้เอาแต่ใจอย่างนี้นะ

               “แล้วจะนั่งรถอะไรอ่ะ”

               “เดี๋ยวไปรถผม พี่ขับรถเป็นไหม”

               “ไม่อ่ะ ผมไม่มีรถยนต์ส่วนตัว”

               “งั้นไม่เป็นไรผมขับเอง”

               “มันจะดีเหรอ เดี๋ยวทางผู้บริหารจะว่าพี่เอาได้นะ”

               เขาลุกขึ้นมายืนตรงหน้า ความสูงเกือบจะสองเมตร ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กไปเลยทีเดียว

“ดีสิ! ตามมาเร็วถ้าไม่อยากไปสาย นั่นมันน่าโดนด่ากว่าอีกไหม” ว่าแล้วก็เดินเบียดตัวผมออกไปจากห้อง

               ผมได้แต่ยืนอึ้งเพราะกำลังสูดกลิ่นน้ำหอมที่ยังคงฟุ้งกระจาย อบอวลภายในห้อง กลิ่นน้ำหอมนี้มันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อล่อเหยื่อหรืออย่างไร ทำไมผมได้กลิ่นแล้วถึงหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างนี้นะ

               “จะไปไหม! ยืนบื้ออยู่ได้”

               เมื่อไม่เห็นผมเดินตามออกไป เจ้าซุปตาร์หน้าหยกก็ชะเง้อกลับมามองผ่านบานประตูห้อง ต่อว่าพร้อมแสดงออกทางสีหน้าว่ากำลังอยากจะฆ่าผมให้ตาย

               “ไป ๆ ครับ”

               เป็นเด็กอะไรวะ พูดไม่เพราะ แถมยังไม่มีหางเสียงกับผู้ใหญ่อย่างนี้... 

               ... 

               ... 

               ขึ้นมาบนรถแล้วผมก็ได้แต่นั่งตัวเกร็ง จ้องมองถนนตรงหน้าราวกับเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิต ส่วนไอ้ซุปตาร์หน้าหยกเอาแต่นั่งฮัมเพลง ขับรถไปอย่างอารมณ์ดี บางครั้งผมก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามอง อยู่ใกล้คนดังระดับประเทศอย่างนี้ สาว ๆ คงจะอิจฉาผมเป็นระนาว แต่ความเป็นจริงบีเอ็มก็เหมือนเด็กที่ยังไม่รู้จักโต แต่ดีหน่อยที่วางตัวต่อสาธารณชนได้เป็นอย่างดี เหตุผลนี้สินะที่ทำให้ผมโดนสลับมาทำหน้าที่แทนคนเก่า เพราะคงจะโดนฤทธิ์เดชของไอ้หมอนี่จนอยู่ไม่ได้ 

               “มีอะไรจะถามผมงั้นเหรอ เห็นเหล่ตามองตั้งหลายครั้ง” 

               “รู้ได้ไงว่าพี่มองนาย” 

               “ทำไมจะไม่รู้ล่ะนั่งใกล้กันแค่นี้เอง ว่าแต่เป็นคนมีความอดทนมากแค่ไหนล่ะ ถึงกล้ามารับหน้าที่เป็นคนดูแลผม” 

               “ก็มีมากพอที่จะดูแลนายได้ละกัน ไม่งั้นพี่ไม่มาหรอก” 

               “ดี...จะได้ทำอะไรได้สะดวก” 

               ได้ยินอย่างนั้นผมก็หันขวับไปมองหน้าเขา  

               “สะดวก? หมายความว่าไง” 

               “แล้วพี่คิดว่าไงล่ะ” อีกฝ่ายยักคิ้วกวน ๆ มาถามผม 

               “ขอพูดตามตรงนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้มีการเปลี่ยนหน้าที่ปุบปับอย่างนี้ แล้วทำไมต้องเป็นพี่ด้วยล่ะ หากเดาไม่ผิดนายคงขี้วีนขี้เหวี่ยง จนคนดูแลเก่าทนอยู่ไม่ได้ใช่ไหม” 

               “รู้แล้วทำไมต้องถาม ผมเป็นซุปตาร์นะพี่ จะมาอะไรก็ได้ไม่ได้ ทุกอย่างต้องตามใจผมเท่านั้น” 

               “โอเค พี่เข้าใจแล้วละ” 

               ผมหันกลับมาก่อนจะพบว่ารถได้ถูกขับเข้ามาจอดริมฟุตบาท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อ จึงหันกลับไปมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจอีกครั้ง 

               “จอดทำไม” 

               “หิวน้ำ ลงไปซื้อให้หน่อยสิ อ่ะตังค์” 

               คนพูดจ้องมองหน้าผมผ่านแว่นกันแดดสีดำ พร้อมทั้งยื่นธนบัตรสีแดงให้ 

               “โอเค ๆ รอสักครู่” 

               ผมยื่นมือจะไปรับเงินทว่าอีกฝ่ายทำเป็นยึกยักชักกลับไป แถมยังยิ้มมุมปากราวกับสะใจที่ได้แกล้งกัน 

               “สรุปจะให้ไปซื้อให้ไหม” ผมถามเสียงเขียว 

               “ซื้อสิ” 

               “เดี๋ยวพี่จ่ายให้เอง น้ำแค่ไม่กี่บาทเลี้ยงได้” ผมไม่สนใจเงินนั่น ทำท่าจะลงไปจากรถ แต่เขากระชากกระเป๋าสะพายผมไปถือไว้เสียเอง  

               “คนแก่ขี้งอนแบบนี้กันทุกคนหรือไง อ่ะ ผมแค่ล้อเล่นเอง รีบไปรีบมาล่ะ” เขาขำก่อนจะยื่นเงินให้ผม 

               “พี่ไม่ได้ไปแก่บนหัวนาย เอากระเป๋าคืนมาเดี๋ยวนี้” ผมขึ้นเสียงใส่อย่างลืมตัวว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือซุปตาร์ระดับประเทศ 

               ไอ้บ้าเอ๊ยกูแค่ยี่สิบเก้าเองนะ แก่บ้านพ่อแกสิ! 

               “ไปซื้อก่อนแล้วค่อยคืน โอเค๊!” 

               ได้แต่ถลึงตามองพลางถอนหายใจเบา ๆ กับพฤติกรรมกวนตีนของไอ้หมอนี่ วันแรกก็แผลงฤทธิ์ซะแล้ว แต่คนอย่างผมพอได้ลุยจะลุยให้ถึงที่สุด 

               ... 

               ... 

               ต้องนับหนึ่งถึงสิบนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเราก็มาถึงสตูดิโอถ่ายแบบจนได้ มาถึงผมก็พาเขาไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งมีพี่ ๆ ทีมงานคอสตูมรออยู่ในห้องแล้ว เข้าไปถึงบีเอ็มก็ทำตัวเป็นซุปตาร์ของประชาชน มีมนุษยสัมพันธ์ดี๊ดี ยกมือไหว้ทุกคนที่อยู่ในห้อง ซึ่งส่วนมากจะเป็นพี่ ๆ สาวประเภทสอง 

               “กรี๊ดดด!! วันนี้ได้เจอน้องบีเอ็มตัวจริง หล่อมาก ๆ เลยค่ะ” 

               “ขอบคุณครับพี่” เจ้าตัวยิ้มรับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิด 

               “ว่าแต่...จะให้ผมแต่งหน้าหรือเปลี่ยนชุดก่อนดีครับ” 

               “เปลี่ยนชุดก่อนค่ะ รอสักครู่นะเดี๋ยวพี่ไปเอาชุดมาให้” พี่คนนั้นเดินไปหยิบชุดที่อยู่บนราว ยื่นให้ซุปตาร์หนุ่มหล่อ  

               “แล้วห้องเปลี่ยนชุดอยู่ตรงไหนครับ” 

               “อ๋อ อยู่ทางโน้นค่ะ เดี๋ยวพี่พาไปก็ได้” พี่สาวสองคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัย ถือชุดเดินนำหน้าไป 

               “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมให้คนของผมพาไปก็ได้”  

               เมื่อโดนปฏิเสธพี่คนนั้นก็ยิ้มเจื่อน ก่อนจะเหล่ตามามองผม ราวกับเป็นตัวต้นเหตุให้ความฝันของเธอต้องพังทลาย  

               สรุปว่า...ผมผิดเหรอวะ! 

               นายบีเอ็มจูงมือผมเดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ฟังไม่ผิดครับจูงมือ รู้สึกเหมือนกำลังโดนถูกแสดงความเป็นเจ้าของซะอย่างนั้น 

               … 

               … 

ตอนแรกเข้าใจว่าจะให้ผมยืนรออยู่ข้างนอก แต่ที่ไหนได้เขากลับให้ผมเข้าไปในนั้นด้วย 

               บ้าไปแล้ว!  

               แล้วอย่างนี้จะเปลี่ยนกันยังไงห้องก็ไม่ได้จะกว้างขนาดนั้น 

               “ให้พี่เข้ามาด้วยทำไมเนี่ย แคบก็แคบจะเปลี่ยนได้ยังไงกัน” 

               “มีหน้าที่ดูแลผมก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้สิ” 

               “หา!! เปลี่ยนเสื้อผ้าเนี่ยนะ นายไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะบีเอ็ม” 

               “เร็ว! คนอื่นรออยู่ข้างนอก เดี๋ยวไม่ทันเวลา” 

               “โอเค ๆ เปลี่ยนก็เปลี่ยน ถ้างั้นก็รีบถอดเสื้อผ้าออกดิ” ผมบอกเมื่อเห็นเขายืนอยู่นิ่ง ๆ 

               “ถอดให้ด้วย เร็ว!” อีกฝ่ายยืนอ้าแขนอยู่นิ่ง ๆ ส่งยิ้มร้าย ๆ มาให้ผมรู้สึกหมั่นไส้ 

               คนบ้าอะไรยิ่งทำหน้าอย่างนี้ยิ่งมีเสน่ห์ น่าหลงใหล น่าลูบไล้ 

               มะ...ไม่! ผมจะต้องไม่คิดอย่างนั้นเด็ดขาด! 

               ผมยื่นมืออันสั่นเทาไปปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดอย่างช้า ๆ วางสายตาไว้ที่แผงอกกำยำ ซึ่งเมื่อกระดุมทุกเม็ดถูกปลดออกไปแล้ว ก็เผยให้เห็นความขาวเนียนมีออร่าน่าสัมผัส... 

               ตึก! ตึก! ตึก! 

               ทั้งกลิ่นกายที่หอมเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความขาวเนียนของแผงอก ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก ก่อนจะค่อย ๆ ถอดมันออกไปจนสำเร็จ 

เมื่อรู้ว่าผมกำลังประหม่า ไอ้ซุปตาร์หน้าหยกก็กระดิกนมเป็นจังหวะ ราวกับต้องการแกล้งให้ผมรู้สึกอายไปมากกว่านี้ 

               “ทำบ้าอะไร ยังจะมาเล่นอยู่อีก ไหนบอกกลัวไม่ทันเวลา” 

               “เปล่าสักหน่อย ผมก็กระดิกนมเล่นอย่างนี้เป็นประจำ ทำไม? กลัว? เขิน? ” เขากล่าวอย่างไม่ยี่หระ  

               ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เอาเสื้อไปแขวนไว้ที่ราวเล็ก ๆ นำเสื้อที่จะต้องเปลี่ยนติดมือมาด้วย 

               “ถอดให้หมดก่อนดิ แล้วค่อยใส่ทีเดียว ทำไมจะต้องให้ยุ่งยากด้วย” 

               “บ้าแล้ว! จะให้ถอดกางเกงให้ด้วยเหรอ” 

               “ก็ใช่น่ะสิ ชุดที่เค้าเอามาให้มันทั้งเสื้อและกางเกงไม่ใช่เหรอพี่” 

               “ข้างล่างก็เปลี่ยนเองสิ ใครจะกล้าเปลี่ยนให้” 

               “วันแรกก็กล้าขัดใจผมแล้วงั้นเหรอ จะทำไม่ทำ” น้ำเสียงของซุปตาร์หน้าหยกเริ่มเข้มขึ้น จนผมต้องยอมเอาเสื้อแขวนไว้ที่เดิมแล้วหันมาถอดกางเกงให้ต่อ 

               หัวใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ขณะกำลังปลดเข็มขัด คิดในหัวว่าถ้าเขาไม่ใส่ชั้นในล่ะจะเกิดอะไรขึ้น แค่คิดก็ขนลุกซู่แล้วเนี่ย ไอ้คนที่กำลังแกล้งผมก็เอาแต่ยืนเท้าสะเอวมองมา ราวกับผมเป็นลูกไก่ในกำมือซะอย่างนั้น 

               “จะสั่นทำไม ก็มีเหมือนกัน” 

               “เหมือนแล้วไง ของใครก็ของมัน เป็นพวกชอบโชว์หรือไงถึงให้คนอื่นทำอย่างนี้ให้” ผมบ่นทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองเขาด้วยซ้ำ 

               “มั้ง” 

               คำเดียวสั้น ๆ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกอยากจะซัดหมัดเข้าที่ใบหน้า 

               ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! 

               พ่นคำด่าในใจจบแล้ว ผมก็รูดซิปลงทันที ก่อนจะปลดตะขอแล้วค่อย ๆ ดึงกางเกงยีนส์เนื้อดีแบรนด์ดังลงมา จนเผยให้เห็นกางเกงชั้นในสีขาว ไม่ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์เนมเหมือนกัน  

               คุณพระ! 

           ส่วนที่ซ่อนอยู่ในกางเกงใน นี่ขนาดยังไม่แข็งตัวนะ ไอ้ซุปตาร์นี่มันพกห่อหมกมากินด้วยหรือนี่ 

           เอื้อก!!! 

               “มองขนาดนั้นจับเล่นเลยดีไหม”  

               “บ้าแล้ว! ใครมองกันล่ะ” ผมทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะเดินไปหยิบชุดที่จะต้องใส่ถ่ายแบบมา พอหันกลับมาอีกทีกลับชนเข้าที่แผงอกกำยำอย่างจังจนเกือบจะล้มหัวกระแทกพื้น แต่โชคดีที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตผมไว้โดยการโอบกอดเอวอย่างแนบแน่น 

               ตึก! ตึก! ตึก! 

               หัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เมื่อพบว่าตอนนี้กำลังโดนซุปตาร์ระดับประเทศกอด แถมตอนนี้เขายังใส่แค่กางเกงในตัวเดียวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นริมฝีปากผมยังจุ๊บเข้าที่หัวนมเขาอย่างจัง พยายามขยับตัวทว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย 

               “ปะ...ปล่อยดิ” 

               “ทำไม? ใจสั่นอ่ะดิที่โดนซุปตาร์กอดอย่างนี้ คิดอะไรกับผมป่าว” คนพูดยิ้มร้าย หรี่ตามองผมอย่างจับผิด 

               “จะบ้าเหรอ ใครใจสั่น พี่ไม่ได้เป็นติ่งนายนะที่จะได้มีความรู้สึกแบบนั้น ปล่อยดิ๊ เสียเวลามามากแล้ว” 

               “โอเค ๆ ปล่อยก็ได้ครับคุณลุง” 

               “ลุงบ้านนายสิ! ถ้าเรียกพี่อย่างนี้อีกเอานายตายแน่” ผมชี้หน้าขู่เมื่อเห็นสีหน้าล้อเลียนนั่น 

               “งั้นเรียกป้าก็ได้ หน้าหวาน ๆ ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้เป็นป้าน่าจะเหมาะกว่า...จริงไหม” วลีหลังเขาโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหู หัวใจผมกระตุกวาบ ใจสั่นระริก ๆ ขนลุกชันด้วยความรู้สึกตื่นเต้น 

               อ๊าก!!! นายตั้งใจอ่อยฉันใช่ไหม ไอ้ซุปตาร์บ้า!!! 

ความคิดเห็น