ผมนี่แหละโลลิค่อน
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 78 ครอบครัวพร้อมหน้า(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 78 ครอบครัวพร้อมหน้า(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 09:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 78 ครอบครัวพร้อมหน้า(2)
แบบอักษร

"หลานย่านี่เก่งจริงๆ ตัวแค่นี้แต่เชี่ยวชาญอาวุธลับทุกรูปแบบแล้ว"

 

 

 

หญิงสาวผมขาวที่กำลังคีบเนื้อใส่ถ้วยให้เด็กหญิงวัยสามขวบกล่าวขึ้นด้วยความสุขใจ เด็กหญิงก็พลอยได้รับอิทธิพลของหญิงสาวไปด้วย เธอนั่งโยกเยกตัวไปมาอยู่บนตักของหญิงสาวผู้เป็นย่า

 

 

 

"อะไรกันท่านแม่ หนูเก่งอาวุธลับกว่าอาจิไซอีกนะ หนูละไม่อยากจะอวด"

 

 

 

เด็กหญิงผมสีดำอมน้ำเงินวัยห้าขวบก็ไม่ยอมแพ้ เธอที่นั่งข้างๆ มารดากล่าวอย่างไม่พึงพอใจเมื่อไม่ได้รับคำชมของมารดาเหมือนเด็กหญิงผู้เป็นหลาน และพยายามพูดข่มให้ตัวเองดูเยี่ยมยอดเพื่อให้มารดาสนใจเธอบ้าง

 

 

 

"เอาน่าคาสุมิ ยังไงเธอก็เป็นคุณอาของอาจิไซแล้วนะยอมๆหลานสักหน่อยจะเป็นอะไรไป"

 

 

 

"บู้~ พี่ชิซุยก็ไม่ต้องมาพูดดีเลย พี่รักอาจิไซมากกว่าหนูอีกใช่ไหม ?" 

 

 

 

ชิซุยที่ถูกตอกหน้าโดยเด็กหญิงทำหน้าเอือมระอาและหันไปสนใจเนื้อในหม้อไฟแทน เมื่อเห็นเช่นนี้เด็กหญิงก็ทำหน้าย่ำแย่ เธอหันไปมองสองที่พึ่งสุดท้ายนั่นก็คือบิดาและพี่ใหญ่

 

 

 

พอเจอสายตาของเด็กหญิงชายผู้เป็นพ่อก็รีบหันหน้าหนี เธอจึงหันไปหาพี่ใหญ่หรือคาซึยะ เจ้าตัวเมื่อพบสายตาละห้อยของน้องสาวก็หัวเราะก่อนจะใช้ฝ่ามือตบไปที่ตัก เด็กหญิงยิ้มร่ารีบคลานไปนั่งบนตักก่อนจะโยกตัวไปมาอย่างมีความสุข

 

 

 

"ฮี่ๆ อย่างน้อยฉันก็มีท่านพี่คาซึยะที่รักหนู"

 

 

 

ได้ยินเสียงหัวเราะแสนแก่นแก้วของน้องสาวเจ้าตัวก็ได้แต่ส่ายหัวเอือมระอา ดูท่าการไปเรียนความเป็นกุลสตรีกับแม่ของอาสึมะจะไม่ได้ผลกับเด็กหญิงผู้อยู่ไม่สุขคนนี้เสียเท่าไหร่นัก

 

 

 

แต่เอาเถอะแบบนี้ก็ดี เขากวาดสายตามองทุกคนก่อนจะยิ้มที่มุมปาก ในที่สุดครอบครัวก็กลับมาอยู่กันพร้อมหน้ากันอีกครั้ง สายตาเหล่มองไปทางเด็กชายผมขาวและเด็กสาวผมบรอนที่กำลังพูดคุยกับชิซุยก็ยิ้มออกมา

 

 

 

'ดูเหมือนหลังจากภารกิจในครั้งนั้นดูท่าทั้งสามจะสนิทกันมากขึ้น'

 

 

 

"ว่าแต่คาซึยะ เรื่องของรินโกะคือเรื่องจริงใช่ไหม ?"

 

 

 

จู่ๆ ท่านแม่ที่กำลังโอ๋หลานสาวก็ถามขึ้น เสียงภายในห้องโถงเงียบลงในทันใด ผู้ที่ถูกกล่าวถึงเช่นรินโกะยังตัวสั่ั่นและหันไปมองคาซึยะเพื่อขอความช่วยเหลือ บรรยากาศเกิดการกดขี่เล็กน้อย

 

 

 

"ใช่ครับ แต่ว่าก่อนที่ผมจะออกเดินทางหลังจบสงครามก็ได้แวะไปคุยเรื่องนี้กับทางไดเมียวมาแล้วละ"

 

 

 

"เขาว่ายังไง ?"

 

 

 

"ก็ตอบตกลงนั่นแหละครับ"

 

 

 

มุมปากของคาซึยะแอบแสยะยิ้มอย่างชั่วร้า พอนึกถึงตอนแวะไปหาไดเมียวตอนแรกทางนั้นปฏิเสธและพยายามหนีหน้าเขา ทว่าหลังจากข่าวเรื่องที่เขากระทำไว้ในสงครามแพร่กระจายออกมา ไดเมียวที่ก็รีบประจบสอพลอเขาทันที

 

 

 

แถมยังส่งของแบบอื่นไปเป็นหลักค้ำประกันแทนรินโกะด้วย เมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจเขาก็ออกจากที่นั่นโดยไม่สนท่าทีไม่พอใจของไดเมียวเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะสุดท้ายมันก็ยังเป็นลูกเจี๊ยบในกำมือของเขา

 

 

 

เขาค่อนข้างตลกความแค้นของไดเมียวที่ต้องการกำจัดเขาพอสมควร เห็นว่าเจ้าตัวกำลังขอพบดันโซเพื่อพูดคุยอะไรบางอย่างกับเจ้าตัว เรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกันก็คงไม่พ้นหาวิธีกำจัดเขานี่แหละ แต่น่าเสียดายที่ไดเมียวไม่ได้รู้เลยว่าคนที่มันขอความช่วยเหลือก็คือทาสตัวน้อยของเขา มันน่าขันไหมละ

 

 

 

'จงวิ่งเต้นภายในฝ่ามือของฉันไปจนตายเถอะเจ้าโง่'

 

 

 

"รอยยิ้มชั่วร้ายเชียวนะท่านอาชูร่าผู้อำมหิต คงไปแอบทำอะไรไว้อีกแล้วสินะ"

 

 

 

ฮินะเหล่มองแฟนหนุ่มและกล่าวแซวยามเห็นใบหน้าชั่วร้ายของเขา ซึ่งเจ้าตัวที่ถูกจับไต๋ได้ก็ยักไหลอย่างไม่ใส่ใจ ฮินะที่เห็นแบบนี้ก็ถอนหายใจดูเหนื่อยหน่าย ผิดกับรินโกะที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

 

 

"จริงสิท่านพ่อทางแคว้นอุซึเป็นยังไงบ้างมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ?"

 

 

 

"ก็มีนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เกินกำลังของพวกเราหรอกนะ"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเมื่อเห็นท่าทีไม่ใส่ใจของท่านพ่อ ดูท่าทางนั้นจะไม่มีปัญหาจริงๆ นั่นแหละ แต่พอเขามองไปในดวงตาของบิดาก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่องรอยการสูญเสียแสงในดวงตาไป

 

 

 

"ท่านพ่อตาของท่าน"

 

 

 

"ไม่มีอะไร อย่าเอะอะไป"

 

 

 

เห็นท่าทีจริงจังของบิดาคาซึยะก็รู้สึกปวดใจ เขาเริ่มค้นกระเป๋าของตนเองก่อนจะหยิบกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมขนาดเท่าหนังสือตำราและโยนไปให้บิดา

 

 

 

"นั่นคือสิ่งที่จะช่วยท่านพ่อกู้แสงในดวงตาที่ผมปรับปรุงขึ้นเอง"

 

 

 

สิ่งที่เขาให้บิดาไปนั่นก็คือเซลล์ที่ถูกสะกัดจากชิ้นเนื้อบางส่วนของเขาเอง ตอนแรกเขาคิดจะให้ท่านพ่อใช้เซลล์ของตาทวดในการฟื้นฟู แต่พอคิดถึงความเป็นจริงทำไมเขาถึงต้องใช้เซลล์ของตาทวดด้วยละในเมื่อเซลล์ของเขาทรงพลังยิ่งกว่า

 

 

 

"ถ้าฉีดมันเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ?"

 

 

 

"ท่านพ่อก็จะใช้พลังเทพของเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แบบไม่อั้น แต่วิชาอิซานามิและอิซานากิเป็นข้อยกเว้นที่ใช้ยังไงก็บอด"

 

 

 

กล่าวจบเขาก็คีบเนื้อในหม้อไฟมากินต่อโดยไม่สนสายตาตื่นตะหนกถึงของล้ำค่าที่อยู่ภายในกล่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีสายเลือดอุจิวะและเปิดนรกได้แล้วอย่างท่านพ่อและชิซุย

 

 

 

ถ้าเจ้านี่หลุดออกไปไม่รู้ว่าจะเกิดสงครามภายในตระกูลอีกหรือไม่ เกรงว่าผู้อาวุโสฟูคาเสะคงขวนขวายที่จะได้มันไปไม่ว่าจะต้องฆ่าล้างคนในตระกูลบางส่วนไปก็ตาม

 

 

 

"ที่จริงท่านน่าจะใช้เนตรที่ผนึกไว้ในคัมภีร์เล่มนั้นเพื่อเบิกเนตรนิรันดร์ไปเลยนะท่านพ่อ"

 

 

 

เขายังจำได้ดีว่าในคัมภีร์ของอุจิวะที่เขียนโดยปู่ทวดมีเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาซึ่งน่าจะเป็นของคุณปู่ไม่ก็คุณย่าของเขา ที่เสียชีวิตในสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง

 

 

 

"สิ่งนั้นพ่อว่าจะมอบมันให้กับเจ้าหนูอิทาจิในอนาคต เพราะอีกไม่กี่ปีพ่อก็คงกลายเป็นตาแก่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นสู้นำความหวังไปให้เด็กรุ่นใหม่อย่างพวกลูกน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า ดังนั้นสำหรับพ่อแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"

 

 

 

เห็นบิดาใช้นิ้วเคาะไปที่กล่องบรรจุเซลล์เหลวคาซึยะก็ไม่พูดอะไรให้มากความ ในเมื่อนั่นคือความตั้งใจของท่านพ่อเขาก็ไม่คิดจะพูดอะไรอีก

 

 

 

ทุกคนกินหม้อไฟกันต่อโดยไม่กลับไปพูดเรื่องตึงเครียดกันอีกต่อไป การกินหม้อไฟใช้เวลาสี่ชั่วโมงเต็มๆ ในที่สุดปาร์ตี้หม้อไฟก็จบลงและทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน อาจิไซถูกท่านพ่อและท่านแม่ดึงตัวไป

 

 

 

คาสุมิ ชิซุย คิมิมาโร่ ยูกิโตะและรินโกะก็แยกย้ายกันกลับห้องเพื่อพักผ่อน ทำให้ปัจจุบันในห้องโถงเหลือเพียงคาซึยะและฮินาโมริที่กำลังนั่งจิบชากันอย่างสงบ เห็นท่าทีของคาซึยะฮินะก็รู้ได้ทันทัว่าเขาคงมีบางสิ่งที่สำคัญจะพูดกับเธอ

 

 

 

"มีอะไรหรือเปล่าคาซึคุง"

 

 

 

"ก็นิดหน่อย ที่จริงฉันคิดว่าจะขอเนตรสีขาวสำรองจากเธอสักคู่หนึ่ง แต่พอคิดดูแล้วฉันเอาเลือดของเธอมาใช้โคลนมันแทนน่าจะดีกว่า"

 

 

 

"บอกได้ไหมว่าคาซึคุงจะเอาเนตรสีขาวไปทำอะไรในเมื่อเธอก็มีเนตรสังสาระที่ทรงพลังอยู่แล้ว"

 

 

 

คาซึยะเหล่มองแฟนสาว และเริ่มตัดสินใจเล่าเรื่องการพัฒนาเนตรสีขาวให้แฟนสาวได้ฟังอย่างไม่มีการปิดบัง เพราะอย่างไรเมื่อความทรงจำของร่างหลักตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ฮินะก็น่าจะรู้วิธีเบิกเนตรจุติอยู่ดี

 

 

 

"ไม่คิดเลยว่าเนตรสีขาวจะพัฒนาได้เช่นกัน"

 

 

 

เห็นสีหน้าตื่นเต้นของแฟนสาวคาซึยะก็ยิ้มที่มุมปาก มันไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะสิ่งที่จำเป็นต่อการเบิกเนตรจุติก็คือการใช้จักระของตระกูลโอซึซึกิ และเนตรสีขาวของฮิวงะผสมผสานทั้งสองเข้าด้วยกัน การจุติครั้งยิ่งใหญ่ของเซียนจุติก็จะตื่นขึ้น

 

 

 

เขาที่มีจักระของโอซึซึกิภายในร่างกายอาจจะไม่มีปัญหาในเงื้อนไขนี้ แต่ไม่ใช่กับฮินะที่พลังของเธอยังไม่ตื่นขึ้น แม้การปลูกถ่ายเซลล์ของเขาไปในร่างของเธอบางส่วนจะช่วยให้เธอมีกายเซียนแต่นั่นก็คือสิ่งที่ไม่สมบูรณ์

 

 

 

"ฮินะคงต้องอยู่ช่วยผมดัดแปลงเซลล์คนในตระกูลคางูยะแล้วละ"

 

 

 

"เข้าใจแล้วละ เดี๋ยววันนี้ฉันจะกลับไปคุยเรื่องนี้กับท่านพี่ฮิอาชิ ว่าจะขอย้ายมาอยู่บ้านของคาซึคุง"

 

 

 

"ดี ให้ผมไปส่งไหม?"

 

 

 

"คาซึคุงไปพักเถอะ เธอพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ"

 

 

 

คาซึยะส่ายหัวปฏิเสธและดึงร่างเล็กของแฟนสาวเข้ามาในอ้อมแขนและโอบกอดเธอไว้ ฮินะใช้สายตาเหล่มองแฟนหนุ่มด้วยความอบอุ่นรอยยิ้มบางๆเผยออกมา เธอค่อยๆหลับตาเอนตัววางศีรษะพิงไหล่ของเขาไว้

 

 

 

"อยากให้เวลาอยู่แบบนี้ไปนานๆจัง"

 

 

 

"ฉันก็เหมือนกัน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น