ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ

ตอนที่ 23 ตังเมคิริว

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ตังเมคิริว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 08:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ตังเมคิริว
แบบอักษร

ณ ดาดฟ้าอาคารเรียน

 

 

 

"ระ เรียกฉันมาที่นี่ ตะ ต้องการอะไร"

 

 

 

"เธอรู้มากเกินไปไอกะ คิริวดังนั้น...!"

 

 

 

หญิงสาวผมเปียที่ได้ยินแบบนั้นก็ขนลุกซู่เธอจินตนาการถึงคำพูดในประโยคต่อไปรวมถึงภาพการฆาตกรรมโดยการผลักเธอตกตึก ไม่ก็นำมีดคัดเตอร์ปาดคอเธอ โดยมีฉากมากมายผุดขึ้นมาอยู่ในหัว

 

 

 

"ยะ อย่าฆ่าฉันเลยนะ จะให้ฉันทำไรก็ยอม"

 

 

 

ริมุรุที่กำลังเดินเข้าไปหาคิริวถึงก็เซจนแทบล้ม เห็นเพื่อนร่วมชั้นเข้าใจผิดแบบมหันเขาก็ได้แต่ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ยัยนี่เห็นเขาโหดร้ายถึงขนาดนั้นเลยหรอ เขาออกจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้แท้ๆ 

 

 

 

'แต่น่าแกล้งดีแฮะ'

 

 

 

"เห~ทำอะไรก็ยอมจริงๆงั้นหรอ"

 

 

 

"ชะ ใช่ไม่ว่านายอยากจะทำอะไรฉันก็ยอม ดังนั้นได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลยนะ"

 

 

 

"ก็ดีเอาแบบนี้แล้วกันถ้าเธอตอบคำถามของฉันทั้งหมดโดยไม่โกหกฉันจะไว้ชีวิตเธอดีไหม"

 

 

 

"ดะ ดี"

 

 

 

ไอกะตอบแบบไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง ทำให้ริมุรุถึงกับยิ้มอย่างสนุกสนาน แม้เขาจะสงสารคิริวอยู่บ้าง แค่เหตุการณ์สนุกๆแบบนี้ไม่มีให้ได้พบบ่อยๆ อีกอย่างเขาก็มีเรื่องที่อยากจะยืนยันอีกด้วย

 

 

 

"เมื่อวานทำไมเธอถึงช่วยตัวเอง"

 

 

 

คิริวเบิกตากว้าง ใบหน้าของเธอเริ่มแดง สายตาแสดงความอับอายออกมาให้เห็น แต่ไม่นานเธอก็กลับมากลัวจนตัวสั่นเธอกัดฟันตอบคำถามของเขาโดยไม่หลงเหลือความอายอีกต่อไป

 

 

 

"ฉันติดอยู่บนดาดฟ้า โทรศัพท์มือถือแบตหมดจึงไม่มีอะไรทำ อาการเย็นๆมันเป็นใจเลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบ"

 

 

 

"ผ่าน คำถามต่อไปเมื่อวานตอนเธอช่วยตัวเองเธอจินตนาการถึงใครในตอนนั้น"

 

 

 

"คิบะตอนจูบและมีอะไรกันกับ... ชะ ชินสุเกะโดยมีคิบะเป็นฝ่ายลุก"

 

 

 

"พรวด แค่กๆ"

 

 

 

ริมุรุถึงกับสำรักน้ำส้มที่กำลังกิน ให้ตายสิพูดซะเห็นภาพเลย แต่ว่าเขาจะหยุดถามไม่ได้ เขากลับมาสงบนิ่งในชั่วพริบตาและเริ่มถามคำถามต่อไปทันที แต่คราวนี้น้ำเสียงของริมุรุค่อนข้างจริงจัง

 

 

 

"แล้วทำไมเธอถึงไปอยู่ที่ดาดฟ้า"

 

 

 

"ฉันเผลอไปได้ยินอิซเซย์คุยกับเรื่องปีศาจและพลังเวทย์เลยตามแอบดูพวกเขา..."

 

 

 

แบบนี้นี่เอง คงไม่มีใครบ้าไปติดบนดาดฟ้าเพราะอยากชมดาวหรืออยากลองเอ้าดอร์ที่โรงเรียนในเวลาแบบนั้นหรอก เขาพอจะสัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นของคิริวในตอนนั้นได้พอสมควรแม้จะมีความหื่นเสียส่วนใหญ่ก็เถอะ

 

 

 

"คำถามสุดท้าย เธอรู้แล้วใช่ไหมว่าพวกเขาในโรงยิมเป็นตัวอะไร"

 

 

 

"ชะ ใช่พวกเขาเป็นปีศาจ ชะ ชินสุเกะนายก็เป็นปีศาจด้วยใช่หรือเปล่า"

 

 

 

แม้จะหวาดกลัวแต่เธอก็ทำท่าทีอยากรู้คำตอบ ทว่าสายตาที่แหลมคมของริมุุรุกับมองเธอเพื่อสื่อว่าอะไรที่ไม่ควรถามก็อย่าได้ถาม เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำมันเป็นอันตรายมาก ถ้ากลุ่มที่เธอแอบดูเมื่อวานไม่ใช่พวกโซน่าหรือเรียส บางทีวันนี้เธออาจจะหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่

 

 

 

"จริงๆที่ฉันพาเธอมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เธออยากรู้อยากเห็นมากเกินไป มันเป็นอันตรายต่อตัวเธอมากรู้หรือเปล่า"

 

 

 

"เรื่องนั้น..."

 

 

 

"เอาละพูดไปก็มากความ กลับห้องกันเถอะคาบต่อไปจะเริ่มแล้ว"

 

 

 

คิริวยืนงงไปครู่หนึ่ง ตอนแรกเธอก็นึกว่าเขาจะทำการลบความทรงจำ ไม่ก็สังหารเธอเพื่อปกปิดความลับตามนิยายแฟนตาซีที่เธอศึกษาไว้เมื่อวาน ทว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรเธอเลยละ

 

 

 

"ยืนทำอะไรอยู่ รีบไปกันได้แล้ว"

 

 

 

"เดี๋ยวก่อนสิทำไมนายถึงไม่ลบความทรงจำ ไม่ก็ฆ่าฉันเพื่อปิดบังความลับละเหมือนในนิยายละ นายไม่กลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนอื่นหรอกหรอ"

 

 

 

"ยุ่งยากน่ะ สักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะเธอค่อนข้างสอดรู้สอดเห็น ลบความทรงจำของเธอไปเดี๋ยวเธอก็ต้องหาเรื่องใส่ตัวอีกสู้ให้เธอรู้ตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า ส่วนเหตุผลที่ฉันไม่กำจัดเธอ ง่ายมากก็เพราะเธอเป็นเพื่อนของฉัน เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"

 

 

 

ว่าจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่รอไอกะที่ยืนอึนไปชั่วขณะ ไม่นานเธอก็ยิ้มร่า ตะโกนเรียกเขาโดยไร้ความหวาดกลัวและวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว ทำให้อาเชีย ยูมะ อิซเซย์ที่แอบมองถอนหายใจโล่งอก

 

 

 

"นึกว่าคิริวจะโดนเจื๋อนซะแล้ว"

 

 

 

"พูดอะไรแบบนั้นคะคุณอิซเซย์ คุณริมุรุออกจะใจดีมากเลยนะคะ"

 

 

 

อาเชียหันไปตำหนิอิซเซย์เล็กน้อย เจ้าอิซเซย์จึงทำแค่บ่นในใจ เหมือนกับยูมะที่ยืนถอนหายใจกับฉากเมื่อครู่ เพราะถ้าเป็นเธอ เธอจะล้างสมองลบความทรงจำของเจ้าตัวทิ้งไปให้หมด

 

 

 

'ใจอ่อนเกินไปแล้วนายท่าน'

 

 

 

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสามก็เดินไปเข้าเรียนปกติ ทว่าพอกลับมาในห้องพวกเธอก็พบกับริมุรุที่กำลังทำหน้าเจื่อนๆ กำลังใช้สายตาขอความช่วยเหลือจากพวกเขา เนื่องจากคิริวกำลังชวนคุยนู่นนี่จนเจ้าตัวปวดหัว

 

 

 

อาเชียยิ้มและกลับไปนั่งที่ ยูมะใช้สายตาสมน้ำหน้าและสะบัดหน้าหนี ส่วนเจ้าอิซเซย์ขานี้ขอแค่ได้เห็นเพื่อนเกลอเป็นทุกเจ้าตัวก็สุขใจแล้ว แม้จะอิจฉาที่เจ้าตัวมีสาวมาติดพันมากมายด้วยก็ตาม

 

 

 

สายตาของริมุรุเหล่มองไปยังคุโรกะที่ยังนอนนิ่งอยู่ที่ตักโดยไม่สนใจใยดีหรือรอบข้าง จึงนำมือไปสะกิดเธอทว่าเธอกลับเมินเฉยเขาเสียอย่างนั้น

 

 

 

'งอนที่เราดึงหูหรอ แต่เอาเถอะจะทนหน่อยก็แล้วกัน'

 

 

 

และไม่นานโลกแห่งความเงียบสงบก็กลับเข้ามาเยือน เมื่ออาจารย์ประจำวิชาต่อไปเข้ามาในห้อง คิริวจึงต้องกลับไปนั่งที่โดยยิ้มแย้มแจ่มใสกว่าที่เคย ปกติเธอจะเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้มแย้มเสียเท่าไหร่

 

 

 

ไม่นานวิชาที่สองและสามก็จบลงและเข้าสู่ช่วงพักกลางวันริมุรุรีบอุ้มคุโรกะและดึงเจ้าอิซเซย์เดินออกจากห้องไปโดยไม่สนเสียงตะโกนเรียกของคิริวที่ติดเขาแจราวกับตังเม

 

 

 

"คิริว เธอชอบซากากิจังงั้นหรอเห็นตั้งแต่พวกเธอไปด้วยกันเธอก็เปลี่ยนไปเลยนะ"

 

 

 

"ถ้าใช่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนอนน้อยอย่างพวกนายละ"

 

 

 

ฉึกๆ

 

 

 

เสียงทิ่มแทงหัวใจดังลั่นพร้อมชายหนุ่มขาหื่นสองคนที่ลงไปนอนกองกับพื้นท่าทางหมดอะไรตายอยาก โดยปากของทั้งคู่ก็เอาแต่พูดว่าหนอนน้อยอย่างพวกผมผิดไปแล้วครับตลอดเวลา

 

 

 

"คุโรกะฉันจะพาเธอไปหาน้องสาวดังนั้นหายงอนได้แล้วนะ"

 

 

 

"ก็ได้แต่นี่ก็เพื่อชิโรเนะนะ"

 

 

 

"มะ แมวพูดได้"

 

 

 

อิซเซยที่ถูกลากตัวปลิวตกใจมาก แต่พอคิดถึงตัวเองที่เป็นปีศาจและครอบครองจักรพรดิมังกรเจ้าตัวก็ค่อยๆสงบใจลงและขอให้ริมุรุปล่อยเนื่องจากเขาหายใจไม่ออก

 

 

 

"นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย ชินสุเกะ"

 

 

 

"หาน้องสาวของยัยนี่ ในตระกูลของนาย"

 

 

 

"น้องสาว ? แต่ที่ชมรมไม่มีแมวนะ ไม่สิสัตว์ปีศาจของโคเนโกะจังก็เป็นแมวนี่นา"

 

 

 

"เอาน่าตามมาเดี๋ยวก็รู้เอง จริงสิคุโรกะเรื่องที่เราเป็นปีศาจและจอมมารยังเป็นความลับดังนั้นอย่าหลุดออกไปเชียว"

 

 

 

"รู้แล้วละน่า"

 

 

 

ทั้งสองพร้อมอีกหนึ่งตัวเลยเดินทางไปที่อาคารชมรมวิจัยเรื่องลึกลับของตระกูลเกรโมรี่ แต่ยังไม่ทันเข้าห้องชมรมทั้งสามก็พบกับหญิงสาวผมแดงและหญิงสาวผมดำทรงโพนี่เทลกำลังแปลกใจเมื่อเห็นริมุรุ

 

 

 

"แอบดีใจเลยละสิอาเคโนะ ชินสุเกะคุงมาหาถึงที่แบบนี้"

 

 

 

"แหม๋ๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกคะประธาน สวัสดีจ้ะชินสุเกะคุงไม่ได้เห็นหน้ามาตั้งนาน"

 

 

 

"สวัสดีครับรุุ่นพี่ฮิเมจิมะ รุ่นพี่เรียส"

 

 

 

"แล้ววันนี้มาหาอาเคโนะหรอ ?"

 

 

 

โดนเรียสถามแบบนี้ริมุรุถึงกับสะอึก เขาหันไปมองอาเคโนะผู้กำลังรอคำตอบเขาอย่างใจจดใจจ่อก็ได้แต่ยิ้มรับและพยักหน้า เอาเข้าแล้วนี่เขาไปปักธงแม่นี่ตอนไหนละเนี่ย!

 

 

 

"นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ พอดีผมไปเจอน้องเหมียวตัวนี้มา แถมมันยังพูดได้ด้วยมันบอกให้ผมนำทางมาหาน้องสาวน่ะครับ"

 

 

 

เรียสและอาเคโนะจ้องมองไปที่แมวดำในอ้อมแขนของริมุรุก็ทำหน้าตึงเครียดทันมี เพราะทั้งคู่สัมผัสได้ถึงความร้ายกาจของแมวตัวนี้ได้ดีพอสมควร และยังพอได้ยินเรื่องนี้มาอยู่บ้าง

 

 

 

"โคเนโกะสินะ เอาเถอะเข้าไปคุยข้างในกันดีกว่า"

 

 

 

"จะดีหรอคะประธาน เธอคนนั้นน่ะ"

 

 

 

"นี่ก็เพื่อโคเนโกะ ฉันไม่อยากให้เธอจมปักแต่ในอดีต"

 

 

 

สองสาวเข้าซุบซิบกันแน่นอนมีเพียงเจ้าอิซเซย์เท่านั้นที่ไม่ได้ยิน ส่วนริมุรุและคุโรกะต่างก็ได้ยินกันทั้งคู่ ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจ ต่างจากคุโรกะที่ค่อนข้างชื่นชมในตัวเรียส ไม่คิดเลยว่าน้องสาวของเธอจะมีเจ้านายที่ดีแบบนี้ หมดห่วงไปเปราะนึงเลย

 

 

 

'ขอแค่พี่ได้เห็นเธอมีความสุขก็พอแล้ว ชิโรเนะ'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น