marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 194

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2563 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 20
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ทางที่จะพิสูจน์

 

“ฉันรักเธอนะยองมี...ฉันรักเธอมากจริงๆ” คำพูดของผมทำให้นั่งนิ่งอึ้งอย่างตกใจเล็กน้อยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเป็นแบบนี้แต่เธอจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ผมพูดทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา...ตั้งแต่ได้เจอกับเธอผมก็ได้ทำให้เธอได้เห็นอีกด้านที่ผมไม่เคยทำกับใครผมทำแบบนี้แค่กับเธอคนเดียว...

“ >////< พูดอะไรของพี่เนี่ยยยย” เธอพูดขึ้นอย่างเขินอายใบหน้าที่แดงแจ๋นั่นน่ารักจริงๆผมมองเธออย่างยิ้มๆผมอยากดึงเธอเข้ามากอดจริงๆอยากหยุดช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้นานที่สุด...ผมอยากพาเธอหนีจากทุกอย่างแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันแค่สองคนผมอยากทำแบบนั้นอยากพาเธอหนีจากสิ่งที่จะทำให้เธอเจ็บปวดแต่ผมทำไม่ได้ผมไม่อยากหันหลังให้ปัญหาผมไม่อยากทิ้งครอบครัวของผมที่ทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือผม และ ผมไม่อยากให้เธอเจ็บปวดยิ่งกว่าหากเธอรับรู้ภายหลัง....

“ฮึๆ ไม่มีอะไรอาหารมาพอดีทานข้าวเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เธอพยักหน้าแทนคำตอบรอให้บริกรเสริฟอาหารลงอย่างระมัดระวังก่อนอาหารจำนวนมากจะถูกวางลงจนครบ หลังจากนั้นบริกรก็เดินหันหลังออกไปจึงเหลือแค่เราสองคนเธอจะพูดขึ้นทันที

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า” คำพูดของเธอทำให้ผมรับรู้ว่าเธอสัมผัสได้ถึงความกังวลของผม...ผมคงแสดงออกมาชัดเจนเกินไปสินะ

“ยองมีเธอเชื่อใจพี่หรือเปล่า” เธอมองมาที่ผมด้วยแววตาแน่นิ่งแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เธอเอื้อมมือขึ้นมาจับมือผมเบาๆพร้อมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ความเชื่อใจของฉันต่อโลกนี้มันหมดไปแล้วแต่ไม่ใช่กับพี่ฉันเชื่อใจพี่คะ ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจทำอะไรฉันพร้อมที่จะก้าวตามเสมอ”

“ไม่ว่าทางนั้นมันจะทำให้เธอเจอกับความเจ็บปวดงั้นเหรอ”

“หากฉันเจ็บปวดมันคงไม่เท่าที่พี่เจ็บหรอกจริงมั้ย” ผมถอนหายใจออกมากับคำพูดที่ชาญฉลาดของเธอ...ผู้หญิงคนนี้เธอคือคนที่เข้าใจผมมากกว่าใครในโลกนี้จริงๆ และ มันก็จริงอย่างที่เธอพูดหากจะบอกว่าเธอเจ็บแต่ผมนี่เจ็บมากกว่า...

“นั่นสินะ...” พอได้ยินผมตอบกลับแบบนี้เธอจึงถอนหายใจออกมาแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

“บอกฉันมาได้หรือยังว่าเป็นอะไรวันนี้ทั้งวันมันมีแวบหนึ่งที่ฉันเห็นนะว่าพี่กำลังสับสน” พอเธอพูดจบผมก็มองลึกเข้าไปในแววตาของเธอ

“ก็หลายอย่างนะมีอะไรให้คิดนิดหน่อย” ผมยังคงไม่พูดไปตามตรงเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงแค่รอตอบคำถามของเธอ

“เรื่องที่เรากำลังทำอยู่หรือเปล่า”

“ใช่แล้ว”

“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอค่ะ”

“พี่พึ่งรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”

“หมายความว่า.....” เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจแต่ในขณะที่ผมกำลังจะพูดต่อจู่ๆสายตาก็เหลือบไปเห็นท่าทางแปลกๆของคนที่พึ่งเข้ามาผมขมวดคิ้วมองคู่รักคู่หนึ่งที่เดินมานั่งโต๊ะถัดไปจากเรา...พอสองคนนั้นนั่งลงคนในร้านจู่ๆก็พากันทยอยลุกออกไปทีละโต๊ะราวกับจงใจพากันออกไปสีหน้าของผมทำให้ยองมีนิ่งเหมือนกันเหมือนเธอจะรู้สึกตัวเหมือนผมแล้ว...

“พี่ค่ะ”

“นับหนึ่งถึงสามแล้วลุกขึ้นพร้อมกัน” เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจไม่ตอบอะไรก่อนผมจะเริ่มพูดขึ้นเบาๆ

“หนึ่ง”

“สอง”

ปึก! ผลัวะ!

แต่ไม่ทันจะนับสามจู่ๆสองคนที่เดินมานั่งข้างๆก็ลุกขึ้นเหมือนจะดึงปืนออกมาผมจึงรีบลุกขึ้นไปกระโดดเตะเข้าที่อกของไอ้ผู้ชายส่วนผู้หญิงยองมีก็ลุกขึ้นไปบิดข้อมือหล่อนไปด้านหลังก่อนจะดันตัวหล่อนนาบลงที่โต๊ะ

“ใครส่งเธอมา” เธอถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษแต่ยัยผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมตอบหล่อนแฉะยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะถีบขาขึ้นด้านหลังนั่นทำให้ยองมีกระเด็นไปชนโต๊ะในร้านจนล้มระเนระนาดผมจึงรีบกระโดดไปประคึเธอลุกขึ้นมาทันที

เพล้งงงง!!! ปึก!!!

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ตอนนี้อย่าพึ่งห่วงฉันเลยค่ะพี่ตอนนี้ศัตรูอยู่ตรงหน้านะ” ผมชะงักกับคำพูดของเธอเล็กน้อยนั่นสินะผมเป็นอะไรของผมว่ะเนี่ยไม่สงบนิ่งเหมือนอย่างเคยเลยให้ตายสิ

“เปิดไบโอนิกนั่นจะทำให้เรา..” แต่ก็พูดได้ไม่ทันจบสองคนนั้นก็สิ่งกรู่เข้ามาหาเราแต่ที่น่าตกใจกว่าสองคนนั้นคือคำพูดของคนข้างๆผม

“ฉันไม่ได้เอามา!!!!” เธอตะโกนขึ้นเท่านั้นก่อนจะกระโดดเตะไปที่ผู้หญิงคนนั้นส่วนผมก็สวนหมัดใส่หมอนั่นอย่างโมโหที่เธอสะเพร่าแบบนี้!!!!

“หมายความว่าไงที่ไม่ได้เอามา!!!!!” ผมตะโกนขึ้นอย่างโมโหจนขีดสุดพร้อมกระโดดไปเตะเข้าที่ปลายคางของไอ้เวรที่เข้ามากวนใจผม!!!!

“ก็ใครจะไปรู้ว่าจะได้ใช้!!” คำตอบของเธอยิ่งทำให้ผมเดือดดาลขึ้นไปอีกผมกดเปิดสวิตซ์ไบโอนิกก่อนจะคำนวณท่าทางของศัตรูพร้อมตรวจจับอาวุธรอบๆ และ สายตาก็ไปสะดุดที่ปืนบนพื้น....

“ให้ตายเถอะ!!! จริงๆเลย!!!” พอสามารถอ่านท่าทางของศัตรูได้แล้วผมดึงผมคลุมที่โต๊ะขึ้นมากระโดดไปคลุมโปงใส่หมอนั่นก่อนจะรีบกลิ้งออกมาแล้ววิ่งไปหยิบปืนที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมายิง

ปัง!

ผมยิ่งไปที่ร่างของไอตัวผู้ชายเสร็จก็รีบเล็งไปที่ผู้หญิงแต่ไม่ทันได้ยิงก็สะดุดกับฝีมือการต่อสู้ของยองมีเธอใช้จายตบไปที่ผู้หญิงคนนั้นจนแตกก่อนจะนำเศษที่แตกมาเป็นอาวุธเธอบิดข้อมือยัยนั่นส่วนมืออีกข้างก็นำเศษแก้วคมๆที่พึ่งได้มาแทงเข้าที่คอของยัยนั่นอย่างรุนแรง

“อ๊ากกกก!!!!”

“ใครส่งเธอมา” ยองมีดึงเศษแก้วที่เสียบลงไปออกมาพร้อมกับทำท่าจะแทงลงไปใหม่เป็นการข่มขู่ทางนั้นแต่เหมือนผู้หญิงคนนั้นถูกฝึกมาเพื่อใช้งานแล้วทิ้งนะเพราะเธอไม่มีท่าทีจะตอบคำถาม หรือ กลัวเลยชักนิดเดียวเธอมองหน้ายองมีนิ่งๆจนผมสังเกตเห็นมือข้างหนึ่งของเธอกำลังจะล้วงบางจากด้านหลังผมจึงตัดสินใจยิงออกไปทันที

ปัง!

กระสุนแล่นไปฝังที่หัวของผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าต่อตายองมีเธอชะงักเล็กน้อยแต่ก็หันมามองผมพร้อมคำถามแต่ผมยักไหล่แทนคำตอบก่อนจะรีบวิ่งไปหาเพื่อสำรวจร่างกายของเธอ

“เป็นอะไรมั้ย” ถึงปากจะถามแบบนั้นแต่สายตาก็เริ่มสำรวจร่างกายของเธอเรียบร้อยเธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“งั้นรีบไปกัน สงสัยตอนนี้พวกนั้นคนล้อมข้างนอกไว้หมดแล้ว...เธอไม่ได้เอานาโนชิปมาด้วยใช่มั้ยงั้นเอาแบบนี้” ผมถอดนาโนชิปที่ต้นคอออกให้เธอจนเจ้าตัวมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ

“ทำแบบนี้หมายความว่าไงพี่จะให้ฉันทิ้งพี่แล้วหนีไปงั้นเหรอ”

“ยองมีฟังก่อนตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพี่ยังมีไบโอนิกติดต่อกับทุกคนได้แต่เธอไม่มีเพราะงั้นต่อจากนี้ทำตามที่พี่บอกไหนบอกว่าเชื่อการตัดสินใจของพี่ไง” ผมพูดขึ้นนิ่งๆนั้นทำให้เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยราวกับกำลังขัดใจแต่ก็ต้องยอม

“แผนคืออะไร”

“เธอปลอมตัวเป็นผู้หญิงคนนั้นแล้ววิ่งออกไปด้านนอกทำท่าเรียกหาคนของตัวเองจากที่ตรวจสอบคนที่อยู่ด้านนอกตอนนี้เหมือนพวกนั้นล้อมที่นี่ไว้หมดแล้วคนพวกนั้นจะพุ่งเข้ามาหาเธอแน่นอนจากนั้นก็ทำท่าบอกว่าพี่กับเธอหนีไปแล้วออกทางด้านข้างพี่จะเอาศพหมอนี่เหวี่ยงออกไปล่อพวกมันให้ตามพี่ไปพอพวกนั้นวิ่งตามพี่เธอก็หาจังหวะหนีออกมาพร้อมกับปลอมเป็นใครก็ได้โอเคมั้ย” พูดจบผมรีบดึงเธอเข้ามากอดถึงเธอไม่พูดอะไรแต่ผมรู้ว่าเธอเข้าใจแถมตอนนี้จะไม่มีเวลาแล้วด้วยจากการตรวจจับการเคลื่อนไหวเหมือนพวกนั้นกำลังจะเข้ามาในนี้

“แล้วพี่จะ...”

“เราจะไปเจอกันที่พัก...อย่ากังวลไปเลยพี่จะกลับไปหาเธอแน่นอนระวังตัวด้วยนะรีบเอาเสื้อผ้าผู้หญิงคนนั้นมาใส่สะไม่มีเวลาแล้ว” คำพูดเร่งเร้าของผมทำให้เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างเครียดๆ

“ห้ามเป็นอะไรนะ...” ผมลูบหัวเธอเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆให้กับความน่ารักของเธอ

“รีบไปได้แล้ว...” เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินไปหาศพของผู้หญิงคนนั้นแล้วจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับปลอมตัวส่วนผมก็ลากศพของไอ้ผู้ชายมาแถวๆริมหน้าต่างรอจังหวะทีียองมีเสร็จแล้วออกไปผมใช้ไบโอนิกอ่านข้อมูลด้านนอกเพื่อหาทางหนีของตัวเองพร้อมกับติดต่อหาลูกน้องเพื่อให้พวกนั้นมารับยองมี...ผมนะไปคนเดียวจะปลอดภัยกว่าผมไม่อยากลากเธอมาเสี่ยงด้วยเพราะงั้นจึงตัดสินใจให้เธอทำแบบนั้น

“เสร็จแล้ว...” ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงของหญิงแปลกหน้าเมื่อกี้ผมหันไปมองเล็กน้อยก่อนพยักหน้าเบาๆ

“พอออกไปแล้วอึนอู กับ แอนดรูจะมารับระวังตัวด้วยนะ”

พรึบ!

“อย่าเป็นอะไรนะ..” เธอโผล่เข้ามากอดผมจากด้านหลังก่อนจะผละออกแล้วทำตามที่ผมบอกเธอวิ่งออกไปหน้าตาตื่นจากนั้นผมก็ตัดสินใจผลักร่างไร้วิญญาณของหมอนี่ออกไปจากด้านหลังหน้าต่าง

เพล้งงงง

เสียงกระจกแตกพร้อมกับร่างที่โดนเหวี่ยงออกไปผมกระโดดออกไปจากทางหน้าต่างไม่นานทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนของผมคนพวกนั้นวิ่งแห่กันมาทางผมก่อนผมจะรีบวิ่งเข้าไปในความมืดด้านข้าง....

‘ยองมี!! ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดนะ!!!’

ทุกก้าววิ่งของผมยังคงคิดถึงใบหน้าเล็กๆนั่นของเธอเสมอเสียงสัญญาณเตือนจากไบโอนิกส่งเตือนบอกทุกครั้งที่มีกระสุนเข้ามาใกล้ผมทำให้ผมหลบได้อย่างน่าเหลือเชื่อ...

“เอาละ....ยองมีไม่อยู่แล้วงั้นฉันจะไม่เกรงใจละนะ” ผมวิ่งเข้าไปหลบในความมืดของตรอกเล็กๆเพื่อหาจังหวะตอบโต้กลับวันนี้ทั้งวันผมรู้สึกอยู่แล้วว่ามีคนตามแค่ผมไม่สนใจเพราะอยากใช้เวลากับเธอมากที่สุดแถมผมยังพยายามไม่แสดงความโหดร้ายป่าเถื่อนต่อหน้าเธอเท่าไหร่เพราะผมไม่อยากให้เธอเห็นมุมที่ไม่น่าดูเท่าไหร่นะสิก็ผมเป็นมาเฟียนิมันก็ต้องมีมุมมืดกันอยู่แล้ว และ ลำพังแค่พวกกระจอกแบบนี้ไม่ลำบากเท่าไหร่หรอก...

 

 

ทางด้านยองมี

 

 

“โนอาไม่เป็นไรมากใช่ไหม” ในขณะที่กำลังยืนนิ่งมองคนมากมายของพวกนี้วิ่งตามเสียงกระจกแตกเมื่อกี้ไปจิตใจฉันก็สั่นไหวไปหมดให้ตายสิ!!!

“ไม่เป็นไรแค่เจ็บขานิดหน่อย” ฉันโกหกอย่างหน้าตาเฉยพอหมอนั่นได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโยนโทรศัพท์มาที่มือของฉัน

“ไปรอที่รถแล้วติดต่อผู้หญิงคนนั้นไปบอกว่าพวกมันหนีไปได้แต่เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเองส่วนเธอก็กลับไปรอที่ฐานได้เลย” หมอนั่นพูดไว้แค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งตามพวกที่เหลือไปส่วนฉันได้แต่ยืนมองโทรศัพท์กับพวกที่เหลืออีกสามสี่คนที่พอจะจัดการได้อยู่แต่ความอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมันมีมากกว่าที่จะจะตัดสินใจหนีตอนนี้!!!! ฉันกดโทรศัพท์โทรออกไปตามที่หมอนั่นบอกอย่างใจเต้นแรงเพราะตอนนี้เท่ากับว่าฉันเข้ามาใกล้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อีกขั้น!!!!

ตรู๊ดดดดด

‘ฮัลโหลว่าไงจัดการแล้วเหรอ’ แต่ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์เสียงที่คุ้นเคยของใครบางคนก็ดังขึ้น...เสียงที่ฉันคิดถึงมาตลอด...เสียงที่อบอุ่นของคนที่ฉันรักยิ่งกว่าใคร...ตอนนี้เสียงนี้กับดังขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่ควรจะเกิด

‘นี่!!! รีบพูดมาสิจะเงียบไปถึงเมื่อไหร่’ ปลายสายเร้ามาอย่างหงุดหงิดฉันสะอึกเล็กน้อย

“คือว่าสองคนนั้นหนีไปได้ตอนนี้ทางเรากำลังตามไปจัดการ” ฉันตัดสินใจกัดฟันพูดอย่างเจ็บปวดพยายามไม่ให้น้ำตามันไหลพยายามทำตัวเป็นปกติเพราะกลัวพวกนี้จับได้

‘ว่าไงนะ!!!!! นี่พวกแกปล่อยให้สองคนนั้นหนีไปงั้นเหรอ!!!! รีบไปจัดการสะไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ต้องฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ได้!!! ส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่าให้เธอตายละเพราะเราจะเอามาต่อลองกับพ่อของเธอ!!!!’ คำพูดที่ดังขึ้นอย่างไร้เยื่อใยยามที่พูดถึงฉันมันหมายความว่ายังไงกันแน่....

“ค่ะ” ฉันรับคำเท่านั้นก่อนจะกดวางสายราวกับหัวใจที่แตกสลายยิ่งกว่าตอนที่รับรู้ว่าแม่ตายไปแล้ว....ใช่แม่ของฉันตายไปแล้วจริงๆเพราะเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ไม่มีวันเป็นแม่ของฉันได้แน่นอน!!!!! และ ทางเดียวที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้คือฉันต้องปลอมตัวเนียนไปกับพวกนี้!!!!

‘เสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ไม่มีวันจะเป็นแม่ได้หรอกแม่ตายไปแล้วตอนที่เรือระเบิดไม่มีวันที่จะเป็นแม่ได้!!!’

 

 

 

อ๊ากกกก!!! นี่มันอะไรกันความซับซ้อนนี่จะแก้ยังไงเนี่ยยยยย!!! ไรท์นี่แหละจะแก้ยังไงดีวุ่นวายกันจังฮ่าๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น