หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 34 สหายกินไก่

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 สหายกินไก่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2563 16:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 สหายกินไก่
แบบอักษร

 

เมื่อจื่อเย่ว์ฟังคำสั่งแล้วก็ปลาบปลื้มมาก สายตาที่มองดูถังเฉียนไม่ได้แสดงการรังเกียจอีกต่อไปแล้ว ทั้งสองเดินตามกันออกไป จื่อเย่ว์ยิ้มให้ถังเฉียนพลางพูดว่า 

“ท่านหมอ นับวันก็ยิ่งรู้ลู่ทางนะ” 

ถังเฉียนไม่พูดอะไร เพียงแต่เดินห่างจากนางมากขึ้น แล้วได้ยินจื่อเย่ว์บอกว่า 

“จื่อเย่ว์เป็นคนที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ ได้ยินว่าท่านหมอชอบกินไก่ ช่วงนี้น้ำแกงไก่จืดชืดเกินไป เห็นพ่อครัวบอกว่าท่านหมอกินไม่มาก ประเดี๋ยวจื่อเย่ว์จะไปกำชับห้องครัวให้เพิ่มตั่งเซิน[1]กับหวงฉี[2] จะได้บำรุงร่างกายบ้าง” 

เอ่อ... 

ถังเฉียนไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะสหายกินไก่ของตนไม่อยู่ ดังนั้นนางจึงกินได้ไม่มากนัก ดูแล้วเพื่อปิดบังฐานะของตัวเองคงต้องกินให้มากขึ้น ถ้าไม่ได้จริงๆ อาจต้องลองเอาไปเลี้ยงเสี่ยวจิน 

เมื่อจดหมายฉบับนั้นถูกตรวจพบแล้วมอบให้ฉู่จิ่งเหยา ทำให้ถังเฉียนรู้ชะตากรรมของซูซินเหลียนแล้ว หากแต่ถังเฉียนกลับอดกังวลอนาคตของตัวเองไม่ได้ หมอผีในสังกัด นับว่าเป็นความไว้วางใจก็ได้ แต่นางไม่มีความสามารถเฉกเช่นหมอผี 

เมื่อถังเฉียนกลับมาที่ห้อง น้ำแกงไก่ที่จื่อเย่ว์พูดถึงอยู่บนโต๊ะอาหารเสียแล้ว ถังเฉียนมองดูคราหนึ่ง แล้วปิดประตูห้องลง ใคร่อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่ ทุกครั้งที่นางไปอยู่ข้างตัวฉู่จิ่งเหยาจะรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เหมือนกับยืนบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ยามนี้อากาศร้อนแล้ว ทำให้ตัวนางชุ่มไปด้วยเหงื่อ 

หลังจากชำระล้างร่างกายแล้วก็กลับมาที่โต๊ะ รู้สึกอยากดื่มน้ำขึ้นมา 

“โอ้ วันนี้ไก่ไม่เลวเลย” 

เมื่อถังเฉียนได้ยินเสียงนี้ก็ทั้งตื่นเต้นและดีใจ เห็นเถิงเฟิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ หยิบน่องไก่ขึ้นมาเคี้ยวกิน 

ถังเฉียนดีใจมาก 

“เถิงเฟิง เจ้ากลับมาแล้ว! น้องสาวข้าเล่า” 

“น้องเจ้า?” 

ถังเฉียนรีบยกมือปิดปากตัวเอง เถิงเฟิงกลอกตาแล้วเอาน่องไก่ใส่ปาก พอเห็นถังเฉียนมีท่าทางตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงเอาข่าวในมือแปะไปบนหน้าผากนาง 

เขานั่งลงบนเก้าอี้เคี้ยวไก่กินตามความเคยชิน ท่าทางเหมือนเจ้านาย ถังเฉียนรู้สึกกลัดกลุ้มที่ เมื่อครู่ตนเองพูดผิดไป แต่ดูท่าทางเถิงเฟิงจะไม่ใส่ใจ 

ถังเฉียนดึงแผ่นกระดาษลงมา ปรากฏว่าในนั้นเขียนเป็นภาษาม้ง ยังดีที่หลายวันมานี้นางยังมุ่งมั่นศึกษาอยู่บ้าง 

“มีคนใจดีที่หนานจิงช่วยนางไว้ นางไม่ตาย ดีจริงๆ” 

เถิงเฟิงได้ยินเช่นนี้ก็ลุกขึ้นนั่ง จ้องมองถังเฉียนตาเขม็ง โยนน่องไก่ที่กินเหลือไปข้างๆ สุนัขลายด่างตัวหนึ่งวิ่งมาคาบไป 

“เถิงเฟิง? เหตุใดไม่พูดอะไรบ้าง เจ้ารู้ฐานะข้าก่อนแล้วใช่หรือไม่” 

เถิงเฟิงยิ้มพลางลุกขึ้นยืน เขายื่นมือออกมา ค่อยๆ วางลงบนศีรษะนาง แล้วพูดเบาๆ ว่า 

“อาหรูน่า อาหรูน่าของข้า คนที่เจ้าอยากตามหา ข้าก็หาให้แล้ว ในที่สุดเจ้าก็มีชื่อแล้ว พอใจมากใช่หรือไม่เล่า” 

ถังเฉียนชะงักเล็กน้อย เถิงเฟิงยังคงยิ้มและลูบศีรษะนาง เขาพูดต่อ 

“เวลานี้นางอยู่สุขสบายดี รอให้เจ้ามีเวลาว่างข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมนางก็ได้ ครอบครัวนั้นไม่มีบุตร ถือนางเป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ เจ้าวางใจได้” 

ถังเฉียนคลายมือที่กำแน่นออกช้าๆ นางถอนหายใจออกมา รู้สึกคลายความวิตกลงบ้าง น้องสาวที่นางเป็นห่วงที่สุด มีคนหนึ่งที่ยังมีชีวิต เมื่อรู้ข่าวถังเวย ทั้งยังรู้ว่านางอยู่อย่างสุขสบาย ตนก็สบายใจขึ้น 

ครั้นพอมองดูเถิงเฟิงแล้วก็ยังรู้สึกกังวล 

“เช่นนั้นข้า...” 

เถิงเฟิงพูดอย่างไม่ยี่หระว่า 

“ส่วนฐานะเจ้า เจ้ารักษาโรคให้ข้าแล้วไม่ใช่หรือ เจ้ายังรักษาท่านอ๋องไม่ใช่หรือ เราสองคนยังกระโดดโลดเต้นได้ ใครจะกล้าสงสัยเจ้า ถ้าไม่กลัวตายล่ะก็ ขอให้เจ้าบอกข้า ข้าจะเชือดเสีย” 

“ฮะๆ...” 

เมื่อถังเฉียนได้ฟังเช่นนี้ก็คลายความกังวลอย่างสิ้นเชิง เถิงเฟิงตบหน้าผากนางเบาๆ แล้วว่า 

“เจ้าหมอผีน้อย เลิกวิตกได้แล้ว ศึกษาวิชาหมอผีของเจ้าให้ดีเถิด” 

 

 

------ 

[1] ตั่งเซิน หรือตั่งเซียม เป็นสมุนไพร มีลักษณะคล้ายโสม มีรสหวาน ออกฤทธิ์ที่เส้นลมปราณม้าม และปอด จัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรบำรุงพลัง (ชี่) 

[2] หวงฉี  หรืออึ่งคี้ เป็นสมุนไพรบำรุงกำลัง มีรสหวานเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น ฤทธิ์อุ่น ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของปอดและม้าม 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น