เด็กอ้วง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 : ไม่เข้าใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 : ไม่เข้าใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 422

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 09:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 : ไม่เข้าใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 10 : ไม่เข้าใจ

 

 

ร่างบางสูงโปร่งยืนกระสับกระส่ายที่ขันบันไดทางขึ้นคฤหาสน์ ดวงตากลมโตเหม่อลอยแต่ในใจพลันร้อนลุ่มด้วยความผิดที่ตัวเองเพิ่งจะก่อขึ้น

 

 

หลังจากทราบเรื่องราวความผิดของเซียวจ้าน ไห่ควานก็รีบอวยพรร่างบางให้ยังอยู่ดี ก่อนจะรีบตรวจร่างกายและพาตัวเองกลับออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้อย่างเร็วไว

 

 

ใครจะคิดว่าพี่ใหญ่ของตระกูลจะกลัวน้องชายของตัวเองกัน

 

 

เซียวจ้านหวังใจจะให้ไห่ควานเป็นที่พึ่ง คิดมาถึงตอนนี้แล้วทำได้แค่ถอนหายใจออกเป็นรอบที่ร้อย

 

 

“คุณชายเซียวเข้าข้างในก่อนเถอะครับ กว่านายน้อยจะ-“

 

 

“นายว่าฉันควรพูดกับอี้ป๋อยังไงดี ถ้าเจ้านายของนายหักคอฉันก่อน ฉันจะมีโอกาสได้พูดบ้างมั้ย” เซียวจ้านที่ตอนนี้ตกอยู่ในความกังวลใจ เขาไม่คิดแม้จะฟังคำบอกกล่าวของหลงอู้ เอาแต่ถามคำถามของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

 

 

“ไม่ทราบครับ”

 

 

“ไม่ทราบครับๆ ฉันรำคาญที่จะฟังคำตอบแบบนี้แล้ว นายไม่คิดจะมีคำแนะนำที่ดีกว่านี้หรือยังไงกัน”

 

 

“คุณชายเซียวกลับเข้าไปนั่งรอข้างในบ้านก่อนเถอะครับถ้าเป็นคำแนะนำ”

 

 

“นั้นมันใช่คำแนะนำที่ไหนกัน ฉันไม่ต้องการแบบนั้น ที่ต้องการรู้คืออี้ป๋อจะโกรธฉันในระดับเลเวลไหนกันแน่” มือบางทั้งสองข้างของเซียวจ้านถูกยกขึ้นมาบีบนวดคลายความกังวลใจ

 

 

“คุณชาย คุณชายหวังกลับมาแล้วครับ” เฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆกับเซียวจ้านเอ่ย

 

 

“เฉิง ฉันควรทำยังไงดีไม่ให้มีพิรุธ ฉันควรทำยังไงดี” คนขี้กลัวหันไปเขย่าตัวเฉิงด้วยความตื่นเต้น

 

 

“คุณชายต้องใจเย็นๆก่อนนะครับ คุณชายหวังไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับคุณชายหรอกครับ อย่างน้อยคุณชายก็ยังเป็นคนของนายท่านหวังอยู่คุณชายหวังคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง”

 

 

“ละ แล้ว...แล้ว” ถ้าอี้ป๋อฆ่าเขาตายก่อนที่จะนึกถึงความเกรงใจคนเป็นพ่อเล่า เขาจะมีลมหายใจกลับคืนมาหายใจต่อหรือป่าว

 

 

“ไม่มีแล้วอะไรอีก คุณชายใจเย็นๆหากคุณชายหวังพูดถึงความผิด คุณชายก็แค่ยอมรับผิดและขอโทษคุณชายหวังไป” เฉิงเอ่ยบอกผู้เป็นนายอย่างคนที่มีสติมากกว่า

 

 

“โอเค ใจเย็นๆ” เซียวจ้านบอกกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นมาทำท่าสูดลมหายใจเข้าออกสักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมาฉีกยิ้มหวานรอคนที่กำลังลงจากลงก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

 

 

“.....”

 

 

เงียบ!

 

 

“.....” อย่าเงียบพี่ขอร้อง พี่อึดอัดใจ

 

 

“.....” บรรยากาศที่ไม่ดีต่อชีวิตเขาเอาเสียเลย ทำไมอี้ป๋อถึงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้

 

 

“อี อะ อี้ป๋อ” น้ำเสียงสั่นเครือของเซียวจ้านค่อยๆเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

 

 

“เรียนนายน้อย วันนี้คุณชายเซียวอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ออกไปไหน เพียงแค่มีการสั่งคนเข้ามาจัดสวนดอกไม้ใหม่และรื้อถอนสวนดอกไม้เก่าของนายน้อยออกไปครับ”

 

 

ขอบใจมากหลงอู้ที่นายกล่าวรายงานเจ้านายของนายต่อหน้าฉันอย่างกระชับจับใจความ แต่จะดีกว่านี้ถ้านายไม่รีบรายงานความผิดของฉันไปด้วย

 

 

“อี อี้ป๋อฉัน-“

 

 

“พี่ใหญ่กลับไปแล้ว?” ร่างสูงที่ไม่แสดงความโกรธหรือเอาเรื่องกับความผิดของเซียวจ้านตามการรายงานของลูกน้องและยังถามเพื่อเปลี่ยนเรื่องทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดตรงหน้า

 

 

พระเจ้า! ผิดคาด

 

 

“ว่ายังไง ฉันถาม”

 

 

“กลับไปแล้ว พี่ใหญ่กลับไปแล้ว” เซียวจ้านอยากจะยิ้มทั้งน้ำตา เหมือนฟ้าจะเห็นใจเขา เอ๊ะ! หรือว่าผีตัวไหนมาสิงอี้ป๋อของเขากันแน่

 

 

“อี้ป๋อ ใช่นายจริงๆใช่มั้ย” เซียวจ้านถามพลางจับตัวอี้ป๋อหันซ้ายหันขวาอย่างสำรวจ

 

 

“ทำอะไร น่ารำคาญ!” อี้ป๋อปัดมือเซียวจ้านออกไปให้พ้นตัว ก่อนจะเดินเลี่ยงอีกคนเข้าไปด้านในและตามด้วยขบวนลูกน้องที่กลับมาพร้อมผู้เป็นนายแยกย้ายกันกลับที่พักยกเว้นปินกับหลงอู้ที่เดินตามเจ้านายเข้าไปด้านใน

 

 

“นายน้อยไม่ได้ถูกผีตัวไหนเข้าสิงหรอกครับ แต่อาจจะยังมึนตึงอยู่บ้าง ถ้าได้น้ำเย็นสักแก้วคงจะใจดีมากกว่านี้ คุณชายเซียวคิดว่ายังไงครับ” ปินที่กำลังเดินผ่านร่างบางหันมาบอกก่อนจะเดินจากไป

 

 

เซียวจ้านยิ้มออกมาก่อนจะหันไปพยักหน้าอย่างรู้กันกับเฉิง

 

 

 

“คิดว่าเรื่องนี้ยังใช้เวลาอีกนานแค่ไหน” สถานการณ์ความตึงเครียดเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของหวังอี้ป๋อ เมื่อลูกน้องเข้ามารายการถึงความคืบหน้าของคนร้ายที่บังอาจหลบหนีหายไปจากสายตาของตระกูลหวังได้

 

 

สายตาเรียวจับจ้องที่ใบหน้าของลูกน้องอย่างไม่วางตา ความกดดันที่ส่งผ่านสายตาคาดหวังคำตอบที่ดีจากปากของอีกคน

 

“ผมเร่งแกะรอยตัวคนร้ายแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่เกินสองสัปดาห์น่าจะได้ตัวมาครับนายน้อย”

 

 

“สองสัปดาห์งั้นหรอ” คิ้วหนายกขึ้นเชิงตั้งคำถาม “ฉันให้ได้อีกแค่สองวัน ถ้านายทำไม่ได้ก็ยกงานนี้ให้คนอื่นทำอื่น”

 

 

“แต่นายน้อย-“

 

 

“ชีวิตของคู่หมั้นฉันมีคำว่าแต่งั้นหรอ” พูดจบมือหนาคว้าปืนคู่กายที่วางอยู่ข้างมือบนโต๊ะทำงานขึ้นมาเล็งเป้าหมายไปที่ศีรษะของคนที่ยืนตกตะลึงใบหน้าขาวซีดชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ

 

 

“ถ้าลูกปืนจากที่ไหนไม่รู้ถูกลั่นไกออกมาอีกครั้ง แม้เพียงแค่เฉียดเส้นผมคนของกูนั้นหมายถึงมึงต้องแลกด้วยชีวิตมึง” เสียงเหี้ยมกล่าวชัดเจนถึงความหมายแฝงที่ต้องการจะสื่อ ถ้าหากแม้จากนี้เป็นต้นไป มีเพียงเศษฝุ่นที่ทำให้คู่หมั้นนายน้อยขุ่นเคืองสายตานั้นหมายถึงพวกเขาต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปัดเป่าเศษฝุ่นนั้นให้หมดไป

 

 

ความอ่อนแอที่กำลังเผยให้คนภายนอกได้รับรู้ถึงจุดอ่อนที่ไว้ใช้เล่นงานของคนที่เป็นศัตรู แม้เป็นพวกปลายแถวเลยจะไม่รู้ การกำจัดใครสักคนไหนเลยจะมองผ่านจุดอ่อนนั้นไป

 

 

“นายน้อยครับ คุณชายเซียวมาขอพบครับ” ลูกน้องอีกคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เปิดเข้ามาผู้รายงานผู้เป็นนาย

 

 

อี้ป๋อตวัดตามองเล็กน้อยก่อนจะยอมลดปืนตรงหน้าลง “ออกไป”

 

 

“ครับนายน้อย” คนกลัวจนเหงื่อไหลรีบโค้งคำนับให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะรีบแจ้นออกไปจากห้องชวนผวานี้พลางคิดขอบคุณเซียวจ้านในใจที่มาขัดได้ทันเวลาพอดี

 

 

“อี้ป๋อ~~” เสียงเจื้อยแจ้วมาพร้อมกับร่างบางโฉบเข้าไปหาหวังอี้ป๋อที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มือเรียววางแก้วน้ำเย็นชื้นใจไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหยักคิ้วให้กับปินและหลงอู้ที่ยืนคุ้มอยู่ข้างนายของตัวเอง

 

 

“หิวน้ำมั้ย ฉันเอาน้ำมาให้”

 

 

“เอาใจฉัน เพราะทำความผิดมางั้นหรอ” อี้ป๋อเอ่ยถามคนตรงหน้าพลางโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องที่เฝ้าอยู่ภายในห้องนั้นออกไป

 

 

ปินหลงอู้และลูกน้องอีกสองสามคนที่อยู่ภายในห้องทำความเคารพผู้เป็นนายก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงาน

 

 

“ป่าวสักหน่อย ฉันเอาใจนายเป็นปกติอยู่แล้ว”

 

 

“แผลนายเป็นยังไงบ้าง”

 

 

“ดีขึ้นมากแล้ว แต่พี่ใหญ่สั่งห้ามไม่ให้ฉันทำอะไรที่หนักมากเกินไปในตอนนี้”

 

 

“นั้นดีแล้ว” อี้ป๋อพยักหน้าหน้าอย่างรับรู้ ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเพื่อความสบายตัว

 

 

“ฉันช่วย” เซียวจ้านที่เห็นก็รีบเสนอตัวเข้าช่วย รีบลากเก้าอี้เข้าไปนั่งอยู่ข้างๆก่อนจะดึงแขนอีกฝ่ายเข้ามาหาตัว ค่อยบรรจงปลดกระดุมและพับแขนเสื้อให้อีกฝ่าย

 

 

“ขอบคุณนะ”

 

 

“คราวนี้เรื่องอะไรอีก”

 

 

“ก็เรื่องทุกเรื่องนั้นแหละ และก็ขอโทษด้วย”

 

 

“ถ้าคิดจะขอโทษก็ไม่ต้องขอบคุณตั้งแต่แรก เรื่องอะไรพูดมาเลยดีกว่า”

 

 

“เรื่องที่ฉันทำสวนนายพัง” เซียวจ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ได้เปิดใจพูดกับอีกคนพลางดึงแขนอีกข้างของอี้ป๋อเข้ามาหาตัวเพื่อพับแขนเสื้อให้

 

 

อี้ป๋อยอมโอนอ่อนกับอีกฝ่ายอย่างโดยดี แขนข้างที่พับแขนเสื้อขึ้นแล้วยกขึ้นมาท้าวไว้กับเก้าอี้ของเซียวจ้าน ตอนนี้กลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากันโดยที่มีร่างบางกำลังก้มหน้าก้มตาพับแขนเสื้อให้อีกฝ่ายจนไม่ได้รับรู้ถึงใบหน้าของคนตรงข้ามนั้นอยู่ใกล้ชิดกับตนแค่ไหน

 

 

“ทำพังแบบนี้ นายรับผิดชอบไว้หรือป่าว”

 

 

“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่านายปลูกดอกไม้พวกนั้นด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันเจ็บอยู่คงลงมือปลูกด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ที่ฉันทำลงไปคือฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศให้นายก็แค่นั้น”

 

 

“โดยที่ไม่ถามฉันก่อน”

 

 

“ก็ฉันรู้ว่านายชอบดอกกุหลาบสีขาว ไม่ได้ชอบสีแดง ใครจะไปคิดว่านายจะเป็นคนปลูกดอกไม้สีแดงพวกนั้น ไหนว่าชอบสีขาวแล้วไปปลูกสีแดงทำไม” เซียวจ้านเอ่ยน้ำเสียงติดจะงอนที่อีกคนนั้นเปลี่ยนใจไปง่ายดาย ไหนว่าชอบกุหลาบสีขาวแล้วไปปลูกสีแดงกันทำไม

 

 

“ฉันไม่เคยชอบกุหลาบขาว” อี้ป๋อปฏิเสธ

 

 

“อ่อ งั้นนายจะบอกว่าชอบกุหลาบสีแดงงั้นสิ” เซียวจ้านเถียง มือบางที่จัดการพับแขนเสื้ออีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ยกขึ้นมาผลักอกอีกคนให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นออกห่าง

 

 

“....”

 

 

“ทำไมไม่ตอบ”

 

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”

 

 

“ที่นายไม่ชอบมันเป็นเพราะฉันใช่มั้ยอี้ป๋อ” เซียวจ้านตัดสินใจถามออกเมื่อ เขามองเห็นนัยน์ตาของอีกฝ่ายมันฟ้องถึงความเจ็บที่อยู่ข้างใน

 

 

อี้ป๋อไม่เคยบอกออกมา แต่ทุกการกระทำของเรามันสะท้อนภาพเหตุการณ์ครั้งเก่าที่เขาเคยทำไว้กับคนคนนี้

 

 

“ลืมมันได้หรือป่าว” มือบางกอบกุมมือหนาของสองข้างไว้แน่น “นะ อี้ป๋อ”

 

 

“อย่าหลบตา” เซียวจ้านรีบทักทันทีที่อีกฝ่ายเลือกจะหลบสายตาอ้อนวอนของเขา

 

หวังอี้ป๋อกำลังปิดหัวใจของตัวเอง

 

 

“ฉันลืมมันไม่ได้หรอก ฉันทำได้แค่จำความจำของฉันมันยังดีและมันยังมีนายอยู่ในนั้น”

 

 

“แต่มันไม่เหมือนเดิม”

 

 

“มันเหมือนไม่ได้” อี้ป๋อปฏิเสธเสียงแข็ง

 

 

“.....” เซียวจ้านได้แต่หลับตาลงแล้วผ่อนลมหายใจออกมา อี้ป๋อไม่มีทางลืมและไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้วอย่างที่อีกคนว่าจริงๆ

 

 

ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนก่อนจะทรุดลงนั่งบนตักของคนที่นั่งเก้าอี้อีกตัว แขนเล็กทั้งสองข้างสวมกอดเอวสอบเอาไว้ใบหน้าหวานซบลงที่แผ่นอกกว้างโดยที่อี้ป๋อก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรทั้งยังเป็นฝ่ายขยับพื้นที่ให้อีกคนได้นั่งในท่าที่สบายขึ้นบนตักของตน

 

 

“ถ้าแบบนั้นนายอย่าคนอื่นเลยนะ” เซียวจ้านร้องขอออกมาเสียง

 

 

“ถ้ารักฉันไม่ได้ นายก็อย่ารักคนอื่นเลยนะเก็บหัวใจของนายไว้ที่ตัวนายแบบนี้ตลอดไปได้มั้ย”

 

 

รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ขอนั้นเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่เขาก็อย่าจะรั้งอีกคนไว้จนสุดกำลัง เขายอมทำทุกอย่างแล้ว แค่เอ่ยปากขอเรื่องความเห็นแก่ตัวอีกครั้ง แค่นี้ใครจะด่าว่าเขาก็ตามใจ

 

 

แต่เขาเสียผู้ชายคนนี้ไปไม่ได้จริงๆ

 

 

“นายสัญญาสิว่าจะไม่มีคนอื่นอีกแล้ว” เซียวจ้านเร่งเร้าเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นั่งเงียบ

 

 

“ตระกูลต้องการทายาท” อี้ป๋อตอบ

 

 

คำตอบที่ทำให้เซียวจ้านนั้นชาวาบไปทั้งตัว

 

 

“นายรู้ดีว่าทำไมพ่อฉันถึงให้เราแต่งงานกัน แต่ถึงยังไงตระกูลหวังก็ต้องการทายาทสายตรงสืบทอดอำนาจ”

 

 

“แล้วนายคิดจะทำยังไงต่อไป” เซียวจ้านกลืนก้อนน้ำลายคงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยถามความคิดเห็นของอีกฝ่าย

 

 

“เรื่องของทายาทคงหลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

 

“ฉันถามว่านายคิดจะทำยังไงต่อ ฉันรู้แล้วแหละว่านายต้องการทายาท ฉันรู้แล้ว!” เซียวจ้านตวาดออกมาในประโยคสุดท้าย ก่อนจะผงะตัวลุกขึ้นออกจากอีกคน

 

 

“.....”

 

 

“นายคิดว่าใครจะเป็นแม่พันธุ์ที่ดีสำหรับนาย คุณหนูเจียงดีมั้ย เธอสวยและเก่งเหมาะสมกับนายดี แต่ถ้าจะให้เธอเข้ามาเป็นที่หนึ่งคงลำบากหน่อยนะ เพราะว่าฉันมาก่อนคงยอมเลื่อนลำดับไม่ได้” หยดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้านวล แต่เจ้าของกลับไม่ได้สนใจ ยังคงพูดประโยคที่กำลังกลั่นกรองภายในหัวระบายออกมาจนหมด

 

 

หวังอี้ป๋อใจร้าย ทำร้ายใจเขาทุกวัน ทุกวันยิ่งขึ้นไปอีก

 

 

“นายคิดว่าหลังจากเราแต่งงานกันแล้ว นายจะจัดงานแต่งครั้งที่สองขึ้นเลยมั้ย”

 

 

“....”

 

 

“หรือยังไง นายกับเธอได้คุยกันแล้วใช่มั้ย เจอกันมากี่ครั้งแล้วหวังอี้ป๋อ นายลับหลังฉันมากี่ครั้งแล้ว”

 

 

เซียวจ้านร้องไห้โฮออกมา ขาเรียวก้าวถอยหลังออกจากอีกฝ่ายเรื่อย หวังอี้ป๋อไม่ได้ตอบรับหากแต่ใบหน้านั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธ

 

 

ไม่ใช่! หวังอี้ป๋อไม่ได้รับฟังที่เขาพูดเลยเสียมากกว่า

 

 

“ที่นายทำดีกับฉันช่วงนี้เพราะแบบนี้หรอ นายชดใช้ความผิดของตัวเองแบบนี้หรอหวังอี้ป๋อ

 

 

ทนไม่ไหวแล้ว

 

 

เซียวจ้านก้าวฉับไวออกมาจากห้องทำงานของคนใจร้าย เขารีบเร่งไปตามทาง

 

 

“คุณชาย! คุณชายจะไปไหนครับ คุณชาย” เฉิงที่ยืนรอเจ้านายอยู่นาน ไม่รู้ว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงแค่เจ้านายของตนเดินผ่านไปอย่างไว ก่อนที่ตัวเองจะรีบตามออกไป เซียวจ้านก็พาตัวเองขึ้นรถและขับออกไปทันที

 

 

เซียวจ้านไม่เคยไปไหนไกลโดยที่ไม่มีเฉิงคอยนั่งรถไปด้วย ยิ่งไปคนเดียวนั้นยิ่งไม่มีทาง

 

 

มันเกิดอะไรขึ้น!

 

 

ก่อนที่เฉิงจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้หลงอู้และลูกน้องอีกสองสามคนก็ก้าวขึ้นรถตามออกไปทันที

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ผมตาฝาดไปหรือป่าว ดูสิวันนี้ผมได้พบใครเอ่ย” น้ำเสียงขี้เล่นพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ส่งมา ทำให้คนที่นั่งก้มหน้าก้มตาร้องไห้มานานเกือบชั่วโมงเงยหน้าขึ้นมามอง

 

 

“คิดไว้แล้วว่าผมจำคนไม่ผิด ใช่คุณจริงๆด้วยคุณชายเซียว”

 

 

“ไปไกลๆ”

 

 

“อ่า อย่าไล่กันแบบนี้สิ ผมเป็นห่วงคุณจริงๆนะ ทำไมถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ริมแม่น้ำแบบนี้ละครับ นี่อย่าบอกว่าคุณคิดจะฆ่าตัวตาย”

 

 

“ไอ้บ้าไปไกลๆเลยนะ” เซียวจ้านด่าออกมา มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตน ก่อนจะมองอีกคนที่ถือวิสาสะมานั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกับเขา

 

 

“บอกแล้วไงว่าอย่าไล่ผมเลย ผมหน้าด้าน”

 

 

“ถ้านายไม่ไป-“

 

 

“ก็ได้ โอเคผมขยับออกมาก็ได้ความห่างแค่นี้พอหรือป่าว ผมไม่ได้จะมาทำอะไรคุณนะ ผมแค่อยากมานั่งด้วยเฉยๆเท่านั้นเอง”

 

 

“แต่ฉันไม่ต้องการ”

 

 

“ผมก็ไม่ต้องการ” เหอซินตอบทันควัน

 

 

“อะไรของนาย”

 

 

“น้ำตาของคุณอ่ะ” เหอซินบอกก่อนจะชี้นิ้วไปยังคราบน้ำตาที่เซียวจ้านยังเช็ดออกไม่หมด “ผมไม่อยากเห็นมันเลย”

 

 

“ไม่ใช่เรื่องของนาย” เซียวจ้านบอกตัดก่อนจะหันหน้าหนีอีกฝ่าย

 

 

“คู่หมั้นของคุณไปไหนแล้ว ทำไมปล่อยคุณมานั่งร้องไห้ตรงนี้คนเดียวได้ วันนั้นผมยังเห็นเขาหวงคุณมากอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงปล่อยมาได้โดยที่ไม่มีคนดูแล”

 

 

“....”

 

 

“ไม่คิดจะตอบผมหน่อยหรอ ผมเป็นห่วงคุณจริงๆนะเนี่ย”

 

 

“....”

 

 

“คุณชายเซียว”

 

 

“ฉันไม่อยากคุยกับใคร ฉันอยากอยู่คนเดียว นายกลับไปเถอะ”

 

 

“ยังไงดีละ ผมกลัวคุณคิดมากแล้วกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย”

 

 

“ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก รีบๆไปไกลได้มั้ย”

 

 

“ไม่ได้หรอกครับ ยิ่งปล่อยคนอกหักแบบคุณไว้เท่ากับว่าผมละเลยชีวิตคนคนหนึ่งไปแล้ว”

 

 

“อะไรของนายฉันไม่ได้อกหัก”

 

 

“คุณชายน้อยตระกูลหวังขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา เหตุผลเดียวที่ทำให้คู่หมั้นตัวเองมานั่งร้องไห้ได้แบบนี้ มันเดาไม่อยากเลยนะคุณชายเซียว” เหอซินเผยรอยยิ้มออกมา เมื่อจับทางของอีกฝ่ายถูกต้องแม้นว่าจะไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายก็ตาม

 

 

ไม่รู้สิ แต่โอกาสมันดันวิ่งเข้ามาหาเขาเองนี่น่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุยกัน : ไรท์กลับมาแล้วครับทู้กกกกคน

ยังไม่ตรวจคำผิด

 

เด็กอ้วง เขียน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น