EYEY.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : BAD BLOOD EPs.07

คำค้น : ลอว์เมสัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2559 17:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD BLOOD EPs.07
แบบอักษร

 

 

 

 

#

 

 

 

 

 

 

 YOUTUBE

TUMBLR

 

 

 

BAD BLOOD

 

 

 

 

 

 Eps.07

 

 

ผมเริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อรู้สึกตัวเต็มๆเลยว่าถูกแกล้งอยู่ ลอว์เหยียดยิ้มที่มุมปากมาให้ผมแค่นั้นก็หมุนตัวกลับจะออกจากห้องแต่ผมเรียกเขาไว้ก่อน

 

เดี๋ยว

ร่างสูงหันมามองหน้าผมตรงๆ

 

 

อะไร

 

 

มะ หมายความไงเมื่อกี้.. ผมถามกลับเสียงตะกุกตะกักเพราะยังงุนงงกับท่าทางของลอว์

 

 

ก็หมายความตามที่เห็น เขาพูดพร้อมยักไหล่มาให้ผม ผมกำลังจะอ้าปากถามเขาอีกแต่เสียงประตูก็ปิดลงมาก่อน ผมได้แต่ยืนฮึดฮัดอยู่ตรงนั้น

 

 

...เขาไม่ฆ่าผมงั้นผมก็คิดไปเองน่ะสิว่าเขาจะฆ่า แต่ทำไมเขาไม่ฆ่าผมล่ะ แล้วยังมีหน้ามาพูดเหมือนจะฆ่าผมทิ้งอีก

 

 

 

อ้ากก!” ผมสบถพร้อมทึ้งผมตัวเองอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนี้ผมกำลังไม่เข้าใจลอว์มากๆ เขาทำให้ผมบ้าแน่ๆถ้ายังทำตัวกับผมแบบเมื่อกี้ ผมคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ถึงจะผวาอยู่ไม่น้อยแต่เขาหมายความว่าให้ผมอยู่ต่อแน่ เขาเลือกทางนี้ให้ผม ผมรีบหุบยิ้มเมื่อรู้ตัวก่อนจะกระแอมไอเล็กน้อย

 

 

 

เห้ย ผมอุทานออกมาทันทีเพราะมือผมยังไม่ได้ล้างคราบเลือดออกแต่เมื่อกี้ดันจับผมตัวเองซะงั้น ผมจำต้องเข้าไปอาบน้ำใหม่

..

..

 

เช้ามืดผมเดินลงมาชั้นล่างก็เห็นลอว์ฟาโลกำลังง่วนกับพวกกองเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ ผมเลยขึ้นไปเอาของตัวเองบ้างเพราะทุกวันนี้แทบจะพลิกด้านใส่อยู่แล้ว เมื่อคืนผมไม่ได้นอนเพราะไม่รู้สึกง่วงผมรู้ตัวเลยว่าพิษลอว์เริ่มเข้ากับร่างกายผมและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เป็นมนุษย์ ผมยังรู้สึกถึงเนื้อและกระดูดด้านในตัวแต่สีผิวของผมมันกำลังซีดลงทุกวันบ่งบอกเลยว่าเลือดในตัวผมกำลังจะเหือดหายไปจากร่างกายผม

 

 

 

เดี๋ยวผมทำให้ ผมพูดขึ้นยิ้มๆเมื่อเห็นฟาโลกำลังแบกน้ำมาใส่กะละมัง ยอมรับเลยว่าผมกำลังกลั้นหัวเราะเพราะแวมไพร์จะซักผ้า ลอว์ที่เป็นนายเขาก็เอาแต่ยืนกอดอกมองเรานิ่งๆ ท้องฟ้าก็ยังครึ้มเหมือนทุกเช้าแต่ถ้าไม่ซักชุดบ้างเราก็ไม่มีใส่กันแล้ว

 

 

 

รบกวนด้วย ฟาโลตอบกลับก่อนจะปล่อยให้ผมนั่งซักเสื้อผ้าให้พวกเขา ผมอยู่คนเดียวมาหลายปีผมก็ทำเป็นทุกอย่าง

 

 

 

ทำงานบ้านเก่งจังเลยนะ ฟาโลพูดชมผมขึ้นมายิ้มๆ ผมขมวดคิ้วยิ้มตอบกลับเหมือนจะชมรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมรู้สึกแปลกๆกับคำพูดเขา

 

 

เอ่อ ...แล้วเรื่องของคนที่ตามล่าเราล่ะ เขาจะมาหาเราที่นี่รึเปล่า ผมพูดขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆเพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นวันพวกเขาก็ไม่โผล่มาทั้งๆที่อาร์มันโด้รู้แล้วว่าเราอยู่ที่ไหน

 

 

มา ผมชะงักมือทันทีเมื่อฟาโลตอบกลับ

 

 

แล้วเราก็จะหลบ ลอว์พูดต่ออกมาอีกนั่นทำให้ผมเริ่มกลัวขึ้นมา ผมหันไปมองหน้าเขาด้วยสายตาสั่นๆลอว์เริ่มมีสีหน้าที่ดุดันขึ้นเมื่อพูดถึงคนที่ทำให้เขาต้องย้ายที่บ่อยๆแบบนี้

 

 

แล้วเมื่อไหร่ที่เขาจะหยุด ผมถามออกไปอีก แอบกลัวว่าลอว์จะด่ากลับมาแต่ผมคิดผิด เขายอมบอกผม

 

 

ก็จนกว่าจะตายไปข้าง คำพูดของลอว์ทำผมซักผ้าต่อไม่ออก

 

 

ละ แล้วพวกเขาจะมาตอนไหน ผมถามเสียงสั่นมองหน้าลอว์กับฟาโลสลับไปมา ฟาโลเองก็มีสีหน้าที่ดูเครียดไม่ต่างกัน

 

 

อีกสองวัน ฉันก็ไม่แน่ใจฉันแค่เห็นภาพ เราไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ถ้าเขาเปลี่ยนฉันจะเห็น แต่เขาเร็วเกินกว่าที่เราจะต้านได้

 

 

งั้นหรอ ผมพูดออกไปได้แค่นั้นไม่รู้จะพูดอะไรออกไปอีก ฟาโลเองก็เลิกพูดถึงเรื่องนี้ เราทุกคนก็ต้องหันมากลุ้มเรื่องที่ต้องหนีอีกครั้ง

 

 

 

ลอว์บอกว่าเราจะยังไม่กลับไปที่ประเทศไทย เขาจะพาเราหลบไปที่ฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่นั่นหนาวจนอุณหภูมิติดลบถึงยี่สิบห้าองศา แถมที่นั่นก็ยังหนาวแบบยาวนานมากก็เป็นเรื่องดีเพราะผมก็ไม่เคยสัมผัสกับหิมะ ถึงผมไม่รู้ว่าถ้าแวมไพร์โดนแดดจะเป็นยังไงก็เถอะแต่พวกเขามักจะชอบอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแดดห่างจากผู้คน นั่นก็ไม่แปลกอะไร และผมก็ต้องปรับตัวเพื่อทำแบบนั้น สิ่งที่ผมจะไม่ได้รับคือ ผมจะไม่มีเพื่อน ผมจะไม่มีครอบครัว ผมจะมีแค่ลอว์และฟาโลสองคนที่เป็นคนที่ผมรู้จักเท่านั้น

 

 

ผมยอมรับในชีวิตใหม่ที่ได้รับ ..มันก็ไม่ได้เลวร้าย ความคิดผมเปลี่ยนไป เรื่องราวที่ผ่านมามันทำให้ผมต้องยอมรับในสิ่งนี้ ถ้าผมไม่ยอมรับมันผมก็จะไม่มีชีวิตอยู่ต่อ ผมเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมผมถึงยังอยากมีชีวิตอยู่

 

เมื่อถึงตอนกลางคืนลอว์ก็พาเราออกไปหาเหยื่ออีกครั้งคราวนี้ผมต้องทำเอง ผมต้องทำทุกอย่างตามที่พวกเขาบอก เราวิ่งไปตามทางเดิมแต่คราวนี้ผมวิ่งทันและผมก็ไม่หอบ ผมไม่เหนื่อยเลยสักนิด ภาพทุกอย่างเด่นชัดราวกับกลางวันทั้งๆที่มันมืดสนิทมันทำให้ผมคลี่ยิ้มออกมานิดๆเพราะผมกำลังรู้สึกตื่นเต้นไปกับมัน

..

..

 

พรึ่บ!

 

กรี๊ดดดดดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อลอว์กัดเข้าที่ลำคอของเธอ

 

 

เรื่องนี้ผมก็ยังไม่ชิน ...ผมข่มตาไม่มองภาพนั้นก่อนจะชะงักเมื่อลอว์ผลักร่างไร้วิญญาณของเธอกองไว้ด้านหน้าผม ผมมองหน้าเขาด้วยสายตาสั่นๆ ลอว์กดดันผมทางสายตาผมจำต้องทำเหมือนวันนั้น ...ลอว์จะเป็นคนฆ่าให้และผมต้องดื่มตามเขา ผมยังไม่พร้อมที่ฆ่าใครถึงแม้สิ่งที่ผมทำอยู่นี่มันก็ไม่ต่างกันเลยก็เถอะ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้ผมฝันร้าย

..

..

 

 

เมื่อเสื้อผ้าแห้งตามที่ต้องการลอว์ก็พาเราไปจีนทันที ผมเอากระเป๋าลงจากห้องก่อนจะขึ้นไปเก็บของอีกชิ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของลอว์กำลังมองไปยังตัวอักษรที่สลักบนโต๊ะแป้ง ผมยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อลอว์จ้องมันด้วยสายตาที่ผมก็มองไม่ออกแต่เขาไม่ได้หงุดหงิด ร่างสูงค่อยๆหันหน้ามามองหน้าผมเขาไม่พูดอะไรแต่ก้มหยิบกระเป๋าผมแล้วยื่นมาให้

 

 

ขอบคุณผมพูดเสียงเบาจู่ๆก็รู้สึกวูบโหวงไปทั่วอก

 

 

ลงไปก่อน เขาบอกผมแค่นั้นก็หันกลับเข้าไปในห้องปิดประตูทันทีมันทำให้ผมได้แต่มองตามภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ต้องรีบเดินลงไปด้านล่างเพราะฟาโลรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

 

 

แล้วเราต้องไปอยู่จีนนานแค่ไหนผมถามฟาโลที่กำลังจัดกระเป๋าขึ้นแท็กซี่ที่เขาเป็นคนโทรเรียก

 

 

ปีสองปีได้ เราไม่เคยไปจีนและเขาก็ไม่รู้ ผมพยักหน้ารับช้าๆ พอเก็บของเสร็จลอว์ก็เดินออกมาจากบ้านเขาล็อกประตูบ้านไว้พร้อมกับยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านแบบนั้น

 

 

เขาทำอะไร ผมถามฟาโลเสียงเบา ฟาโลหันมามองหน้าผมก่อนจะหันไปมองลอว์

 

 

ลาคิล เขาทำแบบนี้ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ผมนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของฟาโล

 

 

คงจะสำคัญมากๆเลยใช่มั้ย ผมถามฟาโลโดยที่สายตายังมองไปที่แผ่นกว้างของลอว์

 

 

เป็นอะไรรึเปล่า แต่ฟาโลกลับถามผมกลับ ผมแค่นหัวเราะออกมินดหน่อยก่อนจะพยายามปรับสีหน้าตัวเอง

 

 

ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยผมตอบกลับเสียงเบาจู่ๆก็รู้สึกเจ็บคอไปหมด ฟาโลหรี่ตามองผมแต่ผมไม่เปิดโอกาสให้เขาสังเกตผมออก ผมรีบขึ้นไปนั่งบนรถทันทีไม่นานลอว์ก็เดินกลับมามีแค่แวบเดียวที่ผมเห็นดวงตาของเขาดูเศร้า ผมไม่รู้ว่ามันเพราะเขาได้มาเจอสถานที่เดิมๆกับคนรักเก่ารึเปล่า แต่มันทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงไปหมด ไม่รู้ทำไม...

 

 

ตลอดทางที่นั่งแท็กซี่ไปที่สนามบินไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งนั้น เมื่อมาถึงลอว์ก็เป็นคนจ่ายค่าเดินทางทั้งหมดเขาจัดการให้เราทุกอย่างเพราะย้ายที่บ่อยมาก ผมกับเขาเราก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ มีแค่ผมกับฟาโลที่คุยกันบ้างบางครั้ง เมื่อเราขึ้นมานั่งบนเครื่องบินผมมองลอว์ที่เอาแต่มองออกไปนอกกระจกเขาดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดการเดินทางตั้งแต่ที่ได้อยู่คนเดียวในห้องของคนรักของเขา

 

 

 

เมื่อเรามาถึงจีนลอว์ไม่รออะไรเขารีบพาเราไปยังฮาร์บินที่ที่เราจะไปอยู่และเขาก็ติดต่อบ้านพักไว้แล้วผมไม่รู้ว่าเขาไปคุยอะไรตอนไหน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองจะไร้ประโยชน์และก็เหมือนเป็นตัวถ่วงมากกว่า เราเข้ามาในมณฑลเฮย์หลงเจียงที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีฮาร์บินเป็นเมืองเอกของที่นี่ผมเคยอ่านเจอว่าที่นี่เขาเป็นเอกลักษณ์มากๆสำหรับประเทศจีน พวกเขาจะมีเทศกาลแกะสลักหิมะกับเทศกาลน้ำแข็งนานาชาติ ผมคิดว่าถ้าเกิดผมมาโดยที่ผมยังเป็นมนุษย์เชื่อเลยว่าผมต้องห่มผ้าห่มไปด้วยทุกที่เพราะที่นี่เขามีฉายาว่าเมืองแห่งน้ำแข็ง ผมว่ามันสวยดีมองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวของหิมะ ขนาดแม่น้ำเองยังกลายเป็นน้ำแข็ง แถมที่นี่เขายังสร้างตึกและบ้านไปทางสไตล์ยุโรปอีกด้วย เมื่อผมก้าวลงจากรถลมหนาวก็พัดปะทะเข้ากับใบหน้าผมทันที

 

 

 

แต่ผมกลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิดเดียว.....เราทำตัวให้กลมกลืนกับคนที่นี่โดยการใส่เสื้อหนาๆเพื่อความอบอุ่นแต่ความจริงเราแทบจะไม่รู้สึกถึงอากาศรอบกายเลยสักนิดเดียว มันเหมือนผิวหนังไร้ความรู้สึกยังไงยังงั้น

 

 

 

เราทั้งสามคนขนของเข้ามาในบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่ในซอยที่ลึกสุดแถวนี้ค่อนข้างอยู่ในสุดๆของตัวเมืองถึงแม้กลิ่นมนุษย์จะยั่วยวนมากแค่ไหนผมก็ต้องอดทนเพราะผมไม่อยากจะฆ่าพวกเขา ผมต้องทนให้ได้

 

 

 

กุญแจ ลอว์พูดพร้อมส่งลูกกุญแจบ้านให้เราคนละดอก ผมมองมันนิ่งๆก่อนจะหันไปมองหน้าลอว์

 

 

แล้วห้องนอน ผมถามเพราะผมต้องให้พวกเขาเลือกให้

 

 

ไปห้องนั้นลอว์ชี้นิ้วไปที่ห้องที่อยู่ด้านหลังโซฟาที่ตั้งอยู่กลางบ้านผมพยักหน้ารับนิ่งๆมองหน้าลอว์ที่เริ่มขมวดคิ้วมองหน้าผม นี่ผมแค่มองเขายังหงุดหงิดเลย ผมแบกกระเป๋าเข้ามาในบ้านภายในห้องมีครบทุกอย่างและมันก็สบายตามากกว่าห้องของคิล ก็คิลเป็นผู้หญิงนี่ผมคงจะทำใจอยู่ห้องผู้หญิงได้นานนักหรอกผมเดินสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะนิ่งไปทันทีเพราะมันไม่มีห้องน้ำในตัว ผมคิดอะไรอยู่เนี่ยผมก็ผู้ชายพวกเขาก็ผู้ชายไม่น่าจะเสียหายอะไรล่ะมั้ง ....เมื่อคิดถึงจุดนี้มันดันทำให้ผมนึกไปถึงจูบของลอว์ในวันนั้น วันที่เขาตามผมเข้าไปในป่านั่น ผมเองก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นแต่ก็ต้องเก็บความอยากรู้เอาไว้ในใจเท่านั้น

ผมเดินออกมานอกห้องก็เห็นลอว์กำลังนั่งกดโทรศัพท์กับใครสักคน

 

 

มานั่ง

 

 

ผมสะดุ้งนิดๆเมื่อเสียงเข้มดังเรียกผม ผมเดินเข้าไปนั่งโซฟาตัวข้างๆเขา ร่างสูงกดปิดโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วมองหน้าผมตรงๆมันทำให้ผมเกร็งกับสายตาของลอว์ สายตาเขาก็ยังดูหงุดหงิดเหมือนเดิมแต่ผมเนี่ยเปลี่ยน ไม่รู้จะไปเกร็งทำไม!

 

 

รู้สึกยังไงบ้าง

 

 

ห้ะ ?” ผมเอ๋อไปนิดเพราะไม่นึกว่าเขาจะถามเกี่ยวกับอาการผม ลอว์ฮึดฮัดออกมาทันที

 

 

อย่าให้ย้ำได้มั้ย เขาพูดเสียงห้วนเหมือนเคย ผมรีบกระแอมไอออกมาเล็กน้อยเพื่อแก้เก้อ

 

 

ก็ดีผมตอบกลับเสียงเบาก่อนจะเม้นปากตัวเองแน่นมองหน้าลอว์ที่พยักหน้ามาให้ผม

 

 

ห้องนั้นไม่มีห้องน้ำใช่มั้ย

 

 

อืม” ผมตอบกลับ

 

 

งั้นออกมาใช้ข้างนอก

 

 

ก็ใช้ทุกคนไม่ใช่หรอ ผมถามกลับไปพร้อมมองหน้าเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ ลอว์มองหน้าผมด้วยสีหน้าเอือมๆมาทันที

 

 

แค่นายคนเดียว ลอว์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายคำพูดเขาทำให้ผมอ้าปากเหวอไปทันทีและผมก็ได้รู้ว่าห้องของพวกเขามีห้องน้ำหมดยกเว้นผมที่ต้องออกมาอาบน้ำข้างนอกคนเดียว ผมรู้ซึ้งเลยว่าตัวเองเหมือนคนที่มาขออาศัยเขาอยู่ ลอว์ทำไมลำเอียงแบบนี้!

 

 

มันก็เหมาะกับนายแล้ว คำพูดต่อมาของเขายิ่งทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก ลอว์เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากมาให้ผมนิดๆ มันยิ่งทำให้ผมเจ็บใจมากกว่าเดิม

 

 

ผะ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมรีบแก้ตัวก่อนจะพิงพนักโซฟาด้วยอาการอดกลั้น เขามันบ้าที่สุด!

 

 

หึหึ ลอว์หัวเราะขำในลำคอเล็กน้อยแค่นั้นผมก็แทบลืมเรื่องเมื่อกี้ไปทันทีก่อนจะหรี่ตามองหน้าเขา ตอนนี้ฟาโลก็คงอยู่ในห้องผมเลยถือโอกาสนี้ถามเขาซะเลย

 

 

นี่ผมเรียกลอว์ห้วนๆ คิ้วสวยเลิกขึ้นมานิดหน่อยพร้อมกับมองหน้าผม เขาทำให้ผมแปลกใจอีกแล้วทั้งๆที่ผมกำลังทำตัวไม่สุภาพกับเขา

 

 

วันนั้น...เอ่อ...ผมอึกอักจู่ๆก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ลอว์ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

 

ถ้ายังไม่พูดออกมาฉันจะไม่ฟัง

 

 

เห้ย! เดี๋ยวๆนั่งก่อน ผมรีบเรียกเขาไว้เกือบไม่ทันเขาไม่ให้เวลาผมทำใจเลยสักนิดพูดเสร็จก็จะลุกหนีใช้ได้ทีไหน! ลอว์ยอมนั่งลงที่เดิมคราวนี้เขาเปลี่ยนมาใช้สายตากดดันผม ผมตัดสินใจที่จะถามเขาออกไปตรงๆ

 

 

 

วันนั้นที่ผมหนีเข้าไปในป่า ...เอ่อ..แล้วคุณ....ทำแบบนั้นทำไม กว่าสามนาทีที่ผมจะพูดเสร็จลอว์ดูนิ่งไปเลยเมื่อได้ยินคำถามของผม ผมเองก็ลุ้นจนหัวใจเต้นถี่ระรัวไม่รู้ว่าเขาจะตอบว่าอะไร

 

 

 

ไม่รู้ซักเรื่องจะดีมาก

 

 

“!!” ผมแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกมา ลอว์เขาหันหน้าไปมองด้านอื่นด้วยสีหน้าหงุดหงิดเหมือนเคยคิ้วเขาขมวดเข้าหากันตลอดเวลาจนเป็นผมเองที่รู้สึกหัวเสีย

 

 

ที่ผมถามไม่ใช่อยากรู้ขนาดนั้น ก็แค่อยากมั่นใจว่าคุณลืมมันไปแล้วรึยัง!” ผมโกหกเขาออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งๆลอว์หันมามองหน้าผมด้วยสายตาดุดันทันทีทำให้ผมลอบกลืนน้ำลายด้วยความกลัว

 

 

ฉันลืมไปแล้ว เสียงเข้มพูดรอดไรฟันจนผมนิ่งไปทันที ไม่ใช่ว่าผมกลัวกับน้ำเสียงเขา แต่ผมรู้สึกเจ็บแปลบเข้าที่อกเมื่อได้ฟังคำพูดจากร่างสูง ผมมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อทันที ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกเจ็บมากมายอะไรขนาดนี้ทั้งๆที่มันไม่มีเหตุผลเลย

 

 

ก็ดี ผมตอบกลับเสียงติดจะสั่นๆพยายามปรับน้ำเสียงตัวเองไม่ให้สั่นผมไม่มองหน้าลอว์ เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเหมือนกัน ผมตัดสินใจลุกขึ้นหนีเขาเข้าห้อง ผมกำมือตัวเองแน่นจนมันรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดๆ

 

 

ในเมื่อเขาลืมแล้ว ผมเองก็ต้องลืมมันไปด้วยสินะ เขาไม่แคร์แล้วผมจะแคร์ทำไม

 

..

..

 

 

ตกกลางดึกฟาโลเป็นคนมาเคาะประตูห้องผม ผมเดินเปิดประตูให้เขาก่อนจะโผล่แค่หัวออกไปมอง

 

 

ออกไปข้างนอกมั้ย

 

 

ไม่ล่ะ ผมอยากคิดอะไรหน่อยน่ะผมตอบกลับยิ้มๆ ฟาโลพยักหน้ารับให้ผมช้าๆแค่นั้นผมก็รีบปิดประตูทันที ผมหันกลับเข้ามาในห้องที่มีแค่แสงไฟจากด้านนอกเท่านั้นที่ส่องเข้ามา ผมมองหิมะที่กำลังตกลงมาไม่หยุดทั้งวันผมเอาแต่นั่งมองมันด้วยสายตาเลื่อนลอยพร้อมถอนหายใจออกมาหลายครั้ง ผมรู้สึกหมดแรงยังไงก็ไม่รู้ ผมตัดสินใจนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างสักพักเพื่อปรับอารมณ์ที่ผมเองก็ไม่เข้าใจ ผมเดินออกมานอกห้องก็ไม่เห็นใครสงสัยพวกเขาจะออกไปหาเหยื่อ แน่นอนว่าผมไม่มีอารมณ์เลยสักนิดเดียว ผมมีเรื่องที่กำลังคาใจอยู่ตอนนี้ และผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร ผมสับสนไปหมด

 

 

 

ผมเข้าห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำใหม่ออกมาก็ยังไม่มีคนอยู่ผมเลยไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ตัดสินใจออกไปเดินเล่นด้านนอก กลิ่นมนุษย์ลอยเข้ามาบางจุดทำให้ผมรู้ว่าใครอยู่ตรงไหนบ้างผมอดกลั้นใจตัวเองเดินเลี่ยงพวกเขา ผมมองบ้านคนหลายหลังยังเปิดไฟอยู่แต่ก็น้อยเพราะตอนนี้ก็จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว

 

 

แกร๊ก

หือ!? ผมแทบหยุดลมหายใจเมื่อเสียงเปิดประตูจากบ้านหลังหนึ่งที่ผมกำลังจะเดินผ่าน

 

 

 

สวัสดี ผมรีบทักเขาไปก่อน เด็กหนุ่มที่น่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปดเขามองหน้ามองก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับมองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

 

 

อะไรเขาพูดเป็นภาษาจีนกลางนั่นทำให้ผมเหวอไปทันที ผมลืมไปเมื่อกี้ผมดันทักเป็นภาษาไทย ผมเลยหันมาใช้ภาษาอังกฤษแทน

 

 

สวัสดีผมทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เด็กนั่นก็พยักหน้ารับรู้ ผมคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเขาเข้าใจภาษาอังกฤษ

 

 

ชื่ออะไร เราเมสัน ผมพูดขึ้นยิ้มๆ เด็กคนนั้นปิดประตูบ้านตัวเองก่อนจะใส่รองเท้าเดินออกมาหาผม ผมนิ่งไปทันทีเมื่อกลิ่นกายของเด็กนั่นทำให้ผมรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง แต่ผมก็ต้องพยายามฝืนยิ้ม

 

 

อืม เราชื่อเฟยนะ ผมพยักหน้ายิ้มๆ ทั้งๆที่ในใจผมแทบจะร้องไห้ผมไม่น่าไปทักเขาเลยให้ตายเถอะ!

 

 

เราย้ายมาอยู่ใหม่นะ ฝากตัวด้วยนะ ผมพูดเสียงตะกุกตะกักเฟยก็เริ่มคลี่ยิ้มมาให้ผม นั่นทำให้ผมต้องรีบหาทางแยกตัวออกไปจากเขา

 

 

 

หลังนั้นใช่มั้ย

 

 

อื้ม!” ผมตอบกลับไปยิ้มๆ เฟยก็พยักหน้ามาให้ผม

 

 

แล้วนี่นายย้ายมาอยู่กับพ่อแม่หรอ แล้วจะเข้าโรงเรียนที่ไหน เมื่อเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้นเฟยก็ถามผมออกมาแทบจะทุกคำถาม มันก็เป็นเรื่องดีที่ผมจะได้มีเพื่อน แต่ผมก็ต้องหุบยิ้มทันทีตอนที่ชี้บ้านตัวเองให้เฟยดู ร่างสูงคุ้นตาเดินเข้ามาใกล้ผมด้วยสายตาดุดันทำให้ผมต้องรีบหันกลับมาตั้งรับทันที

 

 

กลับบ้าน เสียงเข้มพูดกดต่ำจนผมขนลุกไปหมด ผมรีบโบกมือลาเฟย

 

 

แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้านะ ผมพูดลาไปก่อนจะรีบหมุนตัวกลับไปหาลอว์ที่เอาแต่ทำหน้าโมโห ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับผมแต่ที่แน่ๆคือเรื่องนี้ผมผิดเต็มๆที่ออกมาโดยที่ไม่บอกเขา แถมยังไปทำความรู้จักกับมนุษย์อีกต่างหาก ผมไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเลยจริงๆ ผมเดินตามหลังลอว์จนกลับมาถึงบ้านร่างสูงเปิดประตูให้ผมเข้าไปก่อนเขาก็ปิดประตูตามหลัง

 

 

ปัง!

เฮือก! ผมสะดุ้งทันทีเมื่อเสียงปิดประตูดังจนสะเทือนไปหมด ผมไม่กล้าหันไปมองลอว์ที่หยุดยืนอยู่ด้านหลังผม

 

 

เอ่อ.... เขาเงียบจนผมต้องเป็นคนเริ่มบทสนทนา แต่เพียงพริบตาเดียวลอว์ก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม เขาโกรธผมมากแน่ๆที่ผมทำตัวแบบนี้

 

 

ทำไมถึงออกไปข้างนอก น้ำเสียงเย็นๆของลอว์ทำผมต้องรีบกุมมือประสานกันไว้ทันที ผมพยายามคลี่ยิ้มให้ลอว์เพราะผมผิดจริงๆ

 

 

ไม่มีคำแก้ตัว ผมตอบออกไปตามตรงก่อนจะกลืนน้ำลายลงไปหลายอึกเลยทีเดียว ลอว์ถอนหายใจใส่หน้าผมจนผมที่ปรกหน้าผากผมขยับเล็กน้อย เขาน่ากลัวตอนที่โกรธมากที่สุด มันทำให้ผมแทบลืมหายใจ เขาน่ากลัวสำหรับผมทุกอารมณ์นั่นแหละ!

 

 

ฉันจะบอกแค่ครั้งเดียวจำใส่หัวไว้ให้ดี ผมรีบพยักหน้ารับทันทีเมื่อลอว์ยังคงน้ำเสียงดุดันไม่เปลี่ยนจนตัวผมจะกดเหลือแค่นิดเดียว

 

 

หนึ่ง ห้ามออกไปไหนตอนที่ฉันไม่อยู่!”

 

 

อะ อืม

 

 

สอง! ห้ามออกไปทำความรู้จักกับใครถ้าฉันยังไม่ได้พาไปแนะนำ!”

 

 

เอ่อ ..อื้ม!” ตอนแรกผมลังเลแต่พอเจอสายตาดุดันของลอว์ผมก็รีบตกลงไปทันที

 

 

สาม!” เสียงเข้มตะคอกใส่หน้าผมไม่หยุด ผมอยากจะวิ่งหนีเข้าห้องแต่ก็กลัวถูกจับโยนออกให้ไปนั่งตากลมอยู่นอกบ้าน

 

 

 

จำใส่ใจไว้ว่าใครคือเจ้านาย

 

 

อืม ผมตอบพร้อมพยักหน้ารับ

 

 

ไม่สิ... ลอว์พูดพร้อมกอดอกตัวเองมองหน้าผมด้วยสายตาดุดันเหมือนเคย แต่ผมกลับยืนเกร็งลุ้นสุดตัวว่าเขาจะพูดอะไร

 

 

สำหรับฟาโลฉันคือเจ้านาย....แต่สำหรับนายที่ดื้อด้านไม่ยอมเชื่อฟังอะไรฉันเลย คำว่าเจ้านายคงไม่มีอิทธิพลอะไรมากพอ ลอว์พูดออกมายาวเหยียดจนผมลุ้นตามแทบไม่ทัน ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยถ้าเขาไม่เป็นเจ้านายผมแล้วเขาจะเป็นอะไรล่ะ ลอว์เหยียดยิ้มที่มุมปากจนผมสะดุ้งเหมือนกับว่าร่างกายผมมักจะมีปฏิกิริยากับการกระทำของเขาตลอดเวลา

 

 

ต่อไปนี้ฉันคือคนที่กุมวิญญาณของนายอยู่

ถ้าไม่เชื่อฟังฉันอีก แค่เด็กดื้อด้านคนเดียวฉันก็ตัดทิ้งได้

 

 

“!!!!” ผมอึ้งเบิกตาขึ้นนิดๆกับคำพูดของร่างสูง ลอว์เองก็เริ่มขมวดคิ้วหงุดหงิดเมื่อมองหน้าผม

 

 

ผมค่อยๆแค่นหัวเราะออกมาอย่างสับสน รู้สึกเจ็บ รู้สึกใจสั่นไปทั่วร่างมันปะปนกันจนผมเองก็ยังไม่เข้าใจ

 

 

...เขาพูดแบบนี้ได้ยังไง...

 

...แล้วทำไมผมต้องรู้สึกดีใจด้วยที่เขาบอกเหมือนเขาเป็นเจ้าของวิญญาณผม

 

ทำไมผมถึงอยากจะยิ้มล่ะ ทำไม! ผมสับสนกับความรู้สึกตัวเองไปหมดแล้วทั้งๆที่เขาร้ายกับผมสารพัดเขาไม่เคยแสดงออกเลยว่ารู้สึกยังไงกับผมนอกจากตัวน่ารำคาญ ตัวปัญหา ตัวไร้ประโยชน์ ตัวที่เขาอยากจะกำจัดให้พ้นๆสายตาเขาซะ

 

 

....แล้วทำไมผมต้องมาสับสนด้วยว่าตัวเองกำลังเสียใจหรือดีใจด้วย!!

 

 

เข้าใจใช่มั้ย เสียงเข้มของลอว์เรียกสติผมให้กลับมาผมพยักหน้ารับเขาด้วยสีหน้าซีดๆทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะต้องรู้สึกแบบไหน ลอว์ส่ายหน้ามาให้ผมอย่างเบื่อหน่ายกับปฏิกิริยาผมเขาก็หมุนตัวกลับเข้าห้องทันที ผมมองประตูห้องของเขาที่ปิดสนิท

 

 

อย่างน้อยก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือ ผมพูดพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินกลับห้องด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่ ผมควรจะคิดทบทวนใหม่กับความรู้สึกของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมเริ่มจะ ....รู้สึกดีกับสิ่งที่ลอว์ทำกับผม  

 

 

 

 

 **********************************

 

อ่านแล้วเม้นด้วยครับ

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}