เหม่อลอย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 (ตัวจริงของวิหค)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 (ตัวจริงของวิหค)

คำค้น : วิหค รำเพย ลมรำเพย ธาตุทั้ง 4 เหม่อลอย

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 257

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2563 12:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 (ตัวจริงของวิหค)
แบบอักษร

นิยายชุด The Element Love

เรื่อง ลมรำเพย

ผู้แต่ง เหม่อลอย

 

ตอนที่ 1

(ตัวจริงของวิหค)

 

แอ๊ดดด!

 

ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับภาพของผู้ชายหน้าสวยราวกับผู้หญิง ผมลอนสั้นสีชมพูโรสโกลด์เข้ากับใบหน้ารูปไข่ เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ออกแนวผู้หญิงแต่มันกลับเข้ากับเขาอย่างไร้ที่ติ ทุกอย่างบนตัวเขามันเหมือนกับดึงให้ฉันตกอยู่ในภวังค์อะไรบ้างอย่างจนไม่สามารถที่จะละสายตาจากเขาได้ นี่เหรอผู้ชายที่ชื่อ ‘วิหค’

 

“นั่งสิ” เสียงเข้มของคุณวิหค เอ่ยขึ้นเหมือนเป็นการดึงฉันให้ออกจากห้วงภวังค์

 

“คะ.....ค่ะ” ฉันตอบรับจากนั้นจึงเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน 

 

คุณวิหคที่นั่งดื่มไวน์อยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน กลิ่นตัวของเขาหอมมาก ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคุณวิหคอย่างประหม่าและเพียงได้เห็นหน้าจองเขาในระยะใกล้มันเหมือนกับว่าฉันถูกมนต์สะกดอย่างไงอย่างงั้นเลย ดวงตาของเขาทั้งสองข้างต่างสีกันข้างหนึ่งสีฟ้าและอีกข้างสีน้ำตาลอ่อนมันทำให้เขายิ่งดูลึกลับมากขึ้นไปอีก ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงต้องเก็บตัวแบบนี้ เพราะเขาทั้งหล่อและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน และเสน่ห์ของเขานั้นเหลือร้ายมาก ๆ ขนาดฉันที่เพิ่งเจอเขาไม่ถึงห้านาทียังเผลอหลงเสน่ห์ของเขาไปเลย

 

“มองอะไร ผมไม่ชอบให้คนจ้อง” คุณวิหคบอกเสียงเรียบ นั้นกลับทำให้ฉันเกร็งและทำตัวไม่ถูกไปเลย

 

“ขะ.....ขอโทษค่ะ” ฉันตอบและก้มหน้าลง

 

“คุณชื่ออะไร” เขาถามฉัน

 

“หนูชื่อรำเพยค่ะ” ฉันตอบและก้มหน้ามองแฟ้มเอกสารในมือ

 

“ไม่มีใครสอนเหรอว่าเวลาคุยกับผู้ใหญ่แล้วต้องมองหน้า” คุณวิหคบอกฉันเสียงเข้ม ตอนนี้ฉันอยากร้องไห้มากเลยทำไมเขาถึงดุและน่ากลัวขนาดนี้วะ! ฉันเกร็งฉี่จะราดไปหมดแล้วตอนนี้

 

“ก็คุณวิหคบอกไม่ชอบให้คนจ้องนี่ค่ะ” ฉันบอกเขาตามจริง

 

“ใช่! เพราะคุณจ้องผมเหมือนกับว่าคุณอยากจะกลืนกินผมยังไงละ ผมเหมือนถูกคุกคาม แต่ตามมารยาทแล้วเวลาผมถาม คุณตอบ คุณต้องมองหน้าผม!” เขาทำเสียงหงุดหงิดใส่ฉัน ฉันทำอะไรผิดอ่ะ

 

“ก็......” ฉันกำลังจะแก้ตัวแต่ฉันก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดี ก็ฉันดันไปจ้องคุณวิหคเกินงามจริง ๆ นี่น่า

 

“พอผมขี้เกียจฟังคุณแก้ตัว! คุกคามผมทางสายตาก็คือการคุมคามแค่ยอมรับ! เอาเถอะ! ไหนคุณลองบอกสิว่าทำไมผมถึงต้องรับคุณเข้าฝึกงานที่นี่” คุณวิหคที่ยกมือห้ามฉันไม่ให้พูดแก้ตัวเรื่องฉันคุกคามเขา ก่อนที่จะเริ่มเข้าเรื่องอย่างจริงจัง ตอนนี้ฉันเริ่มตามอารมณ์เขาไม่ทันแล้ว

 

“เพราะหนูคิดว่า ถ้าหนูได้ฝึกงานที่นี่ คุณวิหคจะได้เด็กที่มีคุณภาพและไอเดียที่ดีเพิ่มขึ้นอีกคนค่ะ และที่สำคัญหนูชอบการออกแบบและสไตล์งานของวิหคมาก ๆ หนูเลยต้องการที่จะเข้ามาฝึกที่นี่” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็พูดอย่างที่ฉันซ้อมมา ถึงคำตอบมันอาจจะดูมั่นหน้าไปหน่อยแต่จากแหล่งข้อมูลที่บอกฉันมา เขาว่าคุณวิหคชอบคนที่มันใจ! จริงใจ! และตรงไปตรงมา!

 

“มั่นหน้า ใครบอกว่าคุณคือคนที่มีคุณภาพ ถ้าผมบอกคุณว่าไร้คุณภาพล่ะ?” คุณวิหคเลิกคิ้วถามฉัน หื้มเป็นคำถามที่เจ็บปวดแต่ก็นั้นแหละฉันว่าคุณวิหคกำลังกวนตีนฉันอยู่

 

“หนูบอกเองค่ะ เพราะหนูมั่นใจว่าหนูค่อยข้างที่มีคุณภาพดีจากผลการเรียนและผลงานของหนู เพราะฉะนั้นคุณวิหคช่วยรับหนูฝึกงานที่นี่ด้วยนะคะ” ฉันบอกคุณวิหคพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนให้เขา ฉันต้องได้เข้าฝึกงานที่นี่เท่านั้น

 

“สาวน้อย! ผมจะบอกอะไรให้นะ ว่าสิ่งที่คุณเรียนกับสิ่งที่คุณคิดว่ามันเจ๋ง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันมีคนที่เจ๋งกว่าคุณ และไอ้คำว่าคุณภาพดีที่คุณบอกผม ผมไม่สนใจมาตราฐานของคนที่บอกคุณและสิ่งที่คุณคิดว่าคุณภาพคืออะไร แต่คนคุณภาพสำหรับผมนั้นคือคนที่พร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา ผมไม่ชอบน้ำเติมแก้ว ผมชอบน้ำครึ่งแก้ว” ฉันรู้สึกเหมือนฉันถูกคุณวิหคลากฉันไปตามท้องถนนและฟาดไม้เรี่ยวลงมาตามตัวฉันต่อหน้าคนอื่น หน้าฉันตอนนี้มันเจ็บจนชา มันเป็นคำด่าที่โคตรสุภาพแต่มันบาดลึกลงขั้วหัวใจ

 

“หนูเข้าใจแล้วค่ะ หนูพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับแบรนด์วิหคแล้วค่ะ” ฉันเงยหน้าสบสายตาขอคุณวิหคด้วยความจริงจัง ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่ง และฉันพร้อมที่จะเรียนรู้เสมอ

 

“ผมบอกว่าคุณผ่านสัมภาษณ์เหรอ” เป็นคำถามที่ทำเอาฉันเกือบหงายหลังตกเก้าอี้ ฉันนึกว่าเขาจะรับฉันเป็นนักศึกษาฝึกงานแล้วซ่ะอีก

 

“เอ่ะ! หนูนึกว่าคุณวิหครับหนูแล้วซ่ะอีก” ฉันมองหน้าเขาแบบอยากจะร้องไห้มาก ด่าฉันขนาดนี้ก็ช่วยรับฉันเป็นการปลอบใจเถอะนะ

 

“หึ! ขอต้อนรับสู่แบรนด์วิหค จงเรียนรู้มันอย่างเต็มที่ อย่าให้ใครเอาผมไปพูดได้ว่าปล่อยเด็กไร้คุณภาพออกจากที่ฝึกงานไป” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องทำงานไปโดยที่ฉันได้แต่ลุกขึ้นและมองตามอย่างงุนงง เขาช่างเหมือนกับสายลมที่หวนไปหวนมาซ่ะจริง ๆ 

 

แต่ว่า......นี่ฉันได้เข้าฝึกงานกับแบรนด์วิหกแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ฉันเป็นคนแรกของรุ่นที่ได้ฝึกงานที่นี่ 

 

“กรี๊ดดดดด” ฉันกรีดร้องด้วยความดีใจ ฉันสาบานว่าฉันจะตั้งใจฝึกงานและเก็บเกี่ยวความรู้จากที่นี่ให้ได้เยอะที่สุดทั้งเผื่อตัวเองและเผื่อใครบางคน........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น