กอ.หวาย นักเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 แสงตะวันอับอบอุ่น 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 แสงตะวันอับอบอุ่น 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 23

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 แสงตะวันอับอบอุ่น 2
แบบอักษร

ร่างสูงใหญ่วิ่งตามร่างเล็กบอบบางลงมาจนถึงชั้นสองของตัวบ้าน เพราะความโกรธที่สุมหัวใจเหมืองเพลิงกองโตทำให้องค์อินหลงลืมไปชั่วขณะว่าได้ก้าวพ้นออกมาจากพื้นที่ของตัวเองแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ที่บริเวณชั้นสองของตัวบ้านที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ 

บรรดาแม่บ้าน สาวใช้ที่ทำความสะอาดอยู่ต่างตื่นตกใจกับสิ่งไม่คาดฝัน นานนับสองปีแล้วที่แทบไม่เคยมีใครได้พบเจอหรือเห็นผู้เป็นเจ้าของปราสาทเลยเพราะเขาขังตัวเองไว้บนนั้น แต่ทำไมวันนี้ เขาถึงก้าวพ้นออกมาจากความห้องมืดมิดนั่นได้... 

ร่างปราดเปรียวที่วิ่งอยู่ข้างหน้าห่างไปไม่กี่ก้าว ทำให้องค์อินต้องเร่งฝีเท้าไล่ล่าโดยไม่สนใจสิ่งอื่นรอบกาย ไม่สนใจแม้กระทั่งว่าตอนนี้ตัวเองได้ลงมาอยู่บนชั้นหนึ่งของตัวบ้าน  

“อยู่ไหน ยัยหัวขโมย...” ใบหน้าหล่อเหลาที่ครึ้มไปด้วยหนวดเครากวาดสายตามองไปโดยรอบ เจ้าหล่อนคลาดสายตาของเขาไปได้ตั้งแต่ตอนไหนและได้อย่างไรไม่รู้ 

“เอ๊ะ นั่น...” ผ้าคลุมสีดำที่ปลิวไสวอยู่ตรงปลายหางตาทำให้องค์อินเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าทันที เขาจะไม่มีวันยอมให้เจ้าหล่อนหนีไปได้พ้นเป็นอันขาด ยัยหัวขโมยแสนสวยที่กล้าเข้าถ้ำเสือ และหยามเขาด้วยการเปิดเซฟที่มีกลไกซับซ้อนที่สุดนั่นได้ 

เจ้าหล่อนใช้วิธีไหน วิธีไหนกันแน่ในการเปิดมัน เขาจะต้องรู้ให้ได้ ? 

 สองมือของชายหนุ่มผลักประตูบานใหญ่เปิดกว้าง แล้วพุ่งตัวออกไปยังสวนดอกไม้หน้าบ้าน เพื่อหวังจะคว้าตัวคนที่กำลังวิ่งหนีมาลงทัณฑ์ 

แต่แล้วร่างสูงก็ชะงักงันไปอย่างตกตะลึง สองมือค่อยๆถูกยกขึ้นมาอย่างเชื่องช้า 

 “อาห์...” เสียงครางแหบพร่าในลำคอดังขึ้น  

ตอนนี้เขาได้ออกมาหยุดยืนที่กลางสวนดอกไม้ ในขณะที่แสงตะวันยามเช้ากำลังสาดส่อง และมันอาบไล้ไปทั่วร่างกาย 

 นานแล้ว...นานเหลือเกินที่อสูรอย่างเขา แทบหลงลืมไปแล้วว่า ความอบอุ่นของดวงตะวันนั้นเป็นเช่นไร ความทุกข์ขังตัวเขาเอาไว้ในปราสาทนานถึงสองปีเต็ม ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน 

“ท่าน...”  

สามลวิ่งกระหืดกระหอบตามลงมาด้วยอาการตกตะลึงไม่แพ้กัน สองปีแล้วที่องค์อินไม่เคยก้าวออกมาจากปราสาทอีกเลยตั้งแต่ภรรยาที่กำลังตั้งท้องถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายทารุณ ไม่ว่าจะเป็นใคร ทั้งหมอ ญาติพี่น้อง ผู้หญิงสวยๆมากมาย หรือแม้กระทั่งตัวเขาเอง ต่างพยายามอ้อนวอน ขอร้องให้องค์อินเลิกกักขังตัวเองในความมืดมิดในปราสาท แต่ไม่เคยสำเร็จ 

วันนี้ เขาไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้านายของเขา ถึงเป็นคนก้าวออกมาจากความมืดเสียเอง โดยที่ไม่คาดฝันเลยจริงๆ 

องค์อินก้มหน้าลงมองผืนหญ้าสีเขียว เช้านี้แสงแดดไม่เจิดจ้า มันเพียงแค่สายแสงลงมาอย่างอบอุ่นเพราะอยู่ในช่วงฤดูหนาว แต่เขาอยู่กับความมืดจนชินพออกมาข้างนอกแบบนี้ก็เลยรู้สึกเหมือนจะมีปัญหาทางสายตาซะแล้ว คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะชินกับการใช้ชีวิตในโลกภายนอกอีกครั้ง 

“แสบตา...”  

“เข้าไปพักในบ้านก่อนเถอะครับท่าน” 

“ต้องจับยัยหัวขโมยนั่นให้ได้ก่อน” 

“ไม่มีใครเข้ามาในปราสาทของเราได้หรอกครับท่าน หรือว่า ท่านอาจจะแค่ฝันไปเท่านั้น” 

“ฝันไปอย่างนั้นเหรอ...”  

ชายหนุ่มถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจ หรือว่าเขาจะบ้าไปแล้วก็เลยฝันอะไรงี่เง่าเป็นเรื่องราวแบบนี้ จะมีหัวขโมยหน้าตาสวยมากขนาดนั้นได้ยังไง และที่สำคัญเจ้าหล่อนไม่มีวันเปิดเซฟที่ต้องใช้การแสกนม่านตาของเขาเพียงผู้เดียวได้ 

“ความฝัน...” เจ้าของร่างสูงใหญ่ระบายลมหายใจอย่างยอมแพ้ หรือว่า เขาจะแค่ฝันไปจริงๆ 

“กลับเข้าข้างในเถอะครับท่าน” สามลเข้ามาประคองด้วยความดีใจ ถึงจะเป็นแค่ความฝันแต่มันก็ทำให้เจ้านายของเขาหลุดพ้นจากความมืดมิดได้ นี่คงเป็นปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ที่เขาเฝ้ารอว่าสักวันจะมีใครสักคนมาทำให้มันเกิดขึ้น 

“อืม...” องค์อินปล่อยให้คนสนิทช่วยประคองตนเองกลับเข้าไปภายในตัวปราสาท แสงตะวันอบอุ่นสาดส่องตามแผ่นหลังกว้างของอสูรร้ายที่ใครต่อใคร ตาหน้าว่าเป็นฆาตกรฆ่าลูกเมีย 

แสงระริบระยับบาดตาเจิดจ้าขึ้น 

ผู้ที่ปล่อยให้ตัวเองหนวดเคราครึ้มผมยาวลงเคลียแผ่นหลังหันไปมองตามแสงระยิบระยับบาดตานั้นทันที หัวใจดวงโตที่เมื่อสักครู่เริ่มสงบนิ่งลงแล้วได้เต้นไหวขึ้นมาอีกครั้งอย่างตื่นเต้นกึกก้อง 

ไม่ใช่ความฝัน ! 

ชายหนุ่มเดินไปที่ต้นไม้ เขย่งปลายเท้าแล้วคว้าสร้อยเพชรล้ำค่าขึ้นมาจ้องมองด้วยความครุ่นคิด สามลตกใจเมื่อเห็นสร้อยเพชร นี่แสดงว่ามีขโมยบังอาจเข้ามาในปราสาทจริงตามที่องค์อินบอก เขาสงสัยเหลือเกินว่าเขามาได้อย่างไร และยิ่งสงสัยเข้าไปอีกว่าจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้  

เจ้านายของเขานิ่ง นิ่งจนน่ากลัว นั่นแสดงว่าภายใจจิตใจไฟโทสะกำลังลุกโชน 

องค์อินกำสร้อยเพชรนั้นเอาไว้แน่น นัยน์ตาสีน้ำตาอ่อนปนเทาเข้มเต็มไปด้วยความ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในปราสาทโดยไม่พูดอะไรอีก  ยัยหัวขโมยนั้นไม่ได้ต้องการสมบัติล้ำค่าของเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่เอามาคืนด้วยการแขวนไว้กับกิ่งไม้แบบนี้ 

แต่เจ้าหล่อนบังอาจมากกว่านั้น นั่นก็คือ หลอกหล่อให้อสูรร้ายอย่างเขาออกมาจากถ้ำอันมืดมิด โดยก็น่าจะรู้ดีว่า เมื่ออสูรถูกปลดปล่อยการไล่ล่าจะต้องเกิดขึ้น !! 

ฝนพรำลงมาจากฟ้า โปรยปรายอย่างแผ่วเบา ทุกสรรพสิ่งเริ่มเปียกปอน รวมทั้งร่างกายสูงใหญ่ของอสูรที่ใครต่อใครหวั่นเกรง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น