winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 36

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2563 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ตอนจบ
แบบอักษร

เพราะโทรหาไม่ติด ที่ประตูรั้วก็ไม่มีกริ่ง และด้วยความไม่แน่ใจว่า เจ้าของบ้านเค้าจะยังอยากให้เข้าไปอยู่มั้ย หลังจากที่ลงมาจากรถ เบธจึงทำได้แค่เพียง ยืนรออยู่ที่หน้ารั้วเท่านั้น 

ระหว่างรอ เบธพยายามทบทวนเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันมานี้ เรื่องเดียวที่น่าจะทำให้ฝนต้นเมษาโกรธจนกระทั่งตัดสัมพันธ์กับเบธได้ มันก็มีแค่เรื่องเดียว แต่ว่าเรื่องนั้น นอกจากเบธ ก็มีแต่หมวดดลที่พอจะรู้ ฝนไม่มีทางทราบถึงความลังเลใจที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของเบธได้ เว้นแต่ว่าหมวดดลเอามาฟ้อง และโอกาสที่เรื่องมันจะเป็นแบบนั้น ยังมีน้อยเสียกว่า การที่ฝนคาดเดาเอาเองเสียอีก 

เบธยืนรออยู่อึดใจเดียว ฝนก็เดินออกมา จริงๆ เธอรู้ว่าเบธมาตั้งแต่เบธยังไม่ดับเครื่องยนต์ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากเบธ ก็ไม่มีใครอื่นอีก ที่จะมีธุระกับเธอยามค่ำมืดแบบนี้ แต่ที่ไม่ได้ออกมาทันที เพราะตัวเอง ก็นั่งทบทวนบางอย่างอยู่เหมือนกัน จนกระทั่งแน่ใจ จึงได้เดินออกมา 

“ฝน” 

“คุณมีธุระอะไรกับฝนเหรอคะ” 

“ฝนโกรธอะไรเบธหรือเปล่า คือ เบธโทรหาไม่ติดเลย แล้วก็ เห็นข้อความที่ฝนโพสต์ด้วย ก็เลย...” 

“ถ้ามาหาฝน เพราะข้อความนั้น คุณกลับไปเถอะ” 

“ฝน ให้เบธเข้าไปข้างในได้มั้ย” 

“คุณว่ามันแปลกมั้ยคะ” เหมือนฝนไม่ได้ฟังสิ่งที่เบธขอ แต่เหมือนเธอกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเบธ เบธจึงไม่ได้พูดต่อ และเปลี่ยนมาตั้งใจฟังแทน 

“ตอนที่ยังไม่ได้เบอร์โทร คุณก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา แต่พอได้มาปุ๊บ กลับทำเหมือนว่าไม่ได้มีมันอยู่ ทั้งๆ ที่กดปุ่มไม่กี่ที สัญญาณมันก็จะเชื่อมต่อกัน แต่คุณก็เลือกที่จะไม่ทำ” 

เบธมองดวงตาที่แฝงความน้อยใจเอาไว้ของฝน แล้วก็พยักหน้ายอมรับความผิด ถ้าถึงตอนนี้ ก็เลย 24 ชั่วโมงแล้ว ที่เบธไม่ได้โทรหรือแม้แต่ส่งข้อความสั้นๆ ไปให้ฝน 

“มันดูเป็นการกระทำที่ยากต่อการเข้าใจ แต่ฝนก็ยังเข้าใจได้ค่ะ เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องของเทคโนโลยี มันพังได้ แล้วก็ขัดข้องได้ ฝนจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าคุณไม่รู้มาก่อนว่า บ้านฝนกับบ้านคุณ มันอยู่ใกล้กันแค่ไหน” 

“เบธขอโทษนะคะ คนดี” 

พอได้ยินคำว่า คนดี น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของหญิงสาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานักต่อนัก กี่คนแล้วที่เรียกเธอด้วยคำๆ นี้ แต่เธอกลับไม่เคยรู้สึกเลยว่า เธอเป็น คนดี ของใครได้อย่างจริงๆ สักครั้ง 

“ฝนดูงี่เง่ามั้ยคะ ดูไม่มีเหตุผล เหมือนเด็กอายุสิบสี่ ที่เพิ่งจะหัดมีความรัก” 

“ไม่เลยค่ะ ไม่เลย ฝนไม่คิดแบบนั้นนะคะ” 

“เท่าที่ฝนเคยผ่านมา มันทำให้ฝนรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างคนสองคนมันเปลี่ยนไปทุกวัน มันไม่มีทางเลยที่จะเหมือนวันแรก โดยเฉพาะความใส่ใจ ที่มันจะลดน้อยลง อย่างเท่าทวีคูณ” 

“24 ชั่วโมง ที่เบธหายไป มันทำให้ฝนไม่มั่นใจว่า อีกสิบปี หรือยี่สิบปีข้างหน้า เบธอาจจะทิ้งให้ฝนอยู่คนเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมง แต่มันจะต้องนับเป็นวัน เป็นคืน ใช่มั้ย” เบธพูดออกไป หลังจากเชื่อมโยงสิ่งที่ฝนกำลังพูด กับ ข้อความที่ฝนโพสต์ ที่เกี่ยวกับความอดทน และความกลัว 

แต่อีกเรื่อง ที่เบธยังคงข้องใจ ก็คือ เรื่องความไว้ใจ 

และทางเดียว ที่จะทำให้ฝน ไม่ผิดหวังกับเบธเรื่องนี้ ก็คือ เบธต้องเป็นฝ่ายพูดมันออกมา 

“ฝน” 

ฝนต้นเมษาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เงยหน้าขึ้นมามองเบธ ผ่านช่องไฟของแผ่นไม้ที่กั้นทั้งสองคนเอาไว้ 

“ที่เบธหายไป เพราะเบธกำลังตัดสินใจว่า เบธควรจะไปดูแลมัสที่กำลังลำบากดีมั้ย มัสเป็นเพื่อน และเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมากๆ คนนึง แต่ถ้าเบธทำอย่างนั้น เบธจะไม่มีเวลาให้ฝนเลย ฝนจะเข้าใจเบธมั้ย หรือถ้าฝนเข้าใจ เบธจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า” 

“เบธก็เลยคิดว่า จะเลิกกับฝน ใช่มั้ย” 

“ค่ะ เบธคิดแบบนั้นจริงๆ” 

ทั้งสองคนมองตากัน แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาพร้อมกันทั้งคู่ แล้วก็ไม่มีใครคิดจะเช็ดน้ำตา เพราะต่างก็รู้ตัวว่า มันไม่ได้ออกมาแค่นี้แน่ๆ 

“แล้วคุณมาบอกฝนทำไมคะ เพราะมันทำให้ฝนมีแต่จะรู้สึกแย่กับคุณมากขึ้น หรือว่าที่บอก เพราะว่า พอฝนรู้สึกแย่ คุณก็จะได้ไปจากฝนง่ายๆ ถ้าอย่างนั้น ก็คงทำถูกแล้วค่ะ เพราะฝนรู้สึกแย่จริงๆ ” 

“ให้ฝนรู้สึกแย่ จนไม่อยากจะเจอหน้าเบธอีก มันก็คงดีกว่าการที่เบธทำเหมือนว่า ไม่เคยคิดเรื่องนี้ แล้วถ้าจะให้เบธปิดบังความจริงเพื่อให้ฝนรักเบธมากขึ้น ให้ฝนกลับไปไม่รักเบธ เพราะเบธยังคงเป็นเบธคนเดิม เบธมีความสุขมากกว่า” 

เบธยิ้มทั้งน้ำตา ใจนึงก็รู้สึกภูมิใจตัวเองที่กล้ายอมรับความจริง และทำให้ผู้หญิงที่ตัวเองรัก ไม่ต้องกลายเป็นคนโง่ ที่ถูกคนที่ตัวเองไว้ใจลวงหลอก แต่อีกใจหนึ่ง ก็รู้สึกเสียใจ หากว่าฝน จะกลับไปไม่รักเบธจริงๆ 

ฝนต้นเมษาผู้หญิงที่เบธมองว่าใจแข็งที่สุดร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ตอนนี้เธอกำลังสับสน ความรู้สึกกับเหตุผลมันกำลังตีกัน เธอมั่นใจว่าเธอรักคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรั้ว แต่เธอไม่มั่นใจ ว่าเธอจะไม่กลัว 

เบธไม่เคยเห็นฝนร้องไห้แบบนี้มาก่อน หัวใจของเบธมันเหมือนโดรนที่ถูกคู่ต่อสู้พุ่งเข้าชนจนร่วงหล่นไปที่พื้น ก็นี่ไม่ใช่เหรอ ภาพนี้ไม่ใช่เหรอ ที่เบธไม่อยากจะเห็น ที่เที่ยวไปบอกใครๆ ว่า ไม่อยากเห็นผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ใช่สิ่งใดหรือใครอื่น หากแต่เป็นเบธเอง ที่เป็นคนลงมือทำ 

เบธตัดสินใจกระโดด เอามือไปเกาะบนขอบรั้วที่สูงกว่าตัวเองประมาณหนึ่งฟุต จากนั้นก็ใช้กำลังแขนดึงร่างกายของตัวเองให้ข้ามรั้วขึ้นไป เหมือนตอนที่ไปฝึกอบรมที่โรงเรียนนายเรืออากาศ ใช้เวลาไม่นาน เบธก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าฝนต้นเมษา 

“ถ้าฝนบอกมาคำเดียว ว่าไม่ให้เบธกอด เบธก็จะ...” 

เบธยังไม่ทันพูดจบ ฝนก็ก้าวถอยหลัง พร้อมกับส่ายหน้า 

แล้วเบธก็ตัดสินใจ ดึงเธอเข้ามากอดไว้ทันที 

“ฮือออออออ ฮืออออออออ” 

ฝนร้องไห้โฮออกมาหนักกว่าเดิม เบธก็กอดเธอให้แน่นมากขึ้น และหวังว่า มันจะทำให้ความกลัวในหัวใจของทั้งสองคน มันจางหายไป 

“ฝนรักเบธเหมือนเดิมนะ รักเบธเหมือนเดิมได้มั้ย ที่เบธมาวันนี้ เพื่อจะพูดอย่างนี้ และทำอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้” 

ฝนยังคงไม่ยอมพูดอะไร เบธก็ได้แต่กอดเธอเอาไว้ เพราะก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่า สิ่งที่เบธขอ เธอจะให้มันได้มั้ย แล้วถ้าเกิดว่าไม่ นี่อาจจะเป็นกอดสุดท้ายก็ได้ 

จนกระทั่งฝนหยุดร้องไห้ 

“ปล่อยฝนค่ะ” 

เบธค่อยๆ คลายอ้อมกอด ตามคำสั่งที่ดูจริงจังของฝน 

“กลับไปเถอะค่ะ” 

น้ำตาของเบธที่หยุดไปแล้ว มันกำลังจะเอ่อล้นออกมาอีก แต่เบธก็พยายามกัดฟัน สะกัดกั้นมวลน้ำก้อนนั้นเอาไว้ พยายามยิ้มออกมา แม้ว่าริมฝีปากจะสั่น 

“ฝนดูแลตัวเองดีๆ นะ แล้วก็ ฝากสวัสดีแม่กับพี่เดือนด้วย” น้ำตาที่ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเบธก็ไหลหยด แต่เบธก็รีบเช็ดออก 

ฝนต้นเมษาพยักหน้ารับ ดูเหมือนว่า น้ำตาของเธอจะเชื่อฟังเธอแล้ว 

“เบธไปก่อนนะ” 

เบธมองหน้าฝนอีกครั้ง ยิ้มให้ ก่อนจะเดินไปที่ประตูรั้ว 

ฝนเอากุญแจไข เพื่อเปิดประตูให้เบธ แต่ก่อนที่เบธจะก้าวเท้าออกไป เบธก็หันหลังกลับมา แล้วล้วงบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋ากางเกงให้ 

“มันเป็นเงินค่าคะน้าหมูกรอบกับข้าวต้มกุ้ง ที่ฝนไปซื้อที่บ้านเบธครั้งแรก ฝนจำได้มั้ย” 

เบธยื่นเงินหนึ่งร้อยยี่สิบบาทให้ฝน 

“ฝนไม่รับค่ะ มันเป็นเงินค่าอาหารที่ฝนซื้อ คุณไม่จำเป็นต้องเอามาคืน” 

“แล้วหลังจากนั้น ฝนก็ไปกินข้าวที่บ้านเบธบ่อยๆ แล้วป้าแป้วกับน้าปรางก็ไม่เคยรับเงินฝนอีก จนตอนหลัง ฝนก็เลยไม่พูดถึงเรื่องเงินอีก” 

“ค่ะ” 

“เบธและครอบครัว อยากเลี้ยงข้าวฝนทุกมื้อ ดังนั้น ช่วยรับมันคืนไปนะ ป้าแป้ว แล้วก็น้าปราง จะได้ดีใจ” 

ฝนตัดสินใจยื่นมือไปรับเงินนั้นมา ราวกับว่า ให้ทุกอย่างมันจบๆ ไป คราวนี้หัวใจเบธที่ร่วงอยู่บนพื้น เหมือนจะปลิวไปแล้ว 

แต่พอเบธก้าวเท้าพ้นประตูรั้วบ้านฝน 

“บอกว่าจะเลี้ยงทุกมื้อ ก็ทำให้มันได้อย่างที่พูดด้วย พรุ่งนี้ก็อย่าลืมเอาหนังสือไปคืน มันเลยวันคืนมาตั้งนานแล้ว แล้วก็ ตอนเย็นจะไปกินข้าวด้วย เข้าใจมั้ยคะ...ทหาร” 

เบธยืนนิ่งราวกับถูกสตาร์ฟเอาไว้ 

“เอ้า เอาคืนไป รู้น่า ว่าไม่อยากให้รับคืนน่ะ” 

ฝนเดินไปยืนตรงหน้าเบธ แล้วยัดธนบัตรใส่ที่กระเป๋าชุดหมีของเบธ เบธยังคงอึ้งอยู่ 

“เอามือถือมา” 

“เอ่อ ค่ะ” เบธกะพริบตารัวๆ อย่างงงๆ แล้วก็ล้วงมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงอีกข้างนึงให้ 

ฝนรับไป แล้วก็กดโทรออกไปที่เบอร์ของตัวเอง เสียงมือถือก็ดังขึ้น 

“ฝนยังใช้เบอร์เดิม เพิ่มเติมคือ เปิดเครื่องแล้วค่ะ” 

“ถ้าเบธช็อคตาย คุณจะทำยังไงคะ คุณฝนต้นเมษา” เบธอมยิ้ม แล้วพูดออกมาเบาๆ 

“คงผายปอดมั้งคะทหาร” 

“งืออออออออ” เบธร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ร้อง เพราะว่าดีใจอย่างที่สุด 

“ร้องทำไมอีกคะ ไปๆ ดึกแล้ว กลับบ้าน พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้า” 

ฝนอมยิ้ม แล้วก็ดึงเบธให้ไปขึ้นรถ 

เบธก็เปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง แล้วก็ลดกระจกคุยกับฝน คนที่ไม่ยอมให้เบธหายไปจากชีวิตเธออีก 

“ไม่โอ๋ก่อนเหรอ ค่อยให้เบธกลับบ้าน” 

“ไม่ค่ะ โอ๋มาเยอะแล้ว” 

เบธทำหน้ายู่ๆ เหมือนเด็กน้อย ก่อนจะอมยิ้ม เพราะว่าฝนอมยิ้ม 

“เบธขับรถดีๆ นะคะ” 

“ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวเบธโทรหานะ” 

“ค่ะ คนเลว” 

ฝนหัวเราะ ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายเบธ 

เบธขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุข ระหว่างทาง ก็พลันนึกถึงคำพูดของหมวดดลที่ว่า กว่าเบธจะเรียนรู้อะไรสักอย่าง ก็แทบจะเสียบางอย่างไป ตอนนี้เบธเข้าใจมันดี เพราะกว่าที่ตัวเองจะรู้ตัวว่า รักมากแค่ไหน ก็ต้องรอให้ถึงวินาทีวัดใจ ว่าความรักนั้นจะไป หรือจะยังอยู่ เบธบอกตัวเองว่า หลังจากนี้ จะทำให้ทุกอย่ามันดีกว่าที่ผ่านมา 

 

“อ้าวววว ชนแก้วววววว!! ยะฮู้ๆๆๆ” 

เรื่องราวอันแสนอลวนวุ่นวายใจคืบคลานผ่านไปโดยไม่ลืมที่จะทิ้งแง่คิดบางอย่างไว้ให้ด้วย เย็นวันนี้ ที่บ้านของเบธจัดปาร์ตี้ เนื่องในโอกาสที่หน่วยโดรนติดอาวุธ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทางอากาศและสรรพาวุธพิเศษ ภายใต้การดูแลของผู้พันดรัน ถูกถอนคำสั่งลงโทษ หลังจากที่ทดสอบสมรรถภาพได้อันดับสุดท้ายของกองทัพอากาศ เพราะว่าทุกคนในหน่วยได้ร่วมมือกับทางตำรวจจับพ่อค้ายาเสพติด 

“จริงๆ ผมว่า พวกเราควรจะได้เลื่อนขั้นด้วยนะครับ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ” หมวดกัปตัน หัวหน้าทีมเหินเวหา ออกความคิดเห็น 

“นั่นน่ะดิ ผบ.โคตรขี้งกเลยว่ะ” หมวดคีรีกล่าวเสียงดัง พร้อมกับหันหน้าไปทางหมวดดล 

“เรืออากาศตรีคีรี วิดพื้นยี่สิบที ปฏิบัติ!” ผู้พันดรัณทำเสียงขึงขัง 

“อะไรกับครับผู้พัน นี่นอกเวลาราชการนะครับ” 

“ผมสั่งให้คุณปฏิบัติ” 

“ยี่สิบครั้ง ปฏิบัติ!” หมวดคีรีที่ยังไม่ทันได้กินอะไร ก็ต้องลงไปวิดพื้นเสียแล้ว 

“สะใจ” หมวดดลนั่งเชิดๆ ปลายตามองหมวดคีรี เพื่อนร่วมทีม KBD 

“ผู้พันดรัณเนี่ย ช่างซื่อสัตว์กับท่านผบ.มากๆ เลยนะคะ” เบธแซว 

“ท่านไม่ใช่แค่ผบ. แต่ท่านเป็น พ่อตาของผมด้วยครับ หมวดเบธ” 

“ฮิ้ววววววววว!!!” เหล่าทหารแห่งหน่วยโดรนพร้อมใจกันส่งเสียงแซว ทำเอาผู้พันดรัณยิ้มเขิน 

 

“...สิบเก้า ...ยี่สิบ ไปเป็นแฟนกันตอนไหนวะ” หมวดคีรีบ่นพึมพำ ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม 

 

“นี่ทหารหรือคณะตลกกันคะ” ฝนที่นั่งอยู่ข้างๆ เบธกระซิบถาม 

“พวกเราน่ารักกันแบบนี้เป็นธรรมดาอยู่แล้วค่ะ ที่รัก” 

เบธตอบอย่างน่าหมั่นไส้ 

 

“เอาอาหารมาเพิ่มแล้วค่า” 

สาวน้อยเมธนภา นายอาช แก้วตาขวัญและ ฉัตร คนรู้ใจของเธอ ที่เมธชวนมาร่วมงาน เพื่อจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกันไว้ ช่วยกันถืออาหารที่ป้าแป้วกับน้าปรางช่วยกันทำออกมาเสิร์ฟเหล่าทหารและแฟนของทหาร 

แก้วตาขวัญส่งจานคอหมูย่างไปให้เบธ 

“พี่เบธ กินให้มันพอดิบพอดีนะ อ้วนยังกะหมูแล้ว พี่อะ” 

“ใช่ซี้ มีแฟนสวย แถมยังหุ่นดีกว่าพี่ ก็พูดได้นี่” 

“แน่นอน พี่ฉัตรงานดีมาก พี่ฝนสนใจหุ่นดีๆ แบบนี้มั้ยคะ เพื่อนพี่ฉัตรมีเยอะ เดี๋ยวแก้วติดต่อให้” 

“จัดมาเลยค่ะน้องแก้ว” 

“งื้อออออ” 

การที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีแบบนี้ นอกจากจะทำให้เบธ แก้ว และฝนสบายใจที่จะมาพบปะพูดคุยกัน ก็ยังทำให้สาวน้อยเมธนภา มีความสุขตามไปด้วย ที่ครอบครัวตัวเอง กับ ครอบครัวแฟน ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้ได้ 

“เฮ้อออ สบายใจที่สุดโลกเล้ย” 

“สบายใจก็กินเยอะๆ ค่ะ มาอาชแกะก้างปลาออกให้ดีกว่า เอ๊ะ หรือว่า เมธจะกินก้างด้วย” 

“นี่คน ไม่ใช่แมว” 

“ไหนเห่าซิ” 

“ปากดี ไม่เคยเปลี่ยนนะเราน่ะ” 

“โอ๋ๆ อาชล้อเล่นน่า เมี๊ยวๆ” 

ปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้เป็นไปอย่างมีความสุขและสนุกสนาน ทุกคนกิน ดื่ม ร้องรำทำเพลงกันอย่างเต็มที่ โดยที่ข้างบ้านเบธไม่บ่นอะไร เนื่องจากว่าเอาอาหารไปปิดปากไว้แล้ว ทุกคนในงานทำความรู้จัก แลกบัญชีโซเชียลไว้ติดต่อกัน เบธตั้งกลุ่มแล้วดึงทุกคนมารวมตัวกันไว้ เผื่อว่าวันข้างหน้าจะได้ปฏิบัติการอะไรร่วมกันอีก 

จนเมื่องานเลี้ยงจบลง ทุกคนช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาด ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน มีเพียงฝนเท่านั้นที่อยู่ค้างกับเบธ 

เบธให้ฝนอาบน้ำก่อน ระหว่างนั้นก็ลงมาเช็คความเรียบร้อย ปิดประตูบ้านอย่างแน่นหนาอีกที แล้วก็บังเอิญพบกับน้าปราง ที่กำลังตักอาหารใส่ถุง 

“น้าปราง” 

“อุ้ย! ” 

“น้าปรางตักอาหารใส่ถุงทำไม” 

“ก็มันเหลือก้นหม้อ จะทิ้งก็เสียดาย ของดีๆ ทั้งนั้น” 

“จะเก็บไว้กินพรุ่งนี้เหรอ” 

“เปล่า” 

“แล้วคือ” 

 

“พี่มาแล้วจ้า น้องปราง” 

เสียงที่เบธคุ้นหูดังมาจากหน้าประตูบ้าน แล้วน้าปรางก็ลุกลี้ลุกลนเอาถุงใส่อาหารไปให้ แล้วก็รีบกลับมา เบธอมยิ้มเบาๆ 

“ยิ้มอะไร ไปนอน เดี๋ยวหนูฝนเค้าก็รอหรอก” 

“เบธยุ่งๆ แป๊บเดียว ญาติดีกับน้าสยามแกแล้วเหรอ” 

“อะไรเล่า” 

“ถ้าน้าปรางมีใจให้น้าสยามแก น้าปรางก็รับรักแกเถอะ ให้แกมาอยู่กับเราก็ได้ หรือน้าปรางจะแต่งงานก็ได้นะ เดี๋ยวเบธจัดงานแต่งให้” 

“ไปกันใหญ่แล้ว ก็แค่เอาอาหารไปให้ ก็ยังเหม็นขี้หน้ากันเหมือนเดิมนั่นแหละ” 

“เบธพูดจริงๆ น้าปรางได้ไม่เหงาไง” 

“อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว” 

“ทำไมล่ะน้าปราง” 

“ความสัมพันธ์ของคนสองคนมันมีหลายรูปแบบ จะอยู่ด้วยกัน จะแยกกันอยู่ จะแต่ง ไม่แต่ง หรือว่าจะแสดงออกต่อกันอย่างไร มันไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่มีให้กัน แค่เราสองคนเข้าใจตรงกัน มันก็เพียงพอ” 

น้าปรางหนีเข้าห้องนอนไปอย่างเขินๆ เบธก็เดินขึ้นห้องนอนตัวเอง เห็นฝนนอนหลับตาอยู่ ก็เลยเดินเงียบๆ ไปอาบน้ำจนตัวหอม 

 

แล้วจึงปิดไฟเข้านอน 

 

“นอนแล้วเหรอคะ คุณบรรณารักษ์” เบธว่า พลางเข้าไปกอด 

“จะตื่นก็เพราะแบบนี้นี่แหละค่ะ” 

“ตื่นก็ดีสิคะ เพราะว่า เบธอยากอ่านหนังสือ” 

“ก็ไปเปิดไฟ แล้วก็ไปนั่งอ่านที่โต๊ะค่ะ” 

“อ่อ พูดผิดค่ะ ต้องบอกว่า อยากอ่านบรรณารักษ์” 

“อ่านเยอะๆ จะเบื่อมั้ยนะ” 

“ไม่เบื่อค่ะ ถ้าเราเปลี่ยนท่าอ่านบ่อยๆ” 

“แล้วคืนนี้จะอ่านกี่หน้า” 

“ก็จนกว่า จะขาดกันไปข้างนึง” 

“อื้อออออออออออออ” 

 

 

จบบริบูรณ์ 

 

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านนะคะ ที่ติดตามมาจนถึงตอนจบ ในที่สุด เบธ ผู้แสนดีกับทุกคน ก็รู้แล้วว่า คนเราควรจะดีกับทุกคน แต่ควรจะแสนดี กับแค่คนเพียงคนเดียว ^_____^  

ไรท์หวังว่า นิยายเรื่องนี้ จะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้ม มีความสุข หรือไม่ก็ได้แง่คิดอะไรดีๆ กลับไปบ้าง สำหรับใครที่เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็อย่าลืมกลับไปอ่าน "ฝน พร(ห)ม ใจ" ภาคแรกด้วยนะคะ รู้สึกว่า ฝันเป็นจริง คิดมานานแล้วค่ะว่า อยากเขียนนิยายที่มีภาคต่อ แบบนี้  และมันคงจะดีถ้า ได้ตีพิมพ์ สาธุ 5555 

รักรี๊ดเดอร์มากๆๆๆๆ และไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี  

เอาเป็นว่า 

จุ๊บ จุ๊บ นะคะ  

ไรท์วินเทอร์ ^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น