โปรดปรารถนา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 คำขอโทษ (3)

ชื่อตอน : บทที่ 10 คำขอโทษ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 คำขอโทษ (3)
แบบอักษร

 

ครั้นคนแก่อยากเอนหลังวราลีจึงพยุงท่านไปส่งถึงเตียงก่อนวกกลับไปที่ห้องนอนกันตพงษ์ ค้างที่บ้านใหญ่เธอต้องแชร์ห้องกับเขา มาบ้านนี้คู่ผัวเมียที่ไม่ค่อยจะลงรอยพวกเขาไม่อาจปลีกวิเวกแยกห้องกันได้

แต่เดิมถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา นานๆ ค้างทีซึ่งกันตพงษ์ก็จะไม่มายุ่มย่ามเว้นแต่เมื่อใดที่เขาและเธอคุยกันไม่ลงล็อกสงครามจึงจะปะทุขึ้น เด็กสาวรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรอด ห้ามเถียง ห้ามสู้ ซึ่งวราลีอดได้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงและถ้าไม่ใช่เรื่องสะกิดใจ

แต่คืนนี้หญิงสาวพรั่นพรึงขึงๆ ขัดๆ เป็นเกร็งๆ ได้เสียกับเขาแล้วก็ไม่เคยมานอนที่บ้านใหญ่ด้วยกันอย่างนี้ เจอกันที่งานแต่งและได้ไปนอนที่บ้านของเขานั้นก็กระไรอยู่

วราลีใส่เสื้อผ้าแล้วจึงออกมาจากห้องน้ำ ปิดไฟก่อนจะเดินมาล้มลงอีกฝากฝั่งของเตียง กันตพงษ์นอนติดฝั่งของเขาและยังถอดเสื้อโล่งโจ่งผ้าห่มก็ไม่เอาขึ้นมาคลุม เธอสอดกายลงใต้ผ้านวม นอนลืมตาปริบๆ ในหัวคิดแต่เรื่องพี่สาวกับกันตพงษ์ว่าสรุปแล้วคืออะไรแน่

ครั้นกันตพงษ์ตะแคงข้างมาหาพร้อมยกตัวมาใกล้วราลีจึงตลูดหมอนข้างขึ้นขวาง ถ้าเขาหลับแล้วคงไม่มีอะไรเพราะเขาหลับลึกข้อนี้เธอรู้ดีจากประสบการณ์ที่มาค้างบ้านใหญ่ด้วยกัน

ทว่ากับ…พรึบ!

“เฮ้ย! มาดึงไปทำไมล่ะ” วราลีถูกคนร่วมเตียงกระชากผ้าห่มออกจากหัว กันตพงษ์มองหญิงสาวผ่านความมืด ไม่เห็นหน้าหากวราลีรับรู้ได้จากเสียงลมหายใจว่าเขาอยู่ห่างไม่เกินฝ่ามือ

ยังไม่หลับอีกเหรอเนี่ย…

หลังจากที่วราลีถามความเงียบจึงบังเกิดด้วยว่าไม่มีใครคิดจะเปิดปากพูดก่อน ผ้าห่มถูกกันตพงษ์เอาไปหนีบไว้ใต้ท่อนขา นานหลายนาทีกว่าที่เสียงจะดังมาจากใครอีกคน ไม่ใช่เสียงนุ่มนิ่มละมุนหูแต่เป็นโทนเสียงแข็งต่ำของ…

“รักเขาก็ไปขอโทษเขาสิ รสเขาก็เสียใจที่ตบเธอ”

“อะไรนะ!” วราลีตะลึงพึงพรืดหนักกว่าเก่าพร้อมแย่งผ้านวมมาตุนอก อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา

กันตพงษ์เงียบไปอีกสักพักก่อนจะเปล่งชัดๆ ให้อีกคนได้ฟัง “วันนั้นเธอเข้าใจผิด ฉันไม่ได้จะแลกลิ้นกับรส เธอพูดกับรสอย่างนั้นรสเสียใจมากเลยยั้งมือไม่อยู่ เขาร้องไห้ไปถึงบ้านน้าจิน รสพร่ำถึงแต่คุณย่าหม่อนแก้วว่าต้องโกรธตนแน่ๆ ที่เธอตบน้อง”

รสรินร้องไห้ไปตลอดทาง กันตพงษ์ไปส่งเธอที่บ้านคุณจินตนาเพราะผัวไม่กลับมานอนเรือนหอ แล้ววันนี้ที่ห้องนั่งเล่นวราลีก็เอาแต่มองพี่สาวตาละห้อยเขาเลยต้องหยวนลง เขาอ่านวราลีออก ยัยนี่อยากพูดกับพี่แต่กลับไม่กล้า มองรสแล้วมองรสอีก ก็สมล่ะนะที่พี่จะโกรธ แต่ก่อนวราลีจะเข้าใจอย่างไรเขาก็ปล่อยผ่านเพราะความรู้สึกที่วราลีคิดลบต่อรสรินมันจะกลับไปทำร้ายตัวเธอเอง วราลีรักพี่สาวมาก ตัวเขานั้นเธอจะมองอย่างไรเขาก็ไม่เคยสนไม่ใส่ใจ อยากจะคิดอะไรก็เชิญตามสบาย แต่แล้ววันนี้เขากลับต้องบอกต้องพูด คนหน้าเหงาหงอยที่ชำเลืองมองพี่สาวอยู่เป็นนิจทำให้เขาปล่อยผ่านไม่ได้ รู้สึกเวทนาตงิดๆ

ถือเสียว่าทำบุญ…

“พี่รสร้องไห้?”

“ก็พูดไปเมื่อตะกี้”

“หนูแค่อยากถามอีกครั้ง…แล้วตอนนั้นหมอกำลังจะทำอะไรกับพี่รส ทำไมตอนนั้นถึงไม่บอกกันดีๆ”

“แล้วตอนนั้นเธอประพฤติดีมั้ยล่ะ”

วราลีส่ายหน้า ไม่ลืมกิริยางี่เง่าที่ตนขว้างกระเป๋าใส่พวกผู้ใหญ่ หรือเธอจะคิดแง่ร้ายเหมือนอย่างที่เขาว่าจริงๆ ใจกระพือเต้นตุบตับรอฟังเขาพูด อยากได้ยินชัดๆ ว่าวันที่กลับไปเอางานให้เพื่อนแล้วเจอพวกเขาจะจูบกันนั้นคือตนคิดไปเอง เธอจะได้กล้าเอ่ยปากขอโทษพี่สาวเสียที ไม่อ้ำๆ อึ้งเหมือนมีน้ำท่วมปากอยู่แบบนี้

“ปลอบ” ที่บ้านวันนั้นยัยนี่เข้ามาขวาง โวยวายหาว่าเขาแทงข้างหลังพี่ชาย คิดว่าเขาจะจูบกับรสงั้นสิ เหอะ! เห็นเขาอยู่กับรสรินเป็นไม่ได้ต้องมองด้วยสายตาขุ่นเคือง ถ้าไม่รู้ว่าวราลีเกลียดเขามาก่อนก็คงต้องคิดว่าหึงแน่ๆ แล้วกิริยาท่าทางอย่างนั้นใครจะไปเอ็นดู ไม่เสียล่ะ

“ปลอบ?” หญิงสาวทวนก่อนจะพูดต่อไปว่า

“ปลอบเหมือนจะจูบกันเลย ใครเห็นใครก็ต้องคิดอยู่แล้ว” วราลีคิดไปถึงวันนั้น

“เธออคติมาแต่ต้นก็คิดไปน่ะสิ จับหน้าเช็ดน้ำตาเข้าใจเสียบ้าง วันนั้นรสเพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง เขามาปรึกษาเรื่องหย่าเพราะพี่ชายแสนดีของเธอมัวแต่ไปกกกิ๊กไม่มีเวลาให้เมีย จริงที่ว่าฉันกับรสเคยคบกันมาก่อนที่รสจะหมั้นกับพี่ชายฉัน แต่ใครมันจะเลวถึงขนาดนั้น สาวๆ ฉันก็มีไม่ขาดมือคงไม่ระยำเอาพี่สะใภ้ตัวเองหรอก วราลีเธอมันเด็กอกุศล”

“หึ! กล้าคิดได้ยังไงว่าฉันจะลากรสไปปีนต้นงิ้ว” ครั้นวราลีนิ่งไม่พูดอะไรสามีจึงฉุนขึ้นมา

“ไม่เชื่อ?” กันตพงษ์ถามพร้อมขยับมาใกล้ภรรยา เขาบีบสันจมูกเล็กเชิดด้วยความหมั่นไส้เต็มพิกัด กันตพงษ์ไม่เห็นว่ามีดวงตาใสสกาวจ้องแต่ที่เขาเนื่องด้วยความมืดนั้นเป็นอุปสรรค

วราลีขัดๆ ข้องๆ เมื่อกันตพงษ์ถาม เพราะเพิ่งจะได้คุยเรื่องนี้กันดีๆ ซึ่งเธอไม่ได้เป็นคนถามก่อน แต่นี่เขาเปิดปากพูดเอง วราลีหน้ายู่เพราะคิดหนัก ในตอนนั้นก็ยังงงอยู่เลยว่าพวกเขารักกันแล้วทำไมถึงไม่หมั้น

วราลีตบมือใหญ่ออกจากปลายจมูกก่อนเลียบเคียงถามอีกครั้ง

“หมอเฟลมรักพี่รส”

ชายหนุ่มกลับไปนอนหงายก่ายหน้าผากแล้วเอ่ย “เคยรัก…แต่รสไม่เคยรักฉัน และเขาก็ไม่รู้ว่าฉันเคยรัก อย่าโง่คิดว่าฉันยังรักรสอยู่ล่ะ เธอก็รู้นี่ว่าตอนนี้ฉันมีคนที่สนใจอยู่” 

พี่รส รดา แต่ตอนนี้หมอเฟลมจีบรดา…

“แต่ก่อนพี่รสไม่รักหมอเฟลม ทำไม” วันหมั้นวราลีได้ยินพวกเขาบอกรักกัน

“ไม่เห็นผัวเขาเหรอ ฉันคงไม่สาธยายต่อเพราะเธอก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับฉัน”

โอเค ไม่สำคัญ…วราลีเลิกถามเซ้าซี้ เธอเปลี่ยนจากนอนหงายเป็นพลิกไปอีกทาง รู้สึกหม่นๆ ไปกับคำพูดของกันตพงษ์ด้วยว่าอยู่ๆ เรื่องที่แม่บอกให้ขายบ้านก็เวียนมาทำให้เธอคิดหนัก แม้แต่แม่ก็ยังเห็นเงินสำคัญกว่า เงิน…คือเงินเท่านั้นที่แม่ต้องการ ทุกครั้งที่นัดเจอกันก็มีแต่เรื่องเงินเสียส่วนใหญ่ วราลีน้ำตาซึมเหลือเพียงเสียงสะอื้นที่ยั้งเก็บไว้ได้ นอนกัดผ้าห่มหักห้ามความซ้ำ

กันตพงษ์เอาหมอนข้างที่กลั้นกลางออกก่อนจะหันหาคนข้างๆ แล้วเท้าแขนค้ำรองศีรษะ จ้องเรือนร่างเพรียวระหง เมื่อก่อนใครจะคิดว่าแม่นี่จะยังเหลือไข่แดง แฟนก็มีเป็นตัวเป็นตน ทว่าเขาก็ไม่ค่อยอินกับเว่อร์จิ้นเท่าไหร่หร๊อก อินกับการกระทำ พฤติกรรมและสเป๊กของสาวกว่าไอ้เยื่อไร้สาระนั่น แต่กระนั้นคุณหมอกลับยื่นมือไปหาเด็กข้างๆ กำลังจะพาดปลายนิ้วจับเธอให้หันมาทว่าดันเสือกหูไวได้ยินเสียงร้องกระซิกๆ จึงหดนิ้วกลับเข้าที่เดิม

ร้องไห้…

มาบ้านนี้เขาฟาด เขาจูบ เขาลูบเธอสักครั้งหรือก็เปล่า นอกจากบีบบี้จมูกน้อยๆ เชิดๆ

คงน้ำตาแตกเพราะรสริน…

ชายหนุ่มกระแอมไอก่อนพูดเสียงเข้ม “ถือว่าเคลียร์แล้วนะ โนแลกลิ้น อยากให้พี่เขาคุยเขารักเธอก็อย่าลืมไปขอโทษพี่เขาเสียล่ะ เธอเป็นเด็กขอโทษเขาก่อนมันคงไม่เสียหายอะไร”

“หยุดร้องได้แล้ว เวลานี้เขาให้นอน ไม่ใช่มาแงๆ”

“วราลี!” เขากดเสียงเข้มอีกครั้งในตอนเรียกชื่อหญิงสาว

“ฮะฮึก หยุดแล้ว” วราลีพยายามอย่างยิ่งยวดทว่ามันกลับหยุดไม่ได้เลย

“ดี” ว่าเท่านั้นกันตพงษ์ก็เอาหมอนข้างขึ้นมากลั้นกลางที่เดิม ทว่าเสียงสะอื้นที่แรงขึ้นๆ ทำให้ชายหนุ่มจับสิ่งกรีดขวางขว้างออก มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่กลางลำตัววราลีก่อนจะดึงเธอเข้าซุกอก

“รู้ใช่มั้ยว่าควรทำตัวยังไงถ้าไม่อยากโดนจัด” 

“…”

เมื่อไร้เสียงตอบรับกันตพงษ์จึงตวัดผ้านวมขึ้นคลุมทั้งเขาและเธอ วราลีตัวเล็กมันก็เลยคลุมศีรษะเธอไปมิดทีเดียว ครั้นเสียงร้องไห้ซาแผ่วและลมหายใจสม่ำเสมอใครอีกคนจึงลดระดับผ้านวมรั้งลงไว้ที่หน้าอกของวราลี เกิดความลังเลใจเมื่อตนซักจะอยากหอมกระหม่อมเด็กสาว เอาไงดี? เขาถามตัวเองซ้ำๆอยู่หลายครั้งด้วยว่าไม่อยากขัดคำสั่งการของสมอง 'อย่าปราณีคนที่มันถือดีกล้าปฏิเสธน้ำใจตน'

หลับ เพราะงั้นคงไม่รู้ตัว…

เริ่มจากหน้าผากเลยผ่านมาที่ริมฝีปากอิ่มฟู กันตพงษ์หยุดไว้ที่ตรงนั้นอย่างอ้อยอิ่ง

 

อะจ้าหมอ แล้วแต่เลยจ้า 

อ่านความท่ามากของนางได้ในฉบับเต็มนะคะ 

อีบุ๊กเมียไร้เสน่หาซื้อได้ที่เว็บ Mebmarket 

ติดต่อสอบถามได้ที่เพจ::โปรดปรารถนา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น