Finland (ช้อย)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 6 : ซวย

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.2k

ความคิดเห็น : 77

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2559 10:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6 : ซวย
แบบอักษร

 

 

คิว...........

 

วันรุ่งขึ้นผมมาทำงานที่ร้านเฮียตี๋เหมือนอย่างเคย วันนี้ไอ้โจ้มันนัดท้าแข่งรถกับผม ไอ้แมน ไอ้เต๋า ไอ้เบียร์ก็มาขลุกอยู่กับผมทีร้านเฮียตี๋กันทั้งวัน

 

“นี่พวกมึง!! ไม่คิดจะไปสิงที่อื่นบ้างเหรอวะ??  แม่งเกะกะ”   เฮียตี๋บอกกับพวกไอ้แมน

 

“โธ่.. เฮีย ก็ร้านเฮียมีเครื่องไม้เครื่องมือครบนี่ ไม่สิงร้านเฮียจะให้ไปที่ไหนเล่า”  ไอ้แมนมันตอบเฮียตี๋ไป  กลุ่มผมชอบแต่งรถ โมเครื่องกันเองแล้วร้านเฮียตี๋ก็มีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ครบ ใครจะทำอะไรก็ต้องมาที่ร้านเฮียตี๋หมด

 

“ว่าแต่คืนนี้มึงมั่นใจมั้ยวะไอ้คิว?”  ไอ้เต๋ามันหันมาถามผม

 

“กูพร้อมเสมอเหี้ยเต๋า”  ว่าแล้วผมก็ลูบไอ้แดงลูกรักผมเบา ๆ อย่างภูมิใจ ผมรักรถคันนี้มากเพราะมันเป็นน้ำพักน้ำแรงผมเอง ผมต้องเก็บเงินซื้อตั้งนานกว่าจะได้ เพื่อนผมมันรู้ว่าผมรักไอ้แดงมากกว่าอะไรทั้งหมด ประเภทยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม มีรอยขีดข่วนแค่นิดเดียวผมนอนไม่หลับไปสามวัน มีสก๊อยมานั่งซ้อนท้ายถ้ามันทำเป็นรอยผมถีบตกรถ

 

“ว่าแต่วันก่อนไอ้เหี้ยเจมันเจ๋งจริง ๆ เลยวะ”   แล้วไอ้เบียร์มันโพล่งออกมา ผม ไอ้แมน ไอ้เต๋า หันไปมองมันพร้อมกัน

 

“มึงอย่าบอกว่ามึงติดใจมันนะไอ้เบียร์”   ผมถามมันกลับ

 

มันไม่ยอมตอบได้ยักคิ้วให้ผม

 

“สัส...!! ชั่วคราวพอได้ ถาวรกูจะอ๊วก...”   ผมบอกกับไอ้เบียร์

 

เกือบหน้าโมงเย็น ผมกับพวกก็เข้าไปล้างหน้าล้างตัวเปลี่ยนเสื้อ

 

“เจอกันกี่โมงวะคิว?”  ไอ้แมนมันหันมาถาม

 

“สองทุ่มเจอกันที่รัง มึงบอกกลุ่มเราด้วยนะโว้ย”  ผมบอกกับไอ้แมนนัดเจอกันที่เดิมของกลุ่มผม หน้าโรงงานเก่า แก๊งผมมีไลน์กลุ่มกันทุกคนจะนัดกันทีมันก็ง่าย

 

ผมกับพวกขี่รถออกมาจากร้านเฮียตี๋

 

“งั้นแยกย้ายบ้านใครบ้านมันสองทุ่มเจอกันเว้ย”  ผมตะโกนบอกพวกมันไป  แล้วผมก็แยกกลับบ้าน

 

พอผมเอาไอ้แดงลูกรักเข้ามาจอดในบ้าน

 

“คิววันนี้ออกไปข้างนอกอีกหรือเปล่า?”   แม่ผมเลิกงานเดินเข้ามาบ้านพอดี  ผมไม่ยอมตอบแม่

 

“เว้นบ้างนะคิว ขี่รถดึก ๆ ดื่นๆทุกคืนแม่เป็นห่วง แม่เห็นข่าวอุบัติเหตุแทบจะทุกวัน”   แม่บอกพร้อมกับทำหน้าเป็นห่วง

 

“ไม่เป็นไรหรอกแม่ หนูมันเซียนอยู่แล้ว”  

 

แม่ได้ยินถึงกับส่ายหัวถอนหายใจยาว  แม่บอกผมเกือบทุกวันแต่ผมก็ไม่เคยฟังแม่เลยซักครั้ง บางทีผมก็รู้สึกผิดที่ไม่เคยเชื่อแม่ ที่ผมเกเรแบบนี้ผมไม่เคยโทษแม่เลย ผมรู้ว่าแม่ไม่มีเวลาให้ผมต้องทำงานงก ๆ ทุกวันหาเลี้ยงส่งเสียผม ผมเลยต้องอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่ที่บ้าน พอได้มาทำงานกับเฮียตี๋อย่างน้อยผมก็ได้ให้เงินแม่บ้างถึงมันจะไม่มากก็ตาม ผมเคยบอกกับแม่ไปว่าจะไม่เรียนต่อ จะออกมาทำงานช่วยแม่ แต่แม่ก็ไม่ยอม เรื่องเรียนยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเปิดเทอม ช่างมันก่อนใกล้ๆ ค่อยว่ากันอีกที 

 

 

สองทุ่มผมแต่งตัวเสื้อยืดกางเกงยีนต์ร้องเท้าผ้าใบตามสไตล์ของผม เดินลงมาชั้นล่างไอ้แมน ไอ้เต๋า ไอ้เบียร์มันรอผมอยู่ที่หน้าบ้านก่อนแล้ว

 

“ไม่กินข้าวก่อนเหรอคิว?”  แม่อยู่หลังบ้านตะโกนถามผม

 

“กลับมาค่อยกินแม่ หนูไปล่ะ”  ผมตะโกนบอกแม่

 

ผมกับพวกไอ้แมนขี่มอไซด์คู่ใจลัดเลาะตามซอยออกสู่ถนนใหญ่

 

....................................................................................

 

 

รุจ.......

 

วันนี้ผมเลิกงานค่ำอีกตามเคย  ผมยกแขนขึ้นดูนาฬิกา

 

“สองทุ่มแล้วนี่หว่า”  ผมรีบบึ่งรถไปรับเจไดที่คอนโดน้องปิง ผมเหลือบดูกระจกหลังเห็นกลุ่มเด็กแว้นขี่มากันเป็นสิบ ๆ คัน ปาดหน้าปาดหลัง แม่ง!! เส้นนี้มีแต่เด็กเปรตพวกนี้จริง ๆ  วันไหนผมกลับบ้านค่ำจะเจอกลุ่มเด็กแว้นพวกนี้ประจำ วัน ๆ ไม่ทำห่าอะไรรอให้พระอาทิตย์ตกแล้วนัดกันแว้นซิ่งตามถนนใหญ่แทบทุกคืน ผมชะลอรถให้พวกมันไปก่อน ไม่อยากมีปัญหากับไอ้เด็กเวรพวกนี้

 

ผมเห็นมีอยู่คันนึงขี่ตีคู่ขึ้นมาประกบกับรถผม แล้วมันก็เคาะกระจก

 

“เฮ้ย...!! ลุง ขับยังกะเต่าคลาน แม่ง!! เสียดายรถว่ะ”  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  แล้วมันก็บิดแซงผมไป แถมยังยกล้อหน้าโชว์ผมอีกต่างหาก

 

“ลุงพ่องเหรอ สัส....!!

 

“เดี๋ยวมึงเจอไอ้เด็กเหี้ย!!”   ว่าแต่ทำไมคุ้นหน้าวะ...!!!

 

ผมเหยียบคันเร่งไล่ตามหลังมันไป ช่วงนี้รถเยอะผมเหยียบใช้ความเร็วได้ไม่มาก ไอ้เด็กเปรตนั่นมันคงรู้ว่าผมเหยียบตามมันอยู่  มันหันมามองพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากให้กับผม พอดีกับรถเริ่มติดผมต้องชะลอเลยคลาดกับมัน

 

แม่ง!! ทำไมหน้ามันคุ้น ๆ วะ ผมนึกอยู่ตั้งนาน

 

“อ๋อ.....กูจำมึงได้แล้ว ไอ้เด็กเวรวันนั้นนี่เอง”  ว่าแล้วทำไมมันคุ้น ๆ เสื้อยืดกางเกงยีนต์ตัวผอม ๆคล้ำ ๆ ตัดผมสั้น ไว้หนวดเคราเล็กน้อย ระเบิดหู มึงนั่นเอง....!!!!

 

…………………………………………………………..

 

คิว................

 

ผมกับพวกไอ้แมนขับออกจากปากซอยเข้าถนนใหญ่ ตอนนี้กลุ่มผมเริ่มออกมาสมทบกันเรื่อย ๆ มีเกือบยี่สิบคัน แล้วผมก็สะดุดตากับรถคันนึง ที่กำลังตบไฟเลี้ยวเพื่อจะบอกเป็นนัย ๆ ให้พวกผมไปก่อน เพราะรถยนต์หรูพวกนี้จะไม่ค่อยยุ่งกับพวกผม มันไม่คุ้มส่วนมากจะชะลอให้พวกผมไปก่อน  รถคันนั้นคือรถที่จอดข้างทางเพราะน้ำมันหมดนี่เอง ผมจำได้ ผมเร่งเครื่องขี่เข้าไปตีคู่ แล้วเคาะกระจก

 

“เฮ้ย...!! ลุง ขับยังกะเต่าคลาน แม่ง!! เสียดายรถว่ะ”  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ผมตะโกนบอกคนขับ แล้วผมก็บิดไอ้แดงลูกรักเร่งเครื่องแซงขึ้นไป แถมโชว์ยกล้อหน้าให้ดูอีกต่างหาก สะใจชิบหาย.....!!!!

 

ผมเห็นมันเหยียบไล่ตามหลังผมมาติด ๆ แต่รถเริ่มเยอะมันเลยแซงผมไม่ได้ ผมหันไปแสยะยิ้มให้มันอีกครั้ง  แล้วผมก็รีบบิดซิ่งไปโรงงานเก่าที่นัดหมายของพวกผม พอผมมาถึงกลุ่มแก๊งผมก็รออยู่กันก่อนแล้ว ช่วงที่รอกลุ่มไอ้เหี้ยโจ้ พวกผมก็ขี่รถผาดโผนโชว์กันเหมือนเคย ใครมีท่าใหม่ทีเด็ดอะไรก็เอาออกมาโชว์  เป็นที่สนุกครึกครื้น ซักพัก..... ผมเห็นกลุ่มไอ้โจ้ขี่ตามกันมาเป็นพรวน

 

“เฮ้ย..!!! พวกมึงหยุด ไอ้เหี้ยโจ้มันมากันแล้วว่ะ”  ผมตะโกนบอกไอ้พวกที่กำลังโชว์ของกันอยู่

 

พอไอ้เหี้ยโจ้ดับเครื่อง มันใส่ผมก่อนเลย

 

“ไงเหี้ยคิว!! วันนี้มึงเตรียมตัวเรียกกูว่าพ่อได้เลย”  แล้วมันก็แสยะยิ้มใส่ผม

 

“กูว่าเป็นมึงต่างหากมั้งไอ้เหี้ยโจ้ คราวก่อนยังไม่เข็ดริมาท้ากับกูอีก มึงนี่มันไม่เจียมจริง ๆ”

 

“คราวก่อนพวกมึงหมาหมู่ วันนี้มึงกูตัว ๆ กูไม่กลัวมึงไอ้เหี้ยคิว”  ไอ้เหี้ยโจ้มันบอกกับผม

 

“ถุ้ย..!! ปากดีอีกตามเคยนะมึง” ผมสบทใส่มัน

 

“แล้วมึงง่ะไอ้เจ??  คราวก่อนติดใจรึไงวันนี้ถึงได้ตามมาหากูถึงที่”  ผมแสยะยิ้มหันไปเล่นงานไอ้เจ ที่มันกำลังจ้องผมตาเขม็ง

 

“ที่ไอ้เหี้ยคิวมันพูด หมายถึงอะไร?”  ไอ้โจ้หันไปถามน้องมัน ไอ้เจมันคงไม่กล้าเล่าเรื่องวันนั้นให้พี่มันฟังแน่ โดนหยามซะขนาดนั้น มันไม่ตอบไอ้โจ้ ได้แต่จ้องผมตาเขม็งกำหมัดแน่น

 

“มึงจะเอาไงก็ว่ามา”  ผมตะโกนถามไอ้โจ้ ชักช้าเสียเวลา

 

“มึงกับกูตัว ๆ แข่งรอบเดียว ใครชนะเรียก พ่อ”  มันบอกกติกา

 

“กูว่าเรียกอย่างเดียวไม่มันว่ะ มันต้องกราบด้วย มึงกล้าเปล่าไอ้โจ้?”  ผมท้ามัน

 

“ก็ได้ ตามนั้นใครไม่ทำเป็นลูกหมาแล้วไสหัวออกจากหัวหน้าแก๊งไป”  ไอ้โจ้มันตอบผม

 

หลังจากนั้นแก๊งผมกับแก๊งไอ้โจ้ก็ขี่ไปแหล่งแข่งรถของพวกเด็กแว้นที่ต่างก็รู้จักกันดี ถนนกาญจนาภิเษก  แก๊งผมรวมกับแก๊งไอ้เหี้ยโจ้มีรถเกือบสองร้อยคัน ขี่กันเต็มถนนเป็นแถวยาว จนพวกรถใหญ่ต่างก็หยุดให้กลุ่มผมผ่านไปก่อน เสียงเร่งเครื่อง แว้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ จนเป็นที่สนใจไปทั่ว พอมาถึงถนนกาญจนาภิเษก 

 

 

“ใครแพ้ห้ามพาลนะโว้ย ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ มึงโอเคมั้ยไอ้โจ้?”   ผมบอกกับมันอีกครั้ง ไม่งั้นลูกแก๊งบางคนมันไม่ยอมเดี๋ยวจะตะลุมบอนกันเหมือนกับคราวก่อนอีก

 

“ได้  ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น”   มันตะโกนบอกกับผม

 

“แข่งเที่ยวเดียวให้รู้ไปเลยใครจะเจ๋งกว่ากัน”   ไอ้แมนยืนกลางถนนประกาศเสียงดัง

 

ผมเลื่อนหน้ากากหมวกกันน็อคลงมาปิดหน้า ไอ้โจ้ก็ทำเหมือนกัน พร้อมออกตัวเต็มที่

 

แว้น แว้น แว้น ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  เสียงท่อไอเสียที่ดัดแปลงให้มีเสียงดังตอนที่ผมกับไอ้โจ้บิดคันเร่งดังไปทั่วจนแสบแก้วหู

 

ไอ้แมนสะบัดผ้าให้สัญญาณปล่อยตัว  ผมปล่อยครัชบิดคันเร่งไอ้แดงลูกรักสุดตัวจนล้อหน้ายก ผมกับไอ้โจ้เร่งเครื่องตีคู่กันมาตลอด ผมกับมันหันมามองกันเป็นระยะเพื่อดูว่าใครเป็นคนนำ ใกล้ถึงเส้นชัยผมเร่งเครื่องบิดแซงได้โจ้ได้สำเร็จ ผมยกล้อหน้าเยาะเย้ยมันไป

 

“สัสเอ้ย....!! นิดเดียวแท้ ๆ แพ้มันจนได้”  ไอ้โจ้กระฟัดกระเฟียดไม่พอใจผลงานของมัน

 

ตอนนี้แก๊งผมกับแก๊งมันล้อมเป็นวงกลมรอบตัวผมกับไอ้โจ้ไว้   เพื่อรอให้คนแพ้ทำตามสัญญา

 

“เร็ว ๆ ไอ้เหี้ยโจ้ เสียเวลาชิบหาย แม่งแพ้แล้วอิดออด”  ผมเย้ยหยันมันไป

 

“สัส...!!”  มันสบทออกมาแล้วก็นั่งคุกเข่าต่อหน้าผม  มันก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้ามองผมซักนิดกำหมัดไว้แน่น แล้วมันก็ค่อย ๆ ก้มลงกราบผม พอกราบเสร็จปุ๊บมันก็รีบลุกพรวดยืนขึ้นทันทีพร้อมกับหันหลังจะเดินกลับ

 

“เดี๋ยวไอ้โจ้!!  มึงยังไม่ได้เรียกกูว่าพ่อเลยนะ สัส!!ทำเป็นลืม”  ผมบอกให้มันหยุด

 

มันหันหลังกลับมาจ้องผมตาเขม็งอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

“พ่อ”  แล้วมันก็พูดออกมาเบา ๆ

 

“อะไรนะกูไม่ได้ยิน!!”  ผมแกล้งตะโกนบอกมัน  มันขบกรามดังกรอด ๆ กำหมัดแน่น

 

“พ่อคิว..!!!!”  แล้วมันก็กลั้นใจตะโกนออกมา  มันพูดเสร็จก็รีบหันหลังเดินหนีผมทันที

 

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ   “ดีมากลูกโจ้ มึงมันเป็นลูกที่ดี”  ผมยังตะโกนกวนตีนตามหลังมันไป ผมรู้ว่ามันอับอายมากแค่ไหนต่อหน้าลูกสมุนแก๊งของมัน โดนหยามศักดิ์ศรีไม่เหลือชิ้นดี ถ้าเป็นผมผมคงกระอักเลือดตาย ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ผมรู้นิสัยไอ้โจ้มันดีมันไม่ยอมแค่นี้แน่ พอแก๊งไอ้โจ้มันขี่ออกไปกันแล้ว

 

 

“พวกมึง..กลับ”  ผมตะโกนบอกกับลูกแก๊งผม แก๊งผมขับออกมาได้ซักพัก เสียงหวอรถตำรวจไล่ตามหลังแก๊งผมมาติด ๆ

 

“ไอ้คิว พ่อมึงมา.....!!!!”  ไอ้แมนตะโกนบอกกับผม ลูกแก๊งผมแต่ละคันแตกตื่นเร่งเครื่องบิดหนีอย่างอัตโนมัติ ผมเร่งเครื่องหนีรถตำรวจมาได้นิดเดียว

 

“ตายห่า มันมีด่าน”  ผมเห็นตำรวจอยู่เต็มถนนเอาเครื่องมากั้นรถตำรวจมากั้นขวางถนนไว้ แสงจากไฟฉายนับสิบ ๆ อันส่องมายังกลุ่มผม ลูกแก๊งผมเห็นท่าไม่ดี ขี่ปีนขึ้นเกาะกลางถนนข้ามไปอีกฟาก ไม่สนใจช่วงล่างจะโดนกับขอบเกาะกลาง

 

“เหี้ยคิวมึงเป็นเหี้ยอะไร!! ไม่ขี่ตามมาล่ะวะ??”  ไอ้แมนตะโกนถามผมเพราะไม่เห็นผมขี่ข้ามเกาะกลางถนนตามพวกมันไป พอผมตั้งสติได้ก็ไม่ทันซะแล้ว ผมโดนตำรวจกระชากตัวล็อคคอแล้วบิดกุญแจดับเครื่อง ผมหันไปตะโกนบอกพวกไอ้แมน

 

“มึงไปกันก่อน ไม่ต้องห่วงกู”   พวกไอ้แมนมันไม่มีทางเลือกเพราะตำรวจกำลังวิ่งข้ามไปอีกฟากถนน มันเลยเร่งเครื่องหนีตามที่ผมบอก ผมรู้ว่าพวกมันเป็นห่วงผม ที่ผมไม่ยอมขี่ข้ามเกาะกลางถนน ผมรู้ว่าช่วงล่างไอ้แดงผมต้องโดนเข้ากับขอบเกาะกลางถนนแน่นอน ผมไม่ยอมให้ไอ้แดงลูกรักผมเป็นรอยเด็ดขาด

 

“ไอ้เด็กเวรพวกนี้แม่งสร้างแต่ความเดือดร้อน จับไปโรงพักให้หมด”  

 

 

................................................................................................

To be continue................................

................................................................................................

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตาม

1 เม้น = 1 กำลังใจในการเขียน NC กับ SMคะ  อิอิอิ  http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Huahed00015.gif

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น