ฮะนะชิ

โซเฟียจะปกป้องคุณหนูสุดที่รักจากเสือผู้หญิงสำเร็จไหม แล้วโซเฟียที่หวั่นไหวกับคุณชายเอลเลียตเสียเองจะทำยังไงต่อไป!? <อัพทุกวัน วันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 4-2 ความจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-2 ความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2563 08:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-2 ความจริง
แบบอักษร

คุณหนูยังคงอยู่ในความฝัน กำลังนอนหลับสบายอารมณ์ ชุดนอนและผ้าปูที่นอนไม่ยับยู่ยี่ ไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสมถูกทิ้งในถังขยะ

แสดงว่าคุณชายเอลเลียตกลับไปแล้วจริงๆ

ค่อยยังชั่ว...

ถึงฉันจะโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็แอบเสียใจที่ถูกข่มเหง            

ทำไมฉันไม่ขัดขืนให้มากกว่านี้

ถ้าขัดขืนถึงขั้นยอมตายก็จะรักษาพรหมจรรย์เอาไว้ได้ใช่ไหม?

ถ้าทำอย่างนั้นตอนนี้ฉันก็คงกำลังนอนฝันหวานเหมือนคุณหนู

ถ้าจบสิ้นการทำงานที่คฤหาสน์ก็จะได้พบเจอกับสามีและได้แต่งงานอย่างมีความสุขอยู่แล้วเชียว แต่กลับตกหลุมพรางอันตราย

น้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง

คุณหนูคงได้ยินเสียงฉันเลยรู้สึกตัว

“โซเฟีย อรุณสวัสดิ์...เกิดอะไรขึ้น นั่นร้องไห้เหรอ?”

“ปละ เปล่าค่ะ! ผงเข้าตานิดหน่อยเท่านั้นค่ะ”

ฉันรีบแก้ตัว แต่ดูเหมือนจะเป็นข้ออ้างที่ไม่ดีเท่าไรนัก ต้องแนบเนียนกว่านี้!

“งั้นเหรอ? แล้วเขี่ยออกได้รึยัง?”

หลอกลวง!

ความใสซื่อไร้เดียงสาว่านอนสอนง่ายเป็นคุณสมบัติที่ดีของคุณหนู แต่การถูกหลอกได้ง่ายๆ แบบนี้ก็น่าเป็นห่วงอนาคตของคุณหนูเหลือเกิน

“คะ ค่ะ ออกแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง”

ตอนนั้นเองสาวใช้อีกคนก็เข้ามาเพื่อช่วยแต่งตัวให้คุณหนูตอนเช้า

วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงเต้นรำ ฉันได้รับอนุญาตให้หยุดพักได้ ดังนั้นงานของฉันจึงเสร็จสิ้นลงเพียงเท่านี้

ที่เหลือฉันจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอ แล้วลงไปที่เฉลียงเพื่อหยิบผ้าที่อยู่ในถังขยะออกมาม้วนทับด้วยผ้ากันเปื้อนอีกชั้นก่อนจะรีบเอาออกจากห้องไปทันที

จุดหมายคือเตาเผาขยะ

ฉันอยากรีบเผามันทิ้งไปให้เร็วที่สุด

ฉันเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก

“อ้าว โซเฟีย รีบขนาดนั้น จะไปไหนเหรอ?”

ฉันสะดุ้งเฮือก พอหันกลับไปก็เห็นสาวใช้รุ่นพี่อยู่ข้างหลัง

“พอดีวันนี้ได้หยุดค่ะ กำลังจะกลับไปที่ห้องน่ะค่ะ...”

“อ๋อ เพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงเต้นรำนี่นะ อิจฉาจังเลย ฉันเองก็อยากไปบ้าง”

ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของรุ่นพี่หรอกนะ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนธรรมดาจะมีโอกาสได้ไปงานเลี้ยงเต้นรำ

รุ่นพี่อิจฉาที่ฉันได้ไปงานเลี้ยงเต้นรำมาตั้งแต่แรก ดังนั้นการที่วันรุ่งขึ้นจะหาโอกาสมาเจอเพื่อถามไถ่มันก็เป็นเรื่องธรรมดา

ปกติถ้าบังเอิญเจอกันฉันก็คงจะเสวนาด้วยอยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่เหมาะ

ดูเหมือนว่ารุ่นพี่ที่กำลังยิงคำพูดว่า “อิจฉาจัง” รัวๆ จะไม่ทันสังเกตเลยว่าฉันกำลังเร่งรีบไปยังทิศทางที่มีเตาเผาขยะ นั่นทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิด

“อยากจะใส่ชุดเดรสสวยๆ ไปงานเลี้ยงเต้นรำสักครั้งในชีวิต อยากใช้เวลาในคืนแห่งความฝันกับขุนนางผู้สูงศักดิ์บ้างจัง”

สิ่งที่เธอพร่ำทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ

“คืนแห่งความฝัน บางทีอาจจะ...”

ไม่มีทาง มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก?

“หือ ฉันก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจหรอก มันเป็นความรักเพียงชั่วคืนที่ได้รับการโอบกอดจากท่านขุนนางน่ะ”

รุ่นพี่พูดเจื้อยแจ้ว

“โอบกอด!?”

ฉันตกใจจนสาวใช้รุ่นพี่ที่ชื่อเฟรยาเอ่ยว่า

“ไม่เอาน่า โซเฟีย ตกใจอะไรเนี่ย?” เธอหัวเราะคิกคัก

“ก็คำว่ากอด มันดูปล่อยเนื้่อปล่อยตัวเกินไป!!"

“โอ๊ย เป็นแค่สาวใช้น่ะ ใครๆ เค้าก็ทำกันจ้ะ”

อะไรนะ!?

“คนธรรมดาอย่างพวกเราน่ะ การจะได้ใกล้ชิดขุนนางเป็นเรื่องยากมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสละก็จะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด เขาเรียกว่าการสร้างความทรงจำในช่วงโสดน่ะ”

“ตะ แต่ว่าถ้าทำอย่างนั้นก็จะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อีกต่อไปน่ะสิ โอกาสที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ ก็จะหายไปนะคะ”

“พูดอะไรเชยจัง เอ๊ะ หรือว่าโซเฟียโตมาที่บ้านนอกเหรอ?”

ถูกต้องแล้ว บ้านเกิดของฉันอยู่ชนบท จะเข้าเมืองหลวงได้ต้องขึ้นรถม้าถึงสามต่อ ดังนั้นถ้าเกิดอยากจะกลับบ้านขึ้นมาจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มเลยทีเดียว

“เดี๋ยวนี้คนที่ยึดถือเรื่องพรหมจรรย์ก็คงมีแต่คนชนบทหรือคนแก่หัวโบราณเท่านั้นละมั้ง?”

“เอ๊ะ งั้นเหรอ?”

“ใช่ สาวใช้ที่ทำงานที่นี่ใครๆ เขาก็เพลิดเพลินกับความรักลับๆ กันทั้งนั้นแหละ สาวบริสุทธิ์น่ะคงมีแต่คุณหนูกับโซเฟียเท่านั้นแหละ”

อะไรกันเนี่ย!?

แม้แต่ในคฤหาสน์สเติร์นก็มีเรื่องไร้ศีลธรรมอย่างนั้นจริงน่ะหรือ

รุ่นพี่กับฉันอายุห่างกันเพียงปีเดียวเท่านั้น แต่เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้ว!

“การเป็นสาวบริสุทธิ์เป็นเรื่องน่าขายหน้า จัดว่าเป็นคนน่าเบื่อเลยแหละ คนที่คุ้นเคยกับเรื่องอย่างว่าสิถึงจะป๊อปปูลาร์ โดยเฉพาะผู้ชายที่อยากได้อดีตสาวใช้ที่มีประสบการณ์มากๆ มาเป็นภรรยาเดี๋ยวนี้น่ะมีเพิ่มมากขึ้นเยอะ”

น่าเบื่อเลยแหละ

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทุบหัวด้วยของแข็ง

“ดังนั้นโซเฟียเองก็รีบหาคนดีๆ มาทำลายพรหมจรรย์เร็วๆ ละ! ฉันขอแนะนำว่าให้เลือกขุนนางที่ยุ่งด้วยแล้วไม่มีปัญหาตามมาในอนาคต”

ฉันบอกว่าคราวหน้าจะเปลี่ยนให้รุ่นพี่ไปงานเลี้ยงเต้นรำบ้าง รุ่นพี่จึงยอมเดินจากไปแต่โดยดี

สิ่งที่รุ่นพี่พูดมันช่างต่างกับความเชื่อของฉันอย่างสิ้นเชิง

มันเหมือนกับว่าการที่ฉันถูกคุณชายเอลเลียตขโมยพรหมจรรย์ไปเป็นเรื่องดีอย่างนั้นแหละ

ฉันรู้สึกเหมือนผ้าที่ห่ออยู่ในผ้ากันเปื้อนในอ้อมแขนตอนนี้หนักอึ้งขึ้นมาเสียเฉยๆ

เดี๋ยวนะ มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด

ข้อมูลเมื่อกี้มันอาจจะเป็นความเข้าใจผิดของรุ่นพี่ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองไปถามทุกคนให้แน่ใจ!

เมื่อเผาหลักฐานต่างๆ ในเตาเผาขยะเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ลองไปเลียบๆ เคียงๆ เหล่าสาวใช้ในคฤหาสน์ดู

“เอ๊ะ โซเฟียไม่รู้เรื่องนี้หรอกเหรอ?”

“เป็นสาวพรหมจรรย์น่าอดสูจะตาย”

“เวอร์จิ้นน่ะเหรอ ตอนนี้ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขายึดติดกับเรื่องนี้กันแล้วจ้ะเธอ”

ชัดเจนว่าสิ่งที่รุ่นพี่พูดนั้นเป็นความจริง...ทุกคนประสานเสียงกันเลยทีเดียว

ฉันถูกหัวเราะเยาะว่า “สมัยนี้เค้าไม่ยึดติดกับเรื่องพรหมจรรย์กันแล้ว ไปอยู่ไหนมาเนี่ย?”

จากข้อมูลที่รวบรวมมาสรุปได้ว่า ในอดีตดูเหมือนว่าสาวพรหมจรรย์จะถูกมองเป็นบุคคลสำคัญ แต่เมื่อประมาณสักยี่สิบปีก่อนเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้นทีละน้อย ความคิดนั้นก็กลายเป็นล้าสมัย

แม้ปัจจุบันภายนอกจะแสดงออกว่าเชิดชูผู้หญิงพรหมจรรย์ แต่เบื้องหลังนั้นดูเหมือนว่าชายหญิงต่างก็เพลิดเพลินกับการทำเรื่องไร้ศีลธรรม

จริงสิ...

เพราะฉันเกิดแถบชนบทจึงไม่รับรู้กระแสนิยมเรื่องนี้เหมือนสาวๆ ในเมืองหลวง

นอกจากนี้นายท่านและนายหญิงยังหัวโบราณจึงไม่ยอมรับเรื่องเหลวแหลกของสาวใช้ในคฤหาสน์สเติร์น

นั่นคงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่รู้เรื่องนี้

สาวบริสุทธิ์ในคฤหาสน์คงมีแค่คุณหนูกับฉันเท่านั้น

ความจริงตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกโจมตีจนเสียศูนย์แทบยืนต่อไปไม่ไหว

ทันใดนั้นคำพูดของคุณชายเอลเลียตก็ผุดขึ้นมา

"สาวใช้ที่ชอบเล่นกับไฟก่อนแต่งงานนี่มีเยอะเลยนะ"

ทั้งที่ผ่านมาฉันพยายามทำงานหนักอยู่เสมอด้วยความเชื่อมั่น...ฉันทรุดตัวลงนั่งแบบไม่ไหวติง

ความคิดเห็น