ฮะนะชิ

โซเฟียจะปกป้องคุณหนูสุดที่รักจากเสือผู้หญิงสำเร็จไหม แล้วโซเฟียที่หวั่นไหวกับคุณชายเอลเลียตเสียเองจะทำยังไงต่อไป!? <อัพทุกวัน วันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอน 1-2 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน

ชื่อตอน : ตอน 1-2 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 10:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 1-2 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน
แบบอักษร

“เพราะเด็กคนนั้นบอกว่าเป็นโซเฟียนี่แหละดี เพราะฉะนั้นไม่น่ามีปัญหา...มาเป็นเพื่อนของลูกสาวฉันได้ไหม?” 

แต่ว่าการที่คนธรรมดาอย่างฉันจะไปเป็นเพื่อนกับคนชั้นสูงมันก็ค่อนข้างดูเป็นเรื่องน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ 

“ความจริงฉันคิดว่าการเป็นเพื่อนกับคุณหนูเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ในฐานะสาวใช้ส่วนตัวฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ” 

ฉันที่เป็นแค่สาวใช้ฝึกหัดแต่ได้เป็นถึงสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนู ต้องเรียกว่าประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว 

ฉันรับใช้คุณหนูด้วยความเต็มใจ บางครั้งเราก็ออกไปเดินเล่นกันสองคน เพลิดเพลินกับการดื่มชา แต่สิ่งที่พวกเราสนใจเป็นพิเศษคือการอ่านหนังสือ 

พวกเราชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จึงพากันแนะนำและแลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่าน แต่ใช้เวลาไม่นานฉันก็อ่านหนังสือที่นำติดตัวมาจากบ้านหลายรอบจนปกหนังสือขาดรุ่งริ่ง ตอนเอาไปให้คุณหนูยืมก็ลังเลอยู่เหมือนกัน แต่คุณหนูก็ยังอุตส่าห์ชอบหนังสือของฉัน 

“โซเฟีย หนังสือที่ให้ยืมมาน่ะสนุกมากเลย” 

“คุณหนูชอบเหรอคะ ดีใจจังเลย!” 

ทั้งฉันทั้งคุณหนูกำลังอยู่ในวัยแตกเนื้อสาว พวกเราก็เลยคลั่งไคล้นิยายที่นางเอกผู้น่ารักตกหลุมรักพระเอกหนุ่มสมบูรณ์แบบ ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข 

เราสองคนอ่านนิยายแนวนี้อีกหลายต่อหลายเล่ม 

“ฉันก็อยากมีชีวิตแต่งงานดีๆ แบบนี้เหมือนกัน” 

“ถ้าเป็นคุณหนูน่ะเป็นไปได้อยู่แล้วละค่ะ แต่ฉันนี่สิต้องผ่านการอนุมัติก่อน!” 

“อืม ผู้หญิงอย่างโซเฟียเนี่ยต้องได้พบกับสุภาพบุรุษสุดเพอร์เฟ็กต์อย่างแน่นอน” 

เรามองหน้ากันแล้วหัวเราะพรวด 

สักวันหนึ่งฉันเองก็อยากจะมีความรักและได้แต่งงานเหมือนในนิยายเช่นกัน...และเพื่อให้ความฝันนั้นเป็นจริง ฉันจะต้องทำงานให้หนักขึ้น 

เวลาผ่านไปหลายปีนับจากวันนั้น          

ฉันกับคุณหนูมีอายุครบสิบแปดปีพอดี คุณหนูประสบความสำเร็จในการเปิดตัวเข้าสู่สังคมชั้นสูงได้อย่างราบรื่น 

“อีกไม่นานลูกก็ต้องมองหาคนที่จะมาเป็นสามีแล้วนะ” 

เมื่อนายหญิงพูดอย่างนั้น คุณหนูจึงเริ่มไปเข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ 

งานเลี้ยงเต้นรำเป็นสถานที่ที่จะได้พบเจอกับขุนนางหนุ่มโสดหรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่าเป็นสถานที่ไปมองหาสามีในอนาคต 

จากเด็กสาวที่ไร้เดียงสาจะต้องมีคู่ครองแล้วสินะ  

เวลาผ่านไปไวจริง 

ฉันเองก็อายุสิบแปดปีเท่ากับคุณหนู อีกสองปีจะถึงช่วงอายุที่เหมาะสมกับการแต่งงานแล้ว 

ฉันแอบคิดไว้ว่าอีกไม่นานนักจะลาออกจากคฤหาสน์ไปแต่งงาน แต่กลับต้องหยุดความคิดนี้ไว้เมื่อคุณหนูเอ่ยขึ้นมาว่า 

“แต่ฉันไม่อยากไปงานเต้นรำคนเดียวนี่...” 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีเชเปอโรน*ไปด้วย ไม่มีอะไรต้องกลัวเลยสักนิด” 

เชเปอโรนที่เอ่ยถึงนี้มีศักดิ์เป็นถึงญาติของนายหญิง แต่เป็นสาวใหญ่ที่อายุเลยวัยสี่สิบไปแล้ว 

“อายุห่างกันตั้งเยอะ ฉันอยู่ด้วยคงเครียดตาย อยากให้โซเฟียไปด้วยกันมากกว่า” 

“เอ๊ะ! ฉันเหรอคะ!?” 

ฉันที่เป็นแค่คนธรรมดาไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำของชนชั้นสูงคงไม่ดีแน่ 

แม้ว่าฉันจะปฏิเสธ แต่คุณหนูกลับไม่ยอมลดละ  

“ถ้าโซเฟียไม่ไป ฉันก็จะไม่ไปงานเต้นรำ!” 

คุณหนูประกาศกร้าวทั้งน้ำตา! 

คุณหนูผู้ว่านอนสอนง่ายมาโดยตลอด ครั้งนี้กลับยืนกรานหนักแน่น นายท่านกับนายหญิงเองยังไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็เลยสั่งให้ฉันไปงานเลี้ยงเต้นรำด้วย 

ฉันพูดมาตลอดว่ามันเป็นภาระอันหนักอึ้ง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้  

ฉันยินยอมไปงานเลี้ยงเต้นรำทั้งที่เป็นเพียงคนธรรมดา นั่นหมายความว่าสัญญาจ้างงานก็ต้องยืดเวลาออกไปด้วย  

ในตอนนี้สัญญาต้องยืดเวลาออกไปจนกว่าคุณหนูจะสามารถไปงานเลี้ยงเต้นรำคนเดียวได้หรือจนกระทั่งคุณหนูจะอายุสิบเก้าปีครึ่ง  

นายท่านให้ค่าตอบแทนอย่างสูงเพื่อจูงใจฉัน ทั้งยังบอกว่าเมื่อเกษียณแล้วฉันจะได้รับการคุ้มครองดูแลไปถึงคู่สมรสด้วย 

ดูเหมือนว่าตอนนี้ทางครอบครัวจะหมายตาบางคนไว้แล้ว ได้ยินว่าผู้ชายคนนั้นเป็นทายาทตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งด้วย  

ถ้าอย่างนั้นการแต่งงานของคุณหนูก็คงจะยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย 

“โซเฟีย ขอโทษนะ แต่ว่าถ้าไม่มีเธอ ฉันกังวล...” 

“อย่ากังวลไปเลยค่ะ แต่คุณหนูต้องเข้าใจว่าฉันไปด้วยไม่ได้ตลอดนะคะ ฉะนั้นคุณหนูต้องพยายามทำความคุ้นเคยกับงานเลี้ยงเต้นรำให้ได้นะคะ” 

“ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นอยู่ข้างๆ ฉันไปจนกว่าจะถึงเวลานั้นก็แล้วกันนะ” 

วันนี้ฉันจึงตามไปเข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำกับคุณหนู 

ชุดที่ฉันสวมไม่ใช่ชุดสาวใช้แบบที่ใส่ยามปกติ แต่เป็นชุดเดรสสีครีมอ่อนซึ่งเป็นชุดที่สั่งตัดขึ้นมาด้วยความกรุณาของนายท่าน 

แม้ชุดเดรสสีส้มพาสเทลที่คุณหนูสวมใส่จะเป็นชุดเดรสที่เรียบง่ายมาก แต่ใช้เนื้อผ้าและการตัดเย็บแบบที่คนธรรมดาไม่น่ามีปัญญาหามาใส่ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่คุณหนูสวมใส่ชุดนี้หัวใจฉันจะพานเต้นตึกตักไปด้วยทุกครั้ง 

เมื่อเข้าไปภายในงานเลี้ยง ฉันจะเฝ้ามองคุณหนูที่ถูกขอเต้นรำทันที ก่อนจะถอยไปอยู่ชิดติดผนังห้อง 

คุณหนูถูกสุภาพบุรุษขอเต้นรำตลอดจนแทบไม่ได้นั่งเลย แต่เธอก็ยังสามารถพูดคุยได้อย่างสนุกสนาน 

วันแรกที่เริ่มทำงานยังแอบคิดอยู่ว่าจะรอดไหม แต่มาวันนี้วันเกษียณก็อยู่อีกไม่ไกลแล้ว 

ในที่สุดเพลงก็จบลง หลังจากนี้จะเป็นการสับเปลี่ยนคู่เต้นรำ 

“เอ๊ะ นั่น...” 

คู่เต้นรำคนถัดมาของคุณหนูคือสุภาพบุรุษที่ขอเต้นรำเพลงแรก 

เขาสูงกว่าคุณหนูประมาณสองช่วงศีรษะ บุคคลิกดี รูปร่างเพรียวบาง ผมสีทองส่องประกายวิบวับ เป็นคนที่โดดเด่นสะดุดตามาก 

เสื้อผ้าการแต่งกายหรูหรา เทลโค้ต**สีน้ำเงินเข้มตัดเย็บมาเป็นอย่างดี เสื้อเชิ้ตผ้าไหมชั้นดี เสื้อกั๊กสีขาวและเนคไทที่ตัดเย็บอย่างปราณีต กระดุมข้อมือเสื้อตกแต่งด้วยไพลินเม็ดใหญ่ รองเท้าขัดมันวับ  

แม้จะยืนเคียงคู่กับคุณหนูผู้สง่างาม แต่เขากลับเป็นผู้ชายที่โดดเด่นไม่แพ้กัน  

 

 

*เชเปอโรน (Chaperone) หมายถึงผู้ติดตามชายหรือหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานไปงานสังคม 

**เทลโค้ต (Tailcoat) หมายถึงเสื้อโค้ตผู้ชายมีชายยาวสองชายที่ด้านหลัง 

ความคิดเห็น