ฮะนะชิ

<อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอน 1-1 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน

ชื่อตอน : ตอน 1-1 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 10:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 1-1 ชีวิตสาวใช้ที่ใฝ่ฝัน
แบบอักษร

ความสุขของผู้หญิงคือการแต่งงานเพียงครั้งเดียว...นั่นคือค่านิยมพื้นฐานของประเทศนี้ 

ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ก่อนแต่งงาน หลังแต่งงานก็ต้องคอยติดตามสามี หลังจากสามีเสียชีวิตก็ให้ลูกๆ ดูแล 

ในโลกที่ไม่อาจมองข้ามค่านิยมทั้งสามนี้ไปได้ การเลือกผู้ชายดีๆ มาเป็นสามีจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตในอนาคต 

อายุเฉลี่ยของการแต่งงานสำหรับผู้หญิงญี่ปุ่นคือยี่สิบปี โดยมีอายุขัยอยู่ที่หกสิบสี่ปี 

หลังแต่งงานต้องมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลลูกและสามีไปอีกประมาณสี่สิบสี่ปี  

ดังนั้นเมื่อผู้หญิงถึงวัยที่พอจะเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจึงพยายามมากกว่าปกติเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดและชีวิตแต่งงานที่ดีที่สุด 

ฉันเองก็เช่นกัน  

ฉันมีความฝันที่จะมีสามีที่ดี รายล้อมไปด้วยลูกๆ ที่น่ารัก และมีชีวิตที่มั่นคง  

ไม่มีใครอยากลำบากกับเรื่องพวกนี้หรอก จริงไหมล่ะ? 

ดังนั้นฉันจึงมุ่งมั่นฝึกฝนการเป็นเจ้าสาวมาตั้งแต่เด็ก เพื่อเตรียมความพร้อมจนกว่าจะถึงวัยที่เหมาะสมสำหรับการแต่งงาน 

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ฉันก็เป็นแค่สามัญชนคนธรรมดาที่พอจะรู้ว่าอะไรที่พอจะทำได้ ซึ่งในบรรดาทุกเรื่องที่กล่าวมานั้น เรื่องกิริยามารยาทเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด 

ฉันเองก็เคยผ่านการใช้ชีวิตในคลาสอบรมกิริยามารยาทมาตั้งแต่สิบขวบ แต่ว่ามีข้อเสียคือเราจะได้เรียนรู้เฉพาะกิริยามารยาทขั้นพื้นฐานเท่านั้น หากต้องการเรียนรู้มากขึ้นก็ต้องเข้าเรียนในระดับที่สูงกว่านี้ 

ทว่าค่าเล่าเรียนก็สูงมากเช่นกัน!  

ด้วยสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวฉัน การจะได้เข้าเรียนเรียกว่าเป็นเรื่องยาก จึงได้แต่กล้ำกลืนด้วยความจำนน... 

แต่แล้วจุดเปลี่ยนในชีวิตของฉันก็มาถึงก่อนที่ฉันจะอายุครบสิบห้าปีเพียงวันเดียว 

“โซเฟีย ยินดีด้วยนะ เราตัดสินใจจะส่งลูกไปรับใช้ที่คฤหาสน์สเติร์นตั้งแต่เดือนหน้า” 

“เอ๊ะ!? จริงเหรอคะ!?” ฉันดีใจมากเมื่อได้ยินคำพูดของพ่อ 

สำหรับพวกเราที่เป็นเพียงคนธรรมดา คฤหาสน์ของชนชั้นสูงจึงเป็นอันดับหนึ่งของสถานที่ทำงานในฝันอย่างช่วยไม่ได้ 

เนื่องจากภายในคฤหาสน์ของขุนนาง เราจะมีโอกาสได้เรียนรู้มารยาทและวัฒนธรรมของชนชั้นสูงในระหว่างการทำงาน ซึ่งไม่ใช่แค่มารยาทที่สอนกันแค่ในชั้นเรียนเท่านั้น แต่เราจะได้เรียนรู้และปฏิบัติงานจริง นอกจากนี้ยังมีเงินเดือนอีกด้วย  

ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไม่ชอบใจนี่จริงไหม? 

ที่ยิ่งกว่านั้นคือเด็กสาวบางคนอาจจะได้พบรักและได้แต่งงานกับขุนนางอีกด้วย 

แม้จะฟังดูอย่างกับชีวิตนางเอกในเทพนิยาย แต่มันก็เป็นแรงจูงใจให้หญิงสาวที่อยากมีเงินทองและสถานะทางสังคมยอมทำงานโดยไม่ปริปากบ่น 

ต่อให้ไม่ได้แต่งงานในตระกูลที่ติดอันดับต้นๆ แต่สำหรับหญิงสาวที่ทำงานในคฤหาสน์มาหลายปีจะมีมูลค่าเพิ่มและได้รับการกล่าวขานว่า “เป็นผู้หญิงที่ผ่านการทำงานจากคฤหาสน์ของขุนนางมาแล้ว” จากนั้นโอกาสดีๆ ก็จะตามมาอย่างมากมายแน่นอน  

ดังนั้นทุกคนจึงกระตือรือร้นอยากทำงานในคฤหาสน์ของขุนนางชั้นสูงกันทั้งนั้น 

แต่การจะได้ทำงานอย่างที่ว่านั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

การจะไปทำงานเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์ได้ต้องมีคนที่ไว้วางใจในตัวเราเป็นผู้แนะนำให้...ดังนั้นการมีเส้นสายจึงเป็นเรื่องจำเป็น 

การที่คนธรรมดาจะมีโอกาสแบบนั้น มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย  

แต่ฉันคือหนึ่งในนั้น 

ทั้งที่ฉันอยู่ในสภาพที่เกือบจะทิ้งความฝันไปแล้ว  

แต่แล้วพ่อกลับพูดเรื่องทำงานในคฤหาสน์ขึ้นมา 

คำพูดนั้นทำให้ร่างกายฉันสั่นเทาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 

“มีเรื่องอะไรเหรอคะพ่อ?” 

“หัวหน้าของพ่อบอกว่าขุนนางสเติร์นกำลังหาสาวใช้ด่วน” 

ครอบครัวของฉันมีความสัมพันธ์อันดีกับหัวหน้า ตัวฉันเองก็ได้รับความเอ็นดูจากท่านมาตั้งแต่เด็กๆ 

“ท่านถามพ่ออย่างจริงจังเลยว่า ‘ลูกสาวที่บ้านสนใจไหมล่ะ?’ ถ้าสนใจก็ให้ไปยืนยันตัวที่คฤหาสน์ด่วนเลย” 

ฉันดีใจมากอย่างกับโชคหล่นทับ นี่ฉันกำลังจะได้ทำงานในคฤหาสน์ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากวันเกิดอายุครบสิบห้าปี 

ครั้งแรกที่ทำงานในคฤหาสน์  

ครั้งแรกที่ได้ทำงานเป็นสาวใช้ 

ขั้นตอนแรกจะเป็นการฝึกงานโดยฉันจะเริ่มเข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วย 

ในตระกูลขุนนางสเติร์นนั้น นอกจากจะมีคุณหนูที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันแล้ว ที่เหลือก็จะมีแต่ผู้ใหญ่  

แม้ว่าการรายล้อมไปด้วยคนที่อายุห่างกันจะทำให้เครียด แต่ทุกคนก็ล้วนแสดงความเป็นมิตรและเป็นคนดีกันทั้งนั้น 

นายท่านกับนายหญิงให้ความเอ็นดูฉัน ส่วนคุณหนูก็วางตัวสนิทสนมเหมือนเพื่อน 

แม้ว่าตอนแรกๆ จะรู้สึกแย่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน แต่ด้วยการสนับสนุนของคนรอบข้างจึงทำให้ฉันมุ่งมั่นทำงานด้วยความสนุกทุกวัน 

แต่แล้ววันหนึ่ง... 

“เอ๊ะ ให้ฉันคอยติดตามรับใช้คุณหนูเหรอคะ?” 

อยู่ๆ นายหญิงก็มาบอกเรื่องที่คาดไม่ถึง     

“ใช่แล้ว ยายหนูชอบเธอมากจริงๆ นะ เลยมาบอกว่าอยากได้เธอไปเป็นสาวใช้ส่วนตัว” 

“แต่ว่านอกจากเรื่องซักผ้ากับทำความสะอาดบ้านแล้ว เรื่องอื่นๆ ฉันยังไม่เก่งเลยนะคะ” 

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ถ้าเป็นเรื่องงานก็ให้หัวหน้าแม่บ้านคิจินสอน นอกจากสาวใช้ส่วนตัวของลูกสาวฉันแล้ว คนรับใช้อื่นๆ ก็ยังมี เพราะฉะนั้นสบายใจได้ไม่ต้องกังวล" 

“แต่ว่า...” 

แม้นายหญิงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ฉันก็ยังแอบกังวลอยู่ดี 

นายหญิงมองฉันแล้วยิ้มอย่างลำบากใจ 

“ที่จริงฉันอยากให้เธอไปเป็นเพื่อนเล่นของลูกสาวน่ะ” 

“เพื่อนเล่นเหรอคะ?” 

“เด็กคนนั้นน่ะตอนเล็กๆ ร่างกายอ่อนแอมากเลยต้องอยู่แต่ในคฤหาสน์ตลอด ทำให้ไม่มีเพื่อนเล่นเลย” 

ที่คฤหาสน์ขุนนางสเติร์น นอกจากคุณหนูกับฉันแล้วก็มีแต่ผู้ใหญ่ 

คนรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูมีอายุมากกว่าพวกเราสักสิบปีได้ แถมดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ 

คุณหนูต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยได้เล่นกับใครเลยมาตั้งแต่เด็ก  

ฉันจึงนึกสงสารและอยากอยู่กับคุณหนูขึ้นมา 

“...เป็นฉันจะดีจริงๆ เหรอคะ?” 

ความคิดเห็น