ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 987

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2563 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

หากใครสักคนกล่าวว่าชีวิตคนเราก็เหมือนละครที่ดำเนินต่อไปไม่จบสิ้นจนกว่าจะหมดลมหายใจ วิรุจน์เองก็อยากจะบอกว่านั่นคงจะเป็นเรื่องจริง เขาไม่รู้ว่าชีวิตของตัวเองจะจบสิ้นเมื่อไหร่ และความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะมากขึ้นอีกแค่ไหน หากเป็นความทรมานเจียนตายไปเลยเพียงแค่อย่างเดียวมันก็คงจะดีกว่าการที่มีความสุขสม น่ารื่นรมย์อยู่ด้วยแบบนี้  

               “อะ อื้อ ยะ หยุดสักที” 

               แม้จะเอ่ยเรียกบอกด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวเพียงใด แต่ร่างที่สูงใหญ่ก็ยังคงถาโถมกายเข้ามาในกายงดงาม  

               วิรุจน์กัดปากตัวเองแน่น จนเลือดซึมออกมา สะโพกสวยนั้นยังถูกยึดตรึงเอาไว้ราวกับร่างกายนี้เป็นเพียงหุ่นตุ๊กตาเพื่อไว้สนองความรุนแรงของชายหนุ่ม          ที่ไร้หัวใจ  

               ดวงตาคมกริบหรี่มอง แผ่นหลังเนียน เขาก้มตัวลงมางับกัดไหล่อีกฝ่ายอย่างแรงจนวิรุจน์สะดุ้งเฮือก เผลอปล่อยเสียงร้องออกมา ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะงับกัดหมอนเอาไว้เพื่อสะกดกลั้นเสียงครวญครางที่แสนน่าอาย 

               “อะ ไอ้ บ้า” 

               เมื่อนึกสรรหาถ้อยคำมาพ่นด่าพอลไม่ออก วิรุจน์ก็เอ่ยคำที่สมองเหมือนไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากออกมาจนได้  

               พอลหรี่ตาลงเพียงครู่ เขาหยุดชะงัก แล้วถอนกายออกมาจากร่างที่อยู่ใต้ล่าง วิรุจน์พรูลมหายใจออกมา คิดว่าความรุนแรงนั้นคงจะจบลง แต่มันเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพอลเข้ามากระชากร่างของเขาเหวี่ยงลงบริเวณด้านข้างที่เคยนอนคว่ำอยู่  

เขาหรี่ตามองพอลด้วยความไม่เข้าใจ 

               “นะ นี่นาย” 

               ขาเรียวสวยทั้งสองถูกจับดันจนต้นขาชิดแนบอก ช่องทางเร้นลับที่ไม่เคยให้ใครเห็นมาก่อน ในยามนี้กลับแสดงให้พอลเห็นจนเต็มตา 

               …มันแดงช้ำอย่างน่ากลัว… 

               “พอได้แล้ว ไอ้ซาดิสม์เอ้ย” 

               คิ้วหนากระตุกเพียงนิด เขากดมือที่ต้นขาขาว ออกแรงบีบเสียแรงจนวิรุจน์ต้องนิ่วหน้า ก่อนที่ความเป็นชายที่แสนใหญ่โตจะแทรกชำแรกเข้าในช่องทางที่เต้น    ตุบตับราวกับเชิญชวน 

               “อ๊า!!!” 

               เพียงครู่เท่านั้น เสียงครางหวานก็ดังลั่น วิรุจน์ไม่อยากจะยินยอมพร้อมใจให้ชายตัวสูงให้สอดใส่กระแทกเข้ามา แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาในกายของเขาเมื่อครู่มันไปกระตุ้นบริเวณที่สร้างความสุขสมจนเสียวซ่าน 

               “หึ…เป็นมาโซงั้นสิ” 

               ทำได้เพียงแค่กัดฟันกรอดๆ วิรุจน์รู้สึกเจ็บใจ แต่มือขาวก็ขยับไปจับต้นแขนแข็งแรงเอาไว้ ดวงตานั้นปรือปรอย เหนื่อยล้าจนอยากจะพักเต็มทน 

               “จะทำก็รีบทำให้เสร็จ” 

               “ไม่” 

               “นี่แก…” 

               “หยาบคาย” 

               มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากเท่านั้นที่ทำให้วิรุจน์แทบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะเลื่อนมือไปต่อยหน้าหล่อเหลานั้นให้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เผื่อความหงุดหงิดในกายเขาในยามนี้มันจะลดลงบ้าง แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากมายให้ปวดหัว วิรุจน์ก็กระตุกเกร็ง ทั้งร่างสั่นสะท้าน เมื่อสะโพกสอบอัดเบียดเข้ามาใกล้มากขึ้น 

               “อะ อึ่ก อ่อนโยนหน่อยสิ!” 

               “มาโซไม่ใช่หรือไง?” 

               “ฉันไปบอกแกตอนไหนว่าเป็นมาโซฮะ! ไอ้ซาดิสม์ โอ้ย!” 

               ดูเหมือนคำกล่าวนั้นจะเหมือนนำภัยมาสู่ตัวเอง เมื่อตัวตนนั้นเหมือนจะถอนออกจากกาย แต่ทว่ากลับกระแทกใส่เข้ามาอย่างแรง พอลหลุบตามองสิ่งที่ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งของคนใต้ล่าง 

               “ก็เห็นอยู่ชัดๆ…ยังจะเถียงอีก” 

               “พอสักทีเหอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว” 

               เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาและพอลผสานกายเป็นหนึ่งเดียว แต่วันนี้เขาทำมันไปถึงสามครั้งแล้ว ไม่รู้ว่าพอลไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมากมาย ถึงได้ทำได้ต่อเนื่องแบบนี้ 

               “ก็ได้ ฉันเองก็เหนื่อยเหมือนกัน” 

               …ถ้าเหนื่อย แล้วจะเริ่มรอบใหม่ทำไมกันฮะ!... 

               วิรุจน์ทำได้แค่ก่นด่าพอลอยู่ในใจ เขาเองก็เหนื่อยจนแทบจะสลบ แต่เพราะส่วนกลางลำตัวยังคงไม่สงบนิ่ง เขาก็คงไม่อาจจะหลับลงได้ 

               “อย่างน้อย นายก็ช่วยทำให้มันเสร็จๆหน่อยสิ” 

               ฟังดูแล้วเหมือนคำสั่ง เพราะดวงตาคมสวยนั้นหรี่มองใจกลางลำตัวของตน พอลหันมามอง เขาไม่เอ่ยอะไร แต่เลื่อนมือไปกำรอบส่วนสำคัญของวิรุจน์เอาไว้ด้วยมือข้างเดียว วิรุจน์คิดว่าพอลคงจะช่วยปรนเปรอให้เขาก่อน เพราะครั้งนี้ เป็นเพราะพอล เขาถึงได้ตื่นตัวขึ้นมาทั้งที่จะหมดแรงอยู่แล้ว 

               “โอ้ย!” 

               แต่ความคิดก็เหมือนผิดพลาดไปเสียหมด เพราะพอลไม่ได้ช่วยให้เขาได้ปลดปล่อย แต่มือนั้นกลับกำรัดแท่งเนื้อเอาไว้เสียแน่นจนวิรุจน์ต้องเบ้หน้า 

               “ทะ ทำอะไรของนาย” 

               “อย่ามาสั่งฉัน” 

               “ห๊ะ! ก็นายทำให้มันตื่น นายก็ต้องรับผิดชอบสิวะ!” 

               คนโมโห คือวิรุจน์ เขาเองก็หงุดหงิด เรี่ยวแรงก็แทบจะไม่มี แต่พอลก็ยังไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้เลย 

               “ไม่ทำก็ปล่อย! ฉันช่วยตัวเองก็ได้” 

               เขาทั้งเบื่อ ทั้งรำคาญพอล แต่มันก็เหมือนไม่สามารถจะทำอะไรได้ เมื่อร่างกายโดนดึงรั้งให้ขยับขึ้นไปนั่ง วิรุจน์หรี่ตามองอย่างไม่พอใจ 

               “กะ แก คิดจะทำอะไร” 

               เขาเริ่มพอจะรู้ชะตากรรม ก็จริงอยู่ที่พอลไม่ชอบให้ใครอยู่เหนือกว่า ท่าออน 

ท็อปจึงไม่ใช่ท่าร่วมสัมพันธ์ที่จะได้ทำบ่อยครั้ง  

               พอลเหยียดยิ้มร้าย เขาจับสะโพกนั้นให้กดลงมากลืนกินความเป็นชายที่แสนใหญ่โต  

               “นายก็ทำเองสิ” 

               วิรุจน์อยากจะกางกรงเล็บเสือแล้วฟาดใส่หน้าของพอล แต่เขาเองก็รู้ว่าถ้าทำไป ร่างกายของเขาอาจจะเต็มไปด้วยคมเขี้ยวของเสือโคร่งขาวก็เป็นได้ อีกอย่างตอนนี้สมองของเขามันก็ตื้อจนคิดอะไรไม่ออก เผลอปล่อยกายให้ทิ้งน้ำหนักลงมากลืนกินแท่งเนื้อเข้าเสียแล้ว 

               “อึ่ก” 

               ใบหน้าของพอลยังเรียบเฉย เขาทั้งสองแทบจะแนบชิดจนเป็นหนึ่งเดียว จะมีแค่เพียงแผ่นบางกั้นที่เรียกว่าถุงยางที่คั่นอยู่ตรงกลางเท่านั้น ทุกครั้งที่พวกเขาสองคนมีอะไรกัน ถ้าไม่สวมถุงยาง พอลก็จะปลดปล่อยนอกตัวเขา 

               …แน่นอนว่านี่คือกฎระหว่างคนทั้งคู่… 

               …ก็แค่เซ็กส์…ที่ไว้ตอบสนองเพื่อให้ชีวิตนั้นอยู่รอด… 

               “แฮ่ก แฮ่ก!” 

               วิรุจน์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะอ่อนแอ จนต้องขอร้องอ้อนวอนพอลอยู่ร่ำไป ในเมื่อบอกดีๆ แล้วไม่ให้ เขาก็เหนื่อยจะที่ขอ หรือบอกซ้ำ  

               ชายหนุ่มขยับตัวยกสะโพกขึ้นลง ในขณะที่ฟุบใบหน้าหล่อนั้นกับไหล่แกร่ง เขาหมั่นไส้พอลจนเผลออ้าปากงับกัดไหล่กว้าง พอลขมวดคิ้วเข้าหากัน ความเจ็บแล่นเข้าสู่ร่างกาย แต่มันก็ไม่มากจนทนไม่ไหว แม้วิรุจน์จะจงใจกัดเสียจนเลือดไหลลงบน แผ่นอกเขาเป็นทางยาว 

               …ในใจคงคิดที่อยากจะกัดคอเขาให้ตาย… 

               พอลไม่ได้ตอบโต้ด้วยการกัดกลับ แต่เขาจับสะโพกของวิรุจน์เอาไว้แน่น แล้วขยับสวนแก่นกายใหญ่โตนั้นเข้าไปในช่องทางอย่างรุนแรงและไม่ปรานีจนเลือดซึมหยดลงบนพื้นเตียงขาวสะอาด 

               “อะ อื้อ อ๊ะ” 

               เสียงครวญครางที่ทั้งทรมาน และทั้งสุขสมนั้นดังขึ้นประสานกับเสียงหอบที่ไม่รุนแรงมากของพอล เขาเป็นคนนำเกม และชักพาให้วิรุจน์ได้ไปถึงจุดหมายที่อยากจะไป น้ำขาวขุ่นทะลักล้นออกมาจากสิ่งที่ตื่นตัว มันเลอะเปรอะเปื้อนระหว่างหน้าท้องของทั้งคู่ พอลกระแทกสะโพกเข้าไปในกายวิรุจน์เพียงอีกครั้งสองครั้ง เขาก็ปลดปล่อยตัวตนออกมา วิรุจน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถึงแม้จะมีแผ่นยางบางเบากั้นเอาไว้ แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนที่ถูกส่งมาจากร่างสูง  

               ความเหนื่อยล้านำพาให้เขาหมดแรงจนต้องปิดเปลือกตาลง และไม่คิดจะรับรู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก 

               . 

               . 

               . 

               . 

               .               

               . 

                

               มืด… 

               ที่นี่คือที่ไหน มันมืดไปหมด จนวิรุจน์ใจหาย เขาเปิดเปลือกตาขึ้น ทุกอย่างเบื้องหน้ามันพาให้หัวใจเต้นแรงรัวจนแทบจะทะลุออกจากอกได้ 

               “เลือด” 

               เขายกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาดู มันเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ไม่ใช่แค่มือทั้งสอง แต่ทั้งร่างของเขาเหมือนกำลังจะอาบไปด้วยเลือดเข้าเสียแล้ว วิรุจน์หันซ้ายมองขวา รอบกายของเขามีแต่ความมืดสลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง 

               ก้มมองเบื้องล่างก็เหมือนว่าตนกำลังอยู่ท่ามกลางทะเลโลหิต เขาหายใจหอบ ดวงตาร้อนผ่าว 

               “ไม่…พี่ใหญ่ พี่ใหญ่อยู่ไหน” 

               ความทรมานและร้อนรนออกมาจากจิตใต้สำนึก กายนั้นหมุนไปมา รู้สึกเคว้งคว้าง 

               “พี่ใหญ่…พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ช่วยรุจน์ด้วย รุจน์กลัว พี่ใหญ่!!!” 

               เขาตะโกนแทนจะสุดเสียง พยายามจะวิ่งหาทางออกแต่ก็ไม่เจอ ร่างกายสะดุดล้มเท้าตัวเองจนจมลงไปกับพื้น สายธารสีแดงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงระดับอก วิรุจน์ส่ายหน้าไปมา เขาพยายามจะพาตัวเองให้ขึ้นจากทะเลเลือด แต่เหมือนร่างกายกำลังถูกดึงให้จมลงไป จนสุดท้ายร่างทั้งร่างก็ท่วมทับไปด้วยสายโลหิตสีแดงฉาน พร้อมกับอากาศหายใจที่เหมือนถูกสูบออกไปจากร่างตนจนหมดสิ้น 

               . 

               . 

               . 

               . 

               . 

               “อึ่ก!” 

               ดวงตานั้นเบิกกว้าง ร่างทั้งร่างสะดุ้งเฮือก เหงื่อมากมายผุดเต็มใบหน้า พร้อมกับร่างกายที่เด้งลุกนั่งตัวตรง ใจเต้นแรงรัว ราวกับไปวิ่งมาราธอน แต่เพียงครู่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้เอนกายนอน 

               “นอนซะ” 

               ไม่ใช่ถ้อยคำห่วงใย แต่คือคำสั่งที่ออกไปทางรำคาญ วิรุจน์หันไปมองคนข้างๆ เขากระพริบตาถี่ๆ ที่นี่เป็นเพียงห้องพักของโรงแรม ไม่ใช่ทะเลเลือด 

               …ความฝัน… 

               เขาก็แค่ฝันไป… 

               “พอล…” 

               เสียงเรียกนั้นแผ่วเบา แต่ก็ทำให้คนที่มีประสาทการรับรู้ที่ดีนั้นได้ยิน ชายตัวสูงใหญ่หันมามองวิรุจน์ ไม่มีเสียงถาม แต่วิรุจน์ก็รับรู้ว่าพอลมองเป็นเชิงถามว่ามีปัญหาอะไรกับเขา 

               “นาย…ทำไมยังไม่กลับไปอีก” 

               พอสติเริ่มกลับมา วิรุจน์ก็โพล่งถามออกไปทันที ปกติเวลามีเซ็กส์กันเสร็จแล้ว พอลก็มักจะหายไป แต่วันนี้พอลกลับยังอยู่ 

               “นายคิดว่านี่มันกี่โมง” 

               “อ่า…” 

               เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้นาฬิกาจะบอกเวลาใด พอลไม่เอ่ยอะไรต่อ เขาขยับกายหย่อนนั่งลงข้างกายวิรุจน์ 

               “อ๊ะ” 

               สัมผัสที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้วิรุจน์รู้สึกตกใจ เมื่อฝ่ามือร้อนนั้นทาบทับลงหน้าที่แก้มของเขา  

               “ฝันร้าย” 

               แม้เป็นแค่ประโยคสั้นๆ แต่วิรุจน์ก็เข้าใจพอล เขาพยักหน้าตอบรับเพียงนิด แล้วเบี่ยงหน้าหนี วิรุจน์พรูลมหายใจออกมา 

               “ที่ฉันฝันร้าย ก็คงเพราะมาเจอนาย” 

               เขาเลือกที่จะโยนความผิดให้กับพอล เพราะความฝันนั้นมันทำให้เขารู้สึกแย่ ทั้งกลัวและชวนให้หงุดหงิด 

ชายตัวสูงใหญ่ผละกายลุกยืน มองร่างที่นอนหันหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากร้อนเอื้อนเอ่ยราวกับต้องการให้วิรุจน์หงุดหงิดมากกว่าเดิม 

               “งั้นนายก็คงต้องฝันร้ายไปอีกนาน” 

 

 

TBC

ความคิดเห็น