เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

93.2 กองทัพนักฆ่าเตรียมเปิดศึก

ชื่อตอน : 93.2 กองทัพนักฆ่าเตรียมเปิดศึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 40

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2563 12:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
93.2 กองทัพนักฆ่าเตรียมเปิดศึก
แบบอักษร

เขตหวงห้ามลำดับที่สาม ผืนแผ่นดินธรรมราชัน[ตำหนักพระนคร] 

         หนึ่งในเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้คนภายนอกบุกรุก ตำหนักพระนครคือแดนดินอันอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งอาหารเจ็ดหมู่ ทรัพยากรล้ำค่า แหล่งแร่หินมาโฮ น้ำใสสะอาดบริสุทธิ์ดั่งหยาดน้ำตาพระเจ้า สรรพสัตว์ในตำนานมากคณาดำรงชีวิต ณ ผืนแผ่นดินนี้ตั้งแต่ยุคสี่สัตว์เทวายังปกครองพิภพ  

         ตลอดแนวเขตแดนมีป่าพิศวงเรียงรายทอดยาวเป็นกำแพงดินแดนที่ด้านในพงไพรมีสัตว์ร้าย และสัตว์เทวามากมายเฝ้าอาศัยปกป้อง

         และเหวลึกภายนอกพงไพรคือแนวน้ำตกสวรรค์

น้ำตกอันไร้ขอบเขตความลึกคือเขตกั้นระหว่างโลกของพระเจ้า และโลกของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา

         ณ ฟากฝั่งนั้นเล่าลือว่ามีจอมอาคม..กำลังหลับพักผ่อน

         ส่วนฟากนี้ ฟากของโลกเรา ไม่ไกลไม่ใกล้ขอบเหวมีสำนักงานใหญ่สมาคมนักฆ่าตั้งโดดเด่นเป็นสง่า เป็นความมืดมิดเคียงคู่แสงสว่างของดินแดนตำหนักพระนคร สำนักใหญ่ของสมาคมนักฆ่าไมใช่แหล่งร่วมตัวนักฆ่าหรือสถานที่นัดประชุมงาน แต่มันคือบ้านของผู้นำสูงสุดของสมาคมนักฆ่า ประมุขหนึ่งเดียวผู้กุมอำนาจของกองทัพนักฆ่า

         หญิงชราผู้เฝ้าจับตามองยังอีกฟากฝั่ง และเฝ้ารอเวลาให้จอมอาคมเดินทางกลับมายังโลกของพวกเรา

          “สามารถข้ามไปล่าสัตว์ฝั่งนั้นได้หรือไม่”

         “ไม่ได้ค่ะ”

         คินนีติชี้นิ้วไปยังป่าอีกฟากของเหว แววตานักล่าทอประกายลึกล้ำราวกำลังจิตนาการภาพตัวเองไล่ล่าสัตว์เทวา

         พาราเทียรู้ใจสหาย นางส่ายหน้ายิ้มพราย แววตาทอประกายเลือดเย็นดั่งดวงตาแมงป่อง นางมิได้สงสารสัตว์เทวาอะไรนั้นหรอก นางไม่สนใจสหายจะตายคาอุ้งเท้ามือมันด้วยหรือไม่ ที่นางแคร์คือตำหนักพระนครถือเป็นเขตหวงห้ามของทุกเผ่า ไม่มีมนุษย์ใดมีชีวิตในดินแดนสุสานเทวาลัย เล่าลือว่าเพียงแค่ก้าวเท้าข้ามเขต

         ร่างกายก็แหลกสลายเป็นผุยผงทันที

         “เจ้าน่าจะชอบนะ”

         นักขว้างขวานน้อยเลิกคิ้วให้สหายร่วมงาน นางวาดภาพพาราเทียโยนเหยื่อข้ามเขตนั้น แล้วเหยื่อกลายเป็นผุยผง.. เพื่อนต้องชอบมาก

         “กุลสตรีมิชื่นชอบหรอกค่ะ ให้เหยื่อตายอย่างทรมานยังน่าดูกว่า”

         นักเชือดสาวคลี่ยิ้ม และคลี่พัดสีชมพูลายตะขาบ พวกนางสองสาวน้อยได้รับเชิญมายังสำนักงานใหญ่เพราะเหตุผลพิเศษ ไม่ใช่ท่านประมุขต้องการพบพวกนาง แต่เพราะมีของบางสิ่งที่คณะผู้บริหารตัดสินมอบมันให้พวกพาราเทียเพื่อให้พวกนางนำไปใช้ทำภารกิจต่อจากโซฟีที่ยามนี้ม้วนหางกระรอกวิ่งหนีไปแล้ว งานเดิมของนางที่ยังค้างคา พวกเพื่อนๆในระดับเดียวกันจึงต้องรับช่วงต่อ แถมพวงด้วยภารกิจตามล่าโซฟีที่ยามนี้กลายเป็นเหยื่อของสมาคมนักฆ่าเต็มตัวแล้ว

         “มั่นใจใช่หรือไม่จะตามหานางเจอน่ะ คินนีติก”

         “ตราบใดที่นางยังมีจีพีเอส[ตราประทับเหยื่อ]น่ะนะ นางหนีไม่พ้นหรอก”

         แต่ถ้านางลบจีพีเอสแล้ว ข้าก็ตามไม่เจอนะ คินนีติกตีสีหน้าตาย และแบมือ พาราเทียร้องฮึ ครั้นสะบัดกระโปรงพลิ้ว พวกนางไม่มีสิทธิ์เข้าพบผู้นำสูงสุดสมาคม ในสมาคมนักฆ่าไม่มีใครมีสิทธิ์พบท่านทั้งนั้นแหละ สาเหตุเพราะท่านป่วย ร่างกายอ่อนแอ แต่เป็นที่ยืนยันว่าท่านสามารถฆ่าใครก็ได้ ถ้าท่านต้องการ

         เพียงแค่ท่านต้องการจริงๆ

         “..ศาสตร์อาคม “เนตรเมรัย” หรือ..”

         มีเพียงคนชอบประวัติศาสตร์ และดำรงตำแหน่งระดับสูงเท่านั้นจักรู้ว่าความสามารถพิเศษ และพลังของผู้นำสูงสุดได้รับถ่ายทอดจากจอมอาคม พลังแห่งความตายที่ช่วงชิงความตายจากศัตรู เพราะพลังนั้นท่านจึงกลายเป็นประมุขสมาคมนักฆ่า และถือครองอำนาจสั่งการกองทัพนักฆ่าทั้งหมดทั้งปวง กระนั้นพวกนางยังไม่เคยท่านผู้นำสูงสุดสั่งระดมพลนักฆ่าหรือมอบหมายงานใหญ่ๆให้ทำเลยนะ เป็นจริงอย่างที่เขาว่า

         ท่านป่วย

         “โดนกักขังสิไม่ว่า”

         พวกผู้เฒ่าคงรวมหัวกันปกปิดเรื่องโซฟี ไม่เอ่ยให้ท่านผู้นำสูงสุดรับรู้ หลายคนไม่รู้ แต่พวกพาราเทียรู้ว่าผู้นำสูงสุดรักโซฟีมากๆ เรียกว่านักเชิดหุ่นน้อยมีโอกาสสูงมากจะรับสืบทอดตำแหน่งประมุขสมาคมต่อจากท่าน และเพราะเหตุนั้นกระมังที่ทำให้พวกผู้เฒ่าอยากกำจัดโซฟี และแต่งตั้งประมุขสมาคมคนใหม่ด้วยการตัดสินพวกเขาเอง

         “แว่วยินเสียงสัตว์ประหลาดเล่าว่างานนี้ไม่มีโอกาสสำเร็จ โซฟีไม่มีทางได้รอด..”

         “พวกเฒ่างูเห่าหวังให้นางโดนเหยื่อฆ่าตายกระมัง..ฮึ น่าเสียดาย”

         ที่เหยื่อไม่ฆ่าโซฟีน่ะ

         “เช่นนั้นแปลว่าพวกเรามีสิทธิ์มิรอดเช่นกันมิใช่หรือ”

         “น่าจะใช่กระมัง ฮึๆเจ้าสนด้วยรึ”

         พาราเทียยกคิ้วเรียวยาวให้คินตีนิก นักขว้างขวานน้อยหลุบตาซ้อนความรู้สึกอย่างเฉียบขาด “ข้ายังอยากล่า..น่ะสิ”

         “เพราะไอ้พวกไดโนเสาร์มันเห็นหัวเรามากกว่าหัวยัยขี้โรคนั้นแหละค่ะ พวกเขาเลยเอาอาวุธมาให้เรา”

         “สรุปมันคืออาวุธสินะ”

         คินนีติกครุ่นคิดกับพาราเทียตลอดหลายวันก่อนมายังสำนักงานใหญ่ ตอนโซฟีทำงาน พวกเขาไม่ส่งอาวุธอะไรให้นางใช้กำจัดนารี แต่พอพวกคินนีติกรับงานต่อ พวกผู้ใหญ่ใจดียิ่งนัก ยอมเปิดคลังแสงสมาคมนักฆ่า และอนุญาตให้พวกคินนีติกใช้อาวุธลับ จะว่ามีข่าวลื่อในหมู่นักฆ่าว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นสุดยอดอาวุธยุคบรรพกาล

         ยุคสมัยที่พลังมาโฮยังไม่ถือกำเนิด..

         “น่าจะเป็นขวาน”

         “ยาพิษ..ไม่น่าใช่ค่ะ”

         ขณะสองสาวพูดคุยเสียงเบาๆกระทั่งเดินมายังห้องเก็บสมบัติใต้สำนักงานใหญ่ กำแพงหินเทาอึมครึม ไม่มีแสงสว่างใด นอกจากแสงตะเกียงไฟเก่าแก่ลายถ้วยใส่มันบด พาราเทียส่งสายตาให้คินนีติก นักขว้างขวานน้อยสบตาสหาย และเงยหน้ามองบุคคลลึกลับที่ยืนตระหง่านขวางประตูห้อง ประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีลวดลายพงไพรวาดสลักสวยงามราวผืนป่าตำหนักพระนคร

         สองข้างประตูมีรูปปั้นพระเจ้าสมัยก่อน

         เทพแห่งการทำลายล้าง[ก็อดออฟเดสทรอย์]

         เทพแห่งการสร้าง[ก็อดออฟเมค]

         สองเทพโบราณก่อนยุคปักษา เทพผู้ครั้งหนึ่งเคยอาจหาญต่อสู้ดาบสีดำ[ตัวตนอันเหนือกว่าความเข้าใจ] และถูกมันฆ่าล้างโคตรหมดวงศ์สกุลเทพ

         เทพทั้งสิ้นเก้าร้อยเก้าสิบเก้าองค์ถูกดาบสีดำฉีกกระชาก ฟันทิ้งไม่เหลือซาก แม้นในหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่กล้ากล่าวเล่าขานถึงตำนานเทพพระเจ้าเหล่านี้ ร่วมถึงเรื่องราวตัวตนของดาบสีดำที่ปัจจุบันยังไม่มีสามารถเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร

         ความเงียบย่างสาวเท้าเข้าปกคลุมลมหายใจ

“..”

         บุคคลปริศนายืนนิ่ง สวมชุดคลุมทั่วร่างราวยมทูต เขาคือใคร เขาคือสาวกผู้นับถือจอมอาคม

         “..”

         บรรยากาศหนาวเย็นใต้ฝ่าเท้าค่อยๆคืบคลานไต่ขึ้นมาที่ขา และแพร่กระจายทั่วร่างสองสาวน้อย แม้นพวกนางคือผู้ปลิดชีพ และฆ่าคนมากมาย กระนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าสาวกคนนี้แล้ว ความตาย ความทรมาน ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลยสักนิด..

         ความว่างเปล่าต่างหากที่ทำให้นักฆ่าตื่นตระหนก และรู้สึกขาอ่อนปวกเปียก

         “เชิญ”

         หยาดน้ำเสียงแห่งความว่างเปล่าเอื้อนเอ่ยราวเสียงร้องเรียกปลุกวิญญาณ เขาหันหลัง ครั้นประตูต้องห้ามพลั่งขยับเปิดอ้า พาราเทียมองคินนีติก นักขว้างขวานน้อยยกนิ้วกลางให้สหายรัก

         นักเชือดสาวเอาพัดเหล็กฟาดหัวสหายไปทีหนึ่งลับหลังผู้อาวุโส

         และทั้งสองก็ก้าวเท้าสู่

         คลังสมบัติสมาคมนักฆ่า 

         ..

         ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง 

         ด้านในห้องใหญ่? อีกฟากของประตูนั้นคือโลกแห่งความมืด โลกสีดำที่มองไม่เห็นผนัง เพดาน สุดปลายห้อง พาราเทียรู้สึกตัวเองกำลังก้าวเท้าสู่ดินแดนแปลกประหลาดพิสดาร และยากเข้าใจ ที่นี้เหมือนโลกสีดำในความฝันเดิมๆของพวกนักฆ่า โลกที่ไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากสิ่งที่ตัวเองปรารถนาอยากมีหรืออยากเจอ โลกสีดำอันไร้ขอบเขต

         หนาวเหน็บราวนรกขุมสุดท้าย

         “โซ่..”

         คินนีติกหรี่ตา และช้อนตามองโซ่เหล็กขนาดใหญ่เท่าอสรพิษ โซ่เหล่านั้นห้อยลงจากความมืด และทอดยาวหลายเส้นไปยังใจกลางห้วงแห่งความมืดสลัว ราวพวกนางกำลังเดินลงสู่ใจกลางจักรวาลอันไร้ความอบอุ่น ไร้ชีวิต ไร้สรรพสิ่ง ไม่มีกาลเวลา ไม่มีอาหาร ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีอะไรเลย

         พวกนางก้าวเท้าตามสาวกจอมอาคมด้วยความยำเกรง กริ่งเกรงสิ่งมิรู้จัก

         ชายผ้าคลุมสาวกจอมอาคมลากยาวไปอย่างเชื่องช้า ทุกๆก้าวสร้างความเย็นยะเยือกให้ผู้เดินตามหลัง

         ชั่วครู่นั้นพาราเทียกับคินนีติกไม่อาจเอ่ยสิ่งใด

         เพราะเมื่อพวกนางเดินห่างจากประตู และใกล้ใจกลางห้วงแห่งความมืด

         สิ่งนั้นคือสิ่งที่เฝ้ารอพวกนาง

         กล่อง?

         ลูกบาศก์?

         วัตถุสี่เหลี่ยมมุมตั้งฉากมีความยาวเท่ากันทุกด้าน มันคือกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าตัวสาวน้อยยี่สิบเท่า มันถูกวางไว้ใจกลางห้วงแห่งความมืดโดยรอบตัวกล่องมีโซ่เหล็กรั้งพันประหนึ่งโซ่ล่ามนักโทษมิให้หลบหนีจากคุก ความรู้สึกเดียวที่พวกนางสัมผัสเมื่อเห็นกล่องสีเหลี่ยมสีน้ำเงินเข้มนี้คือความกลัว ความกลัวที่ไร้สาเหตุ

         “มันคืออะไร..”

         คินนีติกไม่เคยเจออะไรแบบนี้ นางอาจเข้าใจความกลัวตายหากสิ่งนั้นคือดาบหรืออาวุธสังหาร แต่มันไม่ใช่ มันคือกล่องรูปร่างธรรมดามีผิวสีน้ำเงินเข้ม ราวเครื่องจักรและมีเส้นสายไฟไหลพาดผ่านระยิบระยับสวยงาม ทว่าภายใต้ความสวยงามนั้นมีบางสิ่งที่น่ากลัวมากๆ ขนาดที่ว่าสัญชาตญาณของนักขว้างขวานน้อยส่งเสียงเตือนให้นางหยุดห้ามก้าว มันไม่ได้สั่งให้นางหนี

         เพราะนางไม่มีทางหนีเจ้ากล่องนี้พ้น 

         คินนีติกเผชิญหน้าความกลัวในรอบหลายปี และเรียกว่านางกลัวมันมากที่สุดเลยก็ได้

         ฝั่งพาราเทียยืนนิ่ง แขนอ่อนแรงจนเผลอปล่อยพัดเหล็กตกพื้น เคร้ง

         ..

         ความเงียบพลั่งอุบัติเมื่อทุกคนกลั้นหายใจ คินนีติกใจกระตุกวูบ พาราเทียเหงื่อซึม หากสาวกจอมอาคมไม่กล่าวอันใด พวกนางอาจหยุดหายใจตาย

         “ใช้อย่างระวัง”

         สาวกจอมอาคมยื่นมือแตะกล่องสี่เหลี่ยมพลันมันค่อยๆบีบอัดตัวเองหดเล็กลงกระทั่งเหลือขนาดเท่าฝ่ามือ เขาส่งมันให้พวกสาวน้อยถือ คินนีติกมองกล่องสี่เหลี่ยมด้วยสายตาหลากอารมณ์ นักขว้างขวานน้อยไม่กล้ายื่นมือรับกล่อง กระนั้นไม่อาจเสียมารยาทต่อผู้อาวุโส นางทำใจกล้ารับกล่องถือบนฝ่ามือ ปรากฏมันเบามาก เบาประหนึ่งมันบด ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

         “..”

         “..”

         “มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

         หากนางไม่รู้มันคืออะไร นางจะใช้มันอย่างไร อย่างน้อยบอกชื่อ บอกวิธีใช้สักเล็กน้อย

         “นิวเคลียร์”

         “!!!!”

         ณ อดีตกาล มหาศาสตราวุธระดับทำลายล้างทวีปนี้ถูกใช้เพื่อลบล้าง และฆ่าพันล้านชีวิต..

         พลังของมันนั้นแน่นอนว่ามีมากพอกำจัดเป้าหมาย…และทุกสิ่งรอบตัวนางไม่ให้เหลือแม้แต่…เศษซากเถ้าธุลี..ใดๆ

         --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น