ไม่ได้ขายไฟล์แล้วน้า ตามได้ที่ READAWRITE และธัญวลัย นะคะ

ชื่อตอน : จุดแตกหัก4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 06:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
จุดแตกหัก4
แบบอักษร

30

จุดแตกหัก4

 

หนูดีอาการดีขึ้นกว่าเมื่อวาน เธออาบน้ำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ก่อนจะเดินลงหาอะไรทาน

“หนูดีลงมาก็ดีแล้ว วันนี้ไปเยี่ยมหนูลินกับลูกเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ พอดีว่าตาชุนต้องเข้าบริษัท”คุณหญิงพรทิพย์ออกปากชวนหนูดี และพูดถึงลูกชายที่ยืนอยู่ข้างหลัง

หญิงสาวมองชุนธนินที่ยืนจ้องเธอตาเขม็ง

“หนูดีอ่านหนังสือหนัก รู้สึกปวดหัว ขออนุญาตไม่ไปได้ไหมคะ”เธอหาข้ออ้าง เพราะรู้ดีว่าชุนธนินไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ลินาและลูก

“ได้สิ แล้วหนูเป็นอะไรมากหรือเปล่า ไปหาหมอไหม”คุณหญิงพรทิพย์ยกมืออังหน้าผากหนูดีและถามด้วยความเป็นห่วง

สายตาของคุณหญิงพรทิพย์ดูห่วงใย จนทำให้คนจิตใจอ่อนแออย่างหนูดีอยากกอดรับพลังความห่วงใยจากท่าน แต่ถ้าทำอย่างนั้นท่านอาจจะสงสัยว่าเธอเป็นอะไร

“หนูดีไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่อ่านหนังสือหนักจนปวดหัว”

“พักบ้างเถอะ สอบทีไรเป็นอย่างนี้ตลอด ฉันเป็นห่วงนะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูดีไหว”เธอยิ้มสู้ให้คุณหญิงพรทิพย์ดู

“จ้า แม่คนเก่ง ฉันขอตัวนะ ไปกันเถอะตาชุน”คุณพรทิพย์เดินไปขึ้นรถ

“ดีขึ้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันกลับมาเล่นสนุกด้วย”ชุนธนินแสยะยิ้มมุมปากมองสภาพหนูดี ก่อนจะเดินตามผู้เป็นแม่ไป

หนูดีหาอะไรง่ายๆ ทาน แล้วกลับขึ้นมาทบทวนหนังสือเตรียมสอบ ทว่าหัวสมองเธอวนเวียนคิดถึงเรื่องชุนธนินจนทำให้ไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือ

“ตั้งใจหน่อยสิหนูดี”หญิงสาวบอกตัวเอง

หนูดีเพ่งเล็งที่การอ่านหนังสือมากขึ้น ตลอดทั้งวันหนูดีไม่ออกไป เธอหมกมุ่นกับหน้าสืออย่างเดียว

ติ้ง

กุลชาติ

‘พรุ่งนี้ว่างไหม’

หนูดีรีบตอบกลับทันที

‘ช่วงนี้หนูดีอ่านหนังสือเตรียมสอบค่ะ ไม่ค่อยว่าง คุณกุลมีอะไรหรอคะ”

‘ฉันอยากให้เธอมาเยี่ยมตาหนู’

‘ถ้าหนูดีว่าง จะเข้าไปเยี่ยมนะคะ ฝากขอโทษคุณลินด้วยที่ทำให้ลื่นล้ม’

‘ลินเข้าใจดีว่ามันคืออุบัติเหตุ อย่าโทษตัวเองนะ’

‘ค่ะ’

พรุ่งนี้เพื่อนนัดเจอที่มหาวิทยาลัย หากได้กลับเร็ว เธอจะแวะเข้าไปเยี่ยมลินากับลูกชายของเธอ

ปั้งๆๆๆ ปั้งๆๆ

หนูดีจำเสียงเคาะประตูแบบนี้ได้

แอด~

ชุนธนินแสยะยิ้มอยู่หน้าประตู

“คุณชุนมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ฉันเหนื่อย ช่วยผ่อนคลายให้ฉันหน่อยสิ”

ชุนธนินดึงเนคไทโยนลงพื้น แล้วเดินขึ้นเตียงนอนหนูดี

“หนูดีกำลังอ่านหนังสือ...”

“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะทำอะไร แต่เธอต้องทำตามคำสั่งฉันตามที่เธอเคยพูดไว้ตอนอยู่สนามแข่งรถ จำได้ไหม”จริงสิ เธอเคยสัญญาว่าจะยอมเขาจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลง

“จำได้ค่ะ”หนูดีฝืนยิ้ม ทั้งๆ ที่ในใจเธอร้องไห้

“จำได้ก็รีบมาทำหน้าที่ของตัวเอง”

“ค่ะ”

หนูดีแก้เสื้อผ้า ก้าวขาขึ้นเตียงเป็นที่รองรับอารมณ์ให้ชุนธนินตามที่เขาต้องการ

ตอนที่มีอะไรเธอไม่มีความสุขเลย มันข่มขืนจนอยากร้องไห้ แต่ถ้าร้องไห้ยิ่งจะทำให้เขาสมเพชเธอ

“คืนนี้ฉันพอใจมากเลย เอาไว้ครั้งหน้าฉันจะเข้ามาหาใหม่”ชุนธนินเดินสวมกางเกงตัวเดียวออกจากห้องโดยที่ทิ้งเสื้อผ้าที่เหลือไว้ในห้องของเธอ

“ฮึก...ฮือๆๆๆ”หนูดีนอนร้องไห้หมอนเปียกน้ำตาจนเผลอหลับไป

ตื่นเช้าขึ้นมา หนูดีพบว่าดวงตาตัวเองบอบซ้ำเป็นรอยแดงเพราะผ่านการร้องไห้ที่ยาวนาน

หญิงสาวลุกไปอาบน้ำแต่งตัว วันนี้หนูดีแต่งหน้าปกปิดรอยแดงรอบดวงตา เพื่อเลี่ยงการตอบคำถามจากหลายๆ คน

“หนูดีจะไปไหนหรอ”คุณหญิงพรทิพย์เห็นหนูดีแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก ท่านจึงถาม เผื่อจะไปทางเดียวกัน

“ไปหาเพื่อนที่มหา'ลัยค่ะ หนูดีขอตัวนะคะ สวัสดี”เธอกำลังจะเดินออกไป แต่คุณหญิงพรทิพย์เรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน”ท่านเดินเข้ามาใกล้หนูดี ก่อนจะถลกแขนเสื้อของเธอขึ้น

“คุณท่านทำอะไรคะ”หนูดีรีบดึงแขนเสื้อปกปิดรอยแดงที่คนใจร้ายสร้างมันขึ้นมา

“รอยพวกนี้มาได้ยังไง ใครทำ”คุณหญิงพรทิพย์จ้องหน้าหนูดีตาเขม็ง

“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ คือหนูดี....หนูดีมัวแต่เหม่อจะเดินข้ามถนน เพื่อนก็เลยกระชากหนูดีไว้ มันก็เลยเป็นรอยแดงค่ะ”รอยแดงแบบนี้ไม่ใช่รอยนิ้วมือคน แต่ถ้าหนูเลือกจะโกหกนั่นหมายถึงเธอไม่อยากบอกความจริง คุณหญิงพรทิพย์จึงทำเป็นหลับหูหลับตาเชื่อ

“คราวหน้าคราวหลังระวังตัวด้วยนะ”

“ค่ะ หนูดีขอตัวนะคะ สวัสดี”หนูดีรีบเดินออกมา ก่อนจะโดนถามไปมากกว่านี้

หนูดีเลือกที่จะนั่งแท็กซี่มามหาวิทยาลัย เธอและกลุ่มเพื่อนช่วยกันติวหนังสือในส่วนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

แขนพิมพาสัมผัสกับแขนหนูดี จึงทำให้รู้ว่าหนูดีตัวร้อน

“หนูดีไม่สบายหรอ”

“นิดหน่อย แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก”หนูดียังยิ้มสู้

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบสรุปบทนี้กันเถอะ หนูดีจะได้กลับไปพักผ่อน”

เพื่อนๆ ช่วยกับเร่งสรุปบทเรียนเพื่อให้หนูดีได้กลับไปพักผ่อน

“เสร็จแล้ว”

“ไอ้บิ๋ม ฉันจะกลับบ้าน แกจะกลับด้วยไหม”ศราวินเดินมาถามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ใกล้หนูดี

“ฉันยังไม่กลับ แต่หนูดีไม่สบาย แกช่วยไปส่งหนูดีหน่อยสิ”

“บ้านอยู่คนละทางเลย ไม่รบกวนวินดีกว่า”หนูดีเกรงใจศราวินที่ต้องขับรถอ้อมไปอ้อมมา

“ไม่รบกวนหรอก ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”

“จริงด้วย ดีกว่าเดินไปโบกแท็กซี่ตั้งเยอะ แถมไม่เสียค่ารถด้วย”บุ๋มบิ๋มเห็นด้วยกับศราวิน

“ถ้าอย่างนั้นเราขอรบกวนวินส่งเราที่โรงพยาบาลใกล้มหา'ลัยเราได้ไหม”

“ได้สิ ว่าแต่หนูดีไปโรงพยาบาลทำไม”

“เราจะไปเยี่ยมคุณลิน เธอเพิ่งคลอดลูกเมื่อสองวันก่อน”

“ได้เลย”

ศราวินพาหนูดีมาโรงพยาบาลตามที่เธอขอ

“เราขอขึ้นไปเยี่ยมพี่ลินด้วยได้ไหม”

“หือ วินรู้จักกับคุณลินหรอ”

“รู้จักสิ พี่ลินเป็นญาติห่างๆ ของพ่อเรา ได้มาแล้วก็ถือโอกาสขึ้นไปเยี่ยมเลย”

ศราวินและหนูดีเข้ามาเยี่ยมลินาที่พักฟื้นผู้ป่วย

“สวัสดีค่ะคุณลิน หนูดีซื้อผลไม้มาฝากค่ะ”

“ขอบคุณนะ อ้าว...วินก็มาด้วยหรอ”

“ครับ ผมซื้อนมมาฝากครับ”

“ขอบคุณมากนะ”

“คุณลินอยู่คนเดียวหรอคะ”

“เปล่าหรอก คุณกุลก็อยู่ด้วย ตอนนี้กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง”

“เรื่องวันนั้น...”

“หนูดีไม่ต้องพูดอะไรแล้ว มาดูเจ้าตัวเล็กกันดีกว่า”ลินาไม่อยากให้หนูดีคิดมาก

หนูดีและศราวินจ้องหนูน้อยในรถเข็นเด็กทารกอย่างสนอกสนใจ

“หลานอาหล่อจัง ตระกูลเราหน้าตาดีตั้งแต่เกิดทุกคนเลยนะครับ”ศราวินพูดติดตลก พลอยทำให้หนูดีและลินาขำไปด้วย

“หนูดีหัวเราะแบบนี้ไม่เชื่อใช่ไหม ลองเจ้าหน้าเราดูสิ แล้วจะรู้ว่าหล่อแค่ไหน”เขายักคิ้วทะเล้นใส่หนูดี

“ไม่จ้องก็รู้ว่าหล่อมาก ได้ข่าวว่าเคยมีสาวตบกันแย่งวินด้วยนี่”บุ๋มบิ๋มเคยเล่าให้หนูดีฟัง

“ขนาดนั้นเลย”ลินาถามตาโต

“เป็นธรรมดาของคนหล่อ”

“ใครมาหรอลิน คุยกันสนุกเชียว”กุลชาติเดินก้มหน้ามือกดสมาร์ตโฟนยิกๆ

“หนูดีกับญาติของลินมาเยี่ยมค่ะ”

กุลชาติเงยหน้ามองหนูดีด้วยความดีใจ ดวงตาเขาเปล่งประกายอย่างปิดไม่มิด ทำให้ศราวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พอจะรู้อะไรบางอย่าง

“หนูดี”

“สวัสดีครับ ผมชื่อศราวินเป็นญาติของพี่ลิน และเป็นเพื่อนของหนูดี”

กุลชาติมองศราวินที่ยืนเคียงข้างกับหนูดี เพียงแค่เขามองสายตาของศราวินแค่เสี้ยววิก็รู้ทันทีว่าศราวินไม่ได้คิดกับหนูดีแค่เพื่อน

มีคนกำลังจีบผู้หญิงของเขา

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น