Faddist/ปอฝอ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Phakon Bernal

คำค้น : ผมรักอา ลุคภากร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2563 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phakon Bernal
แบบอักษร

 

 

 

 

-2- 

Phakon Bernal 

 

 

 

          ภากรนั่งมองนักดนตรีรุ่นน้องเล่นแล้วขยับหัวตามเบาๆ เขากลับเข้ามาที่ K Club ด้วยแท็กซี่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่หลานชายไม่มาส่ง และไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องอาลัยอาวรณ์ด้วย เขาเหมือนคนไม่มีงาน แต่เขาเองก็มีงานที่ต้องดูแล K Club เป็นสถานบันเทิงที่แด๊ดเปิดให้เขาโดยที่เขาไม่เคยเอ่ยขอ ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นของขวัญวันเรียนจบ แต่หลังๆ มาเขารู้แล้วว่านี่คือกรงขัง

 

          แทนที่จะไปเล่นดนตรีที่อื่นก็ให้เขามาเล่นที่นี่แทน

 

          วันนี้มีปัญหาเรื่องนักดนตรีเล็กน้อย วงที่ควรจะขึ้นเล่นมีปัญหาทำให้ไม่สามารถขึ้นมาเล่นได้ ภากรจึงรีบกลับมาติดต่อรุ่นน้องของเขาให้ขึ้นเล่นแทน อาจจะดูเหมือนเขาไม่ค่อยใส่ใจกับมัน แน่นอนว่าเขาไม่ชอบการบริหาร แต่นี่มันก็เป็นสิ่งที่เขารัก อย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ก็มีเสียงเพลงและเสียงดนตรีที่เขาชอบ ไม่ใช่เสียงถกเถียงของผู้ประชุมถือหุ้นแบบที่เขาพยายามจะฟัง

 

          “กร…” ภากรหันตามเสียงเรียกที่เขาได้ยินบ่อย มือบางวางแก้วลงที่บาร์ก่อนขยับยิ้ม

          “พี่โรม” เขาไม่แปลกใจที่เจอโรมที่นี่ เป็นสิ่งที่หลายคนรู้ดีว่าการจะหาภากร เบอร์นัลในตอนกลางคืนนั้นมันง่ายแสนง่าย ถ้าไม่อยู่ที่คอนโดก็อยู่ที่นี่ และส่วนมากเขาก็อยู่ที่นี่จนเกือบจะเช้า

          “พี่คุยเรื่องของเราได้ไหม?” คนตัวสูงนั่งลงข้างๆ แล้วเอ่ยถาม

          “ผมว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วนะครับ” ภากรเอ่ยบอกคนที่อายุมากกว่าเขาสองหรือสามปี เขาได้คุยกับโรมก็เพราะเรื่องงาน จากนั้นมันก็ขยับมากกว่างาน แต่คบกันได้เดือนกว่าๆ เขาก็รู้แล้วว่าในหัวของผู้ชายคนนี้มีแต่งาน อาจจะมีบ้างช่วงที่โรมนึกชอบภากร แต่ภากรมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ชอบงานมากกว่า

          “พี่ไม่เข้าใจ ทำไมกรบอกเลิกพี่แบบนั้น” คนตัวสูงว่า มือหนาฉวยเอามือเล็กมากอบกุม แววตาเว้าวอนเหมือนขอโอกาส

          “พี่โรมครับ”

          “พี่ทำตรงไหนผิดไปเหรอ? มันพอจะแก้ได้ไหมกร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม

          “ผมไม่เคยสนใจธุรกิจของเบอร์นัลกรุ๊ป…” ปากสวยคลี่แล้วตากลมก็ทอดมองไปยังการแสดงบนเวที “ผมชอบดนตรีและไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวกับงานพวกนั้น ผมมีชื่อในบอร์ดของทุกบริษัทก็จริงแต่ผมไม่ได้สนใจหรอก บางครั้งผมเข้าประชุมแต่ผมไม่รู้เลยว่าคนที่นั่นเขาพูดอะไรกัน พี่โรม…ถ้าพี่โรมคบกับผมเพราะสนใจเรื่องพวกนั้นมันจะทำให้พี่โรมเสียเวลานะครับ” คนได้ฟังอ้าปากค้าง โรมตกใจตั้งแต่ที่ภากรบอกว่าไม่สนใจธุรกิจ เขารู้ว่าภากรชอบอิสระ รักความเรียบง่าย แต่ไม่คิดว่าคนหน้าสวยตรงหน้าจะไม่อยากได้อะไรเลยสักอย่าง

          “พี่…”

          “สิ่งเดียวที่ผมอยากได้จากแด๊ดคือนามสกุล พี่โรมเข้าใจผมใช่ไหมครับ?”

          “พี่เข้าใจ…แล้วพี่ก็ขอโทษ แต่เวลาที่เราคุยกันมันมีบางช่วงที่พี่ชอบกรจริงๆ นะ” โรมเอ่ยบอก

          “แต่พี่ก็ชอบงานมากกว่าผม แทนที่พี่จะเสียเวลากับผมไปมากกว่านี้ พี่ปล่อยให้ตัวเองมีโอกาสได้เลือกคนที่ดีกว่านี้ไม่ดีเหรอครับ” ไม่เคยมีใครบอกกับภากรเลยเหรอว่าคนคนนี้ก็เหมาะกับงานเจรจามากเป็นไหนๆ คำพูดปฏิเสธที่ทำให้โรมจำยอมรับ ข้อเสนอที่ทำให้โรมรู้สึกว่าการจากลามันเป็นเรื่องน่ายินดี ความผิดทั้งหมดภากรเป็นคนเก็บมันไว้ ไม่โทษโรมแม้แต่น้อยแม้ว่ารู้ถึงทุกความคิดและความต้องการของโรม

          “ถ้าสนใจธุรกิจขึ้นมาเมื่อไหร่ เราบอกพี่ด้วยนะ” คนตัวสูงว่า หันไปสั่งเครื่องดื่มแล้วมองหน้าสวยของคนที่กลายเป็นอดีตแฟนอย่างชัดเจน

          “ให้ลูคัสทำก็ดีแล้วครับ ถ้าผมเข้าไปงานจะเสียเปล่าๆ” ภากรบอก

          “ฮ่าๆ เรายังเป็นพี่น้องกันได้ใช่ไหม? เกลียดพี่หรือเปล่า” โรมถาม

          “ไม่ครับ แต่เราเป็นแค่พี่น้องกันตั้งแต่แรกผมคงรู้สึกดีกว่านี้” ภากรพูดแล้วยิ้มให้แฟนเก่า

          “ลืมมันไปเถอะ จำแค่ตอนที่เราจะเป็นพี่น้องกันก็พอ” โรมบอก มือหนาวางบนหัวของภากรแล้วยิ้มให้ เช่นกันกับภากรที่ยิ้มให้โรม โตๆ กันแล้ว ได้แค่ไหนก็บอกว่าแค่นั้น ถ้าเขารับได้ก็โอเค ถ้าเขามีข้อเสนอใหม่ภากรก็จะพิจารณา  การลดสถานะความสัมพันธ์มาเป็นแค่พี่น้องกันมันก็ไม่ได้แย่ ดีกว่าปล่อยไว้แล้วเลิกกันแบบมองหน้าไม่ติด

 

          เสียงเพลงล่องลอยไปตามเวลา เช่นเดียวกับภากรที่ปล่อยสายตาให้ล่องลอยไปเรื่อย เขาไม่หยุดโฟกัสที่ตรงไหนเป็นพิเศษ แม้ว่าโรมจะนั่งมองอยู่ข้างๆ ก็ตาม โรมเองก็ทอดสายตามองคนตัวเล็กบ้างเป็นบางคราว แต่ทุกคราวก็ไม่มีสายตาหวานๆ ตอบกลับมาก เขาทำผิดพลาดไปแล้วเขาก็ควรทำใจ ภากรเป็นคนน่ารัก เป็นคนใจดี เขาควรคบหาคนคนนี้ไว้ไม่ว่าในฐานะไหนก็ตาม

          “พี่โรมมองกรอะไรขนาดนั้นครับ” ภากรหันหน้าไปถามเมื่อสัมผัสได้ว่าครั้งนี้อีกคนมองนานเกินไป

          “หืม? อ๋อ…เดี๋ยวต่อไปก็จะไม่ได้มองบ่อยๆ แล้วไง” โรมบอก

          “พี่โรม…”

          “พี่รู้ พี่แค่ขอเวลาบ้าง แค่จากตอนนี้ถึงคลับปิดก็ยังดี” โรมบอก มือหนาเอื้อมไปไล้แก้มของอีกคนเบาๆ แล้วทาบฝ่ามืออุ่นไว้เมื่อภากรไม่ขยับออก

          “พี่โรมก็รู้ว่าผมขี้ใจอ่อน” ภากรบอก

          “กรใจดี” โรมว่า คนตัวสูงลุกจากเก้าอี้แล้วก้าวไปชิดภากร “ขอหวงหนึ่งคืนได้ไหม เดี๋ยวต่อไปพี่ก็หวงไม่ได้แล้ว” คนตัวสูงว่าตาคมก็มองไปรอบๆ วันนี้คนมองมาทางพวกเขาเยอะ โดยเฉพาะผู้ชายหลายคนที่มองมาที่ภากรอย่างเปิดเผย ถ้าเขาไม่นั่งอยู่ตรงนี้คนพวกนั้นคงเข้ามาทำความรู้จักกับเจ้าของคลับเจ้าเสน่ห์คนนี้แล้ว

 

          ภากรไม่ได้ว่าอะไร เขาปล่อยให้โรมยืนอยู่ข้างๆ แล้วดื่มต่อไปอย่างช้าๆ หันไปมองทางเวทีอีกครั้งแล้วจดจ่ออยู่กับดนตรีที่รุ่นน้องเล่น นักร้องนำก็เพิ่งหามาได้ก่อนขึ้นเวทีไม่กี่นาที เขาต้องขอบคุณเด็กพวกนี้จริงๆ ที่ทำให้วันนี้มันผ่านไปได้ด้วยดี ตาสวยสบตากับหนุ่มนักร้องแล้วเด็กนั่นก็ส่งยิ้มให้ เขาเองก็ยิ้มกลับ กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็หยุดอยู่มุมหนึ่งของคลับ

 

          “นั่นมันลูคัส เบอร์นัลไม่ใช่เหรอ?” เสียงข้างหูเป็นสิ่งตอกย้ำว่าที่เขาเห็นมันคือลูคัสจริงๆ

 

          และลูคัสก็สบตากับภากร…

 

 

          “นายจะอยู่ที่นี่จนปิดเลยไหมครับ?” ภักดิ์ถามคนที่นั่งพาดแขนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่

          หลังจากลูคัสกลับไปที่คอนโด เจ้าตัวก็อาบน้ำเปลี่ยนชุด คอยจนแน่ใจว่าภากรจะไม่กลับ ร่างสูงถึงชวนคนสนิทออกมาที่คลับ  ภักดิ์กับเจสันพาเจ้านายมาที่นี่ตอนสี่ทุ่ม และเวลานั้นเป็นเวลาที่คุณภากรนั่งคุยอยู่กับคุณโรมแล้ว คนสนิททั้งสองเหลือบมองหน้ากันทันทีที่เจ้านายหันไปเจอ แต่ก็พรูลมหายใจออกมาเมื่อเจ้านายไม่เดินเข้าไปหาสองคนนั้น จนตอนนี้ที่เที่ยงคืนกว่า เจ้านายของพวกเขาก็ยังนั่งมองสองคนนั้นที่ดูจะใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

          “อีกหน่อยก็ปิดแล้ว” นั่นหมายความว่าลูคัสจะอยู่ที่นี่ต่อ ภักดิ์พยักหน้ารับก่อนจะสั่งเครื่องดื่มแก้วต่อไปให้ลูคัส

          หนุ่มอังกฤษละสายตาจากคนเป็นอา หันมองรอบๆ เพื่อผ่อนความโกรธในใจตัวเองให้มันลดลง ตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้สองคนนั้นยังไม่ห่างกันแม้แต่น้อย แล้วเขาก็ไม่อยากเดาว่าแฟนคนนั้นของอากรมานั่งคุยกับอากรตั้งแต่เมื่อไหร่ ตาคมสีฟ้าใสสบกับหนุ่มน้อยน่ารักคนหนึ่ง ริมฝีปากสีสดนั่นขยับยิ้มอย่างยั่วเย้า แล้วเครื่องดื่มที่เขาไม่ค่อยชอบกินก็วางอยู่ตรงหน้า

          “คุณผู้ชายโต๊ะนั้นสั่งมาให้ครับ” พนักงานบอก

          “เอากลับไปให้เขา แล้วบอกว่าผมจะกิน…ก็ต่อเมื่อเขาเอามาให้เอง” เสียงทุ้มบอกเป็นภาษาไทยชัดเจน

          “เอ่อ ครับ” พนักงานค้อมรับแล้วนำแก้วสีสวยนั้นออกไป ลูคัสไม่ได้หันไปมอง เขามองขึ้นไปบนเวทีอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

 

          ไอ้นักร้องนำมันยิ้มให้อากรเป็นครั้งที่สามแล้ว

 

          “ขอโทษครับ รบกวนรอก่อนได้ไหมครับ” เสียงเจสันดังขัดกับเสียงเพลงทำให้ลูคัสหันมอง เขาเห็นเจสันยืนขวางใครสักคนไว้แล้วหัวเล็กๆ นั่นก็โผล่ออกมาด้านข้างให้เขาได้เห็น

          “ให้เขาเข้ามา” ลูคัสบอก

          “เอ่อ…ครับนาย”

          “ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ไม่คิดว่าคุณจะเข้มงวดขนาดนี้” เสียงหวานหูเกินกว่าจะเป็นเสียงผู้ชายบอก “ผมชื่อไนน์ครับ”

          “นั่งลงสิ” ลูคัสว่า วางมือลงข้างตัวเป็นเชิงบอกให้อีกคนนั่งตรงนี้ แล้วคนที่ใจกล้าเกินกว่าคนอื่นก็หลุดยิ้มอย่างยินดี

          

ไม่ได้มีหลายคนนักหรอกนะที่จะได้นั่งข้างลูคัส เบอร์นัล

 

          ตั้งแต่ก้าวเข้ามาใน K Club ร่างสูงก็เป็นที่สนใจของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ สาวสวย หรือแม้แต่ผู้ชายหน้าหวานที่แต่งหญิงมาอย่างจัดเต็ม ไนน์นั่งอยู่กับเพื่อนไม่ไกลจากโต๊ะของลูคัส เขามองร่างสูงเหมือนกับคนอื่นๆ ทำแค่เฝ้ามองคนที่นั่งเฉยๆ ไม่มองใคร สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว หันไปสั่งมาร์ตินี่ให้ลูคัส เพื่อนของเขาหัวเราะเยาะเมื่อพนักงานถือมาร์ตินี่กลับมา แต่คำที่ฝากมานั้นทำเอาคนในกลุ่มอึ้ง แล้วไนน์เป็นคนกล้า…เขาอยากลองและเขากล้าที่จะลองเข้ามาทักทายลูคัส

          เพื่อนบอกให้เขาเตรียมใจไว้เพราะคนอย่างลูคัส เบอร์นัลจะไม่มีทางสนใจหรือคว้าเอาใครที่ไม่รู้จักแน่ๆ พวกนั้นหัวเราะ พวกนั้นสบประมาท และพวกนั้นดูถูกว่าเขาไม่มีทางได้เข้าใกล้ แต่ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้างๆ แทบจะซบกับแขนแกร่ง และเป็นเขาที่กำลังจะได้ยิ้มเยาะคนพวกนั้น

          “ไม่ชอบที่ไนน์สั่งให้เหรอครับ” คำแทนตัวที่ดูสนิทสนม น้ำเสียงออดอ้อนที่เกินพอดี ไนน์ตั้งใจจะใช้มันให้เป็นแบบนี้ แบบที่เขากำลังทำ

          “ผมดื่มไม่เก่ง” ลูคัสบอก หน้าคมก้มลงมองคนข้างๆ แล้วกระตุกยิ้มให้

          “ให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ คุณเบอร์นัล?”

          “ลูคัสก็ได้” เสียงทุ้มบอก ไนน์ยิ้มเอาใจแต่ภายในเขาอยากได้มากกว่านี้ เขาอยากเรียกคนตรงหน้าว่าลุค แต่มันคงอีกไม่นานหรอก เขาจะได้เรียกคนตัวสูงว่าลุคอย่างหวานๆ แน่นอน

          “คุณลูคัสมาคนเดียวแบบนี้บ่อยไหมครับ” ไนน์ถาม ร่างเล็กพยายามเบียดชิดซึ่งลูคัสก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาปล่อยให้คนผิวสีแทนลากมือไปตามแขนอย่างไม่ถือสา

          “ปกติผมก็มาคนเดียว” ลูคัสบอก

          “แล้วปกติ…กลับคนเดียวไหมครับ?” เสียงแหบหวานเอ่ยถาม ตาสวยช้อนขึ้นมองแล้วปากบางก็ขบเข้าหากัน

          “หึ!” ลูคัสไม่ตอบ เขาแค่กระตุกยิ้มแล้วตวัดเอาอีกคนเข้ามาชิด

          “อื้อ~” คนหน้าคมก้มลงจูบปิดเสียงเจื้อยแจ้วน่ารำคาญ เหลือไว้เพียงเสียงครางในลำคอของทั้งคู่ ลิ้นหนาสอดเข้าไปเกี่ยวเอาลิ้นชื้นข้างใน และคนตัวเล็กก็สู้ มือน้อยเลื่อนเข้าไปในเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของลูคัสแล้ว เขาครางเบาๆ เมื่อมือน้อยแตะเข้าที่ยอดอก หน้าหล่อผละออกจากปากเลื่อนลงมาไซร้ซอกคอ มือหนาสอดเข้าเสื้อตัวบางแล้วบีบเนื้อแน่นๆ อย่างมันมือ

          “อืมมม”

          “อื้อออ”

          “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ แต่ที่นี่คลับไม่ใช่ซ่อง” เสียงดังอยู่ไม่ไกลทำให้ลูคัสค่อยๆ ผละออกจากไนน์ เขาเลื่อนสายตาขึ้นมองคนที่พูดกับเขาแบบนั้นแล้วเหยียดยิ้มตอบ

          “อ๋อ…อากรนี่เอง แล้วที่นี่คลับเหรอครับ? ผมนึกว่าที่หาคู่”

          “อะ…อื้อ~” เสียงหวานของคนที่อยู่ข้างลูคัสครางเมื่อมือหนาในเสื้อแกล้งบีบยอดอกแล้วสะกิดมันเบาๆ

          “ลูคัส!” ภากรเรียกหลานชายเสียงดัง โต๊ะข้างๆ หันมามองแต่เมื่อเห็นชายในชุดสูทแบบเดียวกันเดินเข้ามาล้อมไว้พวกเขาก็หันกลับไปสนใจเวที แต่ภากรไม่ได้สนใจคนที่กำลังล้อมอยู่ คนที่เขาอยากคุยด้วยตอนนี้คือลูคัสที่กำลังมองเขาอย่างท้าทาย

          

          ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนอย่างลูคัสจะหาใครสักคนกลับไปด้วย แต่ลูคัสไม่เคยทำต่อหน้าเขา เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจนักหนาหรอก แต่ที่มันมีปัญหาก็ตรงที่สองคนนี้นัวเนียแทบจะได้เสียกันในคลับของเขา สถานบันเทิงที่มอบความบันเทิง ไม่ใช่สถานค้าบริการแบบที่ลูคัสกำลังทำให้มันเป็น

     

          “หึ! หมดสนุกแล้วแหละ แต่ผมยินดีที่ได้รู้จักคุณนะไนน์” ลูคัสบอกกับคนข้างๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาจัดเสื้อเล็กน้อยแต่ทุกจังหวะการปัดมือตาเขากลับมองไปที่คนเป็นอา

          “ละ…ลูคัส คือ…”

          “คุณไนน์จะอยู่ต่อหรือจะให้ผมไปส่งดีครับ” เจสันเดินมาขวางคนตัวเล็กก่อนที่จะถึงตัวเจ้านาย ลูคัสหันมามองเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกไปพร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ด รองเท้าคู่สวยก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดแล้วหมุนกลับ

 

          “แล้วอากรไม่กลับเหรอครับ?” ลูคัสถาม แต่นั่นไม่ใช่ประโยคคำถามสำหรับภากร

 

          คนตัวเล็กถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ยืนรอ เขาเห็นมุมปากของลูคัสโค้งขึ้นเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ทักท้วง ภากรเดินข้างหลานชาย ส่วนข้างหลังมีภักดิ์เดินตาม เจสันหายไปกับเด็กนั่นแล้ว เขาไม่ได้สนใจว่าสองคนนั้นจะไปไหนกัน เพราะอย่างไรภากรก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามลูคัสออกมา

          

          ไม่ได้อยากตามใจ แต่เขาไม่อยากมีปัญหา

 

          ภายในรถเงียบกริบ ภากรนั่งอยู่ข้างหลังกับลูคัสแต่ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ ภากรมองออกไปนอกกระจบส่วนลูคัสมองตรงไปข้างหน้า หนุ่มหล่อหน้ายุโรปไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจ แต่ดูเหมือนว่าคนเป็นอาจะมีฉุนๆ อยู่บ้าง คนที่ทำหน้าที่ขับรถอย่างภักดิ์จึงต้องรีบขับมากกว่าปกติ

          “เช็กเจสันด้วยว่าไปส่งยังไง” เสียงทุ้มบอกเมื่อปล่อยเวลาให้ผ่านเลยมานาน ภักดิ์ชะลอรถและหยุดตามสัญญาณจราจรก่อนจะรับคำเจ้านาย

          “ห่วงขนาดนั้นทำไมไม่ไปส่งเอง” เสียงของคนข้างๆ ทำให้ลูคัสกระตุกยิ้มอยู่ในใจ หน้าหล่อยังเรียบเฉยแบบปกติที่เขาเคยปั้น เขาหันไปหาภากรก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา

          “ผมกลัวว่าจะไปส่งไม่ถึงห้อง” ลูคัสตอบ และคำตอบนั้นมันทำให้ภากรหันขวับมามองหน้าคนที่เป็นหลานชาย หลากหลายอารมณ์ในสายตาคู่นั้นที่มองลูคัส แต่สิ่งที่ลูคัสสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือความผิดหวังและน้อยใจ

          “ไม่ถึงห้องแล้วมันจะถึงไหน” เสียงใสของคนเป็นอาว่าต่อ ตากลมแข็งกร้าวขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่าแสดงอารมณ์น้อยใจออกไป

          “ไม่รู้สิครับ อาจจะถึง…สวรรค์” ลูคัสโน้มหน้าเข้าไปใกล้ภากรก่อนจะกระซิบคำสุดท้ายเสียงกระเส่า

          “ลุค!”

          “ทำไมครับ? อากรไม่พอใจอะไรผม” ลูคัสขยับตัวนั่งแล้วถามออกไป

          “อา…”

          “หึ!” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ ลูคัสหันกลับไปทางเดิมปล่อยให้ภากรกัดริมฝีปากล่างอยู่อย่างนั้น

 

          รถแล่นมาถึงคอนโดสุดหรูที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทใหญ่ของเบอร์นัลกรุ๊ป ที่นี่เป็นอีกหนึ่งกิจการในเครือเบอร์นัลที่มาร์ติน เบอร์นัลหรือปู่ของลูคัสสร้างมา ชั้นบนสุดคือที่อยู่ของผู้บริหาร และมีผู้บริหารสองคนอยู่ที่นั่น

          ลูคัสกับภากร…

          “เจสันไปส่งเขาที่คอนโดแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าคุณไนน์เขาขอ…” ภักดิ์เอ่ยรายงานก่อนที่เจ้านายจะเปิดประตู คำพูดหลุดหายไปเมื่อเห็นเจ้านายอีกคนเหลือบตามอง

          “ขออะไร” ลูคัสถาม

          “ขอพบนายอีกครับ” ภักดิ์ว่าแล้วหลบสายตาของคนตากลม

          “อืม…”

          “ลุค” เสียงหวานเอ่ยเรียกตอนที่มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกง ลูคัสกำลังคิดและรอดูท่าที เขากำลังจะตัดสินใจว่าควรจะหาเวลากินเนื้อกระต่ายนุ่มๆ นั่นดีไหม แต่เสียงใจที่ดังขัดทำให้มุมปากยกยิ้ม แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ลูคัสก็รู้ว่าตัวเองยิ้ม

          “…” หน้าคมก้มลงมองอาที่ยื่นมือมาจับชายเสื้อเขาไว้ หน้าสวยเงยขึ้นมาและตากลมนั่นช้อนมองเขา

          “อาไม่ชอบ”

          “หืม?” ลูคัสทำใจแข็งไม่ดึงอีกคนเข้ามาจูบ หันไปหาภากรแล้วเลิกคิ้วถาม

          “อา…ไม่ชอบคนนั้น” ภากรว่า เท้าเรียวขยับเข้าไปหาคนตัวสูง เสียงหวานเอ่ยบอกคล้ายจะออดอ้อน มือน้อยขยำชายเสื้อเชิ้ตไว้จนมันยับ

          “ไม่ให้” ลูคัสหันไปบอกกับภักดิ์เมื่อละสายตาจากอา เขาบอกลูกน้องสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาดึงมือของอากรออก แล้วจูงคนตัวเล็กเข้าไปข้างใน

 

          ปกติภากรต้องอยู่คนละห้องกับลูคัส มันควรเป็นอย่างนั้นเพื่อสงวนความส่วนตัวของตัวเอง และเพื่อที่จะไม่ก้าวก่ายกันและกัน ห้องของลูคัสอยู่ข้างภากร ถึงจะอยู่ในคอนโดเดียวกันแต่มันก็กว้างมากพอที่จะอยู่ห่างกัน ซึ่งลูคัสไม่ชอบความห่างนั้น เมื่อก่อนเขาไปหาอากรที่ห้อง บางครั้งก็ชวนอากรมาที่ห้องเขา จนตอนนี้ทั้งคู่อยู่ห้องเดียวกัน ปล่อยห้องเล็กของอากรเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าของเจ้าตัว

 

          ลูกชายคนเล็กของเบอร์นัลไม่ค่อยจะกลับบ้านเพราะการพักอยู่คอนโดมันสะดวกกว่า นั่นคือสิ่งที่ลูกชายบอก ด้วยอายุและหลายๆ อย่างที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่จำเป็นต้องห่วง พวกเขาเลยปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจเอง เช่นเดียวกับหลานชายที่ไม่เคยเข้าบ้านใหญ่เลย ขอพักกับอาเพื่อจะได้สะดวกในการเดินทาง

 

          แต่ผู้ใหญ่ของบ้านไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง

 

          ข้ออ้างที่ลูคัสบอกให้ภากรพูดเพื่อที่ทั้งสองคนจะได้อยู่ด้วยกัน

 

          “อย่าเจอเขาอีกได้ไหม?” เสียงเอ่ยขอแบบที่เจ้าตัวไม่ค่อยขอเรียกให้ลูคัสหยุดเท้า หมุนตัวไปมองคนที่เขายังกุมมืออยู่อย่างนิ่งๆ

          “ผมขอไม่ให้อาเจอมันอายังไปเลย” ลูคัสว่า

          “แต่ว่านั่น…”

          “หึ!” เหมือนใช้อารมณ์และสายตาคุยกันมากกว่าใช้คำพูด ลูคัสปล่อยมือเล็กของคนเป็นอาแล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟา รอคอยให้อีกคนเข้ามาหาและการรอของเขาไม่สูญเปล่า

          “อา…” มือน้อยจับกันไปมา อากรยืนอยู่ตรงหน้าเขา หน้าสวยก้มลงมองเท้าอย่างไม่มั่นใจตัวเอง

          “อากร”

          “หะ? อ๊ะ!” ภากรล้มลงกระแทกตักของลูคัสเพราะแรงดึงของเจ้าของตัก แขนเล็กคล้องคอของคนเป็นหลานเพื่อยึดตัวเอง สีหน้าตกใจและท่าทางของอากรตอนนี้ทำให้ลูคัสพอใจ

          “อ้อนผมสิ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู “บอกผมว่าอย่าไปกับเขา บอกผมว่าอาไม่อยากให้ผมไปกับใคร” ลูคัสว่าช้าๆ ชัดทีละคำ

          “ลุค~” คนเป็นอาเงยหน้าขึ้นมองหลาน ปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อนึกถึงสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งตัวเขาทั้งหัวใจของเขามันผิดเพี้ยนไปหมด มันไม่ควรเลยที่เขาจะรู้สึกอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องเลยที่เขาต้องทำอย่างนั้น อย่างที่ลูคัสบอก

          “บอกผมด้วยว่าอาจะไม่ไปกับมัน” เสียงทุ้มบอกแล้วมือหนาก็สอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตของคนเป็นอา วางมือไว้บนเอวแล้วเอียงคอมองคนบนตัก

          “อย่าไปนะ…” ภากรว่าออกมาในที่สุด มือน้อยรวบเข้าหากัน และตัวเขาเองก็ขยับเข้าไปหาอกของคนเป็นหลาน “อาไม่ชอบ อย่าไปกับเขาอีกนะ” ภากรบอกแล้วซบลงกับอกแกร่ง

          “อากรก็เลิกทำให้ผมเป็นบ้าแบบนี้สักที” ลูคัสบอกแล้วโอบหลังอีกคนเข้าหา

          “อืม…”

          “เลิกพูดแบบนั้นกับผม เลิกเมินผม เลิกทำเหมือนผมไม่ตัวตนสักที”

          “แต่ว่า…”

          “เสียงหัวใจของผม” ลูคัสกดอีกคนเข้าแนบอก “มันไม่ได้เต้นตามความจริงที่อาพยายามบอก หัวใจของผมมันไม่ยอมรับความจริงที่อาพูด เพราะว่าผม…อืม…” ภากรขยับตัวขึ้นปิดปากของร่างสูงด้วยปากของตัวเอง ปากน้อยแนบชิดริมฝีปากได้รูปเพราะไม่อยากได้ยินประโยคต่อไปที่หลานชายจะพูดออกมา

          “อื้อ~” จากที่แนบชิดเฉยๆ ลูคัสก็ขยับ ขบเม้มและป้อนจูบให้คนบนตักอย่างช้าๆ ค่อยสอดลิ้นเข้าไปความหาความหวานในโพรงปากน้อยของอาอย่างลึกซึ้ง ภากรครางในลำคอและลูคัสเองก็ชอบที่จะได้ยินอย่างนั้น

          “อืมมม” ลูคัสผละออกมา แนบหน้าผากกับคนตัวเล็กบนตักแล้วมองตาโตอย่างสื่อความหมาย คำพูดในใจที่เขาพูดออกมาไม่ได้ แม้จะเคยพูดออกมาแล้วแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร คำพูดที่เขาอยากบอกกับอาตัวเองทุกวัน คำพูดที่เขาพูดออกมาไม่ได้เลยถูกสื่อออกมาผ่านสายตา

 

          และภากรรับรู้มัน…

 

 

 

#ผมรักอา 

11/1/2020 

          อาก็หวงเขาแหละ หวงแหละดูออกนะ แล้วทำไมไม่บอกน้อง ทำไมปล่อยให้น้องเงกรี้ยวกราดคะ คุณอาเอาใจน้องบ้าง แต่ก็งื้อออ ความอาหลานอะเนอะ เข้าใจๆ เข้าใจว่ามันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จะไปรักกันก็ไม่ได้เพราะติดความสัมพันธ์ต้องห้าม จะเลิกเลยก็ไม่ได้ใจมันคิดไปแล้ว ลุ้นให้อาแหกกฎหัวใจกับลุ้นให้น้องตัดใจนี่อันไหนจะง่ายกว่ากันคะ 

ทวิตเตอร์ @pflhzt 

เฟซบุ๊ก faddist 

ความคิดเห็น