Chaleeisis
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 : ปากบอกไหว

ชื่อตอน : บทที่ 4 : ปากบอกไหว

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2563 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 : ปากบอกไหว
แบบอักษร

 

 

ครืดดดด....ดดด.... 

“ฮัลโหลครับ....พี่ถึงแล้วเนี่ยะ เพิ่งจอดรถเสร็จ ครับ แป๊บนึงนะ” ผมกดวางสายก่อนจะแบกน้องกวางผูกโบว์ลงจากรถ

ตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้แฮะ

ผมเดินเข้าไปในร้านบอยบาร์ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดของน้องเดียร์ ตอนนี้เกือบ 3 ทุ่มแล้วและผมมาสายกว่าที่ควรจะเป็นนิดหน่อย คือมีงานคณะต้องเคลียร์ไง เสร็จช้าก็เลยมาช้า หวังว่าน้องเดียร์จะเข้าใจ แต่ผมก็บอกเธอตลอดเลยนะว่ามีงานอะไรบ้างที่ต้องทำ ไม่ได้หายไปเงียบๆ อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเราก็ถือว่าดีมากแบบมากๆ เลยนะครับ เพราะแบบนั้นวันนี้ผมเลยคิดว่าจะขอน้องเดียร์เป็นแฟน

ขอให้น้องตอบตกลงด้วยเถอะ

ผมชอบน้องและคิดจริงจังกับเธอจริงๆ พร้อมดูแลด้วยครับบอกเลย ผมมีหลายอย่างที่คิดเอาไว้ในหัวคนเดียว แต่ละอย่างที่คิดมันก็มีน้องเดียร์อยู่ในนั้นด้วย จริงอยู่แหละที่ว่าน้องกับผมอาจจะยังรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจนี้มันก็ชัดเจนอยู่นะ ผมรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง และก็นั่นแหละ ถ้ามั่นใจก็ไม่จำเป็นต้องรออะไรมากมาย เสียเวลาดูแลกันเปล่าๆ อยากทำหน้าที่แฟนของว่าที่คุณหมอคนสวยแล้ว

มั่นหน้ามากแล้วแหละว่าเธอจะยอมเป็นแฟนผม

“ทางนี้ค่ะพี่เฌอ” เสียงใสเอ่ยเรียก ผมก็เดินเข้ามาที่โต๊ะโซนด้านในของร้าน เพื่อนๆ น้องเดียร์เยอะเลยครับที่มาปาร์ตี้งานวันเกิด บางคนผมก็คุ้นหน้า น่าจะเพราะเห็นที่ตึกแพทย์ฯ บ่อยๆ

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ นี่ของขวัญของพี่” ผมส่งน้องกวางให้เธอ “ขอให้มีความสุข น่ารักกับพี่มากๆ นะครับ”

“ฮิ้ววววววว”

“โอ๊ยยยย อิจฉาจังเลยค่า”

“ขอบคุณนะคะพี่เฌอ” มือบางอุ้มน้องกวางเอาไว้ “ถ่ายรูปให้เดียร์หน่อยสิผึ้ง พี่เฌอถ่ายรูปกับเดียร์หน่อยนะคะ”

“ได้สิครับ” ผมเอียงหัวเข้าไปใกล้น้องเดียร์พลางยิ้มหวานให้กล้อง

“ยิ้มหวานนะคะ” น้องผึ้งบอกก่อนจะกดถ่ายรูปเราสองคนรัวๆ “แหมๆ ๆ ๆ นึกว่าซ้อมพรีเวดดิ้งซะอีก”

“พรีเวดดิ้งอะไรเล่า” เจ้าของวันเกิดทำหน้ามุ่ยก่อนจะหันมายิ้มแป้นให้ผม “เดียร์ดีใจนะคะที่พี่เฌองานยุ่งขนาดนั้น แต่ยังมางานวันเกิดเดียร์ได้”

“พี่มีเวลาให้น้องเดียร์เสมอแหละ” ผมเลื่อนมือไปจับมือเธอเอาไว้ “แต่พี่ขอโทษนะครับที่มาไม่ทันตอนน้องเดียร์เป่าเค้กน่ะ”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่เค้กเอง ถึงปีนี้จะไม่ทัน ค่อยรอวันเกิดเดียร์ปีหน้าก็ได้หนิคะ”

“พูดแล้วนะครับ”

“พี่เฌอก็อย่าไปไหนแล้วกันค่ะ”

“คนตรงหน้าน่ารักขนาดนี้ พี่จะไปไหนได้น้า”

“ช่วงนี้ก็ไปบ่อยอยู่ไหมคะ....กับสิบสามน่ะ”

“ก็ตามประสาผู้ชายไหมครับ อีกอย่าง....น้องเดียร์ก็น่าจะรู้ว่าพี่คิดยังไง” ผมเลื่อนไปกระซิบข้างหูเธอ “ใจพี่....มีแค่น้องเดียร์นะ”

“งั้นพี่เฌอก็ต้องทำให้เดียร์รู้แล้วล่ะค่ะ” เธออมยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งกับเพื่อนๆ ผมเข้าใจในสิ่งที่น้องเดียร์พูดนะ แต่ไม่คิดเลยว่าสิบสามจะมามีเอี่ยวในเรื่องนี้ด้วย

นังน้อนนั่น

ตั้งแต่วันที่ผมลงสตอรี่ไอจีรูปสิบสามไปก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้วครับ เป็นอาทิตย์กว่าที่โซเชี่ยลไม่สงบเลยให้ตายเถอะ ยิ่งเพจคิ้วท์บอยของมหา’ลัยนะยิ่งแล้ว ลงรูปผมกับสิบสามเยอะมาก รูปเดี่ยวบ้าง รูปคู่แบบแอบถ่ายตอนที่ไปกินข้าวด้วยกันเงี้ยะ คือไม่ได้ตั้งใจจะไปกินข้าวด้วยกันหรืออะไรเลยนะ แค่บังเอิญเจอกันที่ร้านข้าวเฉยๆ ก็เลยนั่งด้วยกัน คือมันแค่นี้เอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหลายคนถึงคิดกันไปไกลได้มากขนาดนั้น

#สามเฌอ

มาแบบงงๆ

คือผมไม่ได้ซีเรียสหรอกเพราะเรารู้ไงว่าอะไรมันเป็นยังไง ด้านสิบสามเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วเพราะรายนั้นสนใจใครที่ไหน คนอื่นจะพูดอะไรกันก็ปล่อยไปอย่างเดียว ไม่แก้ตัวใดใดทั้งสิ้น ส่วนน้องเดียร์เนี่ยะ เธอก็รู้อยู่แล้วว่าผมชอบเธอ แต่ที่ชอบยกสิบสามมาพูดให้ผมฟังก็คงเป็นเพราะต้องการความชัดเจนนั่นแหละว่าผมจริงจังกับเธอ และตอนนี้ผมก็กำลังจะยืนยันสิ่งนั้นด้วยคำพูดของผม

ยืนยันด้วยสถานะที่ผมอยากให้เธอเป็น

ผมเดินมานั่งลงข้างๆ ร่างบาง “น้องเดียร์”

“อะไรคะ”

“พี่อยากรู้ว่าน้องเดียร์คิดยังไงกับพี่”

“พี่เฌอ” เธอทำแก้มป่องใส่ผม “พี่เป็นคนซื่อบื้อเหรอคะถึงไม่รู้ว่าเดียร์คิดยังไง”

“มันก็รู้แหละ แต่ก็อยากได้คำยืนยันไงครับ” ผมเลื่อนมือไปกุมมือเธอเอาไว้ “ไหนบอกให้พี่ชื่นใจหน่อยว่าความรู้สึกของเรามันตรงกัน”

“....เดียร์ก็รู้สึกแบบเดียวกับพี่เฌอนั่นแหละค่ะ” ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ อาการแบบนี้คงเขินน่าดูเลยแหละ น่ารักจัง มันคงดีนะถ้าผมได้เห็นใบหน้าแบบนี้ไปในทุกวัน

“ถ้าเรารู้สึกเหมือนกัน....งั้นก็แปลว่า”

“.....”

“น้องเดียร์ยินดีที่จะเป็นแฟนพี่....ใช่ไหมครับ”

.

[ บันทึกพิเศษ : สิบสาม ]

.

Cher Charun กำลังคบกัน Dear Daraphon 

หึ....

เอาจนได้

“มึงไหวป้ะเนี่ยะ”

“ผมไหว”

“ปากบอกไหวแต่ในใจน้ำตาไหลถึงตีนอย่างนี้ป้ะ”

ก็อาจจะ

“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอาจจะมีวันนี้” แต่ไม่คิดว่าจะไวขนาดนี้เท่านั้นเอง ใจนึงอยากจะว้ากออกไปดังๆ แต่ผมไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้นเลย

ถอนหายใจแทนละกัน

เฮ้อออออ

สเตตัสในเฟซบุ๊กที่อัปเดตมาชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ผมวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็น ควรอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ว่ายังไงดี คำว่าอกหักคงใกล้เคียงมากที่สุด อกหักทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยสักอย่าง ไม่สิ จะพูดว่าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ ผมคิดว่าตัวเองทำไปหลายอย่างแล้วแต่เป็นอีกฝ่ายมากกว่าที่ไม่รับรู้อะไรเลย เข้าใจแล้วครับว่ากำแพงของรุ่นพี่รุ่นน้องมันทำลายยากมากแค่ไหน

จิ๊....หงุดหงิดใจจัง

มือเรียวของเพื่อนต่างคณะส่งโอริโอ้มาให้เหมือนอยากปลอบใจผม ตอนนี้เกือบ 5 ทุ่มซึ่งปกติแล้วผมคงอยู่ที่ห้องตัวเองและทำอะไรเรื่อยเปื่อย แต่วันนี้อยู่ดีดีเป้กับหมีก็ชวนผมออกมากินติมมืด ด้วยความที่ผมไม่ค่อยได้เจอพวกเขาบ่อยๆ ก็เลยยอมตกลง การตัดสินใจเมื่อเย็นนั้นถือว่าคิดถูกแล้วจริงๆ ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าอยู่คนเดียว ตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง คงเสียใจมากกว่านี้ก็ได้

ผมชอบพี่เฌออะ

ทำไมเขาต้องมามีแฟนด้วยวะ

“คุณชอบพี่เฌอขนาดนั้นเลยเหรอสิบสาม”

นั่นสิ....ผมชอบเขาขนาดนั้นเลยเหรอ

“การที่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากๆ มันหมายความว่าชอบมากรึเปล่าครับ ถ้าใช่....ก็คงเป็นแบบนั้นแหละ”

ผมเคยพูดว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่เราจะประทับใจในตัวใครสักคนตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน....และใช่ คนที่ผมรู้สึกแบบนั้นด้วยก็คือพี่เฌอ ผมเจอเขาครั้งแรกบนรถสองแถวครับ เรายืนข้างกัน ตอนแรกผมไม่ได้คิดอะไรหรอกจนกระทั่งเขามีเรื่องกับใครไม่รู้ที่ทำให้โทรศัพท์เขาจอแตก ผมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เห็นการที่เขาพยายามใจเย็นทั้งๆ ที่หงุดหงิดมาก ถ้าผู้ชายคนนั้นเจอคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เรื่องน่าจะแย่กว่านั้นเยอะเลยล่ะ

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกประทับใจในตัวเขา

ตอนแรกผมรู้ว่าเขาเรียนวิศวะฯ เท่านั้นแหละ มารู้ว่าเขาชื่อเฌอก็ตอนที่เจ้าตัวลืมชีทไว้ที่ร้านโจ๊ก ผมคือคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเอง บทสนทนาที่ผมได้ยินเขาคุยกับเพื่อนคือเขาจำวันเรียนผิด รีบมากก็เลยลืมชีทเอาไว้ ชีทเขาน่ารักมากเลยนะ เขียนสรุปอธิบายแบบเข้าใจง่าย แถมยังวาดการ์ตูนเก่ง แต่ชีทนั่นผมฝากให้คนเอาไปคืนเขาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนโน้นแล้วล่ะ ผมไม่ได้บอกเขาด้วยว่าตัวเองคือคนที่เก็บชีทเขาได้

ปล่อยให้มันเป็นความลับไปแบบนี้แหละ

เจอกันที่ร้านโจ๊กก็ยังเฉยๆ อยู่ ไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกทีตอนกลางคืน ผมไปเซเว่นฯ แล้วก็ไปเจอเขาล้มอยู่ คนอะไรล้มแล้วหัวเราะ ยืนอีกก็จะล้มอีก สภาพเขาคือเมา เมาจนไม่ได้สติด้วยซ้ำ ไปๆ มาๆ ก็สลบ ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ ก็เลยพาเขากลับมาที่ห้องด้วย ห้องของผมที่ไม่เคยมีใครได้เข้าไปนอกจากคนในครอบครัว การที่ผมยอมให้เขาได้เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวขนาดนั้น ผมก็....ตกใจตัวเองเหมือนกัน

ยอมเขาถึงขนาดนั้นได้ยังไง

“ไม่ต้องเศร้าไปนักหรอก....ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องของพี่เฌอมาบ้าง คุณก็น่าจะรู้นะว่าเดี๋ยวพี่เฌอก็อกหัก”

ผมเหลือบมองคนพูด “อาถรรพ์เลข 13 ของพี่เฌอน่ะเหรอครับ”

“ใช่”

“มันจริงขนาดนั้นเลยเหรอ” ตอนที่พี่เฌอเมาจนเพ้อวันนั้น เขาก็พูดเรื่องนี้ออกมา วันที่ 13 เป็นวันที่เขาไม่ชอบ อะไรก็ตามที่มีเลข 13 เกี่ยวข้อง เขาก็ไม่ชอบ เชื่อไหมว่าตอนที่เขาพูดแบบนั้นออกมา ผมถึงกับคิดในใจเลยว่าตัวเองไม่น่าเกิดตรงวันที่ 13 เลย

พ่อกับแม่ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อเล่นบรรดาลูกๆ ตามวันเกิดน่ะครับ

ผมเกิดวันที่ 13 ถึงได้ชื่อเล่นว่าสิบสาม

“จริงสิคุณ เวลาพี่เฌอมีแฟนนะ ความรักมักจะจบลงวันที่ 13 หรือไม่ก็คบกันไปจนถึง 13 วัน ก็จะเลิกกัน มันเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่เคยมีใครคบกับพี่เฌอได้นานไปมากกว่านี้”

“แต่อาจจะไม่ใช่กับเดียร์ก็ได้นะครับ”

“มึงคิดว่าเดียร์คบกับพี่เฌอเพราะอะไรวะ” เป้เค้นหัวเราะ “เรื่องนี้มึงน่าจะรู้ดีที่สุดแล้วไหม หรือว่ามึงจะยอมปล่อยพี่เฌอให้เดียร์ไปล่ะ”

“ใจนึงผมก็ยอมรับในการตัดสินใจของพี่เฌอนะ เขาบอกผมว่าคนที่เขาเลือกก็คือเขาจริงจัง นั่นแปลว่าเขาชอบ เขาคงมีความสุข ผมไม่อยากไปทำลายความสุขนั้นเลย” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปคนที่ตัวเองแอบถ่ายเอาไว้ “อีกใจ....ผมก็คิดว่าทำไม ผมต้องปล่อยให้คนที่ตัวเองชอบไปเป็นของคนอื่นด้วย”

การยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก็ไม่สมเป็นผมเลย

“มันต้องแบบนี้สิวะ” เป้รั้งคอผมกับหมีให้มาสุมหัวกัน “เราที่อยู่ทีมประกวดดาวเดือนมาด้วยกันย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรมันเป็นยังไง จริงไหม”

หมีพยักหน้ารับ “จริง เรารู้ดีอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แค่ยังไม่ถึงเวลาต้องพูดเท่านั้นแหละ”

“นั่นสิครับ เรื่องนั้นเรารู้อยู่แก่ใจ”

“อืม อาจจะต้องรอเวลาซะหน่อย ก็อดทนเอาไว้ล่ะสิบสาม”

“เรื่องอดทนน่ะ....ผมเก่งอยู่แล้ว”

ครืดดดด....ครืดดดด...... 

หมีหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ขึ้นมากดรับสาย “ฮัลโหลครับเฮีย.....ห้ะ......แล้วทำไมเขาไปอยู่ที่นั่นได้อะ อ๋อออ ไปฉลอง อะหมีเข้าใจละ ได้....ได้ครับ เดี๋ยวส่งคนไปรับละกัน ครับ”

“ใครวะ”

“เฮียเจ๋ง โทรมาบอกว่าพี่เฌอเมาอยู่ร้านเขา เหมือนกับไปกินเหล้าฉลองที่ตัวเองมีแฟนมั้ง ไปคนเดียวด้วย”

“ผมนึกว่าเขาจะกินเหล้าเฉพาะตอนอกหักซะอีก”

“พี่เฌอเนี่ยะ อยากกินก็กิน แค่ตอนอกหักจะหนักเป็นพิเศษเท่านั้นแหละ ส่วนมากถ้าเขาไปที่ร้านเฮียเจ๋ง ผมมักจะเป็นคนไปเก็บซากเขา แต่วันนี้คงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะสิบสาม”

“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

ร้าน BAR-HERE 

ผมเดินเข้ามาในร้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ เพราะตัวเองไม่ค่อยได้มาร้านแบบนี้สักเท่าไหร่ ครั้งล่าสุดก็เลี้ยงสายรหัส ผมไม่ดื่มเหล้าเพราะเดิมทีตัวเองไม่ใช่คนแข็งแรง ผมใช้เวลาหลายปีตั้งแต่ช่วงมัธยมฯ ในการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องกิน หรือการออกกำลังกาย จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น อะไรก็ตามที่เป็นการทำร้ายร่างกายหรือสุขภาพของ ผมเลือกที่จะไม่ทำมัน

ต่างจากพี่เฌอโดยสิ้นเชิงเลย

“มาคนเดียวเหรอครับ”

ผมมองผู้ชายคนนึงที่เอ่ยถาม ในมือเขาถือใบโปรโมชั่นร้าน คงเป็นพนักงานนั่นแหละ “ผมมารับคนครับ”

“ใครเหรอครับ”

“พี่เฌอ”

“อ๋อ งั้นทางนี้เลยครับ” เขาบอกก่อนจะเดินนำผมมาที่โซนเคาน์เตอร์บาร์ “นั่นน่ะครับพี่เฌอ”

“ขอบคุณนะครับ” ผมมองร่างโปร่งที่นั่งอยู่พลางหัวเราะอะไรไม่รู้เสียงดัง พอเห็นแบบนั้นผมจึงเดินเข้าไปหาเขามันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าตัวลุกขึ้นพอดี

“เห้ยยยย” เขาจับไหล่ผมเอาไว้เพราะตัวเองเสียหลัก “.....สิบสาม”

“ถ้าเมาแล้วจะล้ม ก็อย่าดื่มจนเมาสิครับ”

ผมจะตามเป็นห่วงยังไงไหวล่ะ

“ไม่ได้เมาสักหน่อยนะคุณ” พี่เฌอผละออกก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม “เขาเรียกขาอ่อนเฉยๆ เอง”

“…..ข้ออ้าง” สภาพเขาน่ะเมาชัดๆ เลย ฤทธิ์เหล้าทำให้ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรื่อไปหมด

“อื้ออออ....” คนตรงหน้าส่งเสียงเหมือนเด็กพร้อมกับทำหน้ามุ่ยใส่ “เฮียเจ๋งดู นี่ไงนังน้อนที่เฌอเล่าให้ฟัง ดูๆ ๆ ๆ เหิมเกริมป้ะล่ะ”

“ก็เอาเรื่องอยู่” ผู้ชายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ยกยิ้มให้ “เห็นแบบนี้แล้วมันแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้น้า”

“ยังไงครับ”

“ก็....เฌอเพิ่งตั้งสถานะคบกับผู้หญิง แต่คนที่มารับกลับเป็นผู้ชายเฉยเลย”

“ผมเป็นรุ่นน้องเขาไงครับ” ผมมองพี่เฌอที่หน้าฟุบลงกับเคาน์เตอร์ไปแล้ว เหมือนเด็กมาก นี่เขาอายุเยอะกว่าผมจริงๆ เหรอเนี่ย

“อ๋ออย่างงั้นเอง อะนี่กระเป๋าเฌอ เดี๋ยวออกทางหลังร้านก็ได้ สะดวกมากกว่า”

ผมรับกระเป๋าคาดอกมาสวมก่อนจะช้อนตัวคนเมาขึ้นมา “ขอบคุณนะครับ”

“อุ้มแบบนี้เลยเหรอ”

“ครั้งก่อนที่เขาเมา ผมก็อุ้มแบบนี้แหละครับ ขอตัวก่อนนนะครับ”

“เฮียฝากเฌอด้วยล่ะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกมาทางหลังร้าน จัดแจงพาเขาขึ้นรถแล้วขับกลับไปที่ห้องตัวเองซึ่งไม่ได้ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่

แปลกคนมาก....ตอนแรกนึกว่าจะกินเหล้าเมาหนักๆ เฉพาะเวลาอกหักแต่ที่ไหนได้ เขากินมันเป็นเรื่องปกติ ความจริงผมไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยกับการที่พี่เฌอกินเหล้าขนาดนี้ แต่เขาน่าจะมีลิมิตให้ตัวเองสักหน่อย ถ้าสมมุติว่าเขาเมาแล้วรอบๆ ตัวไม่มีคนที่รู้จักหรือไว้ใจได้จะทำยังไงล่ะ ผมอยากให้เขาเป็นห่วงตัวเองให้มากกว่านี้ แค่นิสัยที่ชอบลืมโน่นลืมนี่ก็หนักแล้วนะ วันก่อนเจอกันที่ร้านข้าวก็ลืมโทรศัพท์

รอบก่อนหน้าลืมกุญแจรถ

ดีแค่ไหนที่เขายังจำได้ว่าตัวเองชื่อเฌอ

“อื้อออ...อ....วันนี้ไม่ใส่แว่นเหรอ”

“ไม่ครับ”

“ไม่ใส่แมสด้วย” คนเมาบ่นอู้อี้ในลำคอก่อนจะยื่นมือมาเขี่ยหัวผม “มองจากตรงนี้แล้ว....คุณหน้าตาดีจริงๆ ”

“ตั้งแต่รู้จักกันมา พี่ชมผมไปเท่าไหร่แล้วรู้ไหม”

“ผมพูดความจริงหนิ เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นะ คุณอยากหน้าตาดีทำไมล่ะ ไม่อยากให้ผมชมก็หัดหล่อให้มันน้อยลงหน่อยสิ”

ผมเอื้อมมือมาปลดเบลท์ให้เขา “ผมจะพยายามละกันนะครับ”

“ดีมากนังน้อน” เจ้าตัวตอบรับอย่างชอบใจ เรียกผมว่านังน้อนเนี่ยนะ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย

ผมอุ้มพี่เฌอออกมาจากรถก่อนจะพาขึ้นไปบนห้องตัวเองที่อยู่ชั้น 3 ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว ดีนะที่พรุ่งนี้ผมไม่มีเรียน ส่วนพี่เฌอก็ไม่มีเรียนเหมือนกันครับ ผมรู้ตารางเรียนของเขาเพราะเจ้าตัวเคยบ่นให้ฟังว่าชอบจำวันเรียนผิด วันหยุดก็เคยไปเรียนแบบงงๆ ส่วนวันที่ต้องไปเรียนก็นอนอยู่ห้องทั้งวันเพราะคิดว่าวันนั้นเป็นหยุด เนี่ยะ เขาอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง ผมไม่เข้าใจเลย

ถ้าเขาไม่มีเพื่อน....น่าจะลำบากมากเลยล่ะ

โชคดีของเขาที่มีเพื่อน มีรุ่นน้องและอาจจะมีคนอื่นคอยช่วยเหลือ ต่างจากผมมากเลย ผมไม่มีเพื่อนสนิทหรือคนที่รู้สึกสนิทแบบมากๆ ในรุ่นเดียวกัน ผมก็มีแค่เป้กับหมีนี่แหละที่สามารถคุยเรื่องอื่นได้มากกว่าเรื่องเรียน ในเซกเรียนของผม ผมก็ไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่รู้สึกสนิทกับใครทั้งนั้น ความจริงก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เวลามีปัญหา อยากปรึกษาเรื่องต่างๆ ผมจะคุยกับครอบครัวมากกว่า

ตอนนี้ถ้าถามว่าผมรู้สึกสนิทกับใครมากที่สุดก็คงเป็น....พี่เฌอนั่นแหละ

“อื้ออออ....กลิ่นนี้อีกแล้ว” ร่างโปร่งผงกหัวขึ้นมาจากหมอนก่อนจะฟุบลงไปอีก “ผมอยู่ไหนเนี่ย”

“ห้องผมครับ อยู่นิ่งๆ ก่อนสิ” ผมจับขาเขาเอาไว้ก่อนจะถอดถุงเท้าออกให้ “พี่เฌอ”

“คุณจะทำอะไรผมอะนังน้อน”

“พี่อยากโดนทำอะไรมั่งล่ะครับ”

“.....”

เงียบ ไม่ยอมตอบแถมเอาหน้ามุดใต้หมอนหนีอีก

“หึ....” ผมเดินไปหยิบผ้าขนหนูกับกะละมังใส่น้ำมาตั้งไว้ข้างหัวเตียงก่อนจะจัดการถอดเสื้อผ้าพี่เฌอออก คนเมาก็ดูให้ความร่วมมือดีนะ แน่ล่ะ เมาขนาดนี้ต้องไม่มีแรงขัดขืนอยู่แล้ว เวลาปกติเขาก็สู้แรงผมไม่ได้หรอก

บอกแล้วไงว่าพี่เฌอก็ตัวแค่นี้

“อื้มมม....เย็น”

“เช็ดตัวก่อนครับค่อยนอน”

“ทำไม”

“หืม....”

“ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย”

“ผมไม่ยอมให้คนตัวเลอะนอนอยู่บนเตียงตัวเองหรอกนะครับ”

ร่างโปร่งพยายามชันตัวขึ้นมา “งั้นผมนอนพื้นก็ได้”

“ไม่ได้” ผมกดเขาลงกับเตียงเหมือนเดิมก่อนจะใช้แขนกั้นไว้ “ผมจะปล่อยให้พี่นอนพื้นได้ยังไง อยู่นิ่งๆ เลยครับ เดี๋ยวพอเช็ดตัวเสร็จพี่ก็นอนได้แล้ว”

“คุณสั่งผมเหรอ” คนเมาหรี่ตามองผมพร้อมกับทำหน้าตึง “ฝากไว้ก่อนเถอะ” ว่าแล้วเขาก็พลิกหันไปอีกฝั่ง ผมชะเง้อหน้าไปดูก็พบว่าเขาหลับไปแล้ว คาดโทษผมเสร็จแล้วก็หลับหนี

มันน่านักนะ

ผมเช็ดตัวให้พี่เฌอไปเรื่อยๆ ก่อนจะจับเขานอนดีดีพร้อมกับห่มผ้าให้ ครั้งที่สองแล้วบนเตียงนี้ที่มีคนอื่นมานอน ผมเคยคิดเหมือนกันนะว่าพี่เฌอจะรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่นบ้างไหม ผมไม่เคยยอมให้ใครนอกจากเขาเลย ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็กลับไปเรียนทำข้าวต้มกับทอดไข่เจียวอีกต่างหาก เป็นธรรมเนียมของบ้านครับ แม่บอกว่าถ้ารู้สึกชอบใครหรือเจอคนที่ตัวเองชอบแล้วก็ให้กลับไปเรียนทำอาหารง่ายๆ เอาไว้

ถ้ามีโอกาสจะได้ทำให้เขาคนนั้นกิน

ครั้งก่อนที่พี่เฌอเมาแล้วเพ้อว่าตัวเองทำอาหารอร่อย มีคนบอกอยากกินฝีมือเขาแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่กินมันเลย ผมอยากเป็นคนที่ได้กินน่ะ อยากรู้ว่ามันจะอร่อยแบบที่เขาบอกรึเปล่า ไม่รู้เลยว่ามันจะมีวันนั้นไหม ยิ่งตอนนี้หัวใจเขามีเจ้าของแล้วด้วย ผมคงได้แต่หวังให้อาถรรพ์ของเลข 13 ที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเขาเป็นจริง ตอนนี้คงทำได้แค่รอเวลาและคอยดูว่าเดียร์จะทำยังไงต่อไป

นึกถึงเรื่องนี้ทีไรใจก็พาลหงุดหงิด

ผมรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่วันที่พี่เฌอมาหาที่คณะแล้วเจอกับเดียร์ มันไม่น่าเป็นแบบนั้นได้เลย ไหนจะเรื่องที่ทั้งสองคนคุยกันอีก แล้วเพื่อนๆ ของเดียร์ก็เห็นดีเห็นงามด้วยซึ่งมันแทบเป็นไปไม่ได้ คือตัวของเดียร์เป็นผู้หญิงสวย ดูน่ารัก ไม่แปลกเลยถ้าจะมีคนชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น พี่เฌอคือหนึ่งในนั้น ผมรู้ว่าพี่เฌอจริงจังกับเดียร์แต่ผมก็รู้เหมือนกันว่าเดียร์ไม่มีทางจริงจังกับพี่เฌอแน่นอน

เพราะเดียร์ชอบผม

“อื้อออ...อ.....น้องเดียร์”

“ตรงนี้ไม่มีน้องเดียร์ของพี่หรอกนะครับ” ผมเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออกให้ “เลิกเรียกชื่อคนอื่นบนเตียงของผมได้แล้ว”

“อื้มมมม....” มือเรียวคว้าที่แขนผมก่อนจะเอาไปกอดอยู่อย่างนั้น จริงๆ เลยนะพี่คนนี้น่ะ เขาไม่รู้ไงว่าคนอื่นต้องอดทนหนักมากแค่ไหนไง

“พี่รู้เอาไว้เลยนะครับว่าผมคือสิบสาม”

“.....”

“สิบสามที่จะเป็นอาถรรพ์ทำให้พี่เลิกกับเดียร์”

“.....”

“เตรียมใจเอาไว้เลยนะครับ....พี่เฌอ”

.

[ จบบันทึกพิเศษ : สิบสาม ]

.

“อื้อออ....”

กลิ่นนี้อีกแล้ว

ผมยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองก่อนจะรับรู้ได้ถึงอ้อมกอดของใครบางคนที่นอนอยู่ข้างกัน ผมเพ่งสายตามองตรงหน้าชัดๆ เรือนผมสีดำที่ปรกหน้าใสอยู่นั้น มองจากองศานี้แม่งโคตรดูดีเลย ขนตายาวมากเลยพ่อคุณ เวลาปกติไม่เคยสังเกตไง แต่ตอนนี้เรื่องที่ควรโฟกัสคือทำไมสิบสามถึงมานอนอยู่ตรงหน้าผม ไหนจะแขนที่พาดอยู่นี่อีก สำคัญสุดคือไม่ใส่เสื้อด้วย

ไม่ใช่แค่เขา

“คุณ....” ผมเขย่าแขนเขา “ตื่นนนน”

“อื้ออออ....” เสียงครางในลำคอนั่นบ่งบอกว่าอย่ามายุ่งกับกูนะไอ้เวร คนจะหลับจะนอน ได้ดิ....จะเอาแบบนี้ใช่ไหมห้ะนังน้อนนนน

“สิบสาม!!!!”

ร่างสูงลืมตามองผม “พี่เสียงดังทำไมครับเนี่ย”

“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“พี่เมา” สิบสามมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มเหมือนหนีผม “ผมเลยพากลับมาที่ห้อง”

“แล้วเสื้อผ้าผมไปไหน” เหลือแต่บ๊อกเซอร์เหมือนวันนั้นเลย เห้อะ....เก่งจริงเรื่องถอดเสื้อผ้าคนอื่นเขาเนี่ย

“ตากอยู่ตรงระเบียงครับ”

“แล้วเสื้อผ้าคุณอะไปไหน”

สิบสามรั้งผ้าห่มออกก่อนจะขยับไปนั่งอยู่ข้างเตียง “เสื้อผ้าผมก็อยู่ในตู้สิ” มือเรียวหยิบขวดน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นดื่ม ไหล่กว้างจริง กว้างแบบที่เคยคิดเอาไว้ แล้วผิวจะขาวอะไรขนาดนั้นวะ

เกินไปอะ

“ที่ผมถามคือทำไมคุณนอนไม่ใส่เสื้อต่างหาก”

“ผมไม่เคยใส่เสื้อนอนอยู่แล้วครับ”

ครืดดดด....ครืดดดด 

ผมหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่มากดรับสาย “....ว่าไงครับน้องเดียร์”

“.....” เจ้าของห้องเดินมาใกล้ผมก่อนจะก้มหน้าลงมาชิด มือเรียวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะผละออกไป

ผมคุยกับน้องเดียร์ไปเรื่อยเปื่อยพลางนั่งมองคนที่ยืนกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์ไม่หยุด เฌอต้องเป็นคนนอกคนแรกแน่ๆ ที่ได้เห็นสิบสามในสภาพนี้ ร่างสูงตรงหน้าสวมเพียงบ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว ความเพิ่งตื่นนั่นโคตรดี เรื่องรูปร่างไม่ต้องพูดถึง ผมเชื่อแล้วที่เจ้าตัวบอกว่าตัวหนากว่าผม หุ่นเขาแน่นมาก ต้องดูแลตัวเองขั้นไหนถึงจะได้แบบนี้วะ

ชรันทำไม่ได้ตั้งแต่กินเหล้าเยอะแล้ว

“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวเจอกันตอนเย็นนะ”

“นี่ครับผ้าเช็ดตัว” มือเรียวส่งผ้าขนหนูมาให้ผม “ของใช้ของพี่อยู่ในแก้วสีเขียวข้างแก้วผม”

“ผมคิดว่าคุณทิ้งไปแล้ว”

“ลืมน่ะครับ เลยยังไม่ได้ทิ้ง”

“ขอบคุณคุณมากละกันที่เก็บซากผมกลับมาอีกแล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ แต่ครั้งหน้าถ้าจะไปดื่ม พยายามอย่าเมานะครับ เมื่อคืนพี่ก็จะล้ม นี่แขนก็เพิ่งหาย”

“ผมจะระวังให้มากขึ้นละกัน ผมไปอาบน้ำละ”

“ครับ....” สิ้นเสียงสิบสามรับคำผมก็เดินเข้ามาในห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง

ตอนเย็นผมนัดกินข้าวกับน้องเดียร์ครับแล้วก็อาจจะไปดูหนังต่อ การเริ่มแป็นแฟนกันวันแรก ขอให้มันน่าประทับใจด้วยเถอะ ผมจะทำตัวเป็นแฟนที่ดีและน่ารัก น้องเดียร์จะได้รักผมและหลงผม คอยดูเถอะ ความรักครั้งนี้แหละที่ผมจะไม่ยอมเสียไปเหมือนกับครั้งอื่นๆ อีก หวังว่าแฟนผมคนนี้จะอยู่กับผมไปนานๆ นะ

“รอยอะไรวะ” ผมยกมือขึ้นลูบรอยช้ำตรงช่วงไหปลาร้าของตัวอย่างสงสัย “กระแทกอะไรมาอีกแน่ๆ เลย”

ช่างแม่ง

อาบน้ำแล้วไปหาน้องเดียร์ดีกว่า

.

.

.

.

.

TBC.

สวัสดีค่ะชาลมาสามเฌอแล้ววววว ก็เป็นแบบที่หลายคนคิดอยู่แล้วนะคะว่านังน้อนเนี่ยะ ยังไงก็ชอบอิพี่แน่นอน ซึ่งจากที่เคยมีลงสปอยล์กรุบกริบตั้งแต่ช่วงคิดโปรเจกต์มันก็ประมาณนี้ค่ะ สิบสามไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้เลยนะ แสดงออกชัดเจนมากๆ ในหลายอย่าง ท่าทีที่เขาแสดงออกต่อพี่เฌอคือต่างจากที่เขาแสดงออกจากคนอื่นจริงๆ ส่วนเรื่องของเดียร์นั้นก็ต้องรอติดตามไปเรื่อยๆ ค่ะ มาดูกันว่าอาถรรพ์ของสิบสามจะเป็นยังไงบ้าง

ตอนต่อไปอาจจะนานกว่า 2-3 วันนะคะ ต้องให้้รอหน่อยเพราะชาลต้องจัดการต้นฉบับนิยายเรื่องไดอารี่ของสมปองนะคะ ถ้าบี๋อ่านนิยายชาลเรื่องอื่นๆ มาก่อนก็จะรู้ได้เลยว่าลงนิยายเรื่องนี้ได้รัวมาก วันเว้นวันถือว่าเร็วมากจริงๆ ก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ต่างๆ ด้วยนะคะ

สามารถติดตามข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th น้า

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านค่า

ความคิดเห็น