ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

อัพนิยายทุกวันศุกร์ 2 ทุ่มนะคะ

HUG ครั้งที่ 0 จุดกำเนิดความวุ่นวาย...

ชื่อตอน : HUG ครั้งที่ 0 จุดกำเนิดความวุ่นวาย...

คำค้น : HUG รักมีแผน โอบนัท ปีศาจโด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2563 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HUG ครั้งที่ 0 จุดกำเนิดความวุ่นวาย...
แบบอักษร

บทนำ 

จุดกำเนิดความวุ่นวาย... 

คุณเชื่อจริงๆ หรอว่าคนที่คุณเห็น เขาไม่ได้กำลังเล่นละคร 

อย่าไว้ใจใคร... 

นัท 

คณะเศรษฐศาสตร์

มหาวิทยาลัย N

ผมไม่เคยสนใจเรื่องความรัก เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แฟน (?) จะมีไปทำไม ไม่เห็นจำเป็นหรือสำคัญกับชีวิต (?)

ตราบใดที่ผมยังสามารถอยู่เงียบๆ คนเดียว

กินข้าวคนเดียว

เดินห้างฯ คนเดียว หรือแม้กระทั้งดูหนังคนเดียวได้

สิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุดในชีวิตผมนั่นก็คือ...ความสงบสุข

แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะ...

 “ลูกต้องหาแฟนให้ได้ภายในสามวัน” 

เฮือก!!

ผมกรอกตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ นั่งนึกถึงคำพูด (สั่ง) ของพ่อบังเกิดเกล้าเมื่อคืนก่อน ผมคงจะไม่รู้สึกอะไรหรือคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นถ้าพ่อผมไม่พูดด้วยสีหน้าจริงจังในแบบฉบับที่ผมไม่ค่อยได้เห็น

พ่อผมเป็นผู้ชายที่อยู่ในโหมดของคนอารมณ์โคตรดี ดีโคตรๆ ถึงแม้ว่าตอนที่ท่านหย่าขาดจากแม่เมื่อ 2 ปีก่อนจะมีสีหน้าอมทุกข์เล็กน้อย (แค่น้อยเดียวพอ) แต่ไม่นานท่านก็กลับมาร่าเริงแจ่มใส (?) ถ้าใครไม่รู้จักกับพ่อผมคงคิดว่าท่านเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ถูกแม่ขอหย่า แต่ท่านก็บอกกับผมแค่ว่า ท่านเตรียมใจไว้นานแล้ว และที่สำคัญ...ท่านไม่อยากให้ผมเศร้าตาม

แต่ตอนนั้นผมก็เศร้าจริงๆ แหละ ใครจะไปคิดว่าพ่อกับแม่ที่เราเห็นว่าเขารักกัน ดีกัน ไม่เคยทะเลาะกัน วันหนึ่งจะหย่าขาดจากกันได้

ท่านทั้งสองเล่นละครตบตาผมได้อย่างแนบเนียน รักกันปานจะกลืนกินเป็นสิ่งที่ผมเห็นมาตลอด 18 ปี

บางครั้งเราต้องแสดงละครเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ 

แม่ผมเคยพูดไว้แบบนั้นน่ะนะ

แต่เรื่องนั้นมันก็ผ่านไปแล้วล่ะ กลับมาเรื่องที่ผมกุ้มใจมากที่สุดตอนนี้ดีกว่า ประเด็นคือ

ผมจะไปหาแฟนจากไหน!!!

Where is แฟน แฟนอยู่ไหน???

แฟนนะพ่อ ทั้งหายากและดูแลยากยิ่งกว่าหุ้นในพอร์ตของผมหลายล้านเท่า 

“กูคิดออกแล้วโว้ยว่ากูจะช่วยมึงยังไง” แต่แล้วความคิดผมต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงตะโกนลั่นของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งยังใส่หูฟังจมหายไปกับโทรศัพท์เสียนานสองนาน จนนักศึกษาหลายคนที่นั่งรอเรียนหันมามองด้วยความงุนงง เมื่อเห็นคนที่โวยวายเป็นไอ้แว่นประจำห้องก็เลิกให้ความสนใจ แต่สายตาของผมก็ยังสังเกตเห็นนักศึกษาหญิงหลายคนที่ขยันส่งยิ้มโปรยเสน่ห์มาให้ผม (ไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวเขาจะหาว่าหลงตัวเอง แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อคนมันหน้าตาดี)

“เป็นห่าอะไรของมึงวะไอ้กลาง” ผมถามทั้งยังตวัดสายตามองเพื่อนด้วยความหงุดหงิด คนยิ่งกำลังใช้ความคิด ถึงแม้ว่าความคิดนั้นจะเป็นเรื่องวิธีหาแฟนก็เถอะ

“ไม่ต้องมองกูด้วยสายตาแบบนั้นเลยไอ้เตี้ย นี่กูคิดวิธีที่จะช่วยมึงได้แล้วนะ” กลางพูดขึ้นอย่างมั่นใจกับวิธีที่ตนเพิ่งคิดขึ้นได้สดๆ ร้อนๆ หลังจากนั่งหาวิธีช่วยเพื่อนอยู่นานสองนาน และไอ้ที่เขาจมหายไปกับโทรศัพท์นั้นไม่ใช่อะไร ก็ช่วยหาแฟนให้เพื่อนเตี่ยสุดเลิฟ นี่เขาทำคุณบูชาโทษชัดๆ มองแรงอะไรเบอร์นั้น

“วิธีอะไรของมึง” ผมขมวดคิ้วมุ่น ไม่แปลกที่มันจะรู้เรื่องนี้เพราะผมเองนี่แหละที่เป็นคนเล่าให้มันฟัง ก็ไอ้กลางตัวนี้มันเป็นเพื่อนสนิทผมมาตั้งแต่ม.ปลาย ร่วมทุกข์ (?) มากกว่าร่วมสุขกันมาก็เยอะ และที่สำคัญมันรู้ดีว่าการหาแฟนของผมครั้งนี้ จุดมุ่งหมายสูงสุดคืออะไร แอบยิ้มร้ายตอนนี้ก่อนได้มั้ยเพราะสิ่งที่ผมทุ่มหมดตัวกำลังจะเป็นจริง

รอผมหน่อยนะครับพ่อ (ปรายตามองใครบางคน ยิ้มอ่อน)

เพราะผมไม่คิดที่จะคบกับใคร (นอกจาก...) มันรู้ดีว่าผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง (เฉพาะกับคนที่ไม่สนิท) สูงชนิดที่ว่าถ้าน้ำท่วมทั่วโลกผมก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกส่วนตัวที่สูงลิบของผมได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

“มึงอย่าโง่ดิไอ้เตี้ย มึงลืมอะไรไปหรือเปล่าว่ามึงน่ะรวย”

“แล้ว?”

“มึงก็จ้างคนมาเป็นแฟนมึงดิวะ ง่ายแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้” กลางพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจในความคิดของตัวเองทั้งยังเก็กท่านั่งเชิดหน้าชูตายืดอกประหนึ่งทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม แต่ขอโทษครับ นายนราธรเก่งกว่ามึงหลายขุม

อย่าคิดว่าคนที่ใส่แว่นหนาเตอะต้องสายตาสั้น ฉลาด และเป็นเด็กเรียนเสมอไป

จะให้พูดจริงๆ กลางจัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมากคนหนึ่งถ้ามันไม่เอิ่ม...

ใส่แว่นตาหนาเตอะ กับทรงผมปิดหน้าปิดตา ก็นะ มันสูงตั้งร้อยแปดสิบเก้า รูปร่างสมส่วนตามแบบฉบับนักกีฬาเพราะเวลาว่างก็จะไปขลุกตัวอยู่แต่กับการเล่นบาสเก็ตบอล ยิ่งผิวที่ขาวออร่าจับจนทำให้สาวๆ หลายคนไปนั่งรออ้า (ขา) เชียร์อยู่ข้างสนาม ทำให้มันกลายเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงไม่ต่างจากผม (จริงๆ คือมันเบื่อที่พวกหล่อนตบกันเพื่อแย่งมัน) และที่สำคัญคือมันแม่งเคยเจ้าชู้จนสับรางไม่ทัน มันเลยเปลี่ยนลุกให้ตัวเองดูแย่ลง (?)

‘มึงแม่งก็แปลก คนอื่นเขาอยากทำตัวเองให้ดูดีขึ้นเพื่อให้คนสนใจ แต่มึงกลับทำตัวเองให้แย่ลงเพื่อให้ไม่มีใครสนใจ’ 

‘ก็กูรู้ไงว่ากูหล่อกว่ามึงหลายขุม กูต่อให้เถอะ เดี๋ยวชาตินี้มึงหาเมียไม่ได้’ 

‘สัส!!’ แต่จะว่าไปผมก็หล่อน้อยกว่ามันหรือเปล่าหว่า (?) แถมผมยังสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบห้าเซนฯ แต่ผมว่ามันสูงเกิน คนบ้าอะไรสูงตั้งร้อยแปดสิบเก้า ไม่รู้ว่าต้นตระกูลมันเป็นยีราฬหรือเปล่า หรือว่าเปรต ยีราฟแม่งยาวแค่คอ 

และนี่คือสิ่งที่มันบอกกับผมเมื่อสามปีก่อน

ถอนหายใจอีกรอบให้กับความมั่นหน้าของ (ผม) เพื่อนได้มั้ย

นอกเรื่องไปซะนาน ตอนนี้ขอกลับมาเครียดเรื่องที่ผมต้องมีแฟนก่อนดีกว่า

“แต่ถ้ากูจ้าง พ่อกูจับได้ชัวร์” ไม่ใช่ว่าผมคิดไม่ได้หรอกนะเรื่องการจ้างใครสักคนมาเป็นแฟน แต่คุณเข้าใจมั้ยว่าคนที่แสดงละครไม่เป็นแบบผม (หรอนัท ได้ข่าวว่าจะเรียนนิเทศฯ ไม่ใช่หรา) จะให้ทำเป็นรู้สึกชอบหรือรักใครสักคนมันยากขนาดไหน แล้วยิ่งต้องคอยเอาใจใส่ดูแลพวกสาวๆ ผมยิ่งทำไม่เป็น และยิ่งต้องมาทำแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าพ่อกับแม่ ผมคงอกแตกตาย แค่คิดก็เซ็งสุด

“แต่ที่กูบอกให้จ้าง กูไม่ได้จะให้มึงจากผู้หญิง”

หืม!? 

“กูจะให้มึงจ้างผู้ชายมาดูแลมึงครับไอ้เตี้ย”

“สัส” ผมนึกคำด่ามันไม่ออกนอกจากคำนี้จริงๆ

“เฮ้ย! มึงอย่าเพิ่งด่ากู คนอย่างมึงดูแลใครไม่ได้หรอกไอ้นัท มึงเหมาะที่จะถูกดูแลมากกว่า” ไอ้กลางยังไม่เลิกความคิดของมัน ทั้งยังยื่นมือมาตบไหล่ผมปุๆ แววตาของมันมองมาที่ผมด้วยความจริงจังทำให้ผมไม่กล้าพูดอะไรออกไป ทำได้เพียงนั่งฟังวิธีการของมันเงียบๆ

“มึงฟังกูนะ ถ้ามึงมีแฟนเป็นผู้ชาย เขาก็ต้องดูแลเอาใจใส่มึง เพราะเย็นชาอย่างมึงดูแลใครไม่ได้หรอก และกูเชื่อว่าพ่อกับแม่ของมึงจะไม่ว่าอะไร พวกท่านรักมึงนะโว้ย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับ แต่เขาจะรอจนกว่ามึงจะเป็นฝ่ายบอกเลิก อย่างน้อยก็ยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุดเท่าที่มึงทนได้ มึงก็แค่เปลืองตัวนิดเปลืองตัวหน่อย แค่ยอมให้เขาจับ”

หมับ

ไม่พูดเปล่า ไอ้กลางมันยื่นมือมาจับมือของผมไปด้วยเพื่อแสดงให้เห็นว่าผมต้องโดนอะไรบ้าง

“ให้เขาโอบ”

หมับ

ทั้งยังเปลี่ยนมาโอบผมอีก เอาเข้าไปกับการเล่นใหญ่ของมัน (มันก็ดีกับตัวผมนี่หว่า เล่นต่อไปเพื่อน เล่นอีก)

“ทั้งยังจูบ”

แปะ

ยังไม่ทันที่กลางจะทำท่าจูบผม ฝ่ามือพิฆาตของผมก็ยื่นออกไปตวัดตีเข้าที่ปากของมันเต็มแรง

บางครั้งมึงก็เล่นเยอะไป 

“เชี่ย!! กูเจ็บนะโว้ย” กลางถอยออกห่าง มองผมคาดโทษ ยกมือขึ้นมาลูบปากตัวเองเพราะเจ็บที่ถูกผมตีอย่างแรง

โทษทีเพื่อน การแสดงนะ กลัวไม่เนียน 

“ก็ตามใจมึงแล้วกัน จะยอมทำตามวิธีของกู หรือจะยอมคบกับคนที่แม่มึงจะส่งมาให้ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้ามึงทำให้แม่มึงไม่พอใจ มึงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น” คราวนี้สงสัยไอ้กลางโกรธที่ผมเล่นเกินบทมันถึงมองผมด้วยสายตาขุ่นๆ ทั้งยังพูดถึงสาเหตุสำคัญที่พ่อบังคับให้ผมรีบมีแฟน

ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของผมจะหย่าขาดจากกันแล้วก็จริง และผมเลือกที่จะอยู่กับพ่อ แต่ใช่ว่าแม่จะไม่มีสิทธิ์ในการดูแลผมเลย ท่านทั้งสองตกลงร่วมกันว่าจะยังคงช่วยกันดูแลผม และด้วยความที่ครอบครัวฝั่งทางแม่ผมนั้นไม่ธรรมดา แน่นอนว่าต้องมีเพื่อนของแม่หลายคนที่พาลูกสาวของตัวเองมาประเคนให้แม่ผมเลือก ซึ่งผมเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านนี้นี่หน่า

แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะยังมีลูกพี่ลูกน้องของผมอีกคนที่ถูกตัดขาดไปจากวงศ์ตระกูลเศรษฐทรัพย์ด้วยเหตุผมไร้สาระตั้งแต่ปีมะโว้ ตอนนี้น้องผมไปเป็นนายเอกซีรี่ย์ดังแล้วครับ คิดแล้วอิจแรง ถ้าไม่เกิดเรื่องที่ทำให้ผมตัดสินใจหักเหมาเรียนสายนี้ก่อน ป่านนี้ผมคงดังไกลไม่แพ้กัน ก็การแสดงเป็นสิ่งที่ผมรักแล้วเรียนมาตั้งแต่เด็ก

ทำไมชีวิตผมแลดูเศร้า แต่ที่จริงมันไม่เศร้านะโว้ย ออกจะครึกครื้น

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง” ในที่สุดผมก็ยอมรับวิธีการของมันจนได้ ผมไม่รู้หรอกนะว่าถ้ามีแฟนเป็นผู้ชายแล้วจะทำให้พ่อกับแม่รู้สึกยังไง แต่มันเป็นวิธีที่ผมคิดว่าน่าจะดีที่สุดในเวลานี้ อย่างที่ไอ้กลางบอก พ่อกับแม่รักผมมาก ผมน่าจะยื้อเวลาออกไปได้อีกสักระยะหนึ่ง

มีแฟนเป็นผู้ชายก็ไม่เลว 

และผมไม่รู้เลยว่าความคิดบ้าๆ ของผมที่ดันไปหลงเชื่อเพื่อนที่บ้าพอกันจะทำให้โลกส่วนตัวของผมสั่นคลอน…

อีกฟากหนึ่งของมหาวิทยาลัย N

               คณะบริหารธุรกิจ

“แฟนหลอกๆ แกล้งว่ารัก ทักต้องตอบ เรียกต้องมาก บริการถึงใจ ดูแลดีจ่ายไม่อั้น

คุณสมบัติผู้สมัคร

-เพศชาย

-อายุ 19-30 ปี

-ส่วนสูง 175-190

บุคลิคชอบดูแลเอาใจใส่ สนใจคอมเม้นด่วน มันมีอาชีพแบบนี้ด้วยหรอวะ”

               อามันขมวดคิ้วมุ่นเมื่ออ่านข้อความใน IG จากโทรศัพท์ของตัวเอง (ที่น้องสาวแอบหยิบไปเล่น) ซึ่งน้องสาวที่คลานตามกันมาแต่ไม่ยักมีเลือดกรุ๊ปเดียวกันกับตน เพราะน้องสาวผู้น่ารักของเขานั้นมีสายเลือดวายโดยแท้ตั้งแต่จำความได้ หรือแปลความให้เข้าใจกันถ้วนทั่วก็คืออยากให้ผู้ชายกับผู้ชายได้กัน ทั้งที่จากสถิติสำรวจว่าผู้หญิงปัจจุบันเป็นโสดซะส่วนใหญ่เนื่องจากผู้ชายมีน้อย แต่น้องของเขานั้นก็ยังจะเชียร์ขาดใจให้ผู้ชายหันมาคบกัน แล้วคนเป็นพี่อย่างเขาจะรอดพ้นน้ำมือของน้องไปได้หรอ

               ปวดหัวกับการที่น้องหาผู้ชายใส่พานมาถวายให้คนเป็นพี่ไม่เว้นแต่ละวันยังไม่พอ ยังต้องมาปวดหัวกับประกาศจ้างหาแฟนทาง IG อีก เดี๋ยวนี้โลกมันหมุนเร็วเกินไปจนนายอามันตามไม่ทันแล้วหรือ

               “ยังไงพี่โอบก็ต้องไป” โอบจะไม่เครียดเลยถ้าน้องสาวของตนไม่ถือวิสาสะแอบเอาโทรศัพท์ของตนไปคอมเม้นใต้โพสต์นั้นว่าสนใจ ทั้งยังติดต่อพูดคุยกับผู้ว่าจ้างเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะถึงเวลานัดดูตัว (?)

               ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมยันมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย คนเป็นพี่หักอกผู้ชายน่ารักมาแล้วหลายสิบคน หากเขาพึงใจหรือสนใจเพศตรงข้าม การเริ่มจีบเป็นไปได้สวย แต่ต้องพังพินาศทุกครั้งเพราะยัยน้องตัวแสบ สารพัดวิธีที่จะกันให้พวกหญิงเหล่านั้นไม่เข้ามาจนพวกเธอยอมแพ้และเป็นผ่านล่าถอย

ทุกวันนี้ที่มีประสบกามชีวิตเพราะแอบหนีน้องไปเที่ยวคลับของเพื่อนสนิทยามวิกาล ลากสาวสวยไปกินในที่ลับแล้วรีบกลับคอนโดก่อนน้องตื่นในตอนเช้า เรื่องแค่นี้ก็น่าจะตอบได้แล้วว่าเขาเป็นชายแท้ ชายทั้งแท่งที่ชอบผู้หญิงและแท่งของเขาก็มีไว้สำหรับสาวสวยทรงโต ไม่ใช่เพศเดียวอกแบน ผู้ชายด้วยกันมันจะไปมีอารมณ์ร่วมกันได้ยังไง

               แต่ต่อไปนี้นายอามันจะไม่ทน จะไม่ยอมอีกต่อไป

               ชีวิตนี้พี่ขอลิขิตเอง  

ว่าแล้วก็ปฏิเสธเสียงดังฟังชัด แววตาหนักแน่นฉายชัด แต่คนเป็นน้องก็มีวิธีที่จะทำให้พี่ตอบตกลงอยู่วันยังค่ำ

               “ยัง-ไง-พี่-ก็-ไม่-ไป”

               “พี่-ต้อง-ไป”

               

ร้าน Love in the mist

               และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ภายในร้านอาหารสุดหรูบรรยากาศค่อนข้างส่วนตัว สองพี่น้องตระกลูอ.อ่างก็เข้ามานั่งรอยังโต๊ะที่ผู้ว่าจ้างจองไว้สำหรับการเจรจาธุรกิจสำคัญ (?)

               “เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจของผู้เป็นพี่ดังเป็นระยะภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

               ไม่เคยจะขัดใจน้องสาวตัวเองได้เลย เพียงแค่เจ้าหล่อนทำตาละห้อย ทั้งยังหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยตาคู่สวย พี่ชายสุดที่รักจึงจำใจตบปากรับคำ เนื่องไม่อยากเห็นน้ำตาของผู้เป็นน้อง และวิธีการนี้มักใช้ได้กับพี่ชายของตัวเองเสมอ น้องอ้อมผู้น่ารักจึงใช้วิธีการนี้ทุกครั้งเพื่อให้พี่ชายของตนยอมออกมากินข้าวกับผู้ชายที่น้องคิดว่าเหมาะสมกับพี่ที่สุด

แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะนราธร เพื่อนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันกับเธอ เพื่อนที่เธอแอบปลื้ม เพื่อนที่เธอแอบมโนอยู่ห่างๆ อย่างอยาก (เสือก) ว่าอยากให้เขาได้คู่กับพี่ชายของตนได้ประกาศหาคู่ใน IG ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การจ้าง (?) ก็เถอะ

ยังไงอ้อมก็จะทำให้นัทกับพี่โอบมีอะไรในกองผ้าห่มกันให้ได้ 

           แต่เธออาจจะลืมไปว่าทั้งสองคนเป็นผู้ชายที่สนใจผู้หญิง

           “ขอโทษครับที่ผมมาช้า” แต่แล้วเสียงรีบร้อนของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำให้สองพี่น้องตระกูลอ.เงยหน้าขึ้นไปมอง ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ท่าทางเด็กเรียนเพราะสวมแว่นตาหนาเตอะ ใบหน้าเจือนแสดงออกถึงความเกรงอกเกรงใจที่ให้อีกฝ่ายต้องมานั่งรอ

               คิ้วเข้มของนายอามันขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติเพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าห่างจากรูปที่น้องสาวให้ดูไกลโข ถึงแม้ว่าจะเป็นรูปที่อีกฝ่ายทำหน้านิ่งๆ แต่มันก็ไม่น่าจะต่างจากตัวจริงราวกับเป็นคนละคนขนาดนี้

               “คุณคือคุณโอบใช่มั้ยครับ” ชายตรงหน้าถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมองอามันด้วยแววตาสำรวจอย่างปิดไม่มิด

               หงึก

               เมื่ออีกฝ่ายถามถึงชื่อตน อามันก็พยักหน้าตอบรับเพียงหนึ่งหงึกทั้งยังสำรวจชายตรงหน้ากลับเช่นเดียวกัน

สูงประมาณร้อยแปดสิบปลายๆ ตัวหนา มีมัดกล้ามน่าจะเล่นกีฬาไม่ก็เข้ายิม ผิวค่อนข้างขาว ถ้าเซ็ตผมดีๆ แล้วถอดแว่นออกคงหล่อน่าดู 

ติดนิสัยสังเกตเพราะเรียนบริหาร และที่บ้านประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำให้อามันรู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อความลื่นไหลในบทสนทนาและต่อยอดธุรกิจทำให้เขาเข้ากับคนง่าย ฉกฉวยคนเชื่อใจด้วยการรักหรือชอบในสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจ

“ทำไมเป็นกลางล่ะ” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่นั่งอยู่ข้างพี่ชายหลุดถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มทั้งสองขมวดคิ้วมุ่น

               “รู้จักพวกเราด้วยหรอ” หนุ่มแว่นถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เคยรู้จักกับคนที่นัดมาวันนี้ และที่สำคัญ เป้าหมายไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับพาผู้หญิงอีกคนมาด้วย

               “นี่ไม่ใช่คนที่นัดให้พี่มาเจอหรอ” อามันเองก็ถามขึ้นในสิ่งที่ตนสงสัย

               “แฮะๆ” อ้อมทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับผู้ชายทั้งสอง แต่ยังไม่ทันตอบอะไร ใครอีกคนก็วิ่งมาหยุดยืนข้างๆ กลางด้วยความตื่นตระหนก

               “ไอ้กลาง! พ่อกูกำลังมา!!” ทั้งยังบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงร้อนรนท่าทีรีบร้อน

               “พูดจริง?”

               “เอ่อ ใกล้จะถึงแล้วด้วย!!!” ว่าจบ ชายผู้มาใหม่หันไปมองอนาคตลูกจ้าง (?) ของตนที่อีกฝ่ายทำได้เพียงมองมาด้วยความงุนงง

               “นายชื่อโอบใช่มั้ย”

               หงึกๆ

               อามันพยักหน้าสองครั้ง ในใจก็คิดว่าคนที่เพิ่งเข้ามานี่แหละคนเดียวกันกับที่น้องให้ดูในรูป

               ทำไมน่ารักจัง 

               ในรูปว่าน่ารัก ตัวจริงน่ารักกว่า

“กูโอเค เขารู้หน้าที่หรือยัง” ผู้ว่าจ้างสำรวจรูปร่างหน้าตาของอนาคตลูกจ้าง (ที่ไม่เคยอยากเป็นลูกจ้าง) เพียงครู่ก่อนจะตอบตกลง

“ตกลงเพื่อนผมจ้างคุณ หน้าที่ของคุณคือทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นแฟนกัน งานง่ายๆ แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”

               “หืม!?” กลางรวบรัด ในขณะที่นายอามันนั่งทำหน้าเอ๋อๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด จริงอยู่ที่อาจจะรู้มาก่อนหน้านี้ว่าอีกฝ่ายต้องการจ้างใครสักคนมาเป็นแฟน แต่ถามเขาหรือยังว่าเขาตกลงด้วยหรือเปล่า

               “ทำได้สิ งานง่ายๆ แค่นี้พี่โอบทำได้สบาย” ผู้เพิ่งถูกจ้างยังไม่ทันที่จะได้ตอบหรือคัดค้านอะไร เสียงสดใสของน้องสาวก็ตอบขึ้นมาแทน ใบหน้าฉายความดีใจสุดขีด และในวินาทีต่อมานั่นเอง

               “นัทลูกพ่อ~” เสียงคุ้นเคยของคนๆ หนึ่งที่ตอนนี้นายนราธรยังไม่อยากเจอมากที่สุดดังขึ้น พร้อมทั้งชายวัยกลางคนในชุดสูทที่โคตรดูดี เจ้าของใบหน้าหล่อคมฉายแววอารมณ์ดีมาแต่ไกลเนื่องจากโทรมาหาลูกชายเมื่อ 5 นาทีก่อน

 

               ‘มึงเข้าไปก่อนเลย กูคุยกับพ่อแป๊บ’ นราธรบอกเพื่อนสนิทที่เป็นฝ่ายจัดการธุระทั้งหมดให้ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหารก่อนกดรับสายโทรศัพท์ของผู้เป็นพ่อที่นานๆ ครั้งจะต่อสายโทรหาลูกชายที เพราะส่วนใหญ่นั้นคุยกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ เพราะพ่อเขาเคยบอกว่ามีเทคโนโลยีก็ต้องใช้ให้คุ้ม ดังนั้นนี้คงต้องเป็นเรื่องด่วนที่ไม่สามารถรอให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ตอบไลน์ได้ 

           ‘ครับพ่อ’  

           [ไงเจ้าลูกชาย ได้แฟนสมใจแกหรือยัง] น้ำเสียงแดกดันดังมาทันทีที่คนเป็นลูกกดรับสาย 

           ‘เกือบแล้วครับ อีกนิดเดียว’ ใกล้แล้วจริงๆ คนๆ นั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วจริงๆ 

           [ดีแล้ว เพราะพ่อกำลังจะไปดูหน้าแฟนแก อยู่ไหนแชร์โลมา พ่อถึงม.แกแล้ว] คนพ่ออดรนทนรอไม่ไหวจนต้องเบิ่งรถหนีงานเพื่อมาดูหน้าลูกสะใภ้ (?) ก่อนถึงวันนัดซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ 

ใครกันนะที่ทำให้ลูกชายของเขายอมทุ่มขนาดนี้  

‘หึ พ่ออย่าโหดนะ คนนี้ผมจริงจัง’ 

“หวัดดีพ่อ” กลางตั้งสติได้เป็นคนแรกหลังจากที่พ่อเพื่อนรักเดินตรงเข้ามายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ลูกชายของตน

“อืม คนนี้หรอแฟนของนัท” ธารามรับไหว้เพื่อนสนิทลูกชายก่อนหันไปมองหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักในชุดนักศึกษา นั่งยิ้มหวานท่ามกลางผู้ชาย 3 คน

“เอ่อ!!! คือ…”

“ไม่ใช่พ่อ พี่โอบต่างหากที่เป็นแฟนนัท” ในขณะที่หญิงสาวหนึ่งเดียวกำลังอ้ำอึ้งเพราะถูกเข้าใจผิด คนเป็นลูกอย่างนราธรจึงเอ่ยแทรกขึ้นเสียงดังฟังชัด ทั้งยังเดินไปหยุดยืนข้างแฟน (?) ของตนที่นั่งทำหน้าเอ๋อแดก

“ห๊า!!” คนพ่อเองเอ๋อแดกตามไปติดๆ ดวงตาคมเบิกกว้างมองหน้าลูกชายสลับคนที่ลูกเคยบอกว่ารัก

“หาอะไรพ่อ ไม่ต้องหา นี่แหละแฟนไอ้นัท (?) ลูกเขยพ่อ (?) หล่อมั้ย (?)” แม้แต่กลางเองก็เกือบหลุดขำเมื่อเห็นใบหน้าเลิ่กลักของพ่อเพื่อน

และในขณะเดียวกัน นายจ้างสุดโหดรวบรวมความกล้าก้มหน้าลงนิดเพื่อกระซิบบอกประโยคแผ่วเบาชิดริมหูลูกจ้างหมาดๆ

“ตอนนี้พี่เป็นแฟนผมแล้วนะ” 

เพียงแค่ประโยคสั้นๆ กลับเรียกเลือดในกายของคนพูดไม่น้อย และมันทำให้คนฟังรู้สึกแปลกๆ กับสัมผัสที่ได้ใกล้ชิด เพียงลมหายใจเป่ารดเรียกเลือดในกายของนายอามันไม่น้อย บางทีเขาอาจต้องกลับคำที่ว่า ‘ไม่เคยรู้สึกอะไรกับผู้ชาย’ เพราะตอนนี้เขานึกสนุก อยากลองคบผู้ชายตามที่น้องบอกแล้วสิ

ถ้าเป็นคนอื่นอามันคงปฏิเสธ แต่พอเป็นคนๆ นี้...ก็น่าสนใจดีนะ

กึก

ว่าแล้วคนมากประสบกามจงใจยื่นแก้มไปกระแทกปากนุ่มเอาใจน้องสาวเสียหน่อย

“อร๊ายยยย” อ้อมกัดปากแน่นส่งเสียงกรีดร้องในลำคอ สองมือกำกระโปรงนักศึกษาแน่น

อีพี่โอบบบบบบ 

ส่วนคนไม่ได้ตั้งตัวตอนนี้วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว

แก้มนุ่มมม งื้อ~ 

พี่โอบทำไมทำกับผมอย่างนี่ครับ ผมจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ จับพี่ฟัดตอนนี้เลยได้มั้ยเนี่ย ไม่ได้ๆ เดี๋ยวแผนแตก ไอ้กลางช่วยกูด้วย กูกำลังจะตาย เขินเชี่ยๆ เขินชิบหาย

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจนมันผิดจังหวะ แต่กลับ...เต้นไปในจังหวะที่ใกล้เคียงกัน

 

ปีศาจโด 

ปีศาจโดเจ้าเก่า เจ้าเดิมมาแล้วจ้า~

นำเรื่องเดิมมารีเมคนะคะ จิเพิ่มความฟินมากขึ้นกว่าเดิม

มาๆ เม้นกันหน่อยจิ เค้าอยากอ่านเม้น สรุปใครมีแผนอะไร ไหนเล่าสิ

ระหว่างหนูนัทคนงามกับพี่โอบคนกาม ใครร้ายกว่ากัน ฮุฮิฮุฮิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น