หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 28 พิธีบวงสรวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 พิธีบวงสรวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2563 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 พิธีบวงสรวง
แบบอักษร

 

ในเมื่อนางมีวาสนาเป็นพระชายาแค่วันเดียว จื่อเย่ว์กลับยินดีจะรับใช้นางสักครั้ง จื่อเย่ว์หันไปมองนอกห้องพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะไล่พวกสาวใช้ไป เหลือเพียงเสียงเบาๆ ดังแว่วเข้ามา แต่ซูซินเหลียนฟังแล้วรู้สึกบาดหูเป็นพิเศษ 

“พระชายารองซู อย่าไปฟังที่สาวใช้พวกนั้นพูดพล่ามกันเลย ยิ่งซุบซิบยิ่งเหลวไหล ระวังเดินข้ามเทียนไขหน่อยเพคะ” 

ซูซินเหลียนมีเพียงสาวใช้คนหนึ่งและแม่นมคนหนึ่งติดตามมา พอเข้าห้องหอพวกนางก็ถูกกันไว้ข้างนอก ในเวลาที่นางไม่มีที่พึ่ง จื่อเย่ว์ยื่นมือออกไปช่วยนางและพูดปลอบเบาๆ ช่วยนางรู้สึกดีขึ้น จึงพูดขอบใจเบาๆ 

“ท่านอ๋อง เจ้าสาวมาแล้ว ทรงทอดพระเนตรดูหน่อยเถิดเพคะ” 

คนอื่นๆ ต่างออกไปจนหมด ในห้องเหลือเพียงคนใกล้ชิดของท่านอ๋อง ซูซินเหลียนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เตียง แต่ควันกำยานที่หนาทึบในห้องนั้นไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดและเนื้อเน่าที่รุนแรงขึ้นทุกที 

ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับการเข้ามาในสุสาน แต่นางยังคงคลุมหน้าด้วยผ้าแดง เบื้องหน้าจึงดูแดงไปหมด 

“อืม” 

เมื่อฉู่จิ่งเหยาตอบรับ เช่นนั้นจื่อเย่ว์จึงเลิกผ้าสีแดงที่คลุมศีรษะซูซินเหลียนออก ทำให้นางมองเห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้นางตกตะลึงเป็นอย่างมาก นางตกใจจนแทบเป็นลม ร่างโงนเงนล้มลงในอ้อมกอดของจื่อเย่ว์ 

“พวกเจ้าออกไปให้หมด” 

ฉู่จิ่งเหยาพูดขึ้นด้วยความยากเย็น ทำให้คนที่เหลือพากันออกไป จื่อเย่ว์ประคองซูซินเหลียนที่แข้งขาอ่อนมาไว้ในกลางลานพิธีเทียนไขที่จัดเตรียมไว้ 

“ท่านป้าหวังล่ะ ข้ากลัว...” 

ซูซินเหลียนเกาะจื่อเย่ว์ซึ่งเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้แน่น จื่อเย่ว์ยิ้มแล้วตบไหล่นางเบาๆ ก่อนพูดว่า 

“พระชายาไม่ต้องกลัวไปเพคะ ท่านอ๋องอ่อนโยนมาก ในเมื่อท่านแต่งเข้าจวนจินซิวอ๋องแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนของจวนจินซิวอ๋อง คืนนี้ขอให้พระชายาอยู่ในวงนี้ดีๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกเพคะ ดูสิ มีท่านหมอผีคอยอยู่เป็นเพื่อนท่านด้วย” 

ซูซินเหลียนมองดูเทียนไขรอบๆ ก็ยิ่งหวาดกลัว เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นถังเฉียนซึ่งสวมหน้ากากขาวดำที่น่ากลัวก็ยิ่งหวาดกลัวจนห่อตัวแน่น 

“นี่อะไร นางจะทำอะไร” 

ถังเฉียนยกไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นกระแทกพื้นแรงๆ เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณห้อง สายตาของทั้งสองคนต่างมารวมกันที่ตัวถังเฉียน แล้วได้ยินนางพูดขึ้นในเวลาที่สมควรพอดี 

“นี่เป็นลานพิธีเพื่อทำพิธีบวงสรวงให้ท่านอ๋อง จำเป็นต้องอาศัยความเป็นหญิงพรหมจารีของพระชายา เมื่อทำพิธีเสร็จ อาการป่วยของท่านอ๋องจะดีขึ้น พระชายาอย่าได้ขยับตามใจชอบ!” 

ยิ่งถังเฉียนบอกนางว่าอย่าขยับตามอำเภอใจ นางก็ยิ่งเกาะจื่อเย่ว์แน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยจื่อเย่ว์แม้แต่น้อย 

“หากพิธีบวงสรวงสำเร็จ อาการท่านอ๋องดีขึ้น ย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับพระชายา” 

คำพูดของถังเฉียนจี้ถูกจุดที่อ่อนไหวของซูซินเหลียน 

“พิธีบวงสรวง พวกเจ้าจะใช้ข้าเป็นเครื่องสังเวย ข้าเป็นบุตรสาวของเจ้ากรมคลังแห่งราชสำนักนะ แต่พวกเจ้ากลับจะใช้ข้าเป็นเครื่องสังเวยเช่นนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าพวกเจ้าตั้งใจจะฆ่าข้า อวิ๋นกุ้ยเฟยเป็นอาหญิงของข้า หากข้าตายไป พวกเจ้าอย่าหวังว่าจะอยู่สุขสบายได้” 

จื่อเย่ว์ได้ฟังคำพูดนาง ก็ยิ่งแน่ใจว่านางเป็นสายสืบของอวิ๋นกุ้ยเฟย แม้จะรู้สึกเคียดแค้นนาง แต่กลับพูดจาอ่อนหวาน พูดปลอบโยนเบาๆ ว่า 

“พระชายาเข้าใจผิดแล้วเพคะ ฝ่าพระบาทและอวิ๋นกุ้ยเฟยทรงส่งพระชายามาไกลนับพันลี้ก็เพื่อให้มาดูแลท่านอ๋องของเรา ท่านหมอผีมีวิชาอาคมแข็งกล้า พระชายาวางใจเถิด ท่านอ๋องต้องหายป่วยแน่นอน” 

ซูซินเหลียนได้ยินว่าท่านอ๋องจะหายป่วย แล้วตัวนางเล่า 

ซูซินเหลียนผลักจื่อเย่ว์ออกไป แล้วพูดว่า 

“พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร คิดจะเอาชีวิตข้าเป็นเครื่องสังเวย ท่านป้าหวัง ท่านป้าหวังช่วยข้าด้วย!” 

ซูซินเหลียนเห็นถังเฉียนที่แสดงบทบาทหมอผีถือไม้เท้าประหลาดสีดำเดินเข้ามาใกล้ก็รู้สึกเหมือนมีแรงกดดันกลุ่มหนึ่งใกล้เข้ามา เสื้อคลุมศีรษะกับหน้ากากขาวดำนั้นทำให้นางหวาดกลัวสุดขีด 

“ไปให้พ้นนะ นางหมอผีต่ำช้า ข้าสั่งให้เจ้าไสหัวไปซะ!” 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น