marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 558

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2563 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 17
แบบอักษร

 

 

 

เจรจาประเมินคู่แข่ง

ด้ยังไงก็ไม่ได้!!! ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอมให้ยองมีไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นเด็ดขาด!!!” เสียงตะคอกดังกึกก้องไปทั่วห้องทำให้ฉันกับลูกน้องคนสนิทเขาได้แต่มองตากันปริบๆ...จะไม่ให้งงที่เขาเป็นแบบนี้ได้ไงปกติเขาเป็นคนเงียบๆนิ่งๆมีเหตุผลเสมอแต่ตอนนี้เหมือนเขากำลังสติหลุดสุดหลังจากที่ได้ยินรายงานจากลูกน้องแล้วพวกนั้นเสนอชื่อฉันเข้าไปสืบข้อมูลมาแต่เจ้าตัวก็รีบคัดค้านเสียงดังทันที

“พี่ค่ะ ฉันไม่เป็นไรหรอกฉันเคยทำเรื่องแบบนี้มาก็ออกจะบ่อยนะอย่ากังวลเลยคะ” ทันทีที่พูดจบเขาก็ทำท่าไม่ชอบใจยิ่งกว่าเดิมก่อนจะเหลือบตาไปมองลูกน้องทั้งสองเหมือนเป็นคำสั่งให้ออกไปก่อน

“งั้นผมขอตัวออกไปซื้อบุหรี่ก่อนนะครับนาย นายคุณกับคุณยองมีก่อนเลยครับ” และอึนอูก็ขอตัวออกไปเหมือนรู้งานไม่วายลากแอนดรูที่ยังคงทำหน้าทำตาอยากรู้ไม่หยุดไปด้วย

“ไปได้แล้ว!!” อึนอูพูดพร้อมกับสะกิดแขนเพื่อนเรียกสตินั่นทำให้แอนดรูรู้ตัวทันทีก่อนจะรีบยิ้มแห้งๆพร้อมกับลุกขึ้น

“เออนั่นสินะ...งั้นผมไปก่อนนะครับ” พูดจบเจ้าตัวก็รีบเดินออกไปพร้อมกับอึนอู

ปัง!

เสียงประตูปิดลงทั้งห้องจึงเหลือแค่ฉันกับเขาที่เจ้าตัวขยับเข้ามาใกล้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้..

“เราใช้คนอื่นก็ได้ไม่เห็นต้องทำแบบนี้ด้วยตัวเองเลยยองมีพี่ไม่อยากให้เธอตกอยู่ในอันตราย” เขาพูดขึ้นพร้อมกันโน้มตัวลงมามองฉันอย่างอ้อนวอนด้วยสายตาที่ให้ตายเถอะ!!!! ถ้าจะหล่อน่ารักขนาดนี้อ๊ากกกก!!!

“พี่โฮฉันไม่เป็นไรหรอกถ้าเราใช้คนอื่นทำเรายังไม่มั่นใจเลยว่าจะทำสำเร็จหรือเปล่าสู้ไปเองดีกว่ายังรู้สึกดีกว่าเลย”

“ไม่ได้!!! มันอันตรายพี่ไม่ยอมให้เธอไปใกล้พวกนั้นเด็ดขาด!!! ไม่ได้!!!”

“พี่โฮ...”

“พี่รู้ว่าเมื่อก่อนเป็นยังไงแต่ตอนนี้เธอคือผู้หญิงของพี่คือคนที่พี่รักพี่ไม่อยากให้เธอตกอยู่ในอันตราย...” เขาพูดพร้อมกับจ้องหน้าฉันด้วยใบหน้าเหมือนกำลังกลัวนั่นทำให้ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย...ก็เขาดันมาบอกรักในสถานการณ์แบบนี้นะสิให้ตายเถอะ

“ถ้างั้นเรามาหาคิดหาทางใหม่ละกัน...โอเคมั้ย” ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจฉันก็ยังไม่ตัดใจเรื่องที่จะตัดสินใจแอบเข้าไปหรอกเพราะก่อนที่จะบินมาที่นี่ฉันได้รับการติดต่อจากพี่ิลิสแถมพี่เขายังฝากบางอย่างมาให้แบบลับๆโดยที่พี่โฮไม่รู้ด้วย...

“พี่มีวิธีอยู่แล้ว....” เขาตอบกลับฉันมาด้วยสีหน้าโล่งใจที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนเจ้าตัวจะดึงฉันเข้าไปกอดอย่างหวงแหน

“งั้นเดี๋ยวรอสองคนนั้นมาเราก็ค่อยวางแผนที่พี่ติดไว้ละกันเนอะ”

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

 

 

“สวัสดีครับ มิสเตอร์ เควิน ผม คริสลินเนียส ครับยินดีที่ได้พบ” เสียงของคนข้างๆฉันดังขึ้นเป็นสำเนียงอังกฤษชัดแจ๋วพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นหนุ่มต่างชาติรูปหล่อ...

“สวัสดีครับ มิสเตอร์ คริสลินเนียส ยินดีที่ได้พบเช่นกัน” ชายหนุ่มต่างชาติรูปหล่ออีกคนยื่นมือมาจับมือของเขาเป็นการทักทายอย่างเป็นทางการแต่เหมือนทางนั้นจะส่งสายตามองมาทางฉันนั้นทำให้พี่โฮดึงฉันเข้าไปชิดตัวพร้อมกับเอื้อมมือมาโอบเอว

“นี่คือภรรยาของผมครับ นิโคลลีน” คำแนะนำของพี่โฮทำให้ฝั่งนั้นยิ้มน้อยๆออกมา

“สวัสดีครับ มิส นิโคลลีน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขากล่าวทักทายพร้อมกับเอื้อมมาหาฉันนั้นทำให้ฉันต้องเอื้อมมือไปจับมือเขาอย่างจำใจในขณะที่พี่โฮออกแรงรัดเอวฉันเล็กน้อยเหมือนไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

“สวัสดีค่ะ คุณเควิน ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันคะฉันเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณพอๆกับคริสเลยนะคะเพราะคุณเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่คนทั้งโลกต่างจับตามอง” แฟนคลับกับผีนะสิ!!! ฉันพึ่งอ่านข้อมูลเขาเมื่อสองวันก่อนละต้องมาตอแหลพูดว่ารู้จักมาเนิ่นนานแถมยังต้องมาปั้นหน้ายิ้มเหมือนหลงใหลเขามากด้วยตามประวัติที่ได้รู้มาหมอนี่หลงตัวเองสุดๆ!!!! เพราะงั้นการทำแบบนี้มันจะทำให้หมอนี่ตกลงที่จะทำธุรกิจกับเราได้ง่ายแถมยังสามารถเข้าใกล้เขาได้ด้วยแต่ตอนนี้เจ็บเอวไปหมดละเพราะพี่โฮเล่นหยิกเอวฉันนะสิหลังจากที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นแถมเจ้าตัวยังส่งยิ้มเย็นยะเยือกมาให้ด้วย

“อ่ะ!! พูดแบบนี้ผมก็เขินแย่สิครับมิสนิโคลลีน”

“ฮ่าๆ จะเขินทำไมคะคุณเก่งจริงๆนะฉันชื่นชมคุณมาก อ๊ะ!!” แต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อคนข้างๆก็บิดเอวแรงขึ้นนั้นทำให้ฉันแสดงสีหน้าออกมาทันทีว่าเจ็บมากจนคนตรงหน้ามองมาอย่างสงสัย

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“อ้อ!! ไม่เป็นไรค่ะ พอดีจู่ๆก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาดื้อๆ” คำตอบของฉันทำให้อีกฝั่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นเดี๋ยวขึ้นไปบนห้องพักผมเลยละกันผมคิดว่าคุยธุระกันตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่คงไม่ว่าอะไรนะครับมิสเตอร์คริส” เขาพูดพร้อมกับเบียงเบนสายตาไปหาพี่โฮ และ คำพูดที่เขาใช้เหมือนจะบอกเป็นในๆว่าการที่จะเจรจากับเขามันต้องรัดกุมกว่านี้ และ ต้องอยู่ในถิ่นของเขาเท่านั้น....

“ได้เลยครับไม่มีปัญหา”

“อ้อแล้วก็อย่าให้ลูกน้องคุณตามขึ้นไปด้วยนะครับเพื่อการต่อลองที่ส่วนตัวของเรา” แม้คนตรงหน้าจะพูดอย่างยิ้มแต่หมอนี่ร้ายไม่เบาฉลาดมาก...

“ไม่มีปัญหาครับยังไงก็ได้อยู่แล้ว” และ คำพูดของคนข้างๆฉันก็ทำให้หมอนั่นยิ้มออกมาอย่างพอใจจากนั้นจึงเดินนำเราสองคนไปที่ลิฟต์แถมก่อนจะขึ้นลิฟต์คนของหมอนั่นก็พยายามตรวจเราเพื่อหาว่าเราพกอาวุธมาด้วยหรือเปล่าคงจะกลัวเราเล่นตุกติกละมั้งแต่อย่างน้อยก็โชคดีที่พวกนั้นไม่ได้ตรวจมาถึงบริเวณลำคอจึงไม่สามารถตรวจจับปฏิกิริยาของนาโนชิปได้พร้อมกับไบโอนิกที่สวมใส่ที่ตา....

ไม่นานหมอนั่นก็พาเราสองคนขึ้นมาที่ห้องพักของตัวเองที่อยู่ชั้นบนสุด และ เป็นห้องที่หรูหราที่สุดของโรงแรมตัวเขาเองเดินนำเราสองคนไปที่ห้องรับแขกขนาดใหญ่พร้อมกับลูกน้องของเขาที่เดินประกบไม่ห่าง

“เชิญนั่งเลยครับทั้งสองคนตอนนี้เรามาเริ่มคุยเรื่องของเรากันเถอะครับเพราะผมหวังว่าจะได้ยินสิ่งที่จะทำให้พอใจอยู่” คำพูดที่เชิญชวนดังขึ้นพร้อมกับนใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่แฝงไปด้วยความอวดดี และ ความหยิ่งผยองแบบสุดๆราวกับจะบอกว่าถ้าคุยอะไรไม่เข้าหูของเขาในห้องนี้ละก็ตัวเขาเองสามารถกำจัดเราสองคนได้ในพริบตาเดียวไงละ...

“ผมคงไม่อาจรับรู้ถึงความคาดหวังมากมายของคุณได้แต่ผมแค่คิดว่าสิ่งที่ผมจะเสนอไปนั้นต้องทำให้คุณพอใจแน่นอนครับ” แต่คนข้างๆฉันก็สามารถตอบกลับได้อย่างแนวแน่ และ สงบนิ่งจนทำให้ฝั่งนั้นกระตุกยิ้ม

“งั้นเชิญพูดสิ่งที่คุณต้องการมาครับ มิสเตอร์ คริส”

“ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับเพราะผมได้ยินมาว่าเบื้องหลังธุรกิจของคุณก็มีสีดำที่ชอบทอดขายสินค้าเข้าตลาดมืดเพราะงั้นผมจึงจะพูดในสิ่งที่ผมต้องการจริงๆเลยละกันว่าสิ่งที่ผมต้องการตอนนี้คือ...อาวุธที่ถูกเรียกว่านาโนเทคครับ” สิ้นสุดคำพูดของพี่โฮหมอนั่นก็ยิ้มกว้างออกมาทันทีก่อนจะมองมาทางเราอย่างเจ้าเล่ห์

“คุณรู้เรื่องนี้ได้ไงครับ อาวุธชิ้นนี้ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในการดำเนินงานด้วยช้ำมีเพียงทีมวิจัย และ คนในเท่านั้นที่จะรูเรื่องนี้...”

จะไม่ให้รู้ได้ไงละก็มีคนพยายามแฮกเข้าฐานข้อมูลใหญ่ของ ANZ นิพวกนั้นพยายามจะขโมยข้อมูลการพัฒนาอาวุธที่ถูกเรียกว่านาโนเทคที่พี่ลิสสร้างขึ้นจากคำบอกเล่าพี่เขาเหมือนพี่เขาจะไม่ได้ตั้งใจสร้างสิ่งที่อันตรายขนาดนี้ขึ้นมาด้วยช้ำเพราะเจ้านาโนเทคนี่เหมือนเป็นสมองกลที่มีไอคิวสูงกว่ามนุษย์ด้วยแค่เราสั่งการมันเท่านั้นมันก็สามารถทำให้เราได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่การสั่งการโจมตีของระเบิดนิวเคลียร์!! เพราะอันตรายแบบนี้พี่ลิสจึงตัดสินใจไม่เปิดเจ้านั้นมาใช้งานแถมยังปิดระบบป้องกันที่แน่นหนาสุดๆ เรื่องนี้พี่ลิสยังไม่ได้บอกพี่โฮเลยว่าทางนั้นทำอะไรมาแต่เหมือนเขาจะอ่านออกจากที่พี่ลิสเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง...

ตอนแรกก็คิดว่าพวกนั้นต้องการข้อมูลการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และ ขีปนาวุธของบริษัทแต่ไม่นานหลังจากที่พวกนั้นแฮกเข้ามาก็มีการพยายามจะเจาะระบบเข้ามาอีกโดยครั้งนี้เป็นการเจาะระบบเข้าหาข้อมูลการพัฒนาของนาโนเทคโดยตรงจึงสามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่พวกมันต้องการจริงๆคืออะไร และ ที่แฮกมาตอนแรกนั่นมันคงแค่อยากทดสอบระบบการป้องกันของทางนี้เท่านั้น....

“พอดีว่าคนที่ต้องการจริงๆสั่งผมมานะครับ...” คำพูดที่สงบของพี่โฮทำให้หมอนั่นพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ก็มิวายมองมาทางเราอย่างสงสัยอยู่ดี...

“ผมไม่ได้จะมาทำอะไรหรอกครับพอดีคนๆนั้นสั่งผมว่ามาให้ผมมาคุยกับคุณเรื่องนี้ และ บอกให้คุณหามันมาให้เขาให้ได้ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เขาให้ได้ไม่อั้น....” คำพูดของพี่โฮทำให้สายที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงของหมอนั่นค่อยๆหายไปเหลือเพียงสายตาวาวโจรที่ได้ยินคำว่าไม่อั้น

“สิ่งที่คุณต้องการมันมีราคาสูงมากเลยนะเพราะมันสามารถครอบครองโลกนี้ได้ด้วยช้ำ...แถมสถานที่ที่มันอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปเอามาได้ผมขอเวลาคิดเรื่องนี้ก่อนสักสองวันละกันแล้วผมจะให้คำตอบกับคุณ” คำตอบของหมอนั่นทำให้พี่โฮพยักหน้าเบาๆ

“ได้ครับไม่มีปัญหา แล้วผมจะรอคำตอบที่เป็นข่าวดีนะครับงั้นวันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน แล้วเจอกันนะครับหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันเร็วๆนี้”

“ได้เลยครับ ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันมิสเตอร์คริส” พอการเจรจาต่อรองจบลงด้วยการรอเวลาให้คำตอบเราทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะออกมาจากที่นั่นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่โฮคิดอะไรแต่จะถามตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะยังอยู่ในโรงแรมอยู่ และ เราก็กำลังลงจากลิฟต์โดยที่หมอนั่นไม่ลงมาส่งด้วยช้ำเสียมารยาทชะมัดแต่ก็ดีแล้วแหละฉันขี้เกียจปั้นหน้ายิ้ม...

“พี่ค่ะ...หมายความว่าไงที่หมอนั่นพูดแบบนั้น” และ ทันทีที่มาถึงรถฉันก็ถามขึ้นทันทีเพราะดูจากคำพูดของหมอนั่นดูยังไงก็เล่นตัวชัดๆแต่เล่นไปก็เท่านั้นเจ้านั้นไม่มีปัญญาเอานาโนเทคนั่นมาได้หรอก

“หมอนั่นเจ้าเล่ห์เหมือนกันนะ...” พี่โฮพูดขึ้นแค่นี้ก่อนนะมองเข้าไปในโรงแรมที่เห็นคนของหมอนั่นยืนอยู่หลายจุด

“ที่เจ้านั้นพูดแบบนั้นเพราะกำลังทดสอบเราอยู่ และ ที่ต้องขอเวลาสองวันคือหมอนั่นจะไปสืบว่าเราทำงานให้ใครไงละ ฮึๆ” คำพูดอธิบายง่ายๆของเขาทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ทันทีการที่จะคิดว่าหมอนั่นอันตรายมันก็อันตรายอยู่หรอกแต่คนที่อันตรายกว่าคงไม่พ้นผู้ชายที่อยู่ข้างๆฉันตรงนี้มากกว่า...ที่เขาสามารถอ่านเกมของศัตรูออกได้อย่างแจ่มแจ้ง

“แล้วแบบนี้เราจะเอาไงต่อ”

“ก็ถึงเวลาที่เราจะปั่นป่วนฝั่งนั้นกลับบ้างไงละ....” คำพูดที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความอันตรายของคนข้างๆทำให้ฉันหวั่นใจชะมัดโชคดีจริงๆที่เขาไม่คิดจะทำร้ายฉันโชคดีจริงๆที่ได้อยู่ข้างเดียวกับเขาให้ตายเถอะ!!!

“โอเค...แผนต่อไปของพี่คืออะไร”

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

 

“ไปสืบมาสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหนทำงานให้ใครฉันต้องการด่วนที่สุด!!!” ชายหนุ่มตาน้ำข้าวพูดขึ้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับยืนมองรถเป้าหมายของเขาที่กำลังแล่นออกไปอย่างนึกสนุก...เขามีความรู้สึกเหมือนคนที่เขาพึ่งเจอเมื่อกี้ไม่ธรรมดาจริงๆจนเขาชักจะอยากรู้แล้วสิว่าพวกนั้นเป็นใคร..

“ครับนาย” พูดจบลูกน้องของเขาก็เดินออกไปเหลือเพียงมือขวาคนสนิทของเขาที่เดินเข้ามาหา

“ผู้ชายคนนั้นเมื่อกี้ดูไม่ธรรมดาเลยนะครับ”

“นายก็คิดงั้นใช่ไหม...ฉันก็รู้สึกเหมือนว่าหมอนั่นมีอะไรบางที่แตกต่างจากนักธุรกิจทัวไปหรือมาเฟียงี่เง่า”

“นั่นสิครับ”

“เจ้าหมอนั่น....มันสงบนิ่งไม่กลัวตายแถมยังสามารถคาดเดาคำพูดของฉันได้อย่างชานฉลาดไม่ใช่คนปกติแน่นอน”

“จัดการเลยก่อนดีมั้ยครับเดี๋ยวจะเป็นปัญหาภายหลัง” คำพูดของลูกน้องคนสนิททำให้เขาหันหน้ากลับมามองพร้อมกับแฉะยิ้มออกมาอย่างผิดหวังที่คนข้างกายของเขาช่างคิดอะไรตื้นๆแบบนี้

“อย่าคิดอะไรโง่ๆไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง ว่าแต่สถานที่เกาหลีตอนนี้เป็นไงคนของเราในทำเนียบโดนถอดออกกี่คน”

“ทั้งหมดครับ!!! พวกนั้นโดนตรวจสอบจากพนักงานที่ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดีคนเดียวไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้เลยครับจนตอนนี้คนพวกนั้นโดนถอดถอนพร้อมกับตัดสินจำคุกเรียบร้อย” หนุ่มตาน้ำข้าวกำมือแน่นด้วยความโกรธทันทีที่ได้ยินแบบนี้...

“ไร้ประโยชน์จริงๆพวกนี้...แล้วฉันจะรายงานเรื่องนั้นต่อท่านผู้นั่นยังไงละให้ตายเถอะ!!! ไอ้พวกชเวนี่วุ่นวายชะมัด!!!”

“แล้วก็รายงายอีกเรื่องครับ...คือทางเรายังไม่สามารถหาวิธีเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลลับนั้นได้เลยครับ”

“โว้ย!!! ให้ตายเถอะปวดหัวจริงๆไม่ได้ก็บอกให้พวกนั้นหาวิธีจนกว่าจะเข้าได้!!! แล้วก็อีกอย่างนะสั่งคนของเราปิดปากพวกที่อยู่ในคุกทั้งหมดสะ”

“ครับนาย” หลังจากที่ลูกน้องของเขารับคำเสร็จก็เดินออกไปจากห้องทันทีเหลือเพียงเขาอยู่ในห้องเพียงลำพังสองมือเขากำแน่นด้วยความโกรธ!!!!

“ไอ้พวกสวะ!!!”

 

 

 

กลับมาแล้วหลังจากหายไปพักผ่อนแบบคนโง่ๆทำมาก็พอจะให้มีกำลังใจขึ้นมานิดๆหน่อยๆบ้างแล้วอิอิอิ

จากนี้เรื่องราวจะเป็นไงต่อเนี่ยเหมือนต่างคนต่างฉลาดไม่เบานะแต่ตัวร้ายยังมีใครอีกกกกกฮ่าๆๆๆๆๆ

 

 

 

 

ความคิดเห็น