Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 19

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.5k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2563 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 19
แบบอักษร

19. 

ช่วงเวลาที่แสนยาวนานทำให้เฟิงหลงสงสัยถึงความผิดปกติ ร่างกายขยับขึ้นนั่ง สายตาจับจ้องคนที่ยังไม่ได้สติ มือวางลงบนหน้าผากเนียนเพื่อวัดไข้ อุณหภูมิที่กระทบกับมือซึ่งลดลงเรื่อยๆ ทำให้เบาใจ

ลี่ชิงเป็นไข้ แต่เพราะ ‘ยาบำรุง’ ที่ให้กินช่วยให้อาการไม่หนักเท่าครั้งแรกที่ฮีต

ดวงตาคมที่เจือความสงสัยเลื่อนลงมองคนในอ้อมแขน จับจ้องอยู่แบบนั้นราวกับจะหาคำตอบ

มันยาวนานเกินกว่าการฮีตของคนทั่วไป

การรัทเกิดจากการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จะยาวนานและรุนแรงมากเมื่อเป็นการกระตุ้นจากฮีตของคู่แห่งโชคชะตา

ข้อมูลพื้นฐานที่ใครก็รู้ทำให้เฟิงหลงรู้สึกว่าความสงสัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกของตัวเองมีน้ำหนักมากขึ้น

สัญชาตญาณคือสิ่งที่ไม่โกหก 

เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพันธะคู่แห่งโชคชะตา ไม่คิดว่าตัวเองมี กระทั่งครั้งแรกที่เริ่มครุ่นคิด และเชื่อไปกว่าครึ่งในครั้งนี้

เขากับลี่ชิง...คือคู่แห่งโชคชะตางั้นหรือ

--

ผลของความรุนแรงตามสัญชาตญาณที่ไม่อาจควบคุมส่งผลให้คนที่ร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปมีไข้แบบที่เฟิงหลงคาดเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้สูงจนต้องเรียกหมอ อีกทั้งคนทำยังคอยป้อนข้าวป้อนยาให้ครบทุกมื้อ เพียงสามวันอาการก็ดีขึ้น หลงเหลือเพียงไข้อ่อนๆ และความอ่อนล้าอีกเล็กน้อย

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

ลี่ชิงช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขณะวางแก้วน้ำเปล่าลงหลังจากกินยาเสร็จเรียบร้อย

ในที่สุดอีกฝ่ายก็เอ่ยถึงเรื่องที่เลี่ยงมาหลายวัน

“ครับ”

ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นแล้วรั้งแขนให้ลี่ชิงลุกตาม กระทั่งไปถึงห้องนั่งเล่น เฟิงหลงทรุดตัวนั่งบนโซฟาตัวยาว บังคับอีกคนให้นั่งลงบนตัก หันหน้าเข้าหากัน

การผูกพันธะทำให้หลงใหลในกันและกันมากจนเผลอมองใบหน้าสวยอย่างเนิ่นนานกว่าจะเริ่มพูด

“เธอรู้สึกอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มดังขึ้นยามสายตาประสานกันนิ่ง

“...” คนถูกถามเม้มปากแน่น

“ลี่ชิง” เฟิงหลงมองหน้าคนรัก จากนั้นจึงค่อยพูดต่อ “เธอรู้สึกถึงความผิดปกติไหม”

“ผมรู้...อยู่แล้ว” ลี่ชิงพูดเสียงแผ่วโดยไม่คิดปิดบังอะไรอีกต่อไป

หัวคิ้วของเฟิงหลงมุ่นเข้าหากันอย่างยุ่งเหยิง

“หมายความว่ายังไง”

“รู้ว่าคุณคือ...คู่แห่งโชคชะตา...ตั้งแต่แรก” 

ร่างหนาตัวแข็งทื่อเมื่อสิ่งที่สงสัยถูกเฉลยจากปากของลี่ชิง ในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ปากเผยอเตรียมจะเอ่ยคำถามแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดลอด คล้ายมันอยากพูดหลายสิ่งจนพูดไม่ออก

เพราะไม่เคยเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

“ครั้งแรกที่พบคุณ ท่าทางที่เหมือนคนป่วย”

เฟิงหลงนึกย้อนไปถึงงานวันเกิดของผู้เป็นย่า ทบทวนเรื่องราวตั้งแต่วินาทีแรก ฉุกคิดทุกรายละเอียดที่ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจอย่างถี่ถ้วน

อาการนั้นเกิดขึ้นเพราะลี่ชิงรู้สึกตั้งแต่แรกงั้นหรือ

“ทำไม” คนที่ไม่รู้เรื่องราวเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

ลี่ชิงเม้มปากเข้าหากัน ลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ เปิดปากเล่าเรื่องราวอีกส่วนที่คนตรงหน้าไม่เคยรู้

“ยาที่ผมกินมันกดอาการฮีตและกลิ่นเอาไว้ ผลของฤทธิ์ยาอันรุนแรงที่กินมาหลายปีทำให้แม้แต่คุณยังไม่ได้กลิ่นและไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของการเป็นคู่แห่งโชคชะตา”

“...”

“ที่ครั้งนี้คุณรู้สึกมากอาจเพราะการผูกพันธะ...”

เฟิงหลงฟังทุกอย่างอย่างตั้งใจ เรียบเรียงทุกคำพูดในความคิดแต่สุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า มันมีเพียงความสับสนมึนงง มือสั่นระริก ใจวูบโหวงเหมือนหลุดออกไปจากอก

ไม่เคยรู้อะไร ขณะที่ลี่ชิงรู้มาตลอด

“แล้ววันหนึ่งเฟิงหลงจะเสียใจที่ทำร้ายลี่ชิง” 

คำพูดของผู้เป็นย่าดังขึ้นในหัว พลันความละอายมากมายจากสิ่งที่เคยทำลงไปก็เกิดขึ้นในอก จับจ้องใบหน้าของคนบนตักด้วยความเจ็บปวด

“ฉัน...” เสียงที่มักหนักแน่นมั่นคงดังแผ่ว ไร้น้ำหนัก “ขอโทษ”

มีเพียงคำเดียวที่หลุดพ้นจากปาก แทนความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

เป็นลี่ชิง...

“คุณก็แค่ไม่รู้” ลี่ชิงส่ายหน้าไปมา ในแววตาไร้ซึ่งความถือโทษ แต่นั่นกลับทำให้คนที่เคยใจร้ายรู้สึกผิด

เปลือกตาหนาปิดลง ความวูบโหวงข้างในถูกบรรเทาด้วยการหายใจออกช้าๆ ต่อมาจึงลืมตาขึ้น ยกมือแตะแก้มเนียนแผ่วเบาราวกับของล้ำค่า แหวนบนนิ้วคือสิ่งที่ตอกย้ำว่ามันคือผลจากความอดทนของลี่ชิง

“ฉันใจร้ายกับเธอมาตลอด แล้วเธอก็อดทนเพราะรู้มาตลอด” เวลานี้น้ำเสียงที่มักหนักแน่นมั่นคงสั่นไหว แตกต่างจากจางเฟิงหลงในยามปกติ

“ยอมรับว่าตอนแรกมันทรมาน แต่ไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณก็รู้แล้ว รู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงของการที่ผมเข้ามาวนเวียนในชีวิตคืออะไร ที่พูดว่าไม่เคยคาดหวังอะไรจากคุณนอกจากความรักนั้นคือเรื่องจริง...จริงๆ”

คนฟังซบหน้าผากเข้าหาลี่ชิง ก่อนจะพยักหน้าแล้วกระซิบชิดริมฝีปาก

“ฉันรู้แล้ว ฉันรู้ ขอบคุณที่อดทน ขอบคุณลี่ชิง”

ลี่ชิงหลับตาลง จากนั้นจึงยกมือขึ้นกอดลำคอแกร่ง เบี่ยงหน้าลงไปซบกับไหล่กว้าง ซึมซับความอบอุ่นจากความรู้สึกที่แสนพิเศษนี้เอาไว้ทั้งน้ำตา

ความอดทนมันตอบแทนเขาแล้ว

“...ฉันมีเรื่องจะสารภาพ”

คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากัน ก่อนจะผละออกเพื่อมองหน้าคนพูดด้วยสายตามีคำถาม ขณะที่ดวงตายังคงคลอด้วยน้ำสีใส

“?”

ดวงตาเรียวรีเลิกขึ้นเมื่อคนตัวโตยังนิ่งเงียบ ใบหน้าคร้ามคมแสดงออกถึงความไม่มั่นใจ ใช้เวลาเกือบนาทีกว่าที่จะพูดมันออกมา

“อาการฮีตของเธอ เป็นความตั้งใจของฉัน”

“ว่ายังไงนะ” เสียงที่เอ่ยถามสูงขึ้นโดยอัตโนมัติเนื่องจากความแปลกใจ

“ฉันหวงที่เธอเป็นนายแบบ เลยเปลี่ยนยาต้านฮีตเป็นยาบำรุงร่างกาย”

ลี่ชิงนึกทบทวนยาที่ตัวเองกินทุกวันแล้วก็พบว่าอีกคนจัดการทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของยาไม่ผิดเพี้ยนไปจากยาต้านฮีตเลยแม้แต่น้อย

“เพื่ออะไรครับ”

“เพื่อหวังว่าเธอจะท้อง”

“คุณเฟิง” ลี่ชิงเอ่ยเรียกคนตรงหน้าเสียงอ่อย “เรื่องตารางงานที่เหมือนถูกเคลียร์ไว้แล้วก็เป็นฝีมือคุณเหมือนกันสินะ”

ตารางงานถูกเว้นว่างไปห้าวัน ทว่าคำตอบของแกเรนคืออยากให้มีเวลาพักผ่อน แล้วความสงสัยนั้นก็ถูกเฉลยด้วยการรับคำ

“อืม”

ลี่ชิงถอนใจ หัวใจวูบโหวงเนื่องจากรู้ดีว่าสิ่งที่คนรักคาดหวังมันมีโอกาสน้อยแค่ไหน

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

คำพูดที่เจือความเสียใจทำให้เฟิงหลงเอื้อมไปคว้ามือบางเอาไว้ทั้งสองข้างแล้วประสานนิ้วเข้าหาพร้อมทั้งกระชับแน่น สายตาจับจ้องอยู่ที่แหวนทั้งสองวงก่อนเอ่ยพูด

“ฉันอยากลองพยายามด้วยตัวเอง เมื่อคืนช่วงหลังๆ เลยทำอย่างตั้งใจ”

แม้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ควรขัดเขิน แต่ลี่ชิงที่เผลอนึกภาพตามก็รู้สึกว่าแก้มเห่อร้อน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ขณะพยายามสลัดภาพความร้อนแรงออกจากหัว

“ถ้าไม่สำเร็จคุณจะผิดหวังไหม”

เฟิงหลงนิ่งคิดไปเพียงไม่กี่วินาที

“นิดหน่อย ไม่ใช่เพราะเธอไม่ท้อง แต่เพราะเธอจะยังต้องเป็นนายแบบต่อไป”

ความหวงแหนนั้นทำให้คนถูกหวงระบายยิ้ม กระชับมือที่สอดประสานกันกลับ จากนั้นจึงขยับไปกดจูบลงบนริมฝีปากได้รูปอย่างเน้นหนัก

“ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ อนุญาตให้ลองอีกในครั้งหน้า”

ดวงตาคมเป็นประกายขึ้นมาทันใด

“แน่นอนว่าฉันจะขยันทำอย่างตั้งใจจนกว่าจะสำเร็จ”

ลี่ชิงหลุดหัวเราะ หน้าร้อนวูบเพราะคำว่าจะขยันและตั้งใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังตอบรับจูบที่ทาบทับลงมา

เขาก็จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

--

ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นคู่แห่งโชคชะตา ความหวงแหนที่มีอยู่แล้วยิ่งมีมากขึ้นจนเฟิงหลงคิดว่าตัวเองอาจจะต้องไปบวชอย่างจริงจัง

ดวงตาคมทอดมองใบหน้าของคนที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอด แม้กระทั่งตอนนอนสองแขนก็กอดรัดลี่ชิงเอาไว้โดยไม่ยอมปล่อยเลยสักวินาที

เฟิงหลงหลับตาลงยามพรมจูบทั่วดวงหน้าอีกคนด้วยความรัก ทว่าสุดท้ายก็จำต้องตัดใจผละออกเพื่อลุกไปอาบน้ำ โดยโทรสั่งอาหารสำหรับเช้านี้เอาไว้ก่อน

ด้านลี่ชิงก็รู้สึกตัวตื่นในตอนที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก มือบางควานหาโทรศัพท์แล้วกดปิด จากนั้นจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ข้างกายที่ว่างเปล่าบ่งบอกว่าอีกคนตื่นก่อนแล้ว เมื่อเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวก็เห็นชุดที่ถูกเตรียมไว้ให้ซึ่งถูกวางไว้บนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง พลันอาการสะลึมสะลือก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดนั้นเต็มตา

นอกจากเป็นเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวแล้วยังมีหมวก ผ้าพันคอ และแว่นตาที่ถูกวางเอาไว้ โดยทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นไปในทางเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

ลี่ชิงหลุดหัวเราะเพราะสไตล์การแมตช์ที่ชักจะอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ของคนรัก

ความจริงอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดเรื่องความเข้ากัน คงคิดเพียงแค่ว่าอะไรที่ปกปิดร่างกายเขาได้มากที่สุดเท่านั้น

ฟอด

ลี่ชิงจู่โจมคนที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยการกดปลายจมูกลงบนแก้ม ดวงตาคมจึงเลื่อนมามองพร้อมทั้งวาดแขนโอบรอบเอวบาง โดยที่บทสนทนาเรื่องงานก็ยังคงดำเนินไป นานหลายนาทีกว่าจะวางสาย

“ทำไมไม่ใส่ชุดที่ฉันเตรียมไว้ให้”

เฟิงหลงพูดขึ้นทันทีที่กดตัดสาย สายตาจริงจังเช่นเดียวกับสีหน้าและน้ำเสียง

สเวตเตอร์คอกลมเผยให้เห็นซอกคอขาวบางส่วนที่ปลอกคอเส้นสวยปกปิดเอาไว้ไม่มิด น่าขัดใจจนอยากคว้าผ้าพันคอที่เตรียมเอาไว้มาพัน

หากเป็นไปได้ก็อยากปิดทั้งใบหน้า แม้แต่เส้นผมก็จะไม่ให้เห็น

“มันร้อน แค่นี้ก็พอแล้ว...เสื้อก็ยาวกางเกงก็ยาว” แขนและขาเรียวเหยียดออกประกอบคำพูด แต่ถึงอย่างนั้นเสียงถอนใจด้วยความไม่พอใจก็ยังดังขึ้นทันใด ตามมาด้วยประโยคคำสั่ง

“อย่าลืมใส่รองเท้าผ้าใบด้วย”

“คุณเฟิง” ลี่ชิงเอ่ยเรียกคนรักเสียงอ่อนใจ

“อย่าลืม”

“ครับ” สุดท้ายก็ได้แต่รับคำ “ไปกินข้าวกันเลยหรือเปล่า” ลี่ชิงรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่อีกคนจะสั่งให้สวมใส่อะไรมากกว่านี้

“อืม”

เฟิงหลงรับคำพลางหยัดกายลุกขึ้นพร้อมทั้งรั้งร่างเพรียวให้ลุกตาม สองมือที่ประสานกันแกว่งไปมาเล็กน้อยระหว่างเดินไปห้องรับประทานอาหาร

--

“อาเฟิงว่ายังไงนะ”

จางผิงเอ่ยถามด้วยเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อย คิ้วเลิกขึ้น มือที่ถือแก้วชาขึ้นจิบค่อยๆ วางมันลงที่เดิม

“ผมถามว่าพอมีวิธีที่จะทำให้หวงลี่ชิงน้อยลงบ้างไหม”

เฟิงหลงพูดซ้ำด้วยสีหน้าปั้นยาก สายตาหลบวูบไปทางอื่น ปัดป้องความขัดเขินด้วยการยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ ด้านคนถูกถามก็อมยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดจะล้อเลียนให้คนเป็นหลานอายยิ่งกว่าเดิม

“ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากเพราะมันเป็นสัญชาตญาณ กับอัลฟ่าก็ว่ามากแล้ว ยิ่งเป็นอัลฟ่าที่มีคู่แห่งโชคชะตายิ่งรุนแรง”

“แล้วไหน่ไนหรือเหยเหย่ทำยังไงครับ” คิ้วเข้มขมวดมุ่นให้กับความรู้สึกอันแสนยุ่งยากที่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร

“นั่งสมาธิ”

“หืม?” เสียงร้องอย่างแปลกใจดังขึ้นในลำคอ แก้วที่กำลังถูกยกขึ้นจดริมฝีปากหยุดชะงัก สมองเรียบเรียงคำตอบเมื่อครู่อยู่ในหัวช้าๆ

นั่งสมาธิงั้นหรือ

“มันช่วยได้” จางผิงพยักหน้ายืนยัน

“เคยได้ยินแต่ชางหลงเล่าให้ฟัง”

เฟิงหลงเคยได้ยินวิธีนี้มาจากพี่ชายอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจ ซ้ำยังมองว่าเป็นเรื่องค่อนข้างไร้สาระเพราะไม่คิดว่าจะเจอใครที่ทำให้รู้สึกได้ขนาดนั้น

“อาเฟิงก็ลองดูสิ”

ลมหายใจหนักอึ้งถูกพรูออกดังเฮือก ไม่มีการเก็บอาการเหมือนปกติเลยแม้แต่น้อย

“ครับ”

เฟิงหลงจนปัญญาเกินกว่าจะดื้อรั้นต่อสิ่งที่ผู้มีประสบการณ์บอก ความรู้สึกหวงแหนอันมากมายส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะกับลี่ชิงที่อาจจะถึงขั้นรู้สึกอึดอัด

“นอนก่อนได้เลย ฉันมีงานที่ต้องทำอีกนิดหน่อย”

ลี่ชิงที่เพิ่งล้มตัวลงนอนเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะขยับตัวลุกนั่ง ทอดมองใบหน้าคร้ามคมของคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความสงสัยเล็กน้อย

“รอนอนพร้อมคุณดีกว่า”

“ไม่ต้อง นอนได้เลย” เสียงทุ้มนั้นเข้มขึ้น เมื่อเห็นว่าดวงตาเรียวรีวูบไหวจึงอธิบายต่อ “ฉันอยากให้เธอพักผ่อนเยอะๆ”

ฝ่ามือหนาวางลงบนแก้มเนียนแล้วลูบไล้ไปมาอย่างอ่อนโยน

“แต่ผมอยากนอนกอดคุณ”

น้ำเสียงและท่าทางคนพูดยังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งความออดอ้อน แต่คำพูดกลับมีความออดอ้อนจนเฟิงหลงใจอ่อนยวบ อดใจไม่ไหวต้องโน้มลงไปทาบทับริมฝีปากบนปากสีสด

“ขี้อ้อนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“คุณไม่ชอบเหรอ” ลี่ชิงเลิกคิ้วถาม

“ชอบ แต่ก็อยากให้เธอนอนไปก่อน”

สองสายตาประสานกัน คุยกันโดยไร้ซึ่งคำพูด ก่อนที่สุดท้ายแล้วลี่ชิงจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ต่อความเป็นห่วงนั้น

“ก็ได้”

เฟิงหลงให้รางวัลเด็กดีด้วยการกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียน สูดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของร่างเพรียวเข้าปอดจนเกิดเสียงแล้วเอ่ยบอก

“ฝันดี”

ใบหน้าเรียวพยักรับ เมื่อเอนกายลงนอนร่างสูงก็ขยับชายผ้าห่มให้ถึงอก พร้อมทั้งหันไปปิดโคมไฟข้างหัวเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป

เปลือกตาที่ปิดลงไหวสั่นเพราะนอนไม่หลับ เสียงพลิกตัวดังขึ้นเป็นระยะ นานเข้าลี่ชิงก็ลืมตาขึ้นในความมืด ซบหน้าลงกับหมอนข้างหวังให้ความนุ่มสบายขับกล่อมให้ง่วงงุน แต่มันก็ไร้ผลเพราะสิ่งที่ต้องการที่แท้จริงคือแผ่นอกแข็งๆ ของใครบางคน

ลี่ชิงนอนถอนใจ ทั้งยังเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างหัวเตียงอยู่เป็นระยะ กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาได้เป็นชั่วโมงเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

คนที่ยังไม่นอนทำเป็นหลับ พอเตียงยวบลงเพราะมีคนทรุดตัวนอนลงก็ทำเป็นพลิกกายกลับไปหา เพียงเท่านั้นท่อนแขนแกร่งก็สอดมาใต้คอ อีกข้างพาดอยู่รอบเอวแล้วอีกคนก็ขยับมาแนบชิดให้ได้ตำแหน่งมากขึ้น

ลี่ชิงลอบยิ้มในความมืด ความอบอุ่นจากเรือนกายหนาพร้อมกับกลิ่นหอมเย็นพาความง่วงให้ค่อยๆ เข้ามาครอบงำ

--

“เป็นอะไร”

เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกให้คนที่นั่งเหม่อขณะกำลังอยู่บนรถหันไปมอง สติที่ล่องลอยกลับมาอยู่ตรงหน้า

ลี่ชิงหลุบตาลงมองมือบนตักตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองคนรัก ริมฝีปากระบายยิ้มบางยามตอบคำถาม

“เปล่า”

“อย่าโกหก” เฟิงหลงพูดขึ้นทันใด มือหนาเอื้อมไปจับมือบางเอาไว้แล้วสอดนิ้วประสานกันช้าๆ “ฉันรู้สึกได้”

คนฟังชะงัก สายตาเลื่อนลงมองมือที่จับกันแน่น เมื่อไม่อาจปกปิดได้เพราะความรู้สึกที่เชื่อมกันความกังวลก็ถูกเปิดเผยขึ้นทันใด

“กลัวว่าคุณจะผิดหวัง”

รถกำลังมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย อาการที่เป็นปกติบ่งบอกว่าสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างคาดหวังลึกๆ ไม่เป็นผลสำเร็จ ลี่ชิงรู้ได้โดยไม่ต้องตรวจ ซึ่งเป็นที่มาของความกังวลทั้งหมด

เพราะรู้ว่าคนข้างกายแอบคาดหวังอยู่ลึกๆ

“ฉันไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น”

“อย่าโกหก...ผมรู้สึกได้” คราวนี้เป็นลี่ชิงที่ทำให้เฟิงหลงชะงักด้วยคำพูดเดียวกัน

คนอายุมากกว่าเลิกคิ้วขึ้นอย่างจำยอม

“เราก็แค่ต้องพยายามกันใหม่” เฟิงหลงพูดพร้อมรอยยิ้มเย้าหยอก

“คุณก็พยายามอยู่แทบทุกวัน” ลี่ชิงพึมพำ

“งั้นก็คงต้องเป็นทุกวันและวันละหลายๆ รอบ”

“แบบนั้นคงตายกันพอดี”

ความกังวลก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความขบขันระคนขัดเขิน เมื่อบรรยากาศดีขึ้นเฟิงหลงก็ยิ้ม ทอดมองใบหน้าสวยนิ่งพลางกระชับมือให้แน่น

“อย่าคิดมาก ฉันเชื่อว่าสักวันความพยายามของเราจะสำเร็จ”

ลี่ชิงก้มหน้าลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งที่มากกว่าเดิม

Urine Pregnancy Test : Negative 

ดวงตาเรียวไหวสั่นระริกเมื่อตัวอักษรนั้นตอกย้ำให้อยู่กับความเป็นจริง มือที่อยู่ในอุ้งมือหนาเย็นเยียบ ลี่ชิงเหลือบมองคนข้างกายแล้วก็พบเข้ากับรอยยิ้มในแบบของเฟิงหลง

รอยยิ้มที่ราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร

“ลี่ชิงจะเตรียมตัวมีน้องเลยไหม”

คุณหมอถามขึ้นเสียงอ่อนโยน และเป็นเฟิงหลงที่หันไปตอบ

“ผมอยากลองพยายามด้วยตัวเองเฉยๆ ถ้าเผื่อเขามาก็ถือว่าเป็นโชคชะตา แต่ถ้าไม่ก็ให้ลี่ชิงได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองไปก่อน”

ความจริงแล้วลี่ชิงยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ หลักๆ คือการเป็นนายแบบซึ่งกำลังไปได้ดี หากโชคชะตากำหนดให้เจ้าตัวน้อยมาด้วยวิธีทางธรรมชาติก็จะถือว่าชีวิตถูกกำหนดมาให้ต้องทำสิ่งใดก่อน

“โอเค ถ้าอย่างนั้นเรื่องยาหมอก็ยังให้กินเหมือนเดิมนะ”

“...ครับ” ลี่ชิงรับคำขณะที่ความผิดหวังยังคงอาบอยู่ในอก โดยมีความอุ่นจากฝ่ามือใหญ่คอยปลอบประโลมไม่ห่าง แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายคือสิ่งที่ตอกย้ำว่าไม่ได้ตัวคนเดียว

หลังกลับจากโรงพยาบาลลี่ชิงยังคงมีท่าทางเหงาหงอย คนที่ไม่ถนัดพูดจึงได้แต่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เฟิงหลงนั่งทำงานโดยมีร่างเพรียวนั่งซบอกอยู่บนตัก

ในตอนปกติลี่ชิงจะไม่มีทางทำแบบนี้ แต่เพราะจิตใจอ่อนแอจึงต้องการพลังงานมาเติมเต็มอย่างมากมาย

“เรียกประชุมบอร์ดบริหารของสถานีช่วงบ่ายของมะรืนนี้” เฟิงหลงสั่งงานคนสนิทขณะวางแฟ้มสุดท้ายที่ต้องเซ็นลงบนกองให้เฉินรับไป

“ครับ”

“แล้วก็ขอเอกสารบัญชีของ xxx ด้วย”

“ได้ครับ”

เฉินรับคำพลางโค้งให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินออกไปพร้อมแฟ้มเอกสารหลายเล่มในอ้อมแขน เมื่อประตูปิดลงสายตาคมก็เลื่อนมองคนบนตัก

“ง่วงไหม”

“...” ลี่ชิงส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“อยากกินอะไรหรือเปล่า”

คำตอบนั้นยังคงเหมือนเดิม

“อยากทำอะไรไหม อย่างเช่น ชอปปิ้ง หรือดูหนัง...ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันหยุดของเธอทั้งที”

“ถ้าผมมีลูกไม่ได้ คุณจะทำยังไง” ลี่ชิงเงยหน้าขึ้นถามโดยไม่ได้ตอบคำถามก่อนหน้า แววตาเจือไปด้วยความไม่มั่นคง ขณะที่คนถูกถามก็ขมวดคิ้วน้อยๆ

“ไม่ทำยังไง ก็มีแค่ฉันกับเธอ”

“จริงเหรอ...”

“เห็นฉันเป็นคนชอบโกหก?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น

คำถามที่มีความไม่พอใจเจืออยู่จางๆ ทำให้ลี่ชิงรีบส่ายหน้า จากนั้นจึงอธิบายถึงเหตุผล

“แค่คิดว่าคุณอาจต้องการทายาทไว้สืบสกุล”

“ฉันมีหลานชายตั้งสองคน” เฟิงหลงพูดขึ้น แล้วก็ได้รู้ว่าอะไรที่ทำให้ร่างเพรียวมีอาการหงอยได้ขนาดนี้ “ถ้านี่คือสาเหตุที่ทำให้เธอกังวลก็เลิกคิดซะ ฉันจะไม่มีทางมีคนอื่น”

ลี่ชิงเม้มปากเข้าหากัน สบสายตาที่มีแต่ความมั่นคง ใจที่แห้งเหี่ยวจึงค่อยๆ พองโต คล้ายกับลมแห่งความสุขถูกสูบเข้าไปจนเต็ม

ใบหน้าเรียวเอียงซบกับอกกว้าง เปลือกตาปิดลง ก่อนจะเอ่ยพูด

“อยากไปดูหนัง”

ท่อนแขนแกร่งกระชับให้แน่นขึ้น ริมฝีปากได้รูปกดลงกลางศีรษะเล็ก

“ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ”

--

“อย่าเข้ามา จนกว่าฉันจะอนุญาต!”

เฉินและบอดี้การ์ดหน้าห้องโค้งรับคำ เมื่อร่างสูงใหญ่เดินเข้าห้องประตูก็ถูกปิดลง คนทั้งหมดยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ทำตามคำสั่งของเฟิงหลงอย่างเคร่งครัด

ด้านคนที่เดินเข้ามาในห้องก็ค้ำมือกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมไหวสั่นเพราะความหงุดหงิด แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงเหมือนเพิ่งออกกำลังกายมา

เฟิงหลงถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วทิ้งลงบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบ

สาเหตุของท่าทางทั้งหมดมาจากการถ่ายแบบเครื่องประดับระดับโลกของลี่ชิงในวันนี้ คอนเซปต์ที่ออกไปทางเซ็กซี่ทำให้เมื่อคืนต้องนั่งสมาธิถึงสามชั่วโมง ทำงานไม่เป็นสุขตลอดทั้งวันเนื่องจากสมองเอาแต่จินตนาการว่าใครบ้างที่จะได้เห็นร่างกายลี่ชิง

ปึก

ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะ ใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีไปกับการรั้งตัวเองไม่ให้ตามไปที่กองถ่าย ทว่าถึงจะอดทนในส่วนนั้นได้ มือก็ยังล้วงโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาใครบางคน

“ฮัลโหล”

“นายอยู่ที่ไหน”

“ก็กองถ่ายไง นี่ลี่ชิงกำลังเปลี่ยนชุดอยู่”

เพียงแค่ได้ยินชื่อ ข้างในที่ว้าวุ่นก็เหมือนสงบลงเล็กน้อย

“...เป็นยังไงกันบ้าง” คำถามเหมือนถามถึงทุกคน แต่ความเป็นจริงกลับอยากรู้เรื่องของคนเพียงคนเดียว

“ลี่ชิงทำงานได้ดีมาก ลูกค้าชมไม่ขาดปากเลย” แกเรนจงใจเล่าถึงส่วนของลี่ชิงเพราะรู้ว่าอีกคนอยากฟัง

“...” เฟิงหลงเงียบ คำว่าลี่ชิงทำงานได้ดีมากเป็นการย้ำเตือนว่าหากเขาไร้สติ สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพยายามทำจะเกิดปัญหา งานที่มีหลายส่วนร่วมกันจะพังเพราะความรู้สึกหึงหวงนี้ไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่าเฟิง” แกเรนถามขึ้นเมื่อปลายสายเงียบไป

“เปล่า ฝากดูแลลี่ชิงด้วย”

“จะดูแลอย่างดี”

เฟิงหลงลอบถอนใจพลางกดวางสาย สะกดกลั้นความว้าวุ่นข้างในเอาไว้ไม่ให้ระเบิด แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลนัก จนสุดท้ายต้องทรุดตัวนั่งลงบนพื้น รวบรวมสมาธิแล้วปิดเปลือกตาลง

การนั่งสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบลง

หายใจเข้า...หายใจออก

แกร๊ก

ลี่ชิงเปิดประตูเข้าห้องอย่างอ่อนล้า เมื่อเห็นใครบางคนยืนตระหง่านรออยู่ก่อนแล้วก็ทิ้งตัวเข้าหาทันใดพร้อมทั้งหลับตาลงช้าๆ

อ้อมแขนนี้ให้ความรู้สึกสบายราวกับเป็นเตียงนอน

“เหนื่อย”

“ก็ไม่ต้องเป็นนายแบบแล้ว”

ลี่ชิงร้องหืมในลำคอแล้วผละใบหน้าออกห่างเพื่อมองหน้าอีกคน

“หวงอีกแล้วเหรอ”

“แทบบ้าตาย”

สันกรามที่ปรากฏให้เห็นบนกรอบหน้าดุบ่งบอกอารมณ์คนพูดเช่นเดียวกับสายตาและสีหน้า คนถูกหวงระบายยิ้ม แม้เป็นยิ้มที่อ่อนแรงแต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความอิ่มเอม

ลี่ชิงแหงนหน้าขึ้นแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากได้รูป ตวัดปลายลิ้นเลียแผ่วเบาอย่างออดอ้อน

“มีแค่คุณที่ผมทำแบบนี้”

“ก็ลองทำกับคนอื่นสิ”

เพียงแค่คิดดวงตาคมก็วาวโรจน์ราวกับมันเกิดขึ้นจริง ภาพที่วาบเข้ามาในหัวทำให้ในอกร้อนรุ่มเหมือนมีกองเพลิง ก่อนจะถูกสลัดออกด้วยมือนิ่มที่วางลงบนแก้มและปลายนิ้วเรียวที่ขยับไล้ไปมา

“จะเป็นยังไงครับ”

“มันต้องตาย” เฟิงหลงพูดอย่างเด็ดขาด ไม่มีการขู่เลยแม้แต่น้อย เพราะคือสิ่งที่ทำจริงอย่างแน่นอน

ด้านคนฟังก็ไม่ได้หวาดกลัว รอยยิ้มของลี่ชิงกว้างขึ้น สายตาที่ทอดมองใบหน้าคร้ามคมมีแต่ความอ่อนโยนระคนเห็นใจ

“เหนื่อยไหม”

“ถามฉัน?”

“อืม” ใบหน้าเรียวกดลงยืนยัน

“เหนื่อยกับอะไร” สีหน้าของเฟิงหลงมีความแปลกใจอยู่เล็กน้อย

“เหนื่อยกับการต้องหวงผมแบบนี้”

ลี่ชิงรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิด อีกทั้งยังเป็นความรู้สึกอันรุนแรงที่อยู่เหนือการควบคุมจนยากที่จะทำให้บรรเทา ส่งผลต่ออีกคนในแง่ของความรู้สึกและความคิดอย่างน่าเหนื่อยหน่ายใจ

“ฉันต่างหากที่กลัวว่าเธอจะอึดอัด” เฟิงหลงตอบกลับ

“ไม่อึดอัดเลย...ขอโทษที่ทำให้คุณต้องหงุดหงิดกับความรู้สึกนั้นแทบทุกวัน”

เพราะความรู้สึกหวงแหนอันมากมายจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาออกไปทำงาน นั่นก็คือแทบทุกวัน ลี่ชิงรับรู้ได้ว่าคนรักต้องต่อสู้กับความรู้สึกอันน่าหงุดหงิดขณะที่ต้องทำงานของตัวเองไปด้วยในแต่ละวัน

“ฉันกำลังพยายามจัดการให้มันดีขึ้น”

“จัดการ?” ลี่ชิงเลิกคิ้วถาม “ยังไงครับ”

“ไม่ต้องรู้หรอก”

“...” คำปฏิเสธทำให้คนถามนิ่งเงียบ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร

“แต่ถึงดีขึ้นยังไงก็ยังไม่ถึงกับปล่อยวางได้ คงจนกว่าจะถึงวันที่เธอเลิกเป็นนายแบบ”

ลี่ชิงยิ้มรับบางๆ สองแขนยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งแล้วขยับตัวเข้าไปซบหน้าลงกับบ่ากว้าง กระซิบคำสัญญาด้วยเสียงแผ่วเบา

“ถ้าประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ สัญญาว่าจะคิดเรื่องนั้น”

“ตอนนี้ก็สำเร็จแล้ว”

“ยังสิครับ...ยังต้องมากกว่านี้”

“ก็คงอีกไม่นาน”

ไม่รู้ว่าเป็นแค่สิ่งที่ปรารถนาหรือเป็นความชื่นชมจากอีกฝ่าย ลี่ชิงได้แต่ยิ้มรับบางๆ ก่อนจะถูกอุ้มไปอาบน้ำแล้วพาเข้านอนเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการทำงานมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน

TBC. 

ในที่สุดคุณเฟิงก็ได้รู้สักทีว่าน้องเป็นคู่แห่งโชคชะตาาาา 

คือยามันกดกลิ่นและกดฟีโรโมนลี่ชิงเอาไว้นะคะ 

การไม่ได้กลิ่นคือทำให้คุณเฟิงไม่รู้ 

เขาเข้าใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็คือความรู้สึกรักแบบทั่วไป 

แต่อาการฮีตและรัทที่ยาวนานกว่าปกติทำให้สงสัย 

แต่เพราะไม่เคยรู้สึกคุณเฟิงเลยไม่แน่ใจ 

สำหรับใครที่ลุ้นให้ชิงชิงท้องแล้วผิดหวังต้องขอโทษด้วยนะคะ 

แง ทุกคนคือเชียร์อัปจนโซแอลรู้สึกผิดเลย5555555 

แต่มันมีเหตุผลน้าว่าทำไมมม 

ตอนหน้าก็จบแล้ว แล้วก็มีตอนส่งท้ายอีกหนึ่ง 

มาลุ้นส่งท้ายคุณเฟิงกับชิงชิงไปด้วยกันนะคะ^^ 

ความคิดเห็น