กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 48 วิวาห์อลเวง

ชื่อตอน : chapter 48 วิวาห์อลเวง

คำค้น : ตื่นเต้น สะเทือนขวัญ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 133

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2563 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 48 วิวาห์อลเวง
แบบอักษร

48...    วิวาห์อลเวง   

เจ็ดวันต่อมา... 

วันเสาร์ 10.30 น. 

               เช้าวันนี้ ภายในโบสถ์เซ็นท์คริสโตเฟอร์ชานเมืองโบลเดอร์ มีผู้คนมาชุมนุมกันคึกคักผิดปกติ

    สุภาพชนมากหน้าหลายตาทยอยเดินทางมาไม่ขาดสาย เพื่อร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในพิธีวิวาห์ของวิชุดากับจอห์น ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

            เมื่อคู่บ่าวสาวกับบาทหลวงขึ้นสู่ปะรำพิธีที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม พิธีการมงคลสมรสอย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นขึ้น

            เจ้าบ่าวอยู่ในชุดสูทวิวาห์สีขาว บนอกเสื้อนอกประดับด้วยกุหลาบสีแดงดอกใหญ่ ทั้งหล่อทั้งเท่ห์ราวเทพบุตรลงมาจุติ

      เจ้าสาวในชุดวิวาห์ยาวเกาะอกเปลือยไหล่สีขาวมุก ใบหน้าและทรงผมตกแต่งอย่างปราณีต ทั้งสวยทั้งสง่าราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์

   บาทหลวงผู้ทำพิธี ซักถามคู่วิวาห์ต่อหน้าทุกคน ว่าต่างยอมรับอีกฝ่ายเป็นสามี-ภรรยารึไม่?

         หลังจากทั้งสองตอบรับ หลวงพี่ก็หันไปมองบรรดาผู้ที่มาร่วมงาน ซึ่งล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหายของคู่บ่าวสาว แล้วร้องประกาศถามกับทุกคนตามธรรมเนียม

 “ ในที่นี่คงไม่มีใครคัดค้านใช่มั้ย ? ถ้าไม่มีใครคัดค้าน ในนามของพระเจ้า เราขอประกาศให้ จอห์น วิลเลี่ยม เบล็น กับ วิชุดา วีนัส เจ็นเซ่น เป็นสามีภรรย...” หลวงพี่ยังกล่าวไม่จบประโยค เสียงแปร๋นๆของผู้หญิงคนนึง ก็ดังทะลุกลางปล้องขึ้นมา

          “ เดี๋ยวหยุดก่อน...ฉันขอคัดค้าน ”  

          ทุกคนในที่นั้นสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว

           หญิงชายกลุ่มใหญ่ไม่ต่ำกว่าสิบคน เดินพรวดพราดเข้ามาในโบสถ์อย่างอุกอาจ

       หญิงกลางคนเจ้าของเสียงคัดค้านที่เดินนำหน้า คือคุณหญิงวิภาที่เคยจ้างนักล่ามาจับตัวเจ้าสาวไปนั่นเอง

         นอกจากพวกบอดี้การ์ดที่ติดตามมาอารักขาคุณหญิง ภาสกรนักล่าหน้าหยกกับผู้กองมอนโรก็ร่วมทางมาด้วย    

        พอแขกไม่ได้รับเชิญเฮโลเข้ามาใกล้ปะรำพิธี ออสก้าเจ้าพ่อแต๋วที่วันนี้นุ่งกางเกงใส่สูทแต่งเป็นชาย ก็พาโรแบร์โต้กับลูกน้องออกมาขวางหน้าไว้ทันที สร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ถึงขนาดมีการผลักอกด่าทอท้าทายกัน

              วิชุดาทำตาเขียวปั้ดจ้องหน้าผู้กองมอนโร ที่วันนี้เดาะเขียนคิ้วทาปากดูสวยผิดปกติ

  “ แพต คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ? พวกนี้แหละ ที่จับตัวฉันไปขัง ยายแก่เนี่ยคือตัวบงการ ฉันแจ้งความไว้แล้ว คุณก็รู้ดี คุณเป็นตำรวจ ทำไม่ไม่จับ พามาป่วนที่นี่ทำไม ? ” เจ้าสาวโกรธจัดเอ็ดตะโรลั่น  

             ผู้กองมอนโร สะดุ้งหันไปมอง’ยายแก่’ อย่างเกรงใจ ก่อนหันมากระอักกระอ่วนตอบ

      “ ใจเย็นๆวีนัส อย่าเพิ่งโมโห คือ..อ้า..เอ้อ..อืมมม ”

       ‘ ยายแก่ ‘เห็นผู้กองมอนโรมัวแต่อ้ำๆอึ้งๆก็หงุดหงิดไม่ได้อย่างใจ

             หล่อนมองวิชุดาด้วยหางตา แล้วก้าวออกมาตวาดใส่บาทหลวงผู้ประกอบพิธี

     “ หยุดพิธีการทั้งหมดเดี๋ยวนี้ และจำไว้ด้วยว่าถ้าฉันไม่อนุญาต วิชุดาวีนัสเจ็นเซ่น จะแต่งงานกับใครไม่ได้เป็นอันขาด “

                 น้ำเสียงกับคำพูดที่เฉียบขาดและทรงอำนาจของเจ้าแม่มาเฟียข้ามทวีป ทำเอาหลวงพี่กลัวหงอไม่กล้าหือ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

              คุณนายเลวิสซึ่งนั่งเป็นประธานอยู่กลางกลุ่มแขกเหรื่อ อดรนทนไม่ได้ลุกขึ้นมาว้ากอย่างขุ่นเคือง

      “ เธอเป็นใคร ? มีสิทธิ์อะไรมาห้ามหลานสาวฉัน ไม่ให้แต่งงาน ”

       “ ก็สิทธิ์ของความเป็นแม่ไง  วิชุดาวีนัสเจ็นเซ่น คือลูกสาวคนเดียวของฉัน ”

            คำตอบของคุณหญิงวิภา ทำให้คนถามกับทุกคนในที่นั้นอึ้งไปตามๆกัน สายตาทุกคู่โฟกัสไปที่วิชุดาวีนัสเจ็นเซ่น ลุ้นว่าเธอจะว่าไง ?

         วิชุดายืนตะลึงเป็นใบ้ไปชั่วขณะ ได้แต่เพ่งมองใบหน้าสวยแบบเอเซียของคุณหญิงวิภา ซึ่งละม้ายคล้ายเธอมากอย่างสับสนอลหม่านในใจ

             ใจอยากปฏิเสธแต่สัญชาติญาณกลับบอกให้ยอมรับ มันค้านกันเองอยู่ในหัวจนสมองเธอว้าวุ้นปวดตุ๊บๆแทบระเบิด สุดท้ายเมื่อความเครียดพุ่งขึ้นสูงเกินขีดจำกัด หญิงสาวก็รู้สึกหน้ามืดตาลายซวนเซจะล้มลง

     เจ้าบ่าวครึ่งเสี้ยวที่ลุ้นอยู่ข้างๆต้องรีบผวาเข้าไปประคอง และพยายามปฐมพยาบาล

          คุณหญิงวิภาเห็นลูกสาวเป็นลมก็ตกใจ จะยกพวกฝ่าด่านขึ้นบนเวทีให้ได้

           ออสก้ากับพวกไม่ยอม ก็เลยมีปากมีเสียงกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นชกต่อยกันชุลมุนวุ่นวาย

         ทั้งสองฝ่ายต่างบันดาลโทสะ ชักปืนออกมาจะเข่นฆ่ากันกลางงานมงคล ดีที่ผู้กองมอนโรช่วยไกล่เกลี่ยห้ามปรามไว้

    งานวิวาห์ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน แต่แขกเหรื่อยังอยู่กันพร้อมหน้าไม่ยอมกลับ ต่างรอดูผลสรุปของเหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้น และวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุดปาก

            หลังจากเจ้าสาวอาการดีขึ้น ท่านบาทหลวงก็พาคู่บ่าวสาว รวมทั้งคุณนายเลวิสกับคุณหญิงวิภาและผู้ติดตามฝ่ายละสองคน เข้าไปคุยตกลงกันเป็นการส่วนตัวในห้องด้านหลัง

          ผู้กองทอมบอยเดินจูงมือกับนักล่าสุดหล่อตามคุณหญิงเข้าห้องไป ท่าทีสนิทสนมเกินปกติของทั้งสองทำให้ออสก้าซึ่งเดินรั้งท้าย อดซุบซิบนินทากับโรแบร์โต้ที่เดินอยู่ข้างๆไม่ได้

       “ สงสัยนายนักล่าหน้าหยก คงใช้ยาแรงแถมลืมเขย่าขวด ผู้กองถึงประสาทกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้ ดูท่าแล้วรอดยาก ทอมก็ทอมเหอะ มีป่องแน่ อิ อิ ”

                     โรแบร์โต้ส่ายหน้าช้าๆ แล้วถอนใจเฮือกใหญ่

   “ นักล่าเงินรางวัลนอนเตียงเดียวกับตำรวจ เฮ้อ ต่อไปผู้ร้ายอย่างเรา คงนอนตาไม่หลับแน่ๆ แต่คิดๆไปก็น่าอิจฉา...”

   “ อิจฉาอะไร ? ” ออสก้าขมวดคิ้วถาม

   “ ก็คนอื่นเค้ามีคู่กันหมดแล้ว แต่ผมยังโสดนอนเดี่ยวอยู่เลย สงสัยต้องรีบหาสาวๆมาทำเมียซักคน อิ อิ ” โรแบร์โต้แกล้งแหย่นายน้อยของเขา

                                 ออสก้าค้อนขวับทำตาขวาง

       “ สาวๆเหรอ ฮึ่ม อยากเป็นไอ้ด้วนก็ลองดู แม่ จะตัดให้สูญพันธุ์เลย ” เขาเอียงหน้าคำรามข้างหู แล้วเดินงอนตุ๊บป่องตามคนอื่นๆเข้าห้องไป

                         โรแบร์โต้เสียวเป้าวาบ รีบตามไปง้ออย่างเร็ว

                        หลังจากหลวงพี่พาทุกคนมาส่งที่ห้องแล้ว ก็กลับออกไป

            ในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจ แต่ทุกอนูของบรรยากาศ อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด จนทุกคนรู้สึกได้

               วิชุดาเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้า แล้วเริ่มเปิดฉากเจรจากับคุณหญิงวิภาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

     “ แม่ฉันทิ้งฉันไปนานแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้า จะแต่งงานกับใครเมื่อไหร่ มันขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน ถึงคุณเป็นแม่ฉันจริงๆ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉัน ”

              วิภาฟังถ้อยคำตัดรอนของลูกสาวแล้ว ถึงกับหน้าจ๋อยน้ำตาซึม

      “ อย่าเพิ่งโกรธสิจ๊ะ ฟังแม่อธิบายก่อน แม่ไม่ได้ทิ้งหนู แต่มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ ”

       “ สุดวิสัยยังไง ? ” วิชุดาเชิดหน้าถามห้วนๆ

             เจ้าแม่มาเฟียทำตาปริบๆน่าสงสาร แล้วเล่าความเป็นมาในอดีตให้ลูกสาวฟัง

  “ เรื่องมันยาวจ้ะ เริ่มต้นขึ้นที่กรุงเทพฯประเทศไทย เมื่อสิบเก้าปีก่อน ตอนนั้นแม่เพิ่งจบมหาลัยใหม่ๆ คุณพ่อของแม่หรือคุณตาลูกจะส่งแม่ไปเรียนโทต่อที่อเมริกา ก็เลยให้แม่ไปติวภาษาเพิ่มเติมที่สถาบันเอ.ยู.เอ.”

   “ แม่อ่อนภาษาอังกฤษมาก ต้องเทียวไปติวอยู่หลายคอร์ส กระทั่งรู้จักคุ้นเคยกับคุณพ่อของลูกซึ่งเป็นครูอยู่ที่นั่น ”

       “ พ่อของหนูเพิ่งมาอยู่เมืองไทยไม่นาน ยังเก้ๆกังๆปรับตัวไม่ค่อยได้ แม่สงสารก็เลยช่วยเทคแคร์ พอใกล้ชิดกันมากๆเข้า สุดท้ายเราก็ตกหลุมรักกันและกัน ”

                    แล้วคนเล่าก็หยุดเล่าทำตาลอย ริมฝีปากเผยอยิ้ม ดื่มด่ำกับความทรงจำอันงดงามในตอนนั้น

     “ รักกันแล้วยังไง? มัวแต่ยิ้มอยู่ได้ เล่าต่อสิคะ ” วิชุดาเร่งยิกเพราะใจมันร้อนรุ่มอยากรู้เรื่องเร็วๆ

                 วิภาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เล่าต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดขึ้นเป็นลำดับ

        “ ก็คุณตาลูกนะสิ ท่านกีดกันแม่กับพ่อ ท่านไม่ชอบฝรั่งที่เป็นแค่ครูจนๆ ท่านจะให้แม่แต่งงานกับลูกชายเพื่อนท่าน ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีและเป็นผู้ทรงอิทธิพลเหมือนท่าน ” 

        “ พอรู้ว่าแม่ท้องหนูได้สองเดือน ท่านก็ส่งลูกน้องไปทำร้ายพ่อหนูซะปางตาย แล้วขู่จะฆ่าเขาทิ้ง แม่เลยตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง หนีตามพ่อหนูข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ที่ซานดิเอโก้ ” ถึงตรงนี้สีหน้าน้ำเสียงคนเล่าก็เริ่มซอฟท์ลงอีกครั้ง

    “ พวกเราเช่าอพาร์เม้นท์อยู่ด้วยกันใกล้ๆหาดโซราโน คุณพ่อหนูถึงไม่ร่ำรวย แต่ขยันขันแข็ง เขาทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูแม่ที่ท้องโตขึ้นทุกวันเป็นอย่างดี ”

  “ ไม่นานแม่ก็คลอดหนู พ่อหนูเป็นสามีที่ดีและเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบ เขาทุ่มเททำงานอย่างหนักทั้งในและนอกเวลา ไม่เที่ยวไม่ดื่ม หาเงินมาได้ก็พยายามเก็บหอมรอมริบ เพื่อสร้างรากฐานครอบครัวเราให้มั่นคง ” 

   “ ตอนนั้น พวกเราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่อย่างพอเพียง ครอบครัวน้อยๆของพวกเราอบอุ่นและแฮปปี้มาก ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่แม่มีความสุขที่สุดในชีวิต ” 

           รอยยิ้มแห่งความสุข ปรากฏบนใบหน้าวิภาแวบนึง แล้วจางหายกลายเป็นหยาดน้ำตา กับเรื่องราวที่หล่อนเล่าหลังจากนั้น

  “ จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ปลายซัมเมอร์เมื่อสิบสี่ปีก่อน ตอนนั้นอายุหนูเพิ่งย่างห้าขวบ ในขณะที่พวกเราสามคนพ่อแม่ลูก กำลังนั่งพักผ่อนรับลมทะเลกันอยู่ที่ชายหาดโซราโน คุณตาลูกกับสามีใหม่แม่ ซึ่งออกตามล่าหาตัวแม่กับพ่อมาตลอดห้าปี ก็พาลูกน้องอาวุธครบมือ เข้ามาขู่เข็ญพวกเรา ”

   “ ถ้าแม่ไม่ยอมกลับเมืองไทยพร้อมกับพวกเขา พวกเขาจะฆ่าพ่อหนู แม่ไม่มีทางเลือกถึงจำใจต้องทิ้งพ่อกับหนูไป ”

                     วิภาสะอื้นเบาๆ ปาดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างรันทด ทุกคนในห้องพลอยอินไปด้วย น้ำตาคลอเบ้าไปตามๆกัน

                         วิชุดาพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แล้วเจาะประเด็นที่คาใจ

   “ งั้นที่พ่อถูกฆ่า ทำให้หนูต้องไปตกนรกอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็เป็นฝีมือของพวกเขาใช่มั้ย ? ”

  “ ใช่จ้ะ ถึงได้ตัวแม่กลับไป แต่พวกเขาโกรธแค้นพ่อหนูมากเลยไม่รักษาคำพูด หลังจากจับแม่ใส่ตระกร้าล้างน้ำแต่งงานใหม่แล้ว พวกเขาก็ส่งคนไปฆ่าพ่อหนูทันที ” วิภาตอบตามความเป็นจริง

                        วิชุดาร้องไห้โฮด้วยความแค้นใจ

    “ ฮือ ฮือ คุณตาใจร้ายที่สุด สามีแม่ก็โฉดชั่วไร้จิตสำนึก แม่ทนอยู่กับคนพวกนี้ได้ยังไง พวกเขาทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าแม่ไม่รู้ ? ”

                          วิภาหน้าสลด

       “ แม่รู้แต่ทำอะไรไม่ได้ ตอนรู้ข่าวว่าพ่อหนูถูกฆ่าแม่ก็แค้นใจแทบเป็นบ้า แม่แอบหนีออกจากบ้านจะขึ้นเครื่องมาหาหนู แต่ถูกพวกเขาจับได้ซะก่อน พวกเขาขู่จะฆ่าหนูอีกคน แม่ก็เลยจนใจ จำต้องทนอยู่อย่างอดสูมาจนถึงทุกวันนี้ ”

                       เมื่อได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด หลายคนที่มีอคติ ต่างรู้สึกเห็นใจคุณหญิงวิภา

                        มีแต่วิชุดา ที่ยังตั้งแง่ไม่เลิก

     “ ถ้าแม่มีความจำเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ แล้วทำไมวันนี้คุณตากับคุณสามีใหม่แม่ ถึงปล่อยแม่มาป่วนงานแต่งหนูได้ล่ะ? ช่วยบอกหนูหน่อยซิ ”

  “ เมื่อสี่เดือนก่อน คุณตาหนูกับสามีใหม่แม่ประสพอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้แม่มากมายมหาศาล แม่ก็เลยเอาเงินพวกเขามาจ้างภาสกรให้จัดทีมตามหาลูก พอได้ข่าวว่าหนูอยู่เวกัสและกำลังเดือดร้อน แม่ก็รีบขึ้นเครื่อง บินด่วนมาช่วยหนูที่นี่ทันที ” วิภาเล่าต้นสายปลายเหตุทั้งหมดให้ฟัง

        “ วีนัสลูกแม่ ไหนมาให้แม่กอดหน่อย แม่อยากกอดหนูใจจะขาดอยู่แล้ว “ คุณหญิงกางแขนออกกว้าง พลางพยักหน้าเรียกลูกสาวที่พลัดพรากกันไปนาน

         หยาดน้ำตาแห่งความปิติยินดีไหลอาบแก้มวิชุดา เธอยิ้มทั้งน้ำตาแล้วร้องเรียกแม่สุดเสียง

            “ แม่จ๋าาาาาาาาา ”  

           สองแม่ลูกโผเข้ากอดกันกลม ต่างซบหน้าสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดอันอบอุ่นของกันและกันอยู่เนิ่นนาน ให้สมกับที่ต้องพลัดพรากจากกันไปถึงสิบสี่ปีเต็มๆ

      ญาติมิตรที่อยู่ในห้องต่างปลาบปลื้มยินดี ที่แม่ลูกปรับความเข้าใจกันได้

     ยกเว้นจอห์นคนเดียวที่ยิ้มไม่ออก เพราะยังไม่รู้ว่า ว่าที่แม่ยายจะเอายังไงกับตน

                             วิชุดาเช็ดน้ำตาให้แม่ แล้วหอมแก้มแม่ดังฟอด

       “ แม่จะช่วยหรือจะฆ่าหนูคะ เล่นจ้างนักล่ามาจับตัวหนูแบบนี้ หนูขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้วรู้มั้ย ถ้าหนูตกใจช๊อกตายไป ใครจะรับผิดชอบ? ” วิชุดาบ่นอุบ เพราะตอนถูกภาสกรจับไปขังเธอกลัวมาก

       “ ก็เหตุการณ์มันคับขัน หนูมีคดีฆ่าคนติดตัวแถมมีศัตรูตามล่า ภาสกรก็เลยต้องใช้วิธีลักพาตัวหนู กะว่าหนีตำรวจไปถึงกรุงเทพเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ” คุณแม่ออกตัวชี้แจง

        “ อ๋อ อย่างงี้นี่เอง ” คุณลูกพยักหน้าหงึกๆ แล้วหันไปยิ้มกับภาสกร ที่ยืนตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋กับผู้กองมอนโรตรงมุมห้อง   

        “ มิน่าล่ะ วันนั้นคุณถึงออกมายิงไอ้โม่งช่วยชีวิตฉัน ขอบคุณค่ะ คุณภาสกร ” หญิงสาวซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีของนักล่าหนุ่ม

                         ภาสกรรีบโบกมือห้าม

       “ ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับคุณหนู ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ ยินดีด้วยครับ หมดทุกข์หมดโศก ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาซะที ” เขากล่าวอย่างนอบน้อม แล้วหันไปทำตาซึ้งกับคนข้างๆ

           ท่าทีแปลกๆของทั้งสองคนสร้างความประหลาดใจ ให้วิชุดากับอีกหลายๆคนในที่นั้นเป็นอันมาก

            เมื่อเห็นสาวทอมส่งตาหวานตอบ แถมเอามือผู้ชายมากุมไว้

               วิชุดาก็อดไมได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมา

      “ แพต ดูคุณสนิทกับคุณภาสกรมาก รู้จักกันมานานแล้วเหรอ ? ”

                          ผู้กองมอนโรยิ้มอายๆ แล้วเล่าที่มาที่ไปให้ฟังตามตรง

           เมื่อผู้กองสารภาพว่า พวกเขาทั้งสองคนกำลังคบหาดูใจกันอยู่ และมีแนวโน้มจะแต่งงานกันในไม่ช้า ทุกคนในห้องก็แอบอมยิ้มไปตามๆกัน แต่ก็ร่วมแสดงความยินดี

           วิชุดากัดปากกลั้นหัวเราะจนห้อเลือด ไม่คิดไม่ฝันว่าสาวทอมตัวแม่ที่เคยตามจีบเธอแบบกัดไม่ปล่อย จะกลับลำได้ไวกว่าแสงขนาดนี้

            วิชุดาไม่อยากแซวคนกำลังมีความรัก จึงหันมาคุยกับแม่ต่อ

              พอคุณหญิงวิภารู้ว่าคุณนายเลวิสเป็นใคร หล่อนก็ทรุดตัวลงก้มกราบแม่สามีเก่าอย่างนอบน้อม

              คุณนายเลวิสยิ้มแป้น รีบก้มลงประคองลูกสะใภ้ขึ้นมาสวมกอดอย่างรักใคร่เอ็นดู

         แล้วคุณย่า คุณแม่ กับคุณลูก ก็หัวร่อต่อกระซิกพูดคุยกันแต่เรื่องภายในครอบครัว ราวกับสถานที่แห่งนั้นมีแต่พวกเขาเพียงสามคน

                วิชุดามัวแต่ดีใจเลยลืมเจ้าบ่าวตัวเองไปชั่วขณะ

         กระทั่งจอห์นอดรนทนไม่ไหว ต้องแอบย่องเข้ามาสะกิดข้างหลัง เจ้าสาวจอมขี้ลืมถึงนึกขึ้นได้

       “ คุณแม่คะ นี่จอห์นนี่แฟนหนูค่ะ เราสองคนรักกันมาก อนุญาตให้เราแต่งงานกันนะคะ ” ว่าที่เจ้าสาวเรียกว่าที่เจ้าบ่าวมาแนะนำตัวกับว่าที่แม่ยาย

                 คุณแม่เจ้าสาวไม่ตอบ แถมทำหน้าบึ้งมองว่าที่ลูกเขยหัวจรดเท้า

            จอห์นใจแป้ว แต่ฝืนทำใจดีสู้เสือเข้ามายืนใกล้ๆ แล้วพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมที่สุด เท่าที่ฝรั่งอย่างเขาจะทำได้

    “ สวัสดีครับ คุณแม่ ” 

                            วิภาเมินหน้าหนี ไม่ยอมรับไหว้

     “ ใครเป็นแม่เธอยะ แค่นักสืบจนๆคิดจะเป็นลูกเขยฉันเรอะ ฝันไปเหอะ! ” หล่อนตัดรอนอย่างไม่ไว้ไมตรี

                 จอห์นถึงกับใบ้รับประทาน รู้สึกกลัวว่าที่แม่ยายจนเงอะงะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าทำตาละห้อยน่าสงสาร...

 

                      *****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น