ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 18 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 18 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.3k

ความคิดเห็น : 287

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2563 06:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 18 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 18 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

 

“ไอ้เจฟมันตั้งใจเอาน้องมันมาแกล้งมึงกับกูรึเปล่าวะ” นันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ หลังจากพากันขึ้นมาบนห้องนอน  

 

“ไม่แน่ใจ แต่ถ้ามันทำแบบนั้นจริงล่ะ มึงจะว่ายังไง” แม็คถามเพราะอยากรู้ความคิดเห็นของคนรัก นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ  

 

“มันก็จะได้รู้ไง ว่าอย่าแกว่งตีนหาเสี้ยน” นันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงแม้ว่าเจฟฟี่จะเป็นเพื่อนของเขา แต่ถ้ามีเจตนาไม่ดีกับความสัมพันธ์ของแม็คกับนัน แม็คก็คงไม่โอเคเท่าไรนัก และคงจะไม่ว่าอะไรด้วย ถ้านันจะสั่งสอนเพื่อนของแม็ค 

 

“เดี๋ยวกูเดินไปดูสามคนนั่นก่อนนะ ว่าตื่นกันรึยัง” แม็คพูดขึ้น เพราะเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ส่วนนันก็กำลังจะเข้าไปอาบบ้าง 

 

“อืม” นันตอบรับแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนแม็คก็เดินไปหาเพื่อนที่ห้องนอนแขกข้างๆ เมื่อเข้าไปก็เห็นว่าโอมมาอยู่ที่ห้องนี้แล้ว เพื่อนๆของแม็คตื่นกันครบทุกคนแล้วด้วย ยกเว้นเจฟฟี่กับเจอรี่ ที่แม็คคิดว่าน่าจะอยู่ที่ห้องด้านล่าง 

 

“ไอ้โอมบอกว่านันมันแกล้งเจอรี่งั้นเหรอ” แดนนี่ถามขึ้นอย่างขำๆ 

ก็นิดๆหน่อยๆน่ะ” แม็คตอบยิ้มๆ  

“อิจฉานายนะ นันชัดเจนซะขนาดนั้น ไม่สนใจใครนอกจากนาย”  แฟรงค์พูดชมออกมายิ้มๆ 

“นันมันเป็นคนตรงๆ ห่ามๆ บางทีมันอาจจะพูดอะไรแรงไป ชั้นต้องขอโทษพวกนายล่วงหน้าด้วยนะ แต่มันไม่มีอะไรหรอก มันเป้นพวกปากร้ายใจดีน่ะ” แม็คออกตัวไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้สกึไม่ดีกับคนรักของตนเอง 

“นายพูดเหมือนพวกเราเพิ่งรู้จักนัน” โจนาธานพูดออกมาอย่างขำๆ  

“เราว่านันมันเป็นแบบนี้ดีนะ จริงใจดี ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งเป็นคนดีเพื่อเอาชนะใจเพื่อนแฟน” แดนนี่บอกออกมาอีกคน ทุกคนก็พยักหน้ารับ แม็ครู้สึกปลื้มใจนิดๆ ที่ทุกคนเข้าใจในตัวของนัน เว้นเสียแต่เจฟฟี่ ที่ยังคงไม่ชอบนันเหมือนเดิม  

“คิดถึงไอ้เจฟล่ะสิ” โอมถามขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นสีหน้าของแม็ค แม็คพยักหน้ารับ 

“ไม่ต้องไปคิดเรื่องมันหรอก ตลอดเวลา นายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีแค่ไอ้นัน นายไม่ได้สนใจมันในแง่นั้น มันเองนั่นแหละที่ต้องตัดใจและทำใจให้ได้ ไม่ใช่ทำตัวเป็นพวกแพ้แล้วพาล” โอมพูดออกมาเพื่อให้เพื่อนๆทั้งสามคนรู้ด้วย ซึ่งทั้งสามคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของโอม 

“ก็หวังว่าเจฟมันจะยอมรับได้สักที ชั้นบอกไว้เลย ถ้าเจฟกับเจอรี่ทำอะไรที่ล้ำเส้นชั้นกับนัน แล้วนันมันทำอะไรรุนแรงไป ยังไงชั้นก็เข้าข้างคนรักของชั้น พวกนายเข้าใจใช่มั้ย” แม็คพูดขึ้นมาตรงๆ ทุกคนก็พยักหน้ารับ  

“ตามสบายเลย เพราะพวกชั้นถือว่าเตือนมันแล้ว” แดนนี่ตอบกลับ ก่อนที่โจนาธานจะเปลี่ยนเรื่องคุยไปเป็นเรื่องเที่ยวจนนันเดินมาเคาะประตูเข้ามาเรียกทั้ง 5 คนให้ลงไปทานอาหารด้วยกัน เมื่อลงไปก็เห็นเจฟฟี่กับเจอรี่นั่งเล่นมือถือรออยู่ก่อนแล้ว 

“เจฟ เดี๋ยวไปกินข้าวกันก่อน จะได้คุยว่าเราจะไปเที่ยวไหนกันบ้าง” แม็คเอ่ยชวน เจฟฟี่พยักหน้ารับก่อนจะชวนน้องชายตัวเอง ให้เดินไปที่หน้าบ้านพร้อมกับทุกคน เพราะนันให้ไวจัดเตรียมไว้ที่สวนหน้าบ้าน เจอรี่รีบเดินไปขนาบข้างนันทันที 

“ผมอยากกินผัดไทย มีผัดไทยรึเปล่าครับ” เจอรี่ถามเสียงอ้อน นันปรายตามองเด็กหนุ่มเล็กน้อย  

“ไม่มี กินเท่าที่เตรียมไว้ละกัน” นันตอบกลับ  

//กูว่าถ้าไอ้นันมันจะพูดภาษาไทย มันคงพูดว่า มีอะไรให้แดกก็แดกไปเหอะ แน่ๆเลยว่ะ// โอมกระซิบพูดกับแม็คอย่างขำๆ แม็คเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะคิดเหมือนกัน เมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ทุกคนก็ตื่นตาตื่นใจกับอาหารบนโต๊ะ นอกจากจะมีอาหารตะวันตกที่โอมไปซื้อมาให้แล้ว ก็มีอาหารไทยอย่างพวก พะแนงหมู ผัดกระเพรา ต้มจืด หมูหวาน รวมอยู่ด้วย

“ใครอยากลองกินข้าวแบบไทยก็ตักข้าวกินได้” นันพูดก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะ โดยมีแม็คนั่งลงทางด้านซ้ายมือของนัน ตามด้วยโอม แดนนี่ ส่วนเจอรี่ก็รีบั่งทางฝั่งขวามือของนันทันที ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับแม็ค ตามด้วยเจฟฟี่ แฟรงค์ ส่วนโจนาธานก็นั่งหัวโต๊ะอีกด้าน 

“น่ากินจังเลย ผมอยากลองทานอาหารไทย ผมขอข้าวนะ” เจอรี่พูดขึ้น นันตักข้าวใส่จานให้แม็คก่อน แล้วตักให้ตัวเอง เจอรี่รีบยกจานส่งให้นันตักข้าวให้ นันมองเจอรี่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะวางโถข้าวไว้บนโต๊ะ ทำให้เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นทันที 

“โทษที ชั้นตักให้แค่แม็คน่ะ คนอื่น ใครอยากกินก็ตักเอานะ” นันพูดกับเจอรี่ก่อนจะหันไปบอกกับคนอื่นๆด้วยรอยยิ้มนิดๆ โอมแอบยิ้มขำ เมื่อเห็นสีหน้าขัดใจของเจอรี่ เจฟฟี่เลยต้องตักให้น้องชายแทน  

“พะแนงกับผัดกระเพรา ชั้นให้คนทำไม่เผ็ดมากนัก พวกนายน่าจะกินได้” นันบอกออกมา ก่อนจะเลื่อนจานพิเศษให้กับแม็ค 

“ส่วนนี่ของมึง อย่าเผลอไปตักของคนอื่นเค้าล่ะ” นันบอกออกมา เพราะเขาแยกให้ทำแบบไม่ใส่กระเทียมสำหรับแม็คด้วย

“ทำไมพี่แม็คถึงมีแยกล่ะ” เจอรี่ถามอย่างสงสัย 

“แม็คแพ้กระเทียม เลยต้องทำแบบไม่มีกระเทียมให้” เจฟฟี่ตอบน้องชายตัวเองแทนให้  

“อ๋อ ดูท่าจะใช้ชีวิตลำบากน่าดูเลย” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มไม่ได้แสดงถึงความเห็นใจ แต่เหมือนพูดเหน็บเสียมากกว่า  

“ไม่ลำบากหรอก เพราะนันมันเป็นคนคอยดูแลทุกอย่างให้น่ะ” แม็คตอบกลับไปบ้าง เขาไม่ได้จะยอมให้เด็กหนุ่มมานั่งแขวะอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้ว  

“แบบนี้ก็ลำบากพี่นันน่ะสิ” เจอรี่หันไปทำท่าเห็นอกเห็นใจนัน  

“มึงลำบากมั้ยนัน ที่ต้องมาดูแลกูแบบนี้” แม็คหันไปถามคนรักเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เด็กหนุ่มรับรู้ด้วย นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ 

“สำหรับมึง กูเต็มใจลำบาก” นันพูดออกมา ทำให้แม็ครู้สึกเขินนิดๆ นันหันมามองหน้าเจอรี่ที่กำลังทำหน้าไม่สบอารมณ์กับคำตอบของนัน 

“ไม่ต้องห่วงชั้นหรอก ห่วงตัวเองก่อนเถอะ” นันบอกกลับมา เจอรี่ทำหน้างง ว่าเขาจะต้องห่วงตัวเองทำไม 

“ชั้นว่าเรากินกันเลยดีกว่านะ หิวแล้ว” แดนนี่พูดขัดขึ้นมาก่อนที่จะยืดเยื้อไปกว่านี้ ทุกคนจึงเริ่มทานอาหารไปด้วยกัน  

“แล้วคิดกันได้รึยัง ว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน” นันถามขึ้น ขณะนั่งทานอาหารไปด้วย 

“พวกนี้อยากไปกระบี่ กูว่าจะพาไปเกาะลันตา” โอมเป็นคนตอบกลับมา  

“นายไปด้วยกันสินัน พวกชั้นอยากให้นายไปเที่ยวด้วยกัน” โจนาธานเอ่ยชวน นันหันไปมองแม็ค 

“มึงอยากไปมั้ย” นันถามออกมาเป็นภาษาไทย

“ก็..อยากไปเหมือนกัน อยู่โน่นทำแต่งานไม่ได้เที่ยวเลย” แม็คตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก

“แต่ถ้ากูไป มึงก็ต้องไป แล้วงานทางนี้จะมีปัญหามั้ย” แม็คถามต่อ คนอื่นๆก็มองด้วยความอยากรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน มีเพียงโอมคนเดียวที่รู้เรื่อง

“ทำไมไม่อยากให้กูไปด้วยหรือว่ายังไง” นันแกล้งถาม

“กูยังไม่ได้พูดเลยนะ อย่าหาเรื่อง” แม็คว่าออกมา นันหัวเราะในลำคอ

“เดี๋ยวกูฝากงานไว้ให้ไอ้ไวได้ ก็แค่ไม่กี่วัน หรือพวกเพื่อนมึงจะไปเป็นเดือน” นันแกล้งว่าออกมา

“บ้า ใครจะไปเที่ยวที่เดียวเป็นเดือนๆ” แม็คบ่นกลับไป

“เออ ไปก็ไป” นันตอบแม็ค แล้วหันไปหาโจนาธาน ที่เป็นคนชวนเขา

“ชั้นไปด้วยก็ได้ ส่วนเรื่องที่พัก...” นันกำลังจะพูดบางอย่าง 

“กูหาเอง” แม็ครีบพูดดักขึ้นมาก่อน นันเลิกคิ้วใส่คนรักทันที

“ทริปนี้ขอพักแบบสบายๆหน่อยได้มั้ย” แม็คร้องขอเสียงอ่อย นันหัวเราะในลำคอนิดๆ นันรู้ดีว่าจริงๆแล้ว แม็คไม่ได้หัวสูงต้องพักที่หรูๆแล้ว แต่คงอยากพักผ่อนจริงๆกับเพื่อนๆเท่านั้นเอง

“โอเค ตามใจมึง มึงก็ปรึกษาเพื่อนมึงละกัน ว่าอยากพักที่ไหน” นันตอบกลับ ทำให้แม็คยิ้มออกมาทันที แล้วหันไปบอกเพื่อนๆว่าเขาจะหาที่พักให้ แล้วก็คุยกันไปเรื่อยๆ สรุปได้ว่า พวกเขาจะเดินทางนั่งเครื่องบินไปกระบี่ในช่วงสายของมะรืน แล้วจะเช่ารถที่นั่นเพื่อข้ามไปยังเกาะลันตา ส่วนพรุ่งนี้ โอมจะพาคนอื่นๆไปเที่ยวในตัวเมืองกรุงเทพฯก่อน

“คืนนี้ไปสนามแข่งรถของนันมันกันมั้ย” โอมเอ่ยชวนเพื่อนคนอื่นๆ เพราะก่อนหน้านั้น เพื่อนๆของแม็คยกเว้นเจฟฟี่ เคยไปลองขับรถในสนามของนันมาก่อนแล้ว 

“เออ ลืมถามมึง ได้มั้ยวะ” โอมหันมาถามนันเมื่อนึกได้ 

“ได้ ไปนั่งดื่มกันที่นั่นด้วยมั้ยล่ะ กูจะให้เด็กเตรียมเครื่องดื่มให้” นันเสนอออกมา ทุกคนก็เห็นดีด้วยทันที 

“พี่เปิดสนามแข่งรถเหรอ” เจอรี่ที่นั่งเงียบไป เพราะมัวแต่เอนจอยกับการกิน ก็ถามขึ้น หลังจากที่อิ่มแล้ว 

“อืม” นันตอบรับสั้นๆ

“ว้าวผมอยากเห็นเร็วๆ ที่พาผมทัวร์หน่อยนะ” เจอรี่พูดเสียงอ้อน

ชั้นไม่ใช่ไกด์นำเที่ยว แล้วอีกอย่าง มันไม่ใช่สถานที่ที่เด็กอย่างนายจะเดินเพ่นพ่าน” นันพูดว่าออกมา 

“น้องชายชั้นไม่ใช่เด็กน้อยขนาดนั้น” เจฟฟี่พูดแทนน้องชาย นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ 

“สังคมที่พวกนายอยู่ มันไม่เหมือนกับสังคมที่ชั้นอยู่ ถ้าเปรียบเปรยสังคมที่พวกนายอยู่เป็นสีขาว สังคมที่ชั้นอยู่มันเป็นสีเทาที่บางทีมันก็สามารถดำสนิทได้โดยที่นายเองไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ” นันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ซึ่งทุกคนเข้าใจได้ทันที ว่านันต้องการสื่ออะไร 

“สัก 2 ทุ่ม เราค่อยไปที่สนามกัน ช่วงเวลานี้กินข้าวเสร็จก็นั่งเล่นพักผ่อนไปก่อนละกัน” นันบอกออกมา ทุกคนก็เห็นดีด้วย เมื่อทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ช่วยกันเก็บจานไปล้างให้ แล้วมานั่งเล่นกันที่สนามหน้าบ้านของนัน เพื่อรอเวลา แม็คก็นั่งหาที่พักในเกาะลันตาใหญ่อยู่กับเพื่อนๆด้วย ส่วนนันแยกไปคุยกับลูกน้องตนเอง 

“พี่นันนี่เท่ห์ดีนะ” เจอรี่พูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้แม็คปรายตาไปมองเด็กหนุ่มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร 

“ถ้าได้นอนด้วยสักคืนก็คงดีสิ” เด็กหนุ่มพูดออกมาอีก  

“เด็กแก่แดด” แม็คว่าออกมาเป็นภาษาไทย ทำให้เด็กหนุ่มหันมามองหน้าแม็คทันที

“พี่พูดอะไรเหรอ” เจอรี่ถามเพราะไม่แน่ใจว่าแม็คว่าอะไรตนเองรึเปล่า แม็คส่งยิ้มซื่อๆไปให้เจอรี่ 

“อ่อ พี่บอกว่าอยากไปนอนอาบแดดน่ะ” แม็คพูดขึ้น โอมแอบกลั้นขำเอาไว้ 

“แรด” แม็คพูดภาษาไทยออกมาอีก เจอรี่ก็ขมวดคิ้วทันทีพร้อมกับมองไปรอบๆ

“หนูเหรอ ที่นี่มีหนูด้วยเหรอ” เจอรี่ถามขึ้น เพราะคิดว่าแม็คพูดคำว่า RAT ที่แปลว่าหนู 

“อืม มีอยู่ตัวหนึ่ง ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี บางทีก็อยากจะเอายาเบือไปกรอกปากมันเหมือนกันนะ”  แม็คบอกออกมาด้วยสีหน้าซื่อๆ โอมเองแอบหันไปยิ้มขำอีกทาง  

“บ้านพี่นันก็สะอาด ไม่น่าจะมีหนูเลยนะ ผมล่ะไม่ชอบเลย” เจอรี่พูดออกมา เพราะไม่ชอบหนูสักเท่าไร 

“สกปรกเพราะมึงมานั่นแหละ” แม็คพูดภาษาไทยออกมาอีก เจอรี่ก็มองหน้าแม็คอย่างสงสัย

“อ่อ ชั้นจะบอกว่า ชั้นก็ไม่ชอบ RAT เหมือนกัน มันน่ารำคาญ ส่งเสียงจี๊ดๆ เรียกร้องความสนใจอยู่นั่นแหละ นายว่ามั้ย?” แม็คถามกลับไป เจอรี่ก็พยักหน้ารับอย่างงงๆ เพราะไม่เข้าใจกับภาษาไทยที่แม็คพูดก่อนหน้านี้ 

“กูไปหาไอ้นันแป๊บนะ” โอมลุกขึ้นมาพร้อมกับพูดกับแม็ค

“ทำอะไร” แม็คถามกลับ

“สัด กูอยากไปหัวเราะ” พูดเสร็จโอมก็รีบเดินไปหานันทันที แล้วก็ไปยืนหัวเราะอยู่ที่นั่น จนนันต้องถามว่าเป็นอะไร แล้วนันก็หัวเราะออกมาอีกคน เมื่อรู้เรื่องจากปากโอม

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++

เมื่อได้เวลาที่จะไปยังสนามแข่งรถ นันก็พาทั้งหมดเดินไป แทนที่จะขับรถไป เนื่องจากเห็นว่ามันไม่ได้ไกลมากนัก เพราะเขาเองก็มักจะเดินไปบ่อยๆ ไวให้คนเตรียมเครื่องดื่มและกับแกล้มไว้ในห้องสำนักงานแล้ว ตอนนี้มีคนทยอยมาที่สนามแข่งกันเยอะพอสมควรแล้ว แต่จะเยอะกว่านี้ก็ตอนดึกๆ

“อื้อหื้อ สาวๆเยอะน่าดู” เสียงของแดนนี่พูดขึ้น

“ช่วงนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งมาแข่งมอเตอร์ไซค์ที่นี่ ฝีมือใช้ได้อยู่ มีแฟนคลับด้วย เค้าเลยมาเชียร์กัน” นันตอบกลับ แม็คเองก็อยากเห็นผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน เพราะนันเคยเล่าให้ฟังมาก่อนแล้ว

“สวยมั้ย” แฟรงค์ถามบ้าง

“เอาไว้พวกนายดูเองดีกว่า เธอน่าจะมาช่วง 3-4 ทุ่มแหละ เห็นว่าวันนี้มีผู้ชายท้าแข่งกับเธอด้วย” นันตอบกลับ

“รู้ดีจัง” แม็คแกล้งว่าคนรัก นันเลยเอาแขนไปล็อคคอของแม็คเอาไว้

“กูต้องรู้เรื่องในสนามดีอยู่แล้ว ไม่งั้นจะคุมได้ยังไง ถ้าเกิดอะไรขึ้นน่ะ หืม” นันพูดเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ แม็คก็ไม่ได้ว่าอะไร ทั้งหมดพากันเดินเข้าไปในสำนักงาน

“เตรียมพร้อมเลยว่ะ” โอมพูดออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นเครื่องดื่มพร้อมสรรพ

“ตามสบายเลย กูขอไปตรวจสนามแป๊บ แม็ค มึงไป..” นันกำลังจะพูดกับแม็ค แต่เจอรี่ปรี่เข้ามาจับแขนของนันเอาไว้ก่อน

“ผมไปด้วยได้มั้ย” เจอรี่ถามขึ้น นันมองหน้าเจอรี่นิ่งๆ แล้วจับมือของเจอรี่ออกจากแขนตัวเอง

“ธุรกิจครอบครัว ขอเอาคนในครอบครัวไปเดินตรวจจะดีกว่า ส่วนนาย มองจากตรงนี้ออกไปก็ได้” พูดจบ นันก็จับมือแม็ค เดินออกไปข้างนอกทันที ทำให้เจอรี่มองอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่กล้าเดินตามไป เพราะแปลกที่แปลกถิ่น

“บางทีกูก็รำคาญเด็กนั่นฉิบ” แม็คบ่นออกมา ขณะเดินมาพร้อมกับนัน

“ก่อนหน้านี้เลยแขวะเด็กนั่นใช่มั้ย” นันถามขึ้นมาอย่างขำๆ

“ก็มันอดไม่ได้ มีอย่างที่ไหนวะ พูดว่าอยากนอนกับมึงสักคืน มันตั้งใจพูดให้กูได้ยินชัดๆ” แม็คบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเจอรี่ไม่ให้เกียรติเขาเลย ทั้งๆที่รู้ว่านันกับเขาเป็นอะไรกัน

“เก็บเอาไว้ด่าเล่นละกัน” นันบอกกลับมา ทำเอาแม็คหัวเราะขำในลำคอ ระหว่างเดินเช็คและคุยกับลูกน้องของนันที่สนามแข่ง แม็คเห็นว่ามีลูกค้าสาวๆเพิ่มขึ้นจริงๆ

“มึง กลุ่มนี้ใช่ป่ะ ที่เป็นแฟนคลับนักแข่งหญิงคนที่มึงบอกน่ะ” แม็คถามนันด้วยความอยากรู้ นันหันไปมองเล็กน้อย

“ใช่ แฟนคลับผู้ชายก็เยอะนะ” นันพยักหน้าไปอีกด้านหนึ่งของสนาม แม็ครู้สึกได้ว่ามีบางคนเตรียมป้ายไฟมาด้วย

“นี่ถึงขนาดมีป้ายไฟด้วยเหรอวะ” แม็คพูดอย่างขำๆ 

“เออสิ ตอนแรกกูก็งง นึกว่าพกอาวุธกันมา พอตรวจค้น เสือกกลายเป็นป้ายไฟเฉย” นันบอกออกมายิ้มๆ

“แบบนี้มึงก็ชอบเลยดิ อาหารตาเยอะ” แม็คมองไปที่กลุ่มของหญิงสาวที่นุ่งน้อยห่มน้อยกันทั้งนั้น

“ก็แค่อาหารตา เพราะอาหารโปรดของกูก็ยืนอยู่นี่ไง” นันพูดพร้อมกับมองแม็ค ทำให้แม็คร้อนหน้าวาบ ลูกน้องของนันที่ยืนอยู่ก็อมยิ้มเล็กน้อย

“ไม่เบื่อรึไง กินแต่อาหารเดิมๆ” แม็คแกล้งถามกลับ เพราะอยากรู้ว่านันจะตอบยังไง

“ถึงจะเป็นอาหารเดิมๆ แต่กูก็มีวิธีปรุงให้มันอร่อยไม่ซ้ำกัน ถ้ามึงไม่เข้าใจ กูก็จะอธิบายให้ฟัง ว่าวิธีปรุงของกูก็คือ บางครั้งก็ออนท็อป บางครั้งก็..” นันยังพูดไม่จบ แม็คก็ยกมือมาปิดปากนันเสียก่อน เพราะรู้ว่านันจะพูดถึงท่าทางของบทรักของเขาทั้งสองคน

“หุบปากแล้วทำงานต่อ” แม็คว่าออกมา เพราะเขารู้สึกเขินไม่น้อย เนื่องจากนันพูดต่อหน้าลูกน้องที่ยืนอยู่ นันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะจับมือของแม็คออกจากปากตนเอง แล้วกุมมือไว้แบบนั้น นันพาแม็คเดินวนดูความเรียบร้อย ทักทายลูกค้าประจำเป็นระยะ ก่อนที่จะได้ยินเสียงฮือฮา

“ดาวเด่นมาละ” นันพูดออกมา แม็คหันไปมองก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ดูคาติสีแดงสดเข้ามาจอดที่ข้างสนาม

“ผู้หญิงที่มึงบอกอ่ะนะ” แม็คถามกลับ นันพยักหน้ารับ ก่อนจะดึงแม็คเดินไปหาหญิงสาวคนนั้น พอหญิงสาวถอดหมวกกันน็อค แม็คเองก็ต้องอึ้ง เพราะหญิงสาวสวยจริงๆ หุ่นก็ดีมากด้วย พอใส่ชุดหนังที่พร้อมสำหรับแข่งรถ ทำให้ดูเท่ห์และสวยไปพร้อมๆกัน มีหลายคนเข้าไปทักทาย หญิงสาวก็ทักทายกลับอย่างเป็นกันเอง

“สวัสดีค่ะคุณนัน” หญิงสาวทักนันเมื่อเห็นันดินเข้ามา

“สวัสดีครับคุณฟ้า วันนี้มาเร็วนะครับ” นันทักกลับไป

“พอดีงานเสร็จเร็วค่ะ เลยมาก่อนที่งานจะเข้า” หญิงสาวพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ แม็ครู้สึกว่ามันน่ามองไปหมด แต่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรในเชิงชู้สาว เหมือนแค่รู้สึกปลื้มเท่านั้นเอง และอีกอย่างแม็คไม่รู้สึกว่าหญิงสาวไม่สนใจนันเลยสักนิด เหมือนทักทายเพื่อนตามปกติ ต่างจากผู้หญิงบางคนที่มองนันตาหวานฉ่ำ เลยทำให้แม็ครู้สึกชื่นชมหญิงสาวอยู่ในใจ

“อ่า นี่ใช่คุณแม็คแฟนคุณนันรึเปล่า” หญิงสาวหันมามองแม็คแล้วถามขึ้น ทำให้แม็คแปลกใจอยู่ไม่น้อย ที่หญิงสาวรู้จักชื่อของเขา

“ใช่ครับ ผมจับมือไว้แบบนี้ ถ้าไม่ใช่ ผมคงหัวแตกล่ะครับ” นันพูดติดตลกออกมา แม็คหันไปเบะปากใส่นันอย่างหมั่นไส้

“พูดเอาใจกูรึไง” แม็คแกล้งว่าออกไป

“อย่างอื่นก็เอา ไม่ได้เอาใจอย่างเดียว” นันพูดขึ้น แม็คเลยเอาศอกกระแทกสีข้างไป 1 ที

“พูดอะไรเกรงใจคุณฟ้าเค้าด้วย อ่อ ขอแนะนำตัวอีกทีนะครับ ผมแม็คครับ” แม็คว่านันเสร็จก็หันมาทักทายหญิงสาว หญิงสาวยิ้มรับนิดๆแล้วเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาแม็ค

“ฟ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองบ้าง แม็คก็จับมือหญิงสาวกลับไป นันยกมือขึ้นมาโอบไหล่แม็คเอาไว้

“คนนี้ผมหวงนะครับคุณฟ้า ห้ามโปรยเสน่ห์ใส่เด็ดขาด” นันพูดขึ้นยิ้มๆ

“แหม คุณนันล่ะก็ ถ้าไม่ห้ามไว้ก่อน จะแอบโปรยใส่แล้วนะคะ” หญิงสาวแซวกลับมาบ้าง ทำให้แม็คยิ้มขำ กับความอารมณ์ดีของหญิงสาว

“ตามสบายนะครับ เดี๋ยวตอนแข่งผมจะมาดู ถ้ามีปัญหาอะไร บอกลูกน้องผมได้เลย” นันพูดกับหญิงสาวเสียงจริงจัง เพราะหญิงสาวเป็นตัวเรียกลูกค้าให้สนามของเขาเพิ่มขึ้นอีกพอสมควร หญิงสาวตอบรับ ก่อนที่นันจะพาแม็คเดินแยกออกมา เพื่อกลับไปที่สำนักงาน

“มองเค้าตาเยิ้มเลยนะ” นันแกล้งแซวคนรักตัวเอง

“เยิ้มห่าอะไรล่ะ ก็แค่มองเฉยๆ แต่คุณฟ้าสวยจริงว่ะ” แม็คพูดขึ้นมาตามที่คิด

“อืม ตอนแรกกูก็ยังงงอยู่ว่ามาทำอะไร แต่พอเห็นฝีมือแล้วก็ต้องยกนิ้วให้จริงๆ” นันตอบกลับ

“มึงเคยแข่งกับเค้ามั้ย” แม็คถามด้วยความอยากรู้ นันส่ายหน้าไปมา

“ทำไม” แม็คถามกลับ

“กลัวแพ้ ถ้ากูแพ้นี่อายเค้าตายเลยนะมึง” นันพูดออกมาอย่างขำๆ

“เค้าสวยขนาดนี้ มึงไม่หวั่นไหวบ้างเหรอวะ” แม็คถามด้วยความอยากรู้

“อันนี้ระแวง หรือว่า แค่ถามเล่นๆ” นันถามกลับยิ้มๆ

“ถามเล่นเฉยๆ เพราะกูรู้ว่าเค้าไม่เอามึงอยู่แล้ว” แม็คตอบกลับ นันก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

“แน่นอนสิ มีแค่มึงเนี่ยแหละที่หลงผิดมาเอากูน่ะ” นันตอบกลับยิ้มๆ

“ที่ถามว่ากูไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ กูจะบอกอะไรให้ คุณฟ้าน่ะ ก็เหมือนเฮียเดย์ในร่างผู้หญิง อาจจะเฟรนด์ลี่กว่านิดหน่อย แต่กูก็ไม่เสี่ยงที่จะไปหวั่นไหวด้วยหรอกนะ” นันตอบกลับ ทำให้แม็คเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“พอๆ เลิกคุยเรื่องคนอื่น เข้าไปหาพวกนั้นกันดีกว่า ไม่รู้ว่าดื่มกันไปถึงไหนละ” นันพูดขึ้น เพราะเขาสองคนออกมาเดินตรวจสนามร่วมชั่วโมงกว่าๆแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“พร้อมเดินทางรึยัง” นันเดินเข้ามาถามแม็คและเพื่อนๆ ที่ตอนนี้นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก เนื่องจากวันนี้พวกเขาจะเดินทางไปกระบี่กันแล้ว เมื่อวานโอมพาเพื่อนๆไปเที่ยวกรุงเทพฯ ยกเว้นแม็คที่ขอไปเคลียงานที่ออฟฟิศพ่อตนเองและบอกพ่อเรื่องไปเที่ยวด้วย ส่วนนันก็ต้องเรียกลูกน้องมาสั่งงาน เพราะเขาจะไม่อยู่หลายวัน เลยทำให้ทั้งสองคนไม่ได้ไปกับเพื่อนๆ แถมโอมก็พาทั้ง 5 คน กลับมาดึก พอกลับมาแล้วก็นัดแนะเรื่องการเดินทางอีกเล็กน้อย และแยกย้ายกันไปพักผ่อน

“พร้อมละ” โอมตอบกลับก่อนที่นันจะให้ทุกคนเอากระเป๋าไปขึ้นรถตู้ เพราะไวจะเป็นคนขับรถไปส่งที่สนามบิน

Tru..Tru…Tru

เสียงมือถือของนันดังขึ้น ขณะนั่งรถไปสนามบิน นันหยิบมาดูและกดรับ

“ว่าไงมึง....อยู่บนรถ..กำลังจะไปสนามบิน....ไปกระบี่ พาแม็คกับเพื่อนมันไปเที่ยว....หึหึ อิจฉากูเหรอวะ.....เออ เดี๋ยวซื้อของฝากมาให้...เออ บอกเฮียด้วยว่าถ้ากลับมาแล้วจะเข้าไปหา...เออ” นันพูดสายไม่นานก็วางไป

“ไอ้อิฐเหรอ” แม็คถามออกมาเพราะพอจะเดาได้ นันพยักหน้ารับ

“มันโทรมาจะให้เข้าไปเที่ยวหาที่บ้าน” นันตอบกลับ

“แล้วนี่เอาของมาครบใช่มั้ย” นันถามแม็คเพื่อความแน่ใจ

“ครบสิ ก็มึงเป็นคนจัดกระเป๋า ถ้าไม่ครบก็ด่ามึงนั่นแหละ” แม็คว่ากลับไป นันก็หัวเราะขำเบาๆ สักพักใหญ่ก็มาถึงสนามบิน กลุ่มของนันยกกระเป๋าลงจากรถ แล้วให้ไวขับกลับบ้านไปเลย กลุ่มคนทั้ง 8 คน ก็พากันเดินไปเช็คอินและโหลดกระเป๋า เนื่องจากพวกเขามากันก่อนเวลาขึ้นเครื่องร่วม 2 ชั่วโมงก็เลยพากันไปหาอะไรทานเพื่อฆ่าเวลาไปด้วย แม็คเหลือบมองคนรักเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้ม

“ยิ้มอะไร” นันถามกลับไป

“วันนี้มึงแต่งตัวดูดีนะ” แม็คพูดขึ้นยิ้มๆ วันนี้นันใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวพอดีตัว ทำให้เห็นเค้าโครงแผงอกแกร่งรำไร กางเกงยีนส์สีซีด แต่ไม่ได้ขาดวิ่น รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ที่นานๆทีจะหยิบมาใส่ เพราะนันชอบใส่คู่เก่าๆมอๆมากกว่า ผมถูกเซ็ตอย่างดี เอาแว่นกันแดดมาคล้องที่คอเสื้อ นันก้มมองตัวเองแล้วเลิกคิ้วขึ้น

“กูก็แต่งเหมือนตอนอยู่บ้าน” นันตอบกลับ เพราะปกติเขาก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์แบบนี้อยู่แล้ว

“ก็เหมือน แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบตอนอยู่บ้านไง จะบอกยังไงดีวะ” แม็คพูดออกมาอย่างขำๆ เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้รู้สึกว่านันดูดีขึ้นมากในวันนี้

“มันอยากจะบอกมึงว่า ตอนอยู่บ้านสภาพมึงเหมือนยาจก แต่พอออกมาแบบนี้แล้วดูเหมือนคุณชายหน่อยไง” โอมที่ได้ยินก็พูดตอบแทนกลับไป นันก็ยกยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะเลิกคิ้วให้แม็ค

“ทำไม ตกหลุมรักกูอีกรอบเหรอวะ” นันแกล้งถาม แม็คเลยแกล้งทำท่าจะอ้วกใส่นันกลับไป

“ไอ้นัน น้ำยามึงคงดี ไอ้แม็คแพ้ท้องแล้ว” โอมแซวแม็คบ้าง ก่อนที่นันจะหัวเราะชอบใจ แล้วหันมาแท็กมือกับโอม แม็คกลอกตาใส่คนทั้งสองอย่างเอือมๆ

“คุยอะไรกันเหรอครับ น่าสนุกจัง” เสียงของเจอรี่ดังขึ้น เพราะทั้งสามคนคุยกันเป็นภาษาไทย

“เสือก” แม็คพูดภาษาไทยขึ้นมาลอยๆ แล้วยกกาแฟขึ้นมาดื่มด้วยท่าทีปกติ ทำเหมือนคำพูดเมื่อกี้เป็นแค่อุทานเล็กๆเท่านั้น เจอรี่มองหน้าแม็คพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

“คุยกันเรื่องไปเที่ยวน่ะ” โอมเป็นฝ่ายตอบออกมาแทน  

“แม็ค ผมนายมีอะไรติดอยู่ไม่รู้ ชั้นเอาออกให้นะ” เสียงเจฟฟี่ดังขึ้น เพราะนั่งใกล้กับแม็ค ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบเศษผงออกจากผมของแม็ค

“เสือก” นันพูดเป็นภาษาไทยออกมาบ้าง แล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบด้วยท่าทางที่เหมือนกับแม็คก่อนหน้านี้

“หึหึ มึงสองคนเนี่ย ศีลเสมอกันดีนะ” โอมพูดออกมาอย่างขำๆ โดยมีเจฟฟี่มองอย่างงงๆ     

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หญิงสาวชื่อฟ้า ไม่ได้มีอะไรมากนะคะ

แค่เปิดตัวละครเล่นๆ ฮ่าๆๆ

นึกอยากจะใส่ก็ใส่

มาช้าหน่อยนะคะ

 

เหมือนเดิมนะคะ

ตัวเอียงคือประโยคภาษาอังกฤษ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น