เสี่ยวหลงเปา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.6 แค่ละครบทหนึ่ง

ชื่อตอน : EP.6 แค่ละครบทหนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 139

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2563 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.6 แค่ละครบทหนึ่ง
แบบอักษร

"พึ่งจะหมั้นกับฉันไปหมาดๆคู่หมั้นของฉันก็มองหาคนอื่นแล้วไหนใครบอกว่านักแสดงที่ดีควรเล่นให้สมบทบาท" ตะวันเอ่ยขึ้นแล้วเข้าประชิดตัวต้นหนาว

"คู่หมั้นของหนาวหล่อขนาดนี้หนาวจะไปมองใครได้ละคะ" ต้นหนาวพูดขึ้นแล้วยกยิ้มที่มุมปาก

"หึ" ตะวันครางหึในลำคอแล้วมองหน้าต้นหนาว

"คุณแม่ต้องการให้เธอย้ายมาอยู่กับฉัน พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอที่บ้านเตรียมของให้พร้อมละอย่าให้ฉันต้องรอ" เมื่อตะวันพูดจบก็ส่งยิ้มอบอุ่นให้ต้นหนาวแล้วเดินจากไป

"ถึงจะเป็นรอยยิ้มที่เสแสร้งแต่เขาก็ยิ้มให้ฉันละนะ" ต้นหนาวคิดในใจแล้วเดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ของเธอ

เช้าวันใหม่...................

แน่นอนว่าหลังจากที่งานหมั้นของตะวันและต้นหนาวจบลงไปเรื่องการหมั้นหมายของทั้งสองคนก็โด่งดังไปทั่วแวดวงของสังคมไฮโซและสังคมธุรกิจ ข่าวซุบซิบก็มีออกมามากมายไม่หวาดไม่หวั่น

"อิ่มแล้วหรอลูก" คุณวิชัยถามขึ้นเมื่อเห็นบุตรสาววางช้อนลง

"ค่ะ"

"หนาวแล้วลูกเก็บของหรือยัง เดี๋ยวพี่เขามารับพี่เขาจะรอนะลูก" คุณหญิงรินรดาเอ่ยขึ้น

"เรียบร้อยแล้วค่ะแม่เหลือแต่ของที่เพ้นท์เฮาส์"

"คุณหญิงแล้วทำไมต้องให้ลูกไปอยู่กับตะวันด้วย" คุณวิชัยหันไปถามภรรยาของตน

"คุณก็....ยัยหนาวอีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบแล้วให้พวกได้ทำความรู้จักกันศึกษานิสัยใจคอของกันและกันนะดีแล้วพอแต่งงานจะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยนอะไรกันอีก"

"แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ลูกไปนิ"

"นี่คุณเดี๋ยวนี้ฉันพูดอะไรคุณไม่ฟังฉันแล้วใช่ไหม ลูกอายุจะ22แล้วนะ" คุณหญิงรินรดาหันไปพูดเสียงเขียวใส่สามีของตน

"หนาวแล้วนี่พี่เขาจะมารับกี่โมงล่ะลูก" คุณวิชัยหันไปถามต้นหนาวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีจนต้นหนาวแทบจะหลุดขำออกมา

"หนาวก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะแต่อีกเดี๋ยวก็คงมา คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนาวหรอกนะคะหนาวดูแลตัวเองได้" ต้นหนาวพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

ปรึ้น!!!!

เสียงรถขับเคลื่อนเข้ามาในตัวบ้านไม่นานนักก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีนิ่งๆเหมือนกับที่เจ้าตัวทำอยู่ตลอด

"สวัสดีครับ คุณลุง คุณป้า" ตะวันเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วยกมือไหว้

"ไหว้พระเถอะจ๊ะ แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังลูก" คุณหญิงรินรดารับไหว้ตะวันแล้วเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ดูเป็นมิตร

"ผมทานมาแล้วครับ" ตะวันตอบแม่ของต้นหนาวแล้วหันหน้ามาหาต้นหนาวแทน

"เอ่อ...คุณแม่ค่ะเดี๋ยวหนาวขึ้นไปเอาของก่อนนะคะ" ต้นหนาวพูดจบก็เดินขึ้นไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเธอลงมาทันที

"ตะวันลุงฝากดูแลน้องด้วยนะ" คุณวิชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วง

"ครับผมจะดูแลเธอให้ดีคุณลุงคุณป้าไม่ต้องเป็นห่วง"

"ยัยหนาวลูกเองก็อย่าดื้อกับพี่เขาละเข้าใจไหมฮึ" คุณหญิงรินรดาเอ่ยบอกบุตรสาว

"หนูไม่ดื้อหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวว่างๆหนูจะมาเยี่ยมนะคะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่นะคะ" ต้นหนาวพูดจบก็วิ่งไปกอดพ่อกับแม่ของเธอ

หลังจากที่ต้นหนาวบอกลาพ่อกับแม่ของเธอเสร็จก็เดินขึ้นรถของตะวันไป

รถยนต์คันหรูเคลื่อนที่ไปตามท้องถนนด้วยความเร็วที่คงที่ภายในรถเงียบสนิทจนจะได้ยินเสียงหายใจ

"ลูกแหง่" ตะวันพูดขึ้นแล้วยื่นกล่องกระดาษทิชชู่ให้ต้นหนาว

"หนาวแค่เจ็บตา" ต้นหนาวตอบออกมาแต่ก็หยิบกล่องทิชชู่ที่ตะวันยื่นให้

"เธอจะอยู่ไหนบ้านฉันหรือคอนโดเลือกเอา" ตะวันถามขึ้นโดยไม่หันหน้ามามองต้นหนาว

"พี่ตะวันอยู่ที่ไหนหนาวก็อยู่ที่นั่นละคะ" ต้นหนาวตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดเลยสักนิด

ตะวันเมื่อได้ยินต้นหนาวเรียกตัวเองว่าพี่ก็หันหน้ามามองต้นหนาวด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วหันกลับไป

"เธอเรียกฉันว่าพี่" ตะวันพูดขึ้น

"เรียกไม่ได้หรอค่ะ พี่ตะวัน!!!!" ต้นหนาวพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจแล้วเน้นตรงคำว่าพี่ตะวันให้เขาได้ยินชัดๆ

"จะเรียกอะไรก็เรียก แต่เธออย่าลืมว่าเราตกลงอะไรกันไว้ก่อนที่จะหมั้นกัน"

"หนาวลืมไปแล้วละคะเราตกลงอะไรกันไว้หรอค่ะ" ต้นหนาวหันหน้ามาถามตะวันด้วยสีหน้าที่ใสซื่อเหมือนกับว่าเธอลืมมันไปแล้วจริงๆ

เอี๊ยด!!!!

ตะวันเบี่ยงรถเข้าข้างทางแล้วเบรกรถกระทันหันจนต้นหนาวแทบจะหน้าทิ่ม

"เธอก็รู้ว่าทุกอย่างที่ฉันทำมันก็แค่ละครบทหนึ่งเท่านั้นและเธอก็เป็นตัวแสดงที่เข้ามาร่วมฉากกับฉันหรือว่าที่เธอบอกว่าไม่อยากแต่งกับฉันจริงๆแล้วเธอโกหก" ตะวันพูดขึ้นแล้วจ้องมองต้นหนาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

"ใช่ค่ะหนาวโกหก จริงๆแล้วหนาวอยากแต่งงานกับพี่มากๆเลยละคะ" ต้นหนาวตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสจนตะวันมั่นไส้

ตะวันเมื่อได้ยินต้นหนาวพูดแบบนั้นก็ส่ายหน้าก่อนจะขับรถออกจากข้างถนนเขาไม่รู้หรอกว่ายัยเด็กนี้พูดจริงหรือพูดเล่นแต่ที่แน่ๆเธอทำให้เขาหงุดหงิดสุดๆ

"หนาวพูดจริงๆนะคะ หนาวรักพี่ตะวันมากม๊ากจนอยากแต่งงานด้วย" ต้นหนาวยังพูดต่อเป็นต่อยหอย

ตะวันทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของต้นหนาวเพราะเขารู้ว่าตอนนี้ต้นหนาวกำลังปั่นหัวของเขาอยู่ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่หมั้นกับเธอแล้วก็ช่างเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งที่ทำให้เขาต้องรับเธอมาอยู่ด้วย

ต้นหนาวที่รู้ว่าตะวันทำเป็นไม่สนใจเธอก็ได้แต่ยกยิ้มที่มุมปากคนเย็นชาแบบเขาก็ต้องเจอเธอที่เป็นแบบนี้แหละ ที่เธอบอกว่ารักเขาและก็อยากแต่งงานกับเขาก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้นแหละแต่เขาไม่รักเธอนี้สิเรื่องใหญ่แต่เธอก็ยังเชื่อว่าจะทำให้เขารักเธอได้ก่อนที่เธอจะเรียนจบ

"ถ้าไม่ชอบให้เรียกว่าพี่ตะวันงั้นเรียกพี่หมอได้ใช่ไหมค่ะ" ต้นหนาวพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแป้น

ตะวันเหมือนเส้นแห่งความอดทนขาดสะบั้นเขาหันมามองต้นหนาวด้วยสีหน้าที่ไม่โอเคสุดๆ

"สีหน้าแบบนี้แปลว่าเรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมค่ะ"

"ไม่ได้" ตะวันตอบออกมาเสียงแข็ง

"พี่หมอขาาาาาาาา" ต้นหนาวลากเสียงยาวแล้วทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้เมื่อตะวันส่งรังสีอำมหิตมาให้เธอ

"สายตาแบบนั้นฆ่าคนได้เลยนะคะพี่หมอขาาาา ฮ่าฮ่า" ต้นหนาวพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ

"พูดมาก" ตะวันที่หมดคำจะพูดกับต้นหนาวก็ได้แต่หันมาตั้งใจขับรถต่อไป

คอนโดM..................

"ว้าใหญ่จัง หนาวคิดว่าจะได้นอนห้องเดียวกับพี่เสียดายจัง" ต้นหนาวพูดออกมาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องของตะวันแล้วทำสีหน้าหดหู่เหมือนเสียใจจริงๆ ก็เธอเสียใจจริงๆนี่น่า

"จะนอนห้องไหนก็เลือกเอายกเว้นห้องนั้น ห้องฉัน" ตะวันพูดขึ้นแล้วชี้ไปที่ห้องที่ดูเหมือนจะมืดมนสำหรับต้นหนาว

"หนาวไม่เลือกห้องไหนแต่เลือกที่จะนอนกับพี่ได้ไหมค่ะ" ต้นหนาวพูดขึ้นแล้วขยิบตาให้ตะวันอย่างมีเลศนัย

ตะวันเมื่อได้ยินต้นหนาวหยอดมุขมาแบบนั้นก็ได้แต่มีสีหน้าที่ไม่เข้าใจตอนเขาเจอเธอเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเธอไม่ได้เป็นคนแบบนี้นิสงสัยเขาคงต้องพาเธอไปตรวจสมองสะบ้างแล้วเพื่อว่าจะมีเนื้องอกในสมองของเธอหรือว่าเธอจะเป็นคนสองบุคลิก

"ไม่ได้!!" ตะวันสลัดความคิดที่อยู่ในหัวออกและบอกปฏิเสธต้นหนาวทันที

"ทำไมละคะพี่หมอ เราหมั้นกันแล้วทำไมจะนอนห้องเดียวกันไม่ได้ละคะ" ต้นหนาวพูดเสียงอ่อยแล้วเดินเขามาหาตะวันมือบางรีบโอบเอวหนาของตะวันอย่างรวดเร็ว

"หรือว่าพี่หมอไม่ชอบหนาวหรอกค่ะ" ต้นหนาวพูดขึ้นน้ำเสียงอ้อนๆแล้วช้อนตามองตะวัน

ตะวันก้มลงมามองต้นหนาวด้วยสายตานิ่งๆเขาไม่รู้ว่าต้นหนาวต้องการอะไรแต่ถ้าเธอต้องการที่กวนโมโหเขา เขาบอกไว้เลยว่าเธอทำสำเร็จ

"เลิกเล่นได้แล้ว" เมื่อตะวันพูดจบก็ผลักหัวต้นหนาวออกจากตัวเบาๆแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถ

"จะไปไหนหรอค่ะ" ต้นหนาวถามขึ้นเมื่อเห็นตะวันกำลังจะเดินออกจากห้อง

"วันนี้ฉันมีเคสผ่าตัด ตอนเย็นถึงจะมารับเธอไปกินข้าวกับคุณแม่ที่บ้านและนี่ถ้าอยากทานอะไรก็เลือกเอาในตู้เย็น" เมื่อตะวันพูดจบก็เดินออกไป

และเมื่อลับร่างของตะวันไปแล้วต้นหนาวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"เห้อออออ!!"

"คนอะไรเย็นชาชะมัด ไม่รู้ว่าฉันชอบคนแบบนี้เข้าไปได้ยังไงเนี้ย" ต้นหนาวพึมพำออกมาแล้วเกาหัวตัวเองก่อนจะลากกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของตะวัน ถึงจะไม่ได้นอนห้องเดียวกันแต่ขอให้เปิดประตูมาเจอหน้ากันทุกเช้าก็พอแล้ว นี่คือสิ่งที่ต้นหนาวคิด

"จะเรียกว่าคอนโดทำไมในเมื่อมันใหญ่เหมือนกับบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่ง" ต้นหนาวย่นอุบอิบออกมา เพราะคอนโดของตะวันมี3ห้องนอนที่มีห้องน้ำอยู่ในตัวทั้งหมด มีห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และอีกห้องที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องทำงานของเขาอีกด้วย มันใหญ่กว่าเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอเสียอีก

ตืดดดดด ตืดดดดด

ต้นหนาวหันไปตามเสียงสั่นของโทรศัพท์ก่อนจะหนิบมันขึ้นมาแล้วกดรับทันทีเมื่อรู้ว่าใครโทรมา

"หนาวแกอยู่ไหน" ปลายสายถามต้นหนาวทันทีเมื่อต้นหนาวกดรับโทรศัพท์

"อยู่คอนโดพี่ตะวัน" ต้นหนาวตอบปลายสายกลับไปพรางแขวนเสื้อผ้าไปด้วย

"เห่ยยย ทำไมแกไปอยู่อยู่นั้นได้ว่ะ"

 

 

ช่วงนี้ไรท์ติดภารกิจ คงจะไม่ได้มาอัพอีกหลายวันเลย อยากจะบอกว่าคิดถึงสุดๆ เอาไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ ❤️❤️❤️🙏

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น