Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 63

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 63

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2563 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 63
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 63 

 

ประตูเนื้อเรียบสีขาวมีกระจกแผ่นเล็กติดกั้นตรงด้านบน ข้างๆ กันเป็นรายชื่อคนป่วยที่อยู่ภายในห้องนี้ประดับติดอยู่บนกำแพง ผมเงยหน้ามองรายชื่อที่ติดอยู่ก่อนจะหันไปมองยีนส์ที่เดินมาอยู่ด้านหลังแล้วหันกลับมามองที่ประตูตรงหน้าอีกครั้งผ่านสีหน้าลังเล

 

“มีอะไรเหรอครับ” ยีนส์เลิกคิ้วขึ้นถามเมื่อเห็นผมยืนนิ่งไม่เข้าไปในห้อง

 

“มีคนกำลังเยี่ยมอยู่ครับ” ผมตอบกลับอีกฝ่าย ก่อนที่เด็กหนุ่มจะขยับเข้ามามองภายในห้องผ่านกระจกบานเล็กตรงประตู

 

“อ่า! ผู้กำกับ” คำพูดพึมพำของเจ้าตัวทำให้ผมมองคนในห้องอย่างให้ความสนใจ หรือจะเป็นตำรวจที่มอบหมายคดีของผมให้แพทริค

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราเข้าไปกันเถอะ” น้ำเสียงสดใสเป็นกันเองของยีนส์ทำให้ผมชั่งใจอยู่นิดหน่อย ดูจากบรรยากาศด้านนอกแล้วพวกเขาอาจจะมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน

 

“ไม่ต้องหรอกครับ รอพวกเขาคุยกันให้เสร็จก่อนก็ได้” ผมยิ้มตอบ เลือกที่จะหันหลังพิงกำแพงข้างประตูรอให้คนในห้องจบธุระพร้อมกับไล่สายตามองเด็กหนุ่มที่พยักหน้าตอบแล้วเดินเข้ามายืนข้างๆ กัน

 

“ผู้กำกับมาถึงที่นี่ต้องมีอะไรแน่เลยครับ”

 

“ครับ?” ผมเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยในคำพูดเมื่อครู่

 

“ปกติผู้กำกับจะประจำอยู่ที่เมืองไทยครับ นานๆ ทีจะออกจากประเทศเพราะเรื่องคดี”

 

“งั้นเหรอครับ” ผมพยักหน้ารับตอบกลับอย่างไม่คิดอะไร บางครั้งก็เป็นเรื่องปกติที่คนอยู่ตำแหน่งสูงกว่าแทบไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่เบื้องหลังออกคำสั่งให้คนของตัวเองลงมือเท่านั้น

 

ผมปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ ไม่คิดที่จะเข้าไปรบกวนการสนทนาของคนในห้องเพราะอาจจะเป็นข้อมูลลับทางราชการ หากแต่เสียงพูดคุยสนทนาที่ดังเล็ดรอดออกมาก็ทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินบทสนทนานั่นเต็มสองหูจนผมกับยีนส์ได้แต่ยืนมองหน้ากันเงียบๆ

 

“บุ่มบ่ามแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน!” 

 

เสียงตวาดดังลั่นออกมาด้านนอกอย่างแข็งกร้าว แค่ฟังดูก็รู้แล้วว่าคนที่พูดกำลังอารมณ์ไม่ดีมากขนาดไหน

 

“ผมไว้ใจคุณมากนะผู้กอง แต่การกระทำเพราะเหตุผลส่วนตัวแบบนี้มันส่งผลเสียมากแค่ไหนคุณก็รู้ดี” 

 

“…” 

 

“บุกเข้าพื้นที่ส่วนตัวก็คดีหนึ่ง สู้กับแก๊งมาเฟีย ชิงตัวพยานปากสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อีกคดีหนึ่ง ทำไมคุณใจร้อนแบบนี้ผู้กอง!” 

 

“ผมจะรับผิดชอบ…” 

 

“คุณจะรับผิดชอบยังไง ในเมื่อสิ่งที่สูญเสียไปคือชีวิตลูกน้องของคุณ!!”  

 

น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่พึงพอใจด่าทอต่อว่าคนของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ ผมยืนนิ่งฟังสิ่งที่ได้ยินผ่านความรู้สึกเจ็บปวดในใจ มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้ปะทุขึ้นมา ทุกอย่างมันเป็นเพราะผม ถ้าวันนั้นผมไม่ได้ติดต่อแพทริคไปเขาก็คงไม่ต้องสูญเสียคนขนาดนี้

 

“ระ เรากลับห้องกันก่อนดีไหมครับ” เสียงเรียกของยีนส์ดังขึ้นที่ข้างตัว เด็กหนุ่มคาดเดาสถานการณ์ในห้องแล้วคิดว่าไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปถึงได้กระตุกปลายเสื้อผมเพื่อเรียกสติ

 

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบกลับเสียงเรียบ แววตาจ้องมองผนังกำแพงที่อยู่ด้านหน้าอย่างใช้ความคิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องไม่มีใครมารับผิดชอบเพราะผมเป็นต้นเหตุ

 

“ดะ เดี๋ยวก่อนครับ! คุณจะทำอะไร!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของยีนส์ดังขึ้นเมื่อเห็นผมหมุนตัวเปิดประตูห้องพักคนป่วยโดยไม่คิดจะขออนุญาต

 

ปัง!

 

ประตูเนื้อเรียบสีขาวที่ถูกเปิดออกทันที เรียกความสนใจจากคนในห้องได้เป็นอย่างดี ก่อนที่บทสนทนาจะยุติลงแค่นั้น แพทริคหันมามองผมผ่านท่าทีตื่นตระหนกนิดหน่อย ผิดกับผู้ชายอีกคนที่ไล่สายตามองมาอย่างเรียบนิ่งราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

 

“ขะ ขอโทษที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตครับ!” ยีนส์พูดขึ้นพร้อมตะเบ๊ะมือผ่านสีหน้าซีดเผือด ความวิตกกังวลฉายชัดบนใบหน้าพอๆ กับหยาดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นมา

 

“ผมมีเรื่องต้องคุยครับ” ผมไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มข้างกายเท่าไรนัก เลือกที่จะหันมาพูดกับคนในห้องผ่านสีหน้าเรียบนิ่งแล้วก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่คิดเกรงกลัวผู้ชายที่มียศสูงที่สุดในห้องนี้

 

“นี่เหรอเด็กที่เป็นพยานปากสำคัญ” คำพูดที่เอ่ยออกมาทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างรู้สึกไม่ชอบใจทันที ถึงผมจะเป็นเหยื่อในคดีพ่อค้าทาสแต่ก็ไม่ชอบให้ตำรวจเรียกแทนตัวเองแบบนั้น

 

“ผมชื่อพระพายครับ”

 

“ขอโทษด้วยถ้าฉันเผลอทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นก่อนจะหันกลับมามองแพทริคที่นั่งมองมาทางผมผ่านสีหน้าเป็นกังวล

 

“สงสัยว่าเราจะมีเรื่องต้องคุยกันอีกนานเลยนะผู้กองแพทริค”

 

“ครับ” ผู้กองหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่บรรยากาศในห้องจะมีแต่ความตึงเครียดจนเด็กหนุ่มด้านหลังผมเริ่มทำตัวไม่ถูก

 

“ยีนส์! คุณช่วยกลับไปก่อนได้หรือเปล่าครับ” ผู้กำกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง หากแต่แววตาที่ใช้มองคนด้านหลังเต็มไปด้วยความกดดันเล็กๆ

 

“ตะ แต่”

 

“ไม่ต้องห่วง เสร็จธุระแล้วผมจะเดินไปส่งเขาเองครับ” ประโยคนั้นทำให้คนตัวเล็กมองมาที่ผมอย่างลังเลนิดหน่อย หากแต่ความกดดันที่ถูกส่งมาทำให้คนยศน้อยได้แต่จำต้องพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับออกไป

 

“ทราบแล้วครับ”

 

หลังจากที่ยีนส์เดินออกไป ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่พวกเราสามคนที่แผ่บรรยากาศตึงเครียดออกมา สองขาเรียวก้าวเดินเข้าไปใกล้ผู้กองแพทริคที่นั่งมองมาทางผมบนเตียงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่คำถามบางอย่างจะถูกเอ่ยออกไป

 

“อาการเป็นยังไงบ้างครับ”

 

“ดีขึ้นแล้วครับ หมอบอกว่าอีกไม่นานน่าจะหายดี” คำตอบของผู้กองหนุ่มทำให้ผมไล่สายตามองผ้าพันแผลกับเฝือกที่ดามแขนกับหัวไหล่ซ้ายนั่นอย่างเป็นห่วง เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะผม

 

“ขอโทษนะครับ” ผมก้มหน้าพูดขึ้นเสียงแผ่ว อดที่จะยื่นมือไปแตะเฝือกที่ดามแขนของอีกฝ่ายไม่ได้

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คุณไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย” เสียงปลอบทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความกังวล ชายหนุ่มยื่นมือมาลูบหัวผมด้วยสัมผัสอ่อนโยนอย่างที่ผมไม่ได้รับมาตลอดหลายเดือน จนผมต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย

 

“ขอโทษจริงๆ นะครับ” คำพูดย้ำของผมเรียกให้อีกฝ่ายต้องผุดรอยยิ้มกลับมาราวกับไม่ถือสา

 

“ไหนๆ แล้วเรามาคุยกันเลยดีกว่า เท่าที่ผมมองคนอย่างคุณคงไม่เข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะแบบนี้แน่ถ้าไม่มีเรื่องอะไรกวนใจ” ประโยคพูดของผู้กำกับวัยกลางคนทำให้ผมหันหน้ามองอย่างพิจารณาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ดูคนออกทะลุปรุโปร่ง ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

 

“ขอโทษด้วยครับที่เสียมารยาท”

 

“ไม่เป็นไรครับ เชิญพูดมาได้เลย” คนตรงหน้าเผยรอยยิ้ม ยกขึ้นผายส่งสัญญาณให้ผมเริ่มพูดเรื่องที่ค้างคาใจ

 

“เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผม อย่าลงโทษผู้กองเลยนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่ง จ้องมองคนยศสูงด้วยสีหน้าจริงจัง จนคนบนเตียงต้องเอื้อมมาจับข้อมือผมอย่างห้ามปราม

 

“พระพาย!”

 

“คุณมีเหตุผลอะไรไม่ให้ผมลงโทษผู้กองแพทริคงั้นเหรอครับ”

 

“ผู้กองแพทริคจะไม่ทำผิดถ้าผมไม่ติดต่อให้เขาเข้ามาช่วย เรื่องนี้ผมเป็นสาเหตุถ้าจะลงโทษก็ให้มาลงที่ผมได้ไหมครับ” โทนเสียงจริงจังทำให้คนตรงหน้ามองมองผ่านแววตาเรียบนิ่ง ชายวัยกลางคนซุกมือข้างหนึ่งลงที่กระเป๋ากางเกงก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา

 

“ผมทำตามที่คุณขอไม่ได้ครับ”

 

“ทำไมครับ”

 

“นี่เป็นเรื่องในกรมตำรวจ คุณที่เป็นพยานปากสำคัญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ตามหน้าที่แล้วผมต้องลงโทษผู้กองแพทริคที่ละเลยคำสั่งบุกเข้าหาศัตรูโดยไม่แจ้งเบื้องบน”

 

“แต่ผม…”

 

“ต่อให้คุณไม่ติดต่อมา ถ้าถึงเวลาเขาก็บุกเข้าไปช่วยคุณอยู่ดีครับคุณพระพาย!” เสียงเข้มแข็งกร้าวตวาดขึ้นกดดันคนในห้อง อำนาจทางราชการที่สั่งสมมาแผ่กระจายจนรับรู้ได้ ผมหยุดชะงักความคิดที่จะโต้เถียงอีกฝ่ายทำได้เพียงจ้องคนตรงหน้าผ่านแววตาสั่นไหวเท่านั้น

 

“พอเถอะพระพาย ฉันตั้งใจจะรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว” ทุ้มเสียงนุ่มอ่อนโยนดังขึ้นที่ข้างตัว มือแกร่งกระชับข้อมือผมให้ใจเย็นลง ก่อนที่ผมจะก้มลงมองอีกฝ่ายผ่านสีหน้าวิตกกังวล ส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนตรงหน้า

 

“ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมคุณต้องรับผิดชอบด้วยครับ”

 

“ให้ผมได้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเถอะครับ เพื่อความยุติธรรมของคนที่จากไปแล้วด้วย” ประโยคหนักแน่นของแพทริค สมิธทำให้ผมได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำตัดสินใจ ผู้กองหนุ่มหันหน้ามองหัวหน้าตัวเองที่ยืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะพยักหน้ายอมรับบทลงโทษที่จะเกิดขึ้น

 

“ต้องขอโทษด้วยที่ผมใส่อารมณ์กับคุณผู้กอง หลังจากนี้ผมคงต้องถอดยศแล้วสั่งพักงานคุณไม่มีกำหนด”

 

คำพูดของผู้กำกับทำให้ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที วงหน้าสวยขบเม้มริมฝีปากไว้แน่นตั้งใจจะเดินเข้าไปคุยกับคนตรงหน้า หากแต่แพทริคก็จับข้อมือผมไว้แน่นก่อนจะเอ่ยตอบคนยศสูงกลับไป

 

“ทราบแล้วครับ”

 

“แพท!”

 

“มันเป็นบทลงโทษของผมครับ” เสียงทุ้มที่ตอบกลับอย่างสีหน้าจริงจังไม่มีความลังเล ทำให้ผมหยุดชะงักไปอีกครั้ง

 

“เฮ้อ! ผมก็อยากลงโทษคุณตอนนี้อยู่หรอกนะผู้กอง แต่คดีพ่อค้าทาสยังไม่เสร็จสิ้น ผมไม่กล้าให้ใครมาดูแลคดีนี้แทนคุณแล้วจริงๆ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับประโยคที่ทำลายความสิ้นหวังทำให้พวกผมเงยหน้ามองชายวัยกลางคนแทบจะทันที

 

“ผู้กำกับ!”

 

“เอาไว้หลังจับพวกมันได้ ผมค่อยลงโทษคุณแล้วกันผู้กองแพทริค สมิธ” คำพูดที่ได้ยินทำให้ผมเผยรอยยิ้มขึ้นมาทันที ใบหน้าสวยก้มมองผู้กองหนุ่มที่ตะเบ๊ะมือเคารพคนยศสูงผ่านสีหน้ายินดีไม่ต่างกัน

 

“ขอบคุณมากครับ!”

 

“อืม! ทำงานของคุณให้ดี ผมจะคอยสนับสนุนคุณเองไม่ต้องห่วง”

 

“รับทราบครับ!”

 

“หลังจากนี้คงลำบากกันหน่อย คุณช่วยเราได้ไหมครับคุณพระพาย” ผู้กำกับเอ่ยถามพร้อมกับหันมามองหน้าผมด้วยแววตาจริงจัง

 

“แน่นอนครับ แต่ก่อนอื่นผมมีเรื่องอยากจะขอร้องหน่อยครับ” ผมพูดตอบก่อนจะแสดงความต้องการบางอย่างออกไป เป็นเรื่องที่ผมคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว

 

“ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรครับ”

 

“ช่วยพาน้องชายผมหนีออกมาได้ไหมครับ”

 

“น้องชาย?”

 

“พระจันทร์งั้นเหรอ” ชื่อที่แพทริคเรียกออกมาทำให้ผมหันไปมองอย่างสงสัยนิดหน่อย เขารู้ได้ยังไงว่าน้องชายผมคือพระจันทร์ “ฉันตามสืบเรื่องของพวกนายอยู่เลยคิดว่าใช่”

 

“ครับ! เขาเป็นน้องชายผม” ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับมาที่ผู้กำกับที่กำลังขมวดคิ้วคิดถึงคำขอร้องของผม

 

“แล้วน้องชายคนนั้นอยู่ที่ไหน”

 

“เขาถูกขายให้แก๊งหลินจางครับ” ผมตอบกลับก่อนที่คนตรงหน้าจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วมองมาทางผู้กองหนุ่มอย่างขอความเห็น

 

“คนของคุณแฝงตัวอยู่ที่แก๊งหลินจางใช่ไหม”

 

“ครับ ผมให้ต้นน้ำคอยสอดแนมแล้วก็ดูแลเด็กในคดีจนกว่าพวกพ่อค้าทาสจะโผล่หัวออกมา”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ครั้งนี้เราต้องวางแผนให้ดีจะให้พลาดไม่ได้” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นก่อนที่ผู้กองหนุ่มจะพยักหน้ารับเพื่อทำภารกิจครั้งต่อไป

 

“ทราบแล้วครับ”

 

“มีอีกเรื่องที่ผมค่อนข้างเป็นกังวล” ผมพูดขึ้นพร้อมกับขบคิดถึงปัญหาที่วนเวียนอยู่ในหัว ผมควรบอกเรื่องนี้ให้พวกแพทริครู้เอาไว้

 

“เรื่องอะไรครับ” ผู้กำกับถาม

 

“น้องชายผมเขาค่อนข้างพิเศษ”

 

“ครับ?” คนในห้องต่างมองหน้าผมอย่างสงสัยกับคำพูดกำกวมที่เอ่ยออกไป

 

“เขาพิเศษนิดหน่อยครับ แบบว่าอวัยวะภายในเขาไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป” ผมขมวดคิ้วเอ่ยต่อพลางมองหน้าทั้งสองคนในห้องไปด้วย

 

“ไม่ต้องห่วง พวกผมจะเก็บเป็นความลับ คุณเล่าออกมาเถอะ” แพทริคพูดพร้อมกับส่งใบหน้าจริงจังมาให้ ผมพยักหน้ามองคนทั้งคู่อีกครั้งก่อนจะบอกประโยคที่คิดไว้ในหัวออกไป

 

“น้องชายผมเขาสามารถตั้งครรภ์ได้ครับ เขาเป็นโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก”

 

“วะ ว่ายังไงนะครับ” ผู้กองหนุ่มถามย้ำอีกครั้งราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

“ผมพูดจริงๆ ครับ พระจันทร์เป็นเด็กพิเศษที่สามารถตั้งท้องได้”

 

“…”

 

“ผมไม่รู้ว่าจะสายไปหรือเปล่า ถ้าเขาถูกทำแบบที่ผมโดนทำตอนนี้คง…”

 

พรึ่บ!

 

“ไม่ต้องห่วงครับพระพาย พวกผมจะช่วยน้องชายคุณออกมาอย่างสุดความสามารถ”

 

น้ำเสียงโอนอ่อนกับสัมผัสอบอุ่นที่เข้ามาโอบกอดจากผู้ชายวัยกลางคนทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อย แผ่นหลังบางถูกคนตรงหน้าลูบปลอบแผ่วเบาก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆ ผละตัวออกแล้วแสดงสีหน้าจริงจังเรียกความน่าเชื่อถือมาให้

 

“อย่ากังวลเลยครับ”

 

“ครับ” ผมตอบรับก่อนจะก้มหน้าขบคิดวิธีที่จะเข้าไปช่วยน้องชายตัวเองออกมา โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผู้กองแพทริคที่จ้องมองหัวหน้าหน่วยตัวเองเลยสักนิด

 

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปพักผ่อนกันเถอะครับ คุณยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ” คำพูดของผู้กำกับทำให้ผมเงยหน้ามองก่อนที่หัวไหล่ทั้งสองข้างจะถูกคนร่างสูงพลิกหันให้เดินไปทางประตูห้อง

 

“ผมจะเดินไปส่งนะครับ ส่วนเรื่องน้องชายคุณหลังจากนี้พวกผมจะหาวิธีกันเอง”

 

“ภารกิจนี้ผมขอเข้าร่วมด้วยได้ไหมครับ!” ผมฝืนตัวเองไม่ก้าวเดินตามแรงผลักของอีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้ามองผู้กำกับด้านหลังผ่านสีหน้าจริงจัง

 

“แต่ว่าคุณ…”

 

“ให้ผมเข้าร่วมด้วยเถอะครับ” ผมย้ำอีกครั้งก่อนจะเหลือบตามองอาวุธสีดำสนิทที่ติดอยู่กับขอบกางเกงของอีกฝ่าย

 

“มันอันตรายเกินไป ผมให้คุณเข้าร่วมไม่ได้ครับ”

 

พรึ่บ!

 

แกรก!

 

“อย่าดูถูกผมสิครับผู้กำกับ” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมกับอาวุธสีดำจากอีกฝ่ายที่ถูกมือผมกระชับจับไว้แล้วเล็งเข้าที่ปลายคางคนด้านหลัง แววตานิ่งเรียบสนิทจ้องสบกับชายวัยกลางคนจนอีกฝ่ายได้แต่ถอนหายใจออกมา

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

“ขอบคุณครับ” ผมตอบกลับพลางลดปืนในมือลงแล้วส่งคืนให้อีกฝ่าย ก่อนที่วงแขนแกร่งจะเข้ามาตวัดใส่อย่างรวดเร็ว ผมก้มตัวหลบแรงกระแทกจากอีกฝ่ายก่อนจะพลิกตัวจับลำแขนนั่นแล้วจับล็อกไปที่ด้านหลังแน่น

 

“บอกแล้วไงครับว่าอย่าดูถูกผม”

 

“หึ! ผมยอมแล้วครับ” ผู้กำกับเอ่ยออกมาผ่านใบหน้าเปื้อนยิ้ม จนกระทั่งผมปล่อยแขนของอีกฝ่ายออก เขาถึงหันมามองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจริงจัง

 

“ถึงจะอนุญาตให้คุณเข้าร่วมภารกิจ แต่ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บกลับมาผมจะไม่ให้คุณเข้าร่วมงานอีกเลยนะครับ”

 

“ผมจะระวังครับ”

 

“เฮ้อ! คุณมันดื้อจริงๆ ครับ” คนยศสูงส่ายหน้าอย่างเอือมระอาทั้งที่ยังมีรอยยิ้มฉายแววพึงพอใจส่งกลับมาให้ ตลอดชีวิตการทำงานของเขานอกจากแพทริค สมิธแล้วคนที่ดื้อไม่ต่างกันก็คือเด็กหนุ่มคนนี้นี่แหละ

 

“ถ้าอย่างนั้นมาวางแผนกันเถอะครับ” ประโยคเชิญชวนดังขึ้นจากคนที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมอบนเตียง ผู้กองหนุ่มส่งยิ้มมาให้ผมก่อนที่การวางแผนจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

……………………………………………………………………………… 

ประเดิมตอนแรกของปีไปเลยจ้าา เข้าปีใหม่แล้วแต่เรื่องนี้ยังอีกยาวไกล ไม่คิดว่าจะแต่งได้หลายตอนขนาดนี้ 555555 

สำหรับตอนนี้มาเอาใจช่วยผู้กองแพทริคกับพระพายกันเยอะๆนะคะ 

ผู้กองได้รับบทลงโทษตามระเบียบวินัยของตำรวจเนอะ ถือว่าให้เขาพักหลังจบคดีนี้ด้วย 

เปิดโอกาสให้หยวน หยางเกอมากุ๊กกิ๊กกับผู้กองด้วยดีแม่ะ อิอิอิ 

เจอกันตอนหน้าจ้า 

.. 

.. 

TO BE CONTINUED 

ความคิดเห็น